เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 รู้จักควบคุมปากของเธอซะบ้าง

บทที่ 55 รู้จักควบคุมปากของเธอซะบ้าง

บทที่ 55 รู้จักควบคุมปากของเธอซะบ้าง


บทที่ 55 รู้จักควบคุมปากของเธอซะบ้าง

คุณนายเจียงโกรธจนหน้าเปลี่ยนสี ด่าออกไปอย่างไม่เลือกคำพูด “นังผู้หญิงแพศยานั่น มันไปยั่วยวนผู้ชายมีอำนาจที่ไหนมา! คิดว่าตัวเองหน้าตาสวยก็ไปเที่ยวอ่อยผู้ชายไปทั่ว ไม่รักนวลสงวนตัวเลย! คนแบบนี้มีสายเลือดของตระกูลเจียงอยู่ด้วย แค่คิดฉันก็อยากจะอาเจียนแล้ว!”

เธอก็หันไปพูดกับคุณเจียงว่า “คุณคะ คุณพูดอะไรสักอย่างสิคะ จะปล่อยให้มันมาขี่บนหัวพวกเราใช้อำนาจบาตรใหญ่แบบนี้เหรอคะ?”

คุณเจียงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง แสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่องเข้ามา ทำให้สีหน้าของเขาทั้งมืดครึ้มทั้งแปรเปลี่ยนไปมา

“คุณคะ!” คุณนายเจียงเห็นเขาไม่พูดจาจึงเร่งเร้า

“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องการแบนบัญชีเลย” เขากล่าว

คุณนายเจียงมองเขาอย่างตกตะลึง “คุณคะ หรือว่าคุณจะยอมมองดูเธอกลายเป็นเน็ตไอดอลชื่อดัง แล้วนำเรื่องราวในอดีตมาเปิดโปงบนโลกออนไลน์เหรอคะ? ชื่อเสียงของตระกูลเจียงคุณไม่ต้องการแล้วเหรอ?”

คุณเจียงกล่าวอย่างไม่พอใจ “คุณยังมีหน้ามาพูดอีกเหรอ? ตอนนั้นผมไม่ได้เตือนคุณแล้วเหรอว่า แค่จับตาดูเธอไว้ก็พอแล้ว อย่าไปหาเรื่องเธอ เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวจะสร้างเรื่องอะไรได้นักหนา? แต่คุณกลับพยายามหาทางกลั่นแกล้งเธอทุกวิถีทาง แถมยังส่งเธอเข้าคุกไปอีก! แล้วเธอจะไม่เก็บความแค้นไว้กับพวกเราได้ยังไง?”

“ตอนนั้นคุณก็ไม่ห้ามฉันนี่คะ ตอนนี้จะมาโทษฉันแล้วเหรอ?” คุณนายเจียงโกรธจนหน้าแดง ตะคอกกลับไป “คุณคิดว่าเธอเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาหรือไง? เธอน่ะมัน...”

สายตาที่เย็นเยียบจนแทบจะทิ่มแทงของคุณเจียงกวาดมองมา ทำให้คำพูดที่เหลือของคุณนายเจียงติดอยู่ในลำคอ พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

ผู้ช่วยจ้าวรู้จักดูสถานการณ์เป็นอย่างดี จึงกล่าวว่า “ท่านประธาน คุณผู้หญิง ดิฉันขอตัวก่อนนะคะ”

“ไม่ต้อง” คุณเจียงกล่าว “เรื่องนี้ให้จบลงเพียงเท่านี้ ผู้ช่วยจ้าว ผมมีเรื่องที่สำคัญกว่าให้คุณไปทำ”

ผู้ช่วยจ้าวกล่าวว่า “ท่านประธานโปรดสั่งมาได้เลยค่ะ”

“คุณเดินทางไปที่เขมรสักรอบ” เขากล่าว “ไปถามที่คุกที่ว่านซุ่ยเคยอยู่ ว่าตลอดแปดเดือนที่เธออยู่ในนั้น เกิดอะไรขึ้นบ้าง”

ผู้ช่วยจ้าวโค้งคำนับ “ค่ะ”

เธอถอยออกไป แล้วปิดประตู

คุณเจียงคว้าแก้วน้ำข้างๆ ขว้างใส่คุณนายเจียง มันเฉียดแก้มของคุณนายเจียงไป กระทบกับกำแพงด้านหลังอย่างแรง ทำให้คุณนายเจียงสะดุ้งสุดตัว

“ผมบอกคุณกี่ครั้งแล้ว ว่าให้รู้จักควบคุมปากของคุณซะบ้าง!” คุณเจียงตะคอกอย่างหัวเสีย “ทำไมคุณไม่เอาโทรโข่งไปตะโกนที่จัตุรัสอวิ๋นจงเลยล่ะ?”

คุณนายเจียงถูกด่าจนไม่กล้าสู้หน้า กล่าวออกมาด้วยความหวาดกลัวและเจ็บใจ “ฉะ ฉันก็ยังไม่ได้พูดออกไปนี่คะ แค่ตกใจไปชั่วครู่เท่านั้นเอง คุณคะ คุณอย่าโกรธเลยนะคะ”

หน้าอกของคุณเจียงกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เขานั่งลงอย่างช้าๆ หลังโต๊ะทำงาน “เรื่องเมื่อหลายปีก่อน คุณต้องเก็บเป็นความลับให้มิดชิด ถ้ามีเล็ดลอดออกไปแม้แต่คำเดียว ทั้งตระกูลเจียงของเรา ไม่มีใครรอดแน่! แม้แต่ตระกูลไป๋ของคุณ ก็ต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย!”

คุณนายเจียงรีบพยักหน้า “ฉันทราบแล้วค่ะ”

“รู้แล้วก็ไสหัวออกไป!” คุณเจียงด่า “ดีแต่สร้างเรื่อง!”

คุณนายเจียงรีบวิ่งออกจากห้องทำงาน พอเลี้ยวตรงหัวมุมทางเดินก็เกือบจะทรงตัวไม่อยู่ มีมือข้างหนึ่งยื่นมาประคองเธอไว้ เธอเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าเป็นเจียงโม่ชิง

“คุณแม่ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” เจียงโม่ชิงถามด้วยความเป็นห่วง “คุณแม่ทะเลาะกับคุณพ่อเหรอคะ?”

คุณนายเจียงกุมมือของเธอไว้ กล่าวอย่างโล่งใจ “โม่ชิง โชคดีที่ยังมีลูก ลูกนี่ช่างใส่ใจจริงๆ”

เธอลูบไล้ใบหน้าของเจียงโม่ชิงอย่างเอ็นดู แล้วกล่าวว่า “โม่ชิง ไม่ต้องห่วงนะ แม่จะไม่ยอมให้นังสารเลวนั่นมาคุกคามตำแหน่งของลูกเด็ดขาด ลูกต้องคว้าคุณชายน้อยฟู่ไว้ให้ดีๆ แค่ลูกได้แต่งงานเข้าตระกูลฟู่อย่างราบรื่น ตระกูลเจียงของเราก็จะก้าวหน้าไปอีกขั้น อนาคตก็จะดูแลน้องชายของลูกได้ด้วย”

เจียงโม่ชิงพยักหน้าอย่างว่าง่าย “คุณแม่วางใจเถอะค่ะ หนูจะดูแลน้องชายให้ดี ช่วยเขาสร้างความรุ่งเรืองให้ตระกูลเจียงของเรา”

ในที่สุดคุณนายเจียงก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา แววตาของเธอก็เย็นชาลงอย่างรวดเร็ว แฝงไปด้วยประกายเย็นเยียบ

นังสารเลวนั่น มันไม่ใช่ลูกสาวของเธอเลยสักนิด เธอจะต้องหาทางกำจัดมันให้ได้

(ตกลงมันเป็นลูกแท้ๆหรือลูกเลี้ยงแน่ ผู้แปลก็ยังงงๆอยู่ ตรวจสอบหลายรอบก็ไม่ชัดเจน)

เธอจะปล่อยให้นังนั่นมาเป็นขวากหนามของตระกูลเจียงและลูกๆ ทั้งสองคนของเธอไม่ได้!

“ฮัดชิ้ว!” ว่านซุ่ยจาม มีใครกำลังพูดถึงเธออยู่หรือเปล่านะ?

จะเป็นใครกันนะ?

คนตระกูลเจียง?

พวกเขาต้องกำลังด่าเธออยู่แน่ๆ ก็ดีเหมือนกัน พวกเขาไม่มีความสุข เธอก็มีความสุขแล้ว

เธอฮัมเพลงในลำคออย่างอารมณ์ดี แม้แต่มือที่กำลังผัดกับข้าวก็ดูร่าเริงขึ้นมา เธอกระดกกระทะด้วยซ้ำ ช่วงนี้ดูเหมือนเรี่ยวแรงของเธอจะเพิ่มขึ้นไม่น้อย เมื่อก่อนเธอไม่มีทางทำแบบนี้ได้แน่

แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้เธอไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย แค่รู้สึกว่าเมื่อมีเรื่องดีๆ จิตใจก็เบิกบาน

ในขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น เธอเหลือบมองดู เป็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคย

หรือว่าจะเป็นคนจากตระกูลเจียงโทรมาด่าเธอ?

ช่างประจวบเหมาะอะไรเช่นนี้?

จะได้รู้ว่าพวกเขาทุกข์ใจแค่ไหน เธอจะได้สะใจยิ่งขึ้น

เธอรับโทรศัพท์ แต่เสียงที่ดังมาจากปลายสายกลับไม่ใช่เสียงของคนตระกูลเจียง แต่เป็นเสียงผู้ชายที่คุ้นเคย

“ว่านซุ่ย” เสียงจากปลายสายดูเหมือนจะแฝงไปด้วยความหวาดกลัวสามส่วน ความเศร้าสร้อยห้าส่วน และความเหนื่อยล้าเจ็ดส่วน “ผมอยากจะเชิญคุณมาช่วยจัดการกับพระพุทธรูปองค์นั้น ราคาคุณเรียกมาได้เลย ผมไม่ต่อรองแม้แต่คำเดียว”

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 55 รู้จักควบคุมปากของเธอซะบ้าง

คัดลอกลิงก์แล้ว