- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 126 ทาสผีโลหิต
บทที่ 126 ทาสผีโลหิต
บทที่ 126 ทาสผีโลหิต
บทที่ 126 ทาสผีโลหิต
เธอรีบเปลี่ยนท่าประสานอินอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ผล เธอก็เปลี่ยนท่าประสานอินอีกครั้ง สุดท้ายเธอเองก็ไม่รู้ว่าใช้ท่าประสานอินไปกี่ท่าแล้ว และจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าใช้ท่าอะไรไปบ้าง เอาเป็นว่าท่าที่มีสอนในอินเทอร์เน็ต เธอก็เรียนรู้และใช้มันทั้งหมด กระทั่งมีคาถาสงบจิต คาถาปกป้องครรภ์อยู่สองสามคาถา เธอก็ใช้มันออกไปทั้งหมดรวดเดียว
แต่ทาสผีโลหิตก็ยังคงเคลื่อนที่เข้ามาอย่างรวดเร็ว ล่องลอยผ่านประตูใหญ่เข้ามา
ว่านซุ่ยตกใจจนหนังศีรษะชา ครั้งนี้ทำไมถึงไม่ได้ผลล่ะ? เป็นเพราะก่อนหน้านี้เป็นเรื่องบังเอิญ หรือเป็นเพราะทาสผีโลหิตตนนี้แข็งแกร่งเกินไป?
ทาสผีโลหิตดูเหมือนจะสำรวจไปรอบ ๆ สุดท้ายสายตาของมันก็จับจ้องมาที่ร่างของเธอ
แผ่นหลังของเธอเย็นวาบ
ซวยแล้ว เมื่อกี้ทำตัวโดดเด่นเกินไป ทาสผีโลหิตมาหาฉันแล้ว
เธอหันหลังเตรียมจะวิ่ง แต่ทาสผีโลหิตกลับวาร์ปมาปรากฏตัวข้างหลังเธอโดยตรง แล้วยื่นมือทั้งสองข้างออกมา ราวกับจะโอบกอดเธอ ก่อนจะมุดเข้ามาในร่างกายของเธอ
เธอรู้สึกเพียงว่ามีของร้อนผ่าวอย่างหนึ่งเข้ามาในร่างกายของเธอ... เดี๋ยวนะ คำพูดนี้มันดูแปลก ๆ หรือเปล่า? เหมือนจะติดเรทนิด ๆ ไหม?
ไม่ใช่สิ ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องนี้!
ต้องรีบขับไล่ทาสผีโลหิตตนนั้นออกจากร่างกายให้เร็วที่สุด!
เธอเกาไปทั่วตัว ในใจร้อนรนอย่างยิ่ง หลังจากถูกทาสผีโลหิตเข้าสิง อย่างแรกคือจะคันไปทั้งตัว จากนั้นผิวหนังจะเริ่มเหี่ยวย่น หย่อนคล้อย หนึ่งนาทีต่อมาผิวหนังก็จะเริ่มปริออกจากแผ่นหลัง เหมือนกับการรูดซิปเสื้อผ้า ผิวหนังทั้งแผ่นจะลื่นหลุดออกจากร่างกาย
เธอไม่อยากไม่มีหนังนะ! ไม่มีหนังแล้วร่างกายของเธอจะระบายความร้อนได้ยังไง? ใครจะมาปกป้องกล้ามเนื้อของเธอ?
เอ่อ...
นี่ก็หนึ่งนาทีแล้วนี่นา?
เธอคลำแผ่นหลังของตัวเอง ไม่ได้ปริออก
ทาสผีโลหิตไม่ได้อยู่ในร่างกายของเธอ?
แต่ในร่างกายกลับร้อน ๆ
หรือว่า... อาคมของทาสผีโลหิตใช้ไม่ได้ผล?
ทาสผีโลหิตดูเหมือนจะสังเกตเห็นเรื่องนี้เช่นกัน มันเริ่มเคลื่อนไหววุ่นวายในร่างกายของเธอ อยากจะออกมาเพื่อไปโจมตีคนอื่น
ว่านซุ่ยรีบคว้าไปที่หน้าอกของตัวเอง ความรู้สึกประหลาดอย่างหนึ่งก็แผ่ซ่านเข้ามา ดูเหมือนเธอจะคว้าโดนอะไรบางอย่าง ทั้งอุ่น ๆ ทั้งเหนียวเหนอะหนะ ราวกับ...
คว้าได้เนื้ออุ่น ๆ กำมือหนึ่ง
เธอรู้สึกขยะแขยง จึงคว้าสิ่งนั้นออกมาด้วยแรงทั้งหมด เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าในมือของเธอกำลังคว้าทาสผีโลหิตอยู่!
"อ๊า!" เธอตกใจจนร้องเสียงหลง ขว้างทาสผีโลหิตออกไปสุดแรง ทาสผีโลหิตถูกเหวี่ยงลอยออกไปอย่างแรง ไม่เบี่ยงไปไหน กลับไปตกอยู่บนเขากวางเรนเดียร์พอดิบพอดี
นั่นคือหัวกวางเรนเดียร์ของตกแต่งที่แขวนอยู่บนผนัง เขาทั้งสองข้างขนาดใหญ่ชี้ออกไปด้านนอก ราวกับจะขวิดกับกวางตัวผู้ตัวอื่น
และร่างกายของทาสผีโลหิตก็ถูกเขากวางเรนเดียร์แทงทะลุ มันถูกแขวนอยู่บนนั้น ดิ้นรนอย่างสุดชีวิต แต่ก็ไม่สามารถหนีออกมาจากตรงนั้นได้
ร่างกายของว่านซุ่ยไวกว่าสมอง เธอประสานอินอีกครั้งใส่ร่างนั้น ยังคงไม่มีเอฟเฟกต์พิเศษ ไม่มีเสียงใด ๆ เด็ก ๆ ทำท่าทางยังต้องตะโกนว่า "กำจัดแกซะ!" แต่เธอกลับไม่มีอะไรเลย แต่ที่น่าประหลาดคือ ทาสผีโลหิตตนนั้นราวกับถูกอะไรบางอย่างฉีกกระชาก ร่างกายบิดเบี้ยวอย่างเจ็บปวด จากนั้นแขนขาก็ถูกฉีกออกมาอย่างแรง
ในขณะเดียวกัน ร่มโลหิตสังเวยนั่นก็พลันฉีกขาดดังแคว่ก เกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่
ศิษย์พี่ใหญ่ตกใจอย่างมาก กระอักเลือดออกมาคำหนึ่ง พลางกุมหน้าอกของตัวเองไว้
"นังแซ่ว่านตัวดี!" เขาคำรามเสียงต่ำ "กล้าดีอย่างไรมาฆ่าทาสผีโลหิตของข้า!"
หลังจากที่ทาสผีโลหิตถูกฉีกแขนขาออกไปแล้ว มันก็เริ่มละลายช้า ๆ หยดลงบนพื้นดังแปะ ๆ กลายเป็นกองเลือด
พูดเหมือนช้า แต่จริง ๆ แล้วกระบวนการทั้งหมดไม่ถึงสามนาที แม้แต่ว่านซุ่ยเองก็ยังไม่ทันตั้งตัว รู้สึกว่าเหลือเชื่อ
ควันสีเขียวที่มองไม่เห็นสายนั้นลอยขึ้นมาอีกครั้ง ค่อย ๆ มุดเข้าไปในกระเป๋าของว่านซุ่ย
ขณะที่เธอกำลังเหม่อลอย ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงตะโกน "คุณว่านซุ่ย!"
ว่านซุ่ยถึงได้สติกลับคืนมา รีบหันกลับไป ก็เห็นว่าเงาดำเหล่านั้นได้เข้ามาใกล้ผู้คนแล้ว มีคนหนึ่งที่ร่างกายอ่อนแอถูกไอพิษจากเงาดำพัดผ่าน ก็เป็นลมล้มพับไปทันที แล้วก็มีไข้สูงขึ้นมา
"คุณว่านซุ่ย ช่วยด้วย!" พวกเขาร้องตะโกนอย่างหวาดกลัว
ว่านซุ่ยรีบประสานอินอีกครั้ง ชี้ไปยังเงาดำร่างหนึ่ง
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ นี่มันเหมือนจะเป็นคาถาปกป้องครรภ์นี่นา รีบร้อนไปหน่อยเลยใช้ผิด
แต่ที่น่าแปลกคือ เงาดำร่างนั้นโคลงเคลงไปมา แล้วก็เริ่มละลาย
ห๊ะ?
คาถาปกป้องครรภ์ก็ใช้ฆ่าภูตผีปีศาจได้ด้วยเหรอ?
เธออดไม่ได้ที่จะลองใช้คาถาปกป้องครรภ์กับเงาดำอีกร่างหนึ่ง เงาดำร่างนั้นก็ละลายไปเช่นกัน
เธอยังไม่ยอมแพ้ ลองใช้คาถาสงบจิตกับเงาดำอีกร่างหนึ่ง คาถานี้ใช้สำหรับปลอบขวัญเด็ก แต่ไม่คิดว่าเงาดำร่างนั้นก็ยังคงละลายหายไป
ว่านซุ่ย: "..."
รู้สึกเหมือนไม่ใช่เรื่องของการประสานอินแล้ว แต่เป็นฉันที่ใช้นิ้วชี้จนมันตาย
เธอเลยเลิกประสานอิน แล้วใช้นิ้วชี้ไปที่เงาดำร่างสุดท้ายโดยตรง
ไม่มีการเคลื่อนไหว
เธอจึงลองใช้คาถาสงบจิตชี้ไปอีกครั้ง มันก็ละลายหายไป
ดังนั้น...
ไม่ว่าจะประสานอินท่าไหน ขอแค่ได้ประสานอินก็พอเหรอ?
นี่มันคือพิธีรีตองสินะ?
มีควันสีเขียวที่มองไม่เห็นมุดเข้าไปในกระเป๋าของเธออีกครั้ง ยังคงไม่มีใครสังเกตเห็น
ทางนี้เธอกำลังประสานอินรัว ๆ ทางนั้นผู้คนก็วิ่งหนีเงาดำกันจ้าละหวั่น รอจนกระทั่งเงาดำทั้งหมดหายไป พวกเขาถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางมองมาที่เธอด้วยสายตาที่ร้อนแรงและชื่นชม
"คุณว่านซุ่ย เมื่อครู่ท่วงท่าร่ายอาคมของคุณเท่มากจริง ๆ ค่ะ ขนาดลุงจิ่วในหนังยังเทียบกับคุณไม่ได้เลย"
"อะไรคือเทียบไม่ได้ พูดเป็นหรือเปล่า? ลุงจิ่วมาเทียบกับคุณว่านซุ่ยแล้ว กลายเป็นเด็ก ๆ ไปเลย"