เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 241 ตระกูลฟางแห่งเป่ยเฉิง

บทที่ 241 ตระกูลฟางแห่งเป่ยเฉิง

บทที่ 241 ตระกูลฟางแห่งเป่ยเฉิง


บทที่ 241 ตระกูลฟางแห่งเป่ยเฉิง

แม้ว่าครั้งนั้นทั้งสองจะถือเป็นการต่างฝ่ายต่างใช้ประโยชน์กัน แต่อาหารมื้อนั้นก็อร่อยมากทีเดียว

ว่านซุ่ยจึงทำตามอย่างว่าง่าย “น้าหลง”

“อย่างนี้สิถึงจะถูก” หลงจื่ออวี๋หัวเราะ “ศัตรูของศัตรูก็คือมิตร เป้าหมายของเราเหมือนกัน ขอแค่ทำให้ไป๋อีอีไม่มีความสุข พวกเราก็จะมีความสุขแล้ว”

ไป๋อีอีคือชื่อของคุณนายเจียง เพียงแต่หลังจากที่เธอแต่งงานกับเจียงเหว่ยหมิง ทุกคนก็เรียกเธอว่าคุณนายเจียง

“น้าหลง ท่านโทรมาหาฉันแบบนี้ ต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ ใช่ไหมคะ?” ว่านซุ่ยถาม

หลงจื่ออวี๋กล่าวว่า “เด็กคนนี้นี่ พูดจาไม่น่ารักเอาเสียเลย ฉันจะโทรมาเพราะเป็นห่วงเธอไม่ได้หรือไง?”

“ลูกชายของท่านเกิดเรื่องแล้วใช่ไหมคะ?” ว่านซุ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา

บรรยากาศพลันชะงักงัน

“สมแล้วที่เป็นคุณห้าร้อยปีผู้โด่งดังในโลกออนไลน์” น้ำเสียงของหลงจื่ออวี๋เจือไปด้วยความอ่อนล้า “เขาว่ากันว่าเธอล่วงรู้อดีตห้าร้อยปี และหยั่งรู้อนาคตอีกห้าร้อยปี ช่างสมกับชื่อบัญชี ‘@ขอยืมจากสวรรค์อีกห้าร้อยปี’ ของเธอเสียจริง ตอนแรกฉันก็ไม่เชื่อ แต่ตอนนี้เชื่อแล้วล่ะ”

“อย่าไปเชื่อข่าวลือมั่วๆ ในอินเทอร์เน็ตเลยค่ะ” ว่านซุ่ยรีบแก้ข่าว “ตอนแรกฉันอยากจะตั้งชื่อว่า ‘ขอยืมจากสวรรค์อีกห้าล้าน’ แต่กลัวว่าจะซ้ำกับคนอื่น เลยตั้งชื่อปัจจุบันนี้แทน ไม่มีความหมายอื่นเลยค่ะ”

“พรืด” หลงจื่ออวี๋อดไม่ได้ที่จะหลุดหัวเราะออกมา “ว่านซุ่ย เธอนี่น่าสนใจจริงๆ ไม่รู้ว่าแม่ของเธอคิดอะไรอยู่ ถึงได้ชอบลูกสาวอย่างเจียงโม่ชิง แล้วทอดทิ้งเธอราวกับรองเท้าเก่าๆ ข้างหนึ่ง”

ว่านซุ่ยชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวว่า “ท่านเชื่อว่าฉันเป็นลูกสาวแท้ๆ ของพวกเขาเหรอคะ?”

“เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่ความลับอะไรนักหนา คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่ฉันจะพลาดได้ยังไง?” หลงจื่ออวี๋กล่าว “ไป๋อีอีมีผมกี่เส้น ตัวเธอเองอาจจะยังไม่รู้เลย แต่ฉันรู้”

ว่านซุ่ยถอนหายใจในใจ คนที่เข้าใจคุณที่สุด ก็คือศัตรูของคุณจริงๆ

“คุณนายเจียงสามารถต่อกรกับท่านได้นานขนาดนี้ ดูท่าว่าท่านคงจะออมมือให้สินะคะ” เธอกล่าว

หลงจื่ออวี๋อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ “อุตส่าห์มีคู่ต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อสักคน ถ้าจัดการเธอไปง่ายๆ ชีวิตฉันก็คงน่าเบื่อแย่สิ จริงไหม? ว่าแต่เธอนี่... ตอนนี้แม้แต่คำว่าแม่ก็ไม่เรียกแล้วเหรอ?”

“ตอนอยู่ต่อหน้าเธอ ฉันจะเรียกค่ะ นั่นเพื่อยั่วโมโหเธอ ตอนเธอไม่อยู่ ฉันจะเรียกทำไมล่ะคะ?” ว่านซุ่ยพูดอย่างเป็นเหตุเป็นผล

“ดี! ฉันชอบนิสัยเด็ดขาด ชัดเจน กล้าได้กล้าเสียของเธอนี่แหละ” หลงจื่ออวี๋ถอนหายใจ “น่าเสียดายที่เธอไม่ใช่ลูกสาวของฉัน ถ้าเธอเป็นลูกสาวของฉัน ในอนาคตทรัพย์สินของตระกูลฟางทั้งหมดนี้ ฉันจะยกให้เธอเป็นผู้สืบทอด หรือไม่เธอก็แต่งงานกับลูกชายฉันสิ ในอนาคตก็มาดูแลตระกูลฟางในฐานะสะใภ้ของฉัน ให้พวกตระกูลเจียงอกแตกตายไปเลย”

ว่านซุ่ยถึงกับพูดไม่ออก “น้าหลงคะ ลูกชายของท่านตอนนี้เพิ่งจะสิบสองขวบเองนะ”

“ผู้หญิงอายุมากกว่าสามปีเหมือนมีอิฐทองคำอยู่ในอ้อมแขน” หลงจื่ออวี๋กล่าว “อิฐทองคำแค่สามก้อนเอง ไม่ใช่เรื่องใหญ่สักหน่อย”

ว่านซุ่ยพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “น้าหลงคะ ถ้ายังไม่พูดเรื่องธุระ ฉันจะวางสายแล้วนะ”

หลงจื่ออวี๋รีบกล่าวว่า “ก็ได้ๆ เด็กคนนี้ช่างไม่ชอบล้อเล่นเอาเสียเลย ใช่แล้ว เสี่ยวหลงเกิดเรื่องขึ้น”

ลูกชายของหลงจื่ออวี๋ชื่อฟางเสี่ยวหลง ทำไมถึงตั้งชื่อว่าเสี่ยวหลงที่แสนจะธรรมดานี้? ก็เพราะหลงจื่ออวี๋แซ่หลง*

ใช่แล้ว มันช่างง่ายดายเช่นนี้เอง

แม้ว่าชื่อของฟางเสี่ยวหลงจะดูธรรมดาไปหน่อย แต่เขากลับเป็นเด็กที่โดดเด่นมาก ว่ากันว่าเป็นอัจฉริยะ อายุเพียงสิบสองปีก็คว้าเหรียญรางวัลจากการแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกระดับนานาชาติมาได้แล้ว รออีกไม่กี่ปี พออายุครบสิบหก ก็จะไปเรียนต่อที่ประเทศฮวาฉี

หลงจื่ออวี๋มีลูกเพียงคนเดียว รักดั่งแก้วตาดวงใจ ตั้งแต่เล็กก็ได้รับการศึกษาแบบหัวกะทิ

“เสี่ยวหลงของฉัน…” หลงจื่ออวี๋ถอนหายใจแล้วพูดว่า “บุญวาสนาของเขาถูกคนขโมยไปแล้ว”

ว่านซุ่ยขมวดคิ้ว “บุญวาสนา?”

“ตอนที่เสี่ยวหลงของฉันเพิ่งเกิด ฉันได้เชิญปรมาจารย์มาผูกดวงชะตาให้เขา ปรมาจารย์บอกว่าเขาเป็นคนที่มีบุญวาสนาสูงส่ง เฉลียวฉลาดเป็นกรด บุญบารมีและวาสนาของบรรพบุรุษตระกูลฟางทุกรุ่นล้วนมารวมอยู่ที่เขาคนเดียว ในอนาคตเขาจะปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ ร่ำรวยมั่งคั่งไปตลอดชีวิต และจะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในหน้าที่การงาน”

ว่านซุ่ยนิ่งเงียบไป พลางคิดในใจว่าปรมาจารย์คนนั้นอาจจะแค่พูดเอาใจไปอย่างนั้นหรือเปล่า

หลงจื่ออวี๋กล่าวต่อ “ฉันรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ บางทีเขาอาจจะแค่พูดยอเพื่อเอาใจตระกูลฟางของเรา แต่เสี่ยวหลงของฉันก็เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ เขามีบุญวาสนาสูงส่ง ไม่ต้องพูดถึงไอคิวที่เหนือกว่าคนทั่วไป แค่โชคของเขาก็ไม่ธรรมดาแล้ว”

“ตอนเขาอายุห้าขวบ เขาตามพ่อไปล่องเรือยอชต์เล่นในทะเล แล้วเจอกับพายุใหญ่จนเรือล่ม ญาติมิตรหลายคนที่อยู่บนเรือเสียชีวิต พ่อของเขาก็เกือบจะไม่รอด ตอนที่กำลังจะหมดแรงจมลงก้นทะเล เสี่ยวหลงก็เกาะแผ่นไม้แผ่นหนึ่งลอยมาหา ช่วยชีวิตพ่อของเขาไว้ได้”

“แล้วก็ตอนเขาอายุเจ็ดขวบ พ่อของเขาพาเขาไปดูแสงเหนือที่ยุโรปเหนือ เครื่องบินส่วนตัวที่พวกเขานั่งเจอเข้ากับกระแสอากาศแปรปรวน เกือบจะประสบอุบัติเหตุ โชคดีที่ในที่สุดก็ลงจอดฉุกเฉินได้สำเร็จ ไม่มีใครบนเครื่องบินได้รับบาดเจ็บเลยสักคน”

“เสี่ยวหลงทุกครั้งที่เจอกับภัยพิบัติ ก็สามารถเปลี่ยนร้ายให้กลายเป็นดีได้ คำพูดของปรมาจารย์ท่านนั้น พวกเราไม่เชื่อไม่ได้เลย”

“แต่ว่า…” น้ำเสียงของหลงจื่ออวี๋พลันเคร่งขรึมลง “เมื่อหนึ่งเดือนก่อน โชคชะตาของเสี่ยวหลงก็เหมือนดิ่งลงเหว เขาเริ่มเจอแต่เรื่องโชคร้ายไม่หยุดหย่อน เรื่องร้ายๆ ทั้งหมดที่เขาเจอมาตลอดสิบสองปี รวมกันยังไม่เท่ากับที่เจอในเดือนนี้เดือนเดียวเลย”

*หมายเหตุผู้แปล: ชื่อ “เสี่ยวหลง” (小龍) มีคำว่า “หลง” (龍) ที่แปลว่ามังกร ซึ่งพ้องกับนามสกุลของแม่คือ “หลง” (龍)

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 241 ตระกูลฟางแห่งเป่ยเฉิง

คัดลอกลิงก์แล้ว