เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 ล่วงรู้ถึงสวรรค์

บทที่ 42 ล่วงรู้ถึงสวรรค์

บทที่ 42 ล่วงรู้ถึงสวรรค์


บทที่ 42 ล่วงรู้ถึงสวรรค์

ที่เธอพูดแบบนี้ ก็เพราะกลัวว่าจะมีเดนมนุษย์บางคนไม่แยแสชีวิตลูกสาวของตน คิดจะยืมชีวิตมาใช้เองแล้วโยนภาระให้ลูกสาวใช้คืนแทน

ก็มีเดนมนุษย์ประเภทนั้นไม่ใช่เหรอ ที่ยืมเงินแล้วใช้คืนไม่ได้ ก็เลยใช้ลูกสาวมาใช้หนี้แทน?

มีชาวเน็ตถามอีกว่า: “แล้วถ้าคนที่ยืมชีวิตไม่มีลูกชายจะทำยังไง?”

“ไม่มีลูกชาย เขาก็ยังมีตระกูลไม่ใช่เหรอ? ยังมีลูกพี่ลูกน้องที่เป็นผู้ชายอยู่ไม่ใช่เหรอ?” ว่านซุ่ยกล่าว

ความคิดของว่านซุ่ยคือ วิธีนี้จะทำให้คนในตระกูลของเดนมนุษย์คนนั้นหันมาขัดขวางการกระทำของเขา แทนที่จะให้ความคุ้มครอง

ตามแนวคิดดั้งเดิม ญาติพี่น้องในแซ่เดียวกันย่อมมีความใกล้ชิดกันมาก มิฉะนั้นในสมัยโบราณจะมีคำกล่าวที่ว่าประหารเก้าชั่วโคตรได้อย่างไร?

ชาวเน็ตเริ่มจะคล้อยตาม ส่วนหัวใจของจวินเป่าก็เริ่มเต้นระรัว: “ถ้า ถ้าอย่างนั้นฉันจะลองดูค่ะ พอดีว่าน้องชายฉันกำลังเรียนเขียนพู่กัน ที่บ้านมีกระดาษเซวียนชนิดสุกอยู่พอดี”

เธอออกจากห้องนอนไป ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับกระดาษและพู่กัน เธอกางกระดาษเซวียนชนิดสุกออกบนโต๊ะ พอจะจรดพู่กันก็ลังเลเล็กน้อย: “สัญญาเงินกู้นี่ต้องเขียนยังไงคะ? ต้องเขียนเป็นภาษาโบราณไหม?”

ว่านซุ่ยกล่าว: “ไม่จำเป็นค่ะ ใช้ภาษาพูดธรรมดาเขียนได้เลย”

จวินเป่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจรดพู่กันเขียนสัญญาเงินกู้ขึ้นมาฉบับหนึ่ง แม้จะใช้ถ้อยคำเรียบง่าย แต่ความหมายกลับชัดเจนแม่นยำ

เธอถือโทรศัพท์มือถือ หยิบซองแดงกับสัญญาเงินกู้ออกจากบ้านไป แล้วเรียกแท็กซี่ไปที่ริมแม่น้ำโดยตรง เธอหาสถานที่เปลี่ยวไร้ผู้คน แล้วถามอย่างไม่สบายใจ: “คุณห้าร้อยปี ทำแบบนี้จะได้ผลจริงๆ เหรอคะ? จะไม่ใช่ว่าพอเผาซองแดงกับสัญญาเงินกู้ไปแล้ว ชีวิตที่ฉันให้ยืมไปจะไม่มีทางได้คืนใช่ไหมคะ?”

ว่านซุ่ยถอนหายใจแล้วกล่าวว่า: “นี่เป็นอายุขัยของคุณ คุณต้องเป็นคนเลือกเอง ฉันตัดสินใจแทนคุณไม่ได้”

ชาวเน็ตต่างพากันส่งเสียงเชียร์: “รีบเผาสิ ยังจะรออะไรอยู่อีก?”

“ถ้าที่คุณห้าร้อยปีพูดเป็นเรื่องโกหก คุณก็แค่เสียอายุขัยไปสองปี แต่ถ้าเป็นเรื่องจริง ชีวิตนี่ก็ถูกยืมไปครึ่งปีแล้ว คุณลองคำนวณดูสิว่าจะได้ชีวิตคืนมาเท่าไหร่?”

“อีกอย่างคุณก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ก็ถือซะว่าเสี่ยงดูสักตั้ง”

จวินเป่าคิดดูก็เห็นว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เอาเถอะ ลองดูสักครั้งก็แล้วกัน ไม่แน่อาจจะสำเร็จก็ได้

เธอหยิบไฟแช็กออกมา โยนทั้งสัญญาเงินกู้และซองแดงเข้าไปในอ่าง กำลังจะจุดไฟ ก็พลันได้ยินเสียงหนึ่งตะโกนลั่น: “หยุดนะ!”

จวินเป่าตกใจจนตัวสั่น มือสั่นจนไฟแช็กหล่นลงไปในอ่าง เปลวไฟก็พลันลุกโชนขึ้นมาทันที

หญิงชราคนหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างแรง หวังจะหยิบสัญญาเงินกู้ออกจากอ่างไฟ แต่เปลวไฟนั้นกลับแปลกประหลาด ลุกโชนสูงท่วมหัวคน ทำเอาหญิงชราตกใจจนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง แล้วล้มก้นกระแทกพื้น

จวินเป่ามองดูกองไฟนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ ในกองเพลิงนั้นราวกับมีตัวอักษรทีละตัวกำลังเต้นระบำอยู่

นั่นคือสัญญาเงินกู้ที่เธอเขียน!

ฉากนี้ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดต่างก็ได้เห็น ทุกคนต่างอ้าปากค้างตาโต

“ฉัน ฉันตาฝาดไปรึเปล่า? ฉันเห็นตัวอักษรในสัญญาเงินกู้ลอยขึ้นไปพร้อมกับเปลวไฟ!”

“ตอนนี้ฉันสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไปรึเปล่า”

“นี่คงไม่ใช่ที่เรียกว่าล่วงรู้ถึงสวรรค์หรอกนะ?”

“คุณห้าร้อยปี ฉันยอมแล้ว ฉันยอมจริงๆ!”

“เหอะๆ พวกเธอจะใสซื่อกันไปถึงไหน นี่มันต้องเป็นกลโกงในยุทธภพที่คุณห้าร้อยปีกับจวินเป่าร่วมมือกันทำขึ้นมาแน่ๆ”

“อ้อ? กลโกงอะไร เธอลองพูดมาสิ?”

“โปรเจกเตอร์! ต้องเป็นโปรเจกเตอร์แน่ๆ ในพงหญ้าข้างๆ ต้องมีโปรเจกเตอร์ขนาดเล็กซ่อนอยู่แน่! ไม่แน่อาจจะมีผู้สมรู้ร่วมคิดคนอื่นอีก!”

“ไอ้บ้าเอ๊ย โปรเจกเตอร์อะไรจะมีเอฟเฟกต์แบบนี้? เธอบอกรุ่นมาสิ ที่มีขายในshopeeฉันจะเหมาให้หมดเลย”

ว่านซุ่ยเบิกตากว้าง

เรื่องโกหกใช่ไหม?

เธอก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อย!

แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังสงสัยว่าจวินเป่าเป็นหน้าม้าของเธอรึเปล่า

หญิงชราคนนั้นก็เห็นฉากนี้เช่นกัน ตอนแรกดวงตาของเธอก็เบิกกว้าง อ้าปากค้างอยู่นานกว่าจะได้สติกลับคืนมา เธอรีบกระโดดลุกขึ้นจากพื้น แล้วชี้หน้าด่าจวินเป่า: “อีเด็กไร้หัวใจ! ยืมชีวิตแค่นี้ยังจะมาปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยโหดอีก! พวกปล่อยเงินกู้นอกระบบไม่มีวันตายดี! ถ้าลูกชายฉันเป็นอะไรไปนะ ฉันจะเอาเรื่องแกให้ถึงที่สุด!”

จวินเป่าตะลึงไปครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แล้วตวาดกลับอย่างโกรธเคือง: “ป้าเฉียน ฉันก็ว่าอยู่ว่าลูกชายป้าที่เป็นเจ้าชายนิทรามาสามปีแล้ว ทำไมจู่ๆ ถึงฟื้นขึ้นมาได้ ที่แท้ซองแดงนั่นเป็นฝีมือป้านี่เอง เขาฟื้นขึ้นมาได้ก็เพราะยืมชีวิตของฉันไป!”

ป้าเฉียนด่ากลับ: “ก็แค่ยืมชีวิตแกไปสองปีไม่ใช่เหรอ? แกก็รับเงินฉันไปหกร้อยหยวนแล้วไม่ใช่รึไง? แกก็ไม่ใช่ว่าจะตายวันตายพรุ่งซะหน่อย ทำไมถึงขี้เหนียวขนาดนี้!”

เธอกระทืบเท้าด่า: “ถ้าลูกชายฉันเป็นอะไรไปอีก... ก็เป็นเพราะแกทั้งหมด! แล้วก็อีนังห้าร้อยปีนั่นด้วย! พวกแกมันฆาตกร!”

ที่แท้หญิงชราคนนี้มีเจตนาไม่ดีอยู่แล้ว ตอนที่โยนซองแดงยืมชีวิตก็แอบซุ่มดูอยู่ไกลๆ พอแน่ใจว่าเป็นจวินเป่าที่เก็บไป ก็คอยติดตามจวินเป่าบนแพลตฟอร์มโต้วอินมาตลอด คืนนี้ก็ได้ดูไลฟ์สดของว่านซุ่ยกับจวินเป่าด้วย

พอได้ยินเรื่องเก้าออกสิบสามคืนก็แทบคลั่ง รีบออกจากบ้านมาเพื่อขัดขวางจวินเป่า แต่ก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง

ว่านซุ่ยกำหมัดแน่น

คนไร้ยางอาย! ใช้ไสยศาสตร์ยืมชีวิตคนอื่นแล้วยังกล้ากลับดำเป็นขาว ใส่ร้ายป้ายสีคนอื่นอีก! น่ารังเกียจที่สุด!

เธอเล่าเรื่องเก่ง แต่ด่าคนไม่เก่ง ไม่อย่างนั้นคงได้พ่นน้ำลายใส่หน้าหล่อนไปแล้ว!

จวินเป่าเดือดจัด กระโดดขึ้นมาเช่นกัน แล้วชี้หน้าด่าเธอ: “อีแก่หนังเหนียวขี้เยี่ยวติดปาก! ปกติป้าก็กร่างไปทั่วในหมู่บ้าน รังแกคุณยายที่เก็บขยะขาย ยังขโมยรองเท้าที่คนอื่นวางไว้หน้าประตู กับผ้าห่มที่ตากไว้บนดาดฟ้าอีก เรื่องพวกนี้ก็ช่างเถอะ ป้ายังกล้ายืมชีวิตคนอื่นอีกเหรอ?”

[จบตอน]

จบบทที่ บทที่ 42 ล่วงรู้ถึงสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว