เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 307 ฉันยังเด็ก พูดโกหกไม่เป็น

บทที่ 307 ฉันยังเด็ก พูดโกหกไม่เป็น

บทที่ 307 ฉันยังเด็ก พูดโกหกไม่เป็น


บทที่ 307 ฉันยังเด็ก พูดโกหกไม่เป็น

เจียงโม่ชิงอยากจะสบถออกมาแล้ว

ฟู่ซือฉินเลิกชมละครฉากนี้ในที่สุด เขาเอ่ยขึ้น "คุณหนูว่านวางใจได้ ในเมื่อต่อไปทุกคนก็จะเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว ถ้าผมช่วยได้ ผมจะช่วยอย่างเต็มที่แน่นอน"

ดูคำพูดที่ฉลาดหลักแหลมของเขาสิ!

ช่วยได้ถึงจะช่วย ช่วยไม่ได้ก็แล้วไป!

นี่แหละที่เรียกว่าลอยตัวเหนือปัญหา

ว่านซุ่ยเผยรอยยิ้มโล่งอก ราวกับว่าไม่เข้าใจความนัยในคำพูดของเขา เธอกล่าวว่า "ในเมื่อว่าที่น้องเขยพูดเช่นนี้แล้ว ฉันก็วางใจแล้วค่ะ การซื้อเห็ดหลินจือเนื้อครั้งนี้ ตระกูลไป๋ของพวกเราชนะใสๆ แน่นอน"

ฟู่ซือฉินเผยรอยยิ้มเปี่ยมความหมายลึกซึ้ง ไม่ได้กล่าวอะไรต่อ

เฉินจี้ชวนมองว่านซุ่ยที่ใช้คารมคมคายจนเจียงโม่ชิงถึงกับพูดไม่ออก ไม่รู้เหตุใดเขากลับรู้สึกว่ามันช่างน่าสนใจยิ่งนัก

หากเป็นเมื่อก่อน เขาจะต้องเอ่ยปากช่วยเจียงโม่ชิงอย่างแน่นอน แต่ครั้งนี้...เขากลับรู้สึกว่าว่านซุ่ยน่ารักมาก

เจียงโม่ชิงเหลือบมองเฉินจี้ชวนแวบหนึ่ง เธอเข้าใจทุกอย่างในทันที

ปลาที่ชื่อเฉินจี้ชวนตัวนี้ หลุดมือไปแล้ว

เธอกำหมัดแน่น แล้วค่อยๆ คลายออก

"พี่คะ งานประมูลจะเริ่มแล้ว ที่นั่งของพี่อยู่ไหนหรือคะ?" เธอถาม "จะมานั่งกับพวกเราไหมคะ?"

ดวงตาของว่านซุ่ยเป็นประกาย "ได้สิ! ถึงแม้น้าหลงจะจัดที่นั่งให้ฉันแล้ว แต่การได้นั่งกับครอบครัวย่อมดีกว่าแน่นอน"

เจียงโม่ชิงนึกเสียใจในภายหลัง

เธอแค่พูดไปตามมารยาทเท่านั้น ใครจะไปคิดว่าว่านซุ่ยจะหน้าหนาถึงเพียงนี้ ถึงกับตามมาจริงๆ!

คุณนายเจียงนั่งอยู่ที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง พลางยกถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมากล่าวว่า "ชาของตระกูลฟางนับว่าไม่เลว"

ไป๋หนานกล่าว "ตระกูลฟางมีไร่ชาอยู่ที่เจียงตง ได้ยินว่ายังมีต้นชาแม่พันธุ์อยู่หลายต้น ชาของพวกเขาจึงนับว่าดีเลิศจริงๆ"

คุณนายเจียงพลันรู้สึกขุ่นมัวขึ้นมา จึงวางถ้วยชาลง

สถานที่จัดงานประมูลคือโรงละครแห่งหนึ่งในสวน แบ่งเป็นสองชั้น บนและล่าง ด้านล่างมีเวทีละคร ซึ่งตอนนี้ถูกจัดเป็นเวทีประมูล มีแขกหลายคนเริ่มทยอยจับจองที่นั่งกันเป็นกลุ่มๆ

จริงๆ แล้วทุกคนรู้ดีว่าแขกที่นั่งอยู่ด้านล่างไม่มีกำลังพอที่จะซื้อเห็ดหลินจือเนื้อ ผู้ชนะในท้ายที่สุดจะถูกตัดสินกันที่ห้องส่วนตัวบนชั้นสอง

คนที่อยู่ชั้นล่างล้วนมาดูความสนุกกันทั้งนั้น

"เหอะ" เธอกล่าวอย่างเย็นชา "ครั้งนี้ตระกูลฟางโชคดีอย่างกับขี้หมา ถึงกับได้ของล้ำค่าแบบนี้มาครอบครอง พวกเขาสามารถนำออกมาประมูลหนึ่งร้อยกรัมได้ ในมือก็ต้องมีมากกว่านี้แน่ พวกเรายอมจ่ายราคาสูงเพื่อซื้อ พวกเขากลับไม่ยอมขาย ช่างหยิ่งผยองเสียจริง"

ไป๋หนานเหลือบมองเธออย่างเย็นชา "ถึงแม้ในมือพวกเขาจะมีอีก แต่ก็คงไม่พอแบ่ง ทั้งเจ้าเมือง ทั้งผู้ว่าการมณฑล มีหรือที่พวกเขาจะไม่ไปแสดงความนับถือ? ด้วยความทะเยอทะยานของตระกูลฟาง ไม่แน่ว่าอาจจะต้องส่งไปเป็นเครื่องบรรณาการที่เมืองหลวงด้วยซ้ำ การที่พวกเขายอมแบ่งออกมาประมูลถึงหนึ่งร้อยกรัมได้ ก็นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว"

คุณนายเจียงยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจ พอตระกูลฟางใช้ของสิ่งนี้สร้างสัมพันธ์กับผู้มีอำนาจครบทุกฝ่ายแล้ว ฐานะของพวกเขาก็จะยิ่งสูงขึ้นไปอีกขั้น ทำไมตระกูลเจียงของพวกเขาถึงไม่มีโชคแบบนี้บ้าง?

ถึงแม้ตระกูลเจียงจะไม่มี ตระกูลไป๋มีก็ยังดี

แววตาของเธอเปลี่ยนเป็นเคียดแค้น ทั้งหมดเป็นเพราะนังว่านซุ่ย ถ้าไม่ใช่เพราะหล่อนเป็นตัวซวยของตระกูลเจียงและตระกูลไป๋ ไม่แน่ว่าโชคของพวกเขาอาจจะดีกว่าตระกูลฟางเสียอีก

"แม่คะ" เสียงที่คุ้นเคยแต่ก็น่ารังเกียจดังขึ้น คุณนายเจียงหน้าเปลี่ยนสี หันกลับไปมอง ก็เห็นว่านซุ่ยเดินนำหน้าเข้ามา บนใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม ราวกับเด็กสาวที่อยากจะออดอ้อนมารดา

ส่วนเจียงโม่ชิงกำลังเดินตามหลังเธอมา ใบหน้าดูคล้ำลงเล็กน้อย

"แกมาทำไม?" คุณนายเจียงลุกขึ้นยืนทันที "ที่นี่เป็นที่ที่แกสมควรมาเหรอ? นังเด็ก..."

"คุณแม่!" เจียงโม่ชิงรีบส่งเสียงขัดจังหวะ เพื่อป้องกันไม่ให้คุณแม่เอ่ยถ้อยคำที่หยาบคายไปมากกว่านี้

คุณนายเจียงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าฟู่ซือฉินกับเฉินจี้ชวนก็อยู่ด้วย พวกเขาเดินตามหลังลูกสาวทั้งสองคนมา เธอจึงต้องหุบปากลง

ว่านซุ่ยราวกับไม่รู้สึกรู้สา ยังคงยิ้มแย้มอยู่ แต่รอยยิ้มนั้นกลับทำให้คุณนายเจียงรู้สึกแสบตายิ่งขึ้น

"คุณแม่คะ เป็นน้าหลงที่เชิญฉันมาค่ะ" ว่านซุ่ยเดินเข้าไปหา อยากจะจับมือของเธอ แต่กลับทำเอาคุณนายเจียงสะดุ้งโหยง รีบชักมือกลับทันควัน

ว่านซุ่ยหาได้ใส่ใจไม่ กลับแย้มยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม "คุณแม่คะ น้องสาวชวนฉันมาด้วยกัน บอกว่าคุณแม่คิดถึงฉัน พอฉันได้ยินว่าคุณแม่คิดถึงฉัน ก็รู้สึกร้อนใจจนทนไม่ไหว ต้องรีบมาหาทันทีเลยค่ะ เห็นฉันแล้ว คุณแม่ดีใจไหมคะ?"

มือของคุณนายเจียงสั่นเทา หันไปถลึงตาใส่เจียงโม่ชิง

เจียงโม่ชิงอยากจะตบหน้าตัวเองสักฉาด ทำไมเธอถึงต้องปากพล่อยพูดออกไปแบบนั้นด้วยนะ?

"นี่คือน้าชายใช่ไหมคะ?" ว่านซุ่ยไม่คิดจะปล่อยให้ไป๋หนานรอดไปได้ บนใบหน้ามีรอยยิ้มที่สดใสยิ่งขึ้น "น้าชายคะ ดูทรงผมของหนูสิคะ ตัดมาดูดีไหมคะ?"

ไป๋หนานไม่เข้าใจในทันทีว่าทำไมเธอถึงถามเช่นนี้ ก็ได้ยินว่านซุ่ยพูดต่อว่า "หนูเพิ่งตัดเมื่อเดือนที่หนึ่งปีนี้เองค่ะ หาร้านตัดผมที่ดีที่สุดเลยนะคะ"*

ใบหน้าที่เย็นชาของไป๋หนานแทบจะรักษาสีหน้าไว้ไม่อยู่

เขาอยากจะลองดูนักว่าถ้าตัวเองปาถ้วยชาบนโต๊ะใส่หน้าเธอ เธอยังจะสามารถพูดจาน่ารังเกียจแบบนี้ออกมาได้อีกหรือไม่

"ว่านซุ่ย!" คุณนายเจียงทนไม่ไหวอีกต่อไป ตวาดอย่างโกรธเกรี้ยว "แกพูดอะไรของแก?"

ว่านซุ่ยรีบทำหน้าตาน่าสงสารทันที "ขอโทษค่ะ หนูพูดอะไรผิดไปหรือคะ? ขอโทษนะคะคุณแม่ น้าชาย หนูยังเด็ก พูดโกหกไม่เป็นค่ะ"

พรวด

ไม่รู้ว่าใครหลุดหัวเราะออกมา คุณนายเจียงรีบมองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นว่าใครกำลังหัวเราะ ทุกคนยังคงมีสีหน้าเคร่งขรึม

..

【ความเชื่อ: “ตัดผมเดือนอ้าย น้าชายตายเรียบ”

​ในวัฒนธรรมจีน มีคำกล่าวว่า “正月剪头死舅舅” (เจิงเย่ว์เจี่ยนโถวสื่อจิ้วจิ่ว) แปลว่า “หากตัดผมในเดือนแรกของปี (เดือน 1 ตามปฏิทินจันทรคติ หรือช่วงตรุษจีน) จะทำให้น้าชาย (พี่/น้องชายของแม่) เสียชีวิต”】

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 307 ฉันยังเด็ก พูดโกหกไม่เป็น

คัดลอกลิงก์แล้ว