- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 134 นี่ถือเป็นการสารภาพรักหรือเปล่า
บทที่ 134 นี่ถือเป็นการสารภาพรักหรือเปล่า
บทที่ 134 นี่ถือเป็นการสารภาพรักหรือเปล่า
บทที่ 134 นี่ถือเป็นการสารภาพรักหรือเปล่า
รอยยิ้มบนใบหน้าของว่านซุ่ยแข็งค้าง เธอพบว่ายิ่งอธิบายก็ยิ่งแย่
ประจวบเหมาะกับที่พนักงานบนรถไฟคนเดิมพาคุณหมอมา แต่กลับพบว่าคุณป้าคนนั้นหายดีแล้ว จึงรีบเอ่ยถามว่าเกิดอะไรขึ้น บรรดาผู้โดยสารต่างก็แย่งกันเล่าเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นให้ฟัง เธอและคุณหมอจึงมองว่านซุ่ยกับพี่สาวคนนั้นด้วยความกึ่งเชื่อกึ่งสงสัย แล้วให้คุณหมอตรวจดูอาการของคุณป้า ก็ไม่พบปัญหาอะไรจริง ๆ แต่ก็ยังกำชับให้เธอไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งหลังจากถึงสถานีแล้ว
เสิ่นจวิ้นเห็นว่าพี่สาวคนนั้นมีฝีมืออยู่จริง จึงรีบเข้าไปถาม "พี่สาวครับ ผมชื่อเสิ่นจวิ้น มากับคุณว่านซุ่ย ไม่ทราบว่าพี่สาวชื่ออะไรครับ"
พี่สาวคนนั้นเป็นมิตรมาก กล่าวว่า "ฉันแซ่เกา พวกคุณเรียกฉันว่าเจ๊เกาก็ได้ค่ะ"
เสิ่นจวิ้นพูดคุยกับเจ๊เกาตลอดทาง ถึงขั้นแลกวีแชทกัน ว่านซุ่ยรู้สึกอึดอัดใจอย่างยิ่ง
น่าอิจฉาคนที่เป็นคนเปิดเผยเสียจริง คนที่เป็นโรคกลัวการเข้าสังคมอย่างเธอรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ไม่ไหวเอาเสียเลย
ในที่สุดก็มาถึงเมืองอู ว่านซุ่ยรีบกล่าวลาพวกเขา พอแยกย้ายกันแล้วจึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก
อยู่คนเดียวสบายใจกว่าเยอะ
ทว่าเรื่องราวมักไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง
"ต้องขออภัยจริง ๆ ค่ะ ห้องน้ำในห้องที่คุณจองไว้เสีย ใช้การไม่ได้ค่ะ" พนักงานต้อนรับของโรงแรมกล่าวอย่างสุภาพ "เนื่องจากห้องพักของเราถูกจองเต็มหมดแล้ว จึงไม่สามารถเปลี่ยนห้องให้คุณได้ เรายินดีคืนเงินค่าห้องพักให้ค่ะ"
ว่านซุ่ยรู้สึกว่าโชคของตัวเองช่างดีเลิศประเสริฐศรี
เธอวิ่งหาโรงแรมอยู่หลายแห่ง แต่ห้องพักก็เต็มหมด สุดท้ายจึงจำใจต้องโทรหาเสิ่นจวิ้น
"คุณว่านซุ่ย คุณวางใจได้เลยครับ ถึงแม้ว่าโฮมสเตย์แห่งนี้จะตั้งอยู่ค่อนข้างห่างไกล การตกแต่งดูธรรมดา แต่ก็สะอาดมาก..." เสิ่นจวิ้นยังพูดไม่ทันจบ ก็เห็นแมลงสาบตัวหนึ่งกำลังไต่กำแพงอยู่
"...ถึงแม้จะมีแมลงสาบ แต่เครื่องนอนก็สะอาดมากครับ"
ว่านซุ่ยเปิดผ้าห่มขึ้น พบว่าข้างในมีเส้นผมอยู่เส้นหนึ่ง
เสิ่นจวิ้น: "..."
สุดท้าย ด้วยการข่มขู่จากชายร่างสูงกว่าร้อยแปดสิบเซนติเมตรและสายตาที่ราวกับจะฆ่าคนของเสิ่นจวิ้น เจ้าของโฮมสเตย์ก็ยอมจำนน เปลี่ยนเครื่องนอนชุดใหม่ให้ว่านซุ่ย
เพื่อเป็นการขอบคุณ ว่านซุ่ยจึงยอมปรากฏตัวในไลฟ์สดของเสิ่นจวิ้น
เสิ่นจวิ้นดีใจแทบบ้า บอกว่ารายได้จากการไลฟ์สดครั้งนี้จะแบ่งกันสามต่อเจ็ด เขาเอาสาม ว่านซุ่ยเอาเจ็ด
ทั้งสองคนพักผ่อนที่โฮมสเตย์สักพักก็ออกไปข้างนอก เมืองอูแบ่งออกเป็นเขตเมืองใหม่และเขตเมืองเก่า เขตเมืองใหม่ไม่ต่างจากเมืองทั่วไป ส่วนเขตเมืองเก่าเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ส่วนใหญ่เป็นอาคารจากยุค50-60 และมีบางส่วนเป็นอาคารสมัยปลายราชวงศ์ชิงและต้นยุคสาธารณรัฐจีน ให้ความรู้สึกย้อนยุคเป็นอย่างยิ่ง
บนถนนมีนักแสดงข้างถนนอยู่มากมายจริง ๆ บ้างก็กำลังแสดงมายากล บ้างก็ตีฆ้องตีกลองแสดงละครลิง บ้างก็กำลังพ่นไฟ และยังมีบางคนกำลังแสดงทุบหินบนหน้าอก
เมื่อคึกคักเช่นนี้ ย่อมมีคนเร่ขายยาอยู่ไม่น้อย บนถุงปุ๋ยที่กางออกวางสมุนไพรนานาชนิดไว้เต็มไปหมด แต่ว่านซุ่ยไม่รู้จักเลยสักอย่างเดียว
"ท่านผู้ชมทุกท่านครับ นี่คือการแสดงมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้—วิชากระดูกหด" เสิ่นจวิ้นถือโทรศัพท์มือถือ กล้องเล็งไปที่นักแสดงพื้นบ้านสองสามคนที่กำลังทำการแสดงอยู่
ชายวัยกลางคนอายุราวห้าสิบกว่าปีกำลังสวมเสื้อผ้าของเด็กทารก จากนั้นก็ทุบหน้าอกตัวเองสองสามครั้ง พลางส่งเสียงร้องโหยหวน แล้วหน้าอกของเขาก็ยุบลงไปจริง ๆ จนสามารถสวมเสื้อผ้าของเด็กทารกได้พอดี
"ทางนั้นยังมีการแสดงมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้อีกอย่างหนึ่ง—การแสดงใช้ลำคอค้ำหอก!" เสิ่นจวิ้นหันกล้องไปยังอีกคนหนึ่ง ชายคนนั้นก็อายุราวห้าสิบกว่าปีเช่นกัน ที่ลำคอของเขามีปลายหอกอันหนึ่งค้ำอยู่ จนด้ามหอกโค้งงอ
ผู้ชมโดยรอบต่างพากันปรบมือ หญิงสาวคนหนึ่งถือคิวอาร์โค้ดรับเงินเดินขอทิป ว่านซุ่ยอดคิดในใจไม่ได้ว่า คนในยุทธภพก็ต้องก้าวให้ทันยุคสมัยเหมือนกันนะ
พอลองมองเข้าไปในไลฟ์สด ก็พบว่าชาวเน็ตจำนวนมากรู้จักคนเหล่านี้ พวกเขาไลฟ์สดบนแพลตฟอร์มโต้วอินมาหลายปีแล้ว มีแฟนคลับเป็นแสนคน
คนในยุทธภพสมัยก่อนท่องยุทธภพในชีวิตจริง ตอนนี้มาท่องยุทธภพในโลกออนไลน์ ก็ถือเป็นหนทางหาเลี้ยงชีพอีกทางหนึ่ง
มีชาวเน็ตคนหนึ่งส่งจรวดให้สองลูก บอกให้เสิ่นจวิ้นทิปนักแสดงเหล่านี้หนึ่งร้อยหยวน หญิงสาวคนนั้นเห็นเขาโอนเงินให้เธอหนึ่งร้อยหยวน ดวงตาก็เป็นประกายวิบวับ พลางส่งสายตาเจ้าชู้ให้เขา
เสิ่นจวิ้นถึงกับหน้าแดง
ว่านซุ่ยคิดในใจว่าเจ้าหนุ่มนี่คงไม่เคยมีความรักมาก่อนใช่ไหมนะ
เสิ่นจวิ้นดูเหมือนจะอ่านความคิดของเธอออก จึงพูดด้วยความเขินอายเล็กน้อย "อันที่จริง... ผมไม่เคยมีแฟนจริง ๆ ครับ ด้วยสถานะทางบ้านของผม ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนจะมาคบกับผมหรอกครับ"
ชาวเน็ตได้ยินดังนั้นก็พากันแตกตื่น
"นี่ถือเป็นการสารภาพรักหรือเปล่า"
"คุณห้าร้อยปี รีบดูหนุ่มหล่อตรงหน้าคุณเร็วเข้า นอกจากฐานะทางบ้านไม่ดีแล้ว อย่างอื่นดีหมดเลยนะ"
"เห็นตาของเขาไหม นั่นมันตาของลูกสุนัข นี่มันแฟนหนุ่มสายสุนัขที่กำลังฮิตกันอยู่ตอนนี้ชัด ๆ"
"หมายถึงพวกยอมเป็นเบี้ยล่างใช่ไหม"(หมาเลีย)
ว่านซุ่ยมองเขาด้วยสายตาเวทนา แล้วตบไหล่เขาเบา ๆ ปลอบใจว่า "คิดในแง่ดีหน่อยสิ อย่างน้อยตอนที่คุณไปสำรวจเรื่องลี้ลับ ยังสามารถใช้ปัสสาวะเด็กบริสุทธิ์ฉีดไล่ภูตผีปีศาจได้นะ"
รอยยิ้มของเสิ่นจวิ้นแข็งค้างอยู่บนใบหน้า
ชาวเน็ต: "อะไรคือสาวซื่อบื้อเรื่องความรักตัวแม่ วันนี้ได้เห็นกับตาตัวเองแล้ว"
ไลฟ์สดของวันนี้จบลงอย่างราบรื่น ได้รับเงินบริจาคมาหลายหมื่นหยวน ว่านซุ่ยบ่นในใจเงียบ ๆ ว่าคนสมัยนี้รวยกันเกินไปหรือเปล่า ถึงได้กล้าใช้เงินขนาดนี้
คืนวันพรุ่งนี้คืองานขบวนร้อยอสูรราตรี ว่านซุ่ยคิด ๆ ดูแล้ว ไหน ๆ เสิ่นจวิ้นก็จะไลฟ์สด งั้นเธอก็เปิดไลฟ์สดของตัวเองด้วยเลยดีกว่า อาจจะเป็นเพราะเธอหยุดไลฟ์ไปนานเกินไป ครั้งนี้จึงมีคนเข้ามาดูเพียงไม่กี่พันคน
[จบตอน]