- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 49 เผด็จศึกในครั้งเดียว
บทที่ 49 เผด็จศึกในครั้งเดียว
บทที่ 49 เผด็จศึกในครั้งเดียว
บทที่ 49 เผด็จศึกในครั้งเดียว
“ฉัน...” เฉินจี้ชวนถึงกับจนคำพูด
ว่านซุ่ยก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แววตาของเธอเย็นเยียบลงอย่างเห็นได้ชัด ไม่รู้ทำไม ทั้งที่เธอดูบอบบางอ่อนแอราวกับกิ่งหลิวต้องลมที่พร้อมจะปลิวไปได้ทุกเมื่อ แต่แววตานั้นกลับแฝงไปด้วยแรงกดดันมหาศาล
“คุณคิดจะทำอะไรน้องสาวของฉันงั้นเหรอ”
“เธอ...” เฉินจี้ชวนอ้าปากจะพูด แต่ว่านซุ่ยก็ชิงพูดตัดบทเสียก่อน “ฉันขอเตือนคุณไว้เลย น้องสาวของฉันมีคู่หมั้นแล้ว พวกเขาเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก รักใคร่กลมเกลียวกันดีมาก คุณอย่าได้คิดว่าคางคกหมายปองเนื้อหงส์ได้ น้องสาวฉันมองคุณเป็นแค่พี่ชายคนหนึ่งมาโดยตลอด แต่หลายปีมานี้คุณกลับตามตอแยเธอไม่เลิกรา จนข้างนอกมีข่าวลือเสียหายไปทั่ว แล้วจะให้คนอื่นมองน้องสาวของฉันยังไง จะให้ว่าที่น้องเขยของฉันมองเธอแบบไหน”
“เธอพูดจาเหลวไหล!” เฉินจี้ชวนโกรธจนหน้าแดงก่ำ แต่ว่านซุ่ยก็ชิงพูดต่อไปอีก “คุณไม่รู้หรือไงว่าในแวดวงสังคมชั้นสูงของเป่ยเฉิงเขาพูดถึงคุณว่ายังไง คุณชายใหญ่ตระกูลเฉินอย่างคุณจะหาผู้หญิงแบบไหนไม่ได้ ถึงต้องมาทำลายชีวิตน้องสาวของฉัน คุณรู้ไหมว่าข่าวลือพวกนี้สร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงของน้องสาวฉันมากแค่ไหน น้องสาวฉันเป็นคนใจดี อีกทั้งครอบครัวเราสองฝ่ายก็มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน เธอเลยไม่อยากหักหน้าคุณต่อหน้าใครๆ แต่ใครจะรู้ว่าคุณกลับได้คืบจะเอาศอก ถึงกับคิดจะทำลายความบริสุทธิ์ของน้องสาวฉันอีก จิตสำนึกของคุณถูกหมากินไปแล้วหรือยังไง”
เมื่อดูมาถึงตรงนี้ เฉินจี้ชวนก็แทบจะสติแตก เขาอยากจะขว้างโทรศัพท์ทิ้งให้รู้แล้วรู้รอด แต่ก็ระงับอารมณ์ไว้ได้อย่างรวดเร็ว เพราะหากเขาตัดการเชื่อมต่อไลฟ์สดไปตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าว่านซุ่ยจะแต่งเรื่องใส่ร้ายป้ายสีเขาไปถึงไหนอีก
“ด่าได้สะใจมาก!” ชาวเน็ตคนหนึ่งแสดงความเห็น “ตอนแรกฉันก็นึกว่าคุณห้าร้อยปีจะไปยั่วยวนคนที่มาจีบน้องสาวตัวเองเสียอีก ที่ไหนได้ เธอไปช่วยน้องสาวไล่ไอ้โรคจิตต่างหาก นี่สิถึงจะสมกับเป็นพี่สาวตัวจริง!”
“พี่สาวแบบนี้ ใครยังจะกล้าพูดว่าเธอรังแกน้องๆ อีก”
“เป็นพี่สาวแล้วจะรังแกน้องบ้างเป็นครั้งคราวมันจะแปลกอะไร ตอนเด็กๆ ใครไม่เคยตีกับน้องบ้าง แต่น้องของฉันมีแค่ฉันคนเดียวที่รังแกได้ ถ้าคนอื่นกล้ารังแกพวกเขา ฉันไม่ปล่อยมันไว้แน่”
“พูดถูกเผงเลย ครั้งที่แล้วมีไอ้โรคจิตคนหนึ่งชอบแอบตามน้องสาวฉัน แถมยังคิดจะลวนลามน้องสาวฉันอีก ฉันเข้าไปเตะเปรี้ยงเดียว มันไม่กล้าหือสักแอะ หางจุกตูดวิ่งหนีไปเลย”
“เหอะๆ เขาพูดอะไรพวกคุณก็เชื่อไปหมดเหรอ ไม่แน่ว่าวิดีโอนี้อาจจะตัดต่อมาก็ได้! เธออาจจะโกรธที่ถูกคุณชายเฉินปฏิเสธ เลยจงใจพูดแบบนี้เพื่อใส่ร้ายเขาก็ได้”
“คนดีๆ ที่ไหนจะตั้งกล้องถ่ายตอนไปด่าคนอื่น ต้องเป็นการวางแผนไว้ล่วงหน้าแน่ๆ”
“หมายความว่า เฉินจี้ชวนกับคุณห้าร้อยปีเป็นพวกเดียวกัน พวกเขาร่วมมือกันถ่ายวิดีโอนี้ก็เพื่อหลอกพวกเราเล่นงั้นเหรอ”
“นั่นมันคุณชายใหญ่ตระกูลเฉินไม่ใช่เหรอ ลูกชายคนโตของตระกูลเฉินแห่งหรู่หนาน ว่าที่ผู้สืบทอดตระกูลเลยนะ เขาจะมาเล่นละครถ่ายวิดีโอเพื่อทำลายชื่อเสียงของตัวเองและวงศ์ตระกูลไปทำไม”
“งั้นวิดีโอนั่นก็ของปลอมน่ะสิ!”
“ไอ้คนข้างบนน่ะ วิธีแก้ต่างทื่อๆ แบบนี้ วันนี้อดได้ค่าจ้างห้าสิบสตางค์แน่ๆ”
“เลิกเถียงกันได้แล้ว ดูต่อไปดีกว่า”
ในวิดีโอ หลังจากว่านซุ่ยพูดจบ เธอก็เตรียมจะหันหลังกลับ “พูดถึงขนาดนี้แล้ว หวังว่าคุณจะเจียมตัวไว้บ้าง ถ้ายังมาตอแยน้องสาวฉัน ทำลายชื่อเสียงของเธออีก ฉันจะแจ้งตำรวจ! ถึงตอนนั้นฉันจะคอยดูว่าตระกูลเฉินแห่งหรู่หนานของพวกคุณจะยังมีหน้าไปประกันตัวคุณที่สถานีตำรวจอีกไหม!”
พูดจบเธอก็ไม่เปิดโอกาสให้เฉินจี้ชวนได้โต้ตอบ หันหลังเดินจากไปทันที เฉินจี้ชวนที่ถูกด่าจนโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงรีบคว้าแขนของเธอไว้ “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“คุณจะทำอะไร ไม่พอใจที่ฉันไม่ยอมให้คุณตอแยน้องสาวฉัน เลยโมโหจนคิดจะลงไม้ลงมือหรือไง” ว่านซุ่ยหันกลับมาเผชิญหน้า “ดูท่าคุณจะป่วยจริงๆ พอดีฉันมียา”
พูดจบก็ปล่อยหมัดออกไป
หมัดนั้นชกเข้าที่เบ้าตาขวาของเขาเต็มๆ แม้จะไม่ได้แรงมากนัก แต่ก็ทำให้เฉินจี้ชวนต้องรีบกุมตาตัวเองไว้
ว่านซุ่ยรีบวิ่งหนี เฉินจี้ชวนไล่ตามออกไป แต่ก็ช้าไปแล้ว เธอเข้าไปในลิฟต์ได้ทัน
ท่าทางเกรี้ยวกราดของเฉินจี้ชวนตอนที่วิ่งไล่ตามไปที่ลิฟต์นั้นทำเอาชาวเน็ตที่ดูอยู่ตกตะลึง
“บ้าเอ๊ย วันนี้ได้เปิดหูเปิดตากับเขาบ้างแล้ว ที่แท้คนหล่อก็เป็นไอ้โรคจิตได้เหมือนกัน”
“นี่มันแปลกตรงไหน ไม่เคยได้ยินคำว่าสุภาพชนจอมปลอมหรือไง”
“แววตาของเขาเมื่อกี้น่ากลัวเกินไปแล้ว ฉันตัวสั่นไปหมดแล้วเนี่ย”
“แค่ลองนึกภาพว่ามีไอ้โรคจิตแบบนี้คอยตามตอแยตอนกลางคืน คิดจะลวนลามฉัน ฉันก็รีบกดเบอร์แจ้งตำรวจแทบไม่ทันแล้ว”
“คุณห้าร้อยปีเป็นพี่สาวที่ดีจริงๆ ยอมเสี่ยงอันตรายไปขับไล่ไอ้โรคจิตที่มาตอแยน้องสาวตัวเอง”
“ไอ้โรคจิตคนนี้ยังเป็นถึงคุณชายใหญ่ของตระกูลเฉินแห่งหรู่หนานอีก ฉันเริ่มจินตนาการไปถึงพล็อตนิยายแนวบังคับรักแล้ว”
“พล็อตแบบนี้ในนิยายก็น่าสนใจดีอยู่หรอก แต่ในชีวิตจริงมันคือหนังสยองขวัญดีๆ นี่เอง”
หลังจากวิดีโอเล่นจบ ว่านซุ่ยก็มองไปยังเฉินจี้ชวนที่อยู่อีกฝั่งของหน้าจอ ซึ่งตอนนี้โกรธจนหน้าเขียวคล้ำ เธอพลันรู้สึกสะใจไปทั้งกายและใจ
คุณรู้ไหมว่าฉันรอวันนี้มานานแค่ไหน
ที่ฉันเก็บงำเรื่องนี้ไว้ไม่ยอมปล่อยออกมา ปล่อยให้ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่ว ก็เพื่อที่จะปล่อยหมัดเด็ดเผด็จศึกต่อหน้าทุกคนในวันนี้ยังไงล่ะ
เธอเชื่อในคติที่ว่า ‘ต้องรอให้กระสุนลอยไปสักพัก’ เมื่อกระแสสังคมถูกปลุกปั่นจนถึงขีดสุดแล้ว ก็จะสามารถเผด็จศึกได้ในครั้งเดียว
เฉินจี้ชวนตั้งสติได้อย่างรวดเร็ว เขาแค่นเสียงเย็นชาแล้วกล่าวว่า “เธอคิดว่าแค่วิดีโอที่ตัดต่อมาแค่นี้จะทำลายชื่อเสียงของฉันได้หรือ ถึงเธอจะวางแผนมาอย่างแยบยลและมีเจตนาร้ายแอบแฝง แต่ของจริงก็คือของจริง ของปลอมก็ยังคงเป็นของปลอมวันยังค่ำ”
[จบตอน]