- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 35 ตาเนื้อของปุถุชน มิอาจรู้จักศาสตราวุธวิเศษ
บทที่ 35 ตาเนื้อของปุถุชน มิอาจรู้จักศาสตราวุธวิเศษ
บทที่ 35 ตาเนื้อของปุถุชน มิอาจรู้จักศาสตราวุธวิเศษ
บทที่ 35 ตาเนื้อของปุถุชน มิอาจรู้จักศาสตราวุธวิเศษ
"คนแบบนี้จะปล่อยให้อยู่ในตึกของเราต่อไปได้ยังไงนะ เจ้าของห้องชั้นสิบสี่นั่นก็ไม่รู้คิดอะไรอยู่"
"คุณตำรวจครับ เขาเป็นคนบ้า การกระทำของคนบ้าจะมีเหตุผลอะไรล่ะครับ"
ตำรวจสำรวจในห้องอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดไปจากที่ว่านซุ่ยพูด จึงเดินจากไปพร้อมกับสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อ
ส่วนไอ้บ้าซุนก็ถูกรถพยาบาลนำตัวส่งโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลสองคนที่มารับกล่าวอย่างตกตะลึงว่า "เขาโดนทารุณกรรมอะไรมาเหรอครับ? ทำไมบนหน้าถึงมีทั้งน้ำมันทั้งน้ำตาล? แบบนี้จะรักษายังไง!"
ทุกคนลดเสียงลงต่ำ แล้ววิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่ "เสี่ยวว่านดวงดีเกินไปแล้ว"
"ถึงแม้ไอ้บ้าซุนจะผิดก่อนก็จริง แต่นี่มันก็โหดร้ายเกินไปหน่อย"
"ได้ยินมาว่าเสี่ยวว่านสามารถหยั่งรู้ฟ้าดิน ทั้งยังสะกดผีขับไล่สิ่งชั่วร้ายได้ด้วย?"
ว่านซุ่ยเห็นพวกเขายิ่งพูดยิ่งไปกันใหญ่ จึงรีบกล่าวว่า "ขอบคุณเพื่อนบ้านทุกท่านที่ช่วยเหลือนะคะ ครั้งนี้ฉันแค่โชคดีเท่านั้นเองค่ะ"
เพื่อนบ้านต่างกลับไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัย ว่านซุ่ยกล่าวกับหลินซีเฉินด้วยสีหน้าขอโทษขอโพย "คุณหลิน คืนนี้ต้องขอโทษจริงๆ นะคะ ที่ทำให้คุณต้องมาเดือดร้อนไปด้วย คุณยังไม่อิ่มใช่ไหมคะ? เดี๋ยวฉันทำบะหมี่ให้ชามหนึ่ง"
"ไม่ต้องหรอกครับ ผมอิ่มแล้ว" หลินซีเฉินบังคับรถเข็นกลับไป พอถึงหน้าประตู จู่ๆ ก็หันกลับมา เผยรอยยิ้มที่ดูลึกลับคาดเดายาก "วันนี้...ยอดเยี่ยมจริงๆ"
เมื่อมองประตูที่ปิดลง ว่านซุ่ยรู้สึกว่าคำว่า "ยอดเยี่ยม" ของเขามีความหมายแอบแฝง
"ยอดเยี่ยมบัดซบ!" ในห้องพักชั้นหนึ่ง ช่างไม้หวังทุบโต๊ะกินข้าวอย่างแรง ทำเอาหยางเหว่ยกั๋วที่อยู่ข้างๆ สะดุ้งโหยง
"ท่านปรมาจารย์หวัง เรื่องเป็นอย่างไรบ้างครับ?" เขารู้ว่าเกิดเรื่องขึ้นที่ชั้นสามสิบหก แต่เขาไม่กล้าขึ้นไปดูเพราะใจไม่ดี
"เด็กสาวสำนักจิงเหมินคนนี้ ช่างร้ายกาจเสียจริง" ช่างไม้หวังหรี่ตา แววตาอำมหิต มุมปากเม้มขึ้นเล็กน้อย "ข้าใช้อาคมควบคุมไอ้บ้าซุนไปจัดการกับนาง แต่นางกลับมองออก นางจึงใช้อาคมทำให้ไอ้บ้าซุนทำร้ายตัวเอง ทีละขั้นทีละตอนยังจัดฉากให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ ไร้ซึ่งร่องรอยให้จับผิดได้ ฝีมือระดับนี้ เล่ห์เหลี่ยมขนาดนี้ แม้แต่ผู้คร่ำหวอดในยุทธภพมาหลายสิบปีก็ยังเทียบไม่ได้"
หยางเหว่ยกั๋วยิ่งหวาดกลัวมากขึ้น รีบถามว่า "แล้วเธอจะรู้ไหมว่าเป็นพวกเรา แล้วจะมาแก้แค้นหรือเปล่าครับ?"
ช่างไม้หวังมองเขาแวบหนึ่ง ว่ากันว่ายิ่งแก่ในยุทธภพ ความกล้ายิ่งน้อยลง ตอนนี้เขาเริ่มอยากจะถอนตัวแล้ว แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ อีกฝ่ายก็รู้ที่มาที่ไปของเขาอย่างชัดเจน ต่อให้เขาหนี จะหนีไปที่ไหนได้?
อีกฝ่ายสามารถหาเขาเจอได้อย่างง่ายดาย แล้วกำจัดให้สิ้นซาก
ตอนนี้มาถึงจุดที่จะต้องตายกันไปข้างหนึ่งแล้ว
แต่ก่อนหน้านั้น เขาจะต้องรีดไถเงินจากคนแซ่หยางคนนี้ให้ได้มากขึ้นอีก
"คุณหยาง คุณก็เห็นแล้วว่าเด็กสาวคนนี้รับมือยากแค่ไหน ข้ากำลังจะตั้งแท่นประกอบพิธีเพื่อจัดการกับนาง แต่เมื่อตั้งแท่นพิธีแล้ว ศาสตราวุธวิเศษต่างๆ ก็จะถูกใช้ไปราวกับสายน้ำ เงินที่คุณให้มาก่อนหน้านี้ไม่เพียงพอเลยแม้แต่น้อย"
"หา?" หยางเหว่ยกั๋วกล่าวอย่างตื่นตระหนก "แล้วต้องใช้เงินเท่าไหร่หรือครับ?"
ช่างไม้หวังยื่นมือทั้งสองข้างออกมา "หนึ่งแสน เพิ่มอีกหนึ่งแสน ข้าจะช่วยท่านจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย แล้วก็กำจัดเด็กสาวคนนั้นให้ท่านด้วย เป็นอย่างไร?"
"อะไรนะ? หนึ่งแสน?" หยางเหว่ยกั๋วอุทาน คิดคำนวณดูแล้ว เงินที่เขาอยากจะประหยัด ไม่ได้ประหยัดเลยสักสลึงเดียว
"อะไร? เจ้าไม่เต็มใจ?" ช่างไม้หวังหัวเราะเยาะเหอะๆ สองครั้ง แล้วกล่าวว่า "อย่าหาว่าข้าขูดรีดเจ้าเลย จะบอกอะไรให้ ศาสตราวุธวิเศษในมือข้าเหล่านี้ ล้วนหามาได้อย่างยากลำบาก ใช้ไปครั้งหนึ่งก็สึกหรอไปครั้งหนึ่ง ครั้งนี้มารับงานของเจ้า ไม่เพียงแต่ข้าจะไม่ได้กำไร ยังขาดทุนด้วยซ้ำ"
"แต่ แต่ว่านี่ก็ไม่ใช่ความผิดของผมนี่ครับ" หยางเหว่ยกั๋วพูดด้วยสีหน้าขมขื่น
"ไม่ใช่ความผิดของเจ้า หรือจะเป็นความผิดของข้างั้นรึ?" ช่างไม้หวังเบิกตาโพลง กล่าวอย่างโกรธเคือง "ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าไม่ได้สืบสวนให้ดี แล้วข้าจะเสียหายหนักขนาดนี้ได้อย่างไร?"
"ข้าจะบอกให้ เจ้าคนแซ่หยาง คนของสำนักจิงเหมินน่ะไม่ใช่คนที่คิดจะหาเรื่องด้วยได้ง่ายๆ ถ้าเด็กสาวคนนั้นอยากจะกำจัดเจ้าล่ะก็ มีวิธีตั้งมากมาย แถมคนของหน่วยสืบสวนคดีพิเศษก็ไม่มีทางสืบเจอต้นตอได้ เจ้าอยากจะตายอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้งั้นรึ? ก็ได้ ข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ"
พูดจบเขาก็ทำท่าจะเดินจากไป
"เดี๋ยว เดี๋ยวครับ ท่านปรมาจารย์หวัง ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น" หยางเหว่ยกั๋วรีบดึงมือเขาไว้ กัดฟันกระทืบเท้าแล้วกล่าวว่า "ก็ได้ครับ หนึ่งแสนก็หนึ่งแสน ขอเพียงท่านช่วยจัดการเรื่องให้ผมได้ เงินไม่ใช่ปัญหา"
ช่างไม้หวังถึงได้เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา
ในใจของหยางเหว่ยกั๋วเต็มไปด้วยความเสียใจ แต่เดิมเขาคิดจะประหยัดเงิน ใครจะไปรู้ว่ากลับต้องถมลงไปมากขึ้นเรื่อยๆ
เชิญเทวดาง่ายส่งเทวดายาก ช่างไม้หวังคนนี้เขาไม่กล้าล่วงเกิน ได้แต่ยอมรับความสูญเสียอย่างเงียบๆ
ช่างไม้หวังรอจนถึงเที่ยงคืน ไม่รู้ไปหาอาสนะฟางข้าวมาจากไหน อาสนะนั้นถูกใช้งานจนขึ้นเงาเป็นมันวาว ขอบๆ ยังมีฟางข้าวบางส่วนยื่นออกมา
เขานั่งลงบนอาสนะ แล้วหยิบตุ๊กตาไม้และอ่างใบหนึ่งออกมา
นั่นคืออ่างกระเบื้องเคลือบ ก้นอ่างยังมีอักษรมงคลซวงสี่สีแดงสดขนาดใหญ่ แต่เนื่องจากกาลเวลาที่ยาวนาน อ่างกระเบื้องเคลือบจึงมีรอยสีกะเทาะหลายแห่ง ทั้งยังส่งกลิ่นจางๆ ออกมา
กลิ่นนั้นแปลกประหลาดมาก ไม่เหม็น แต่เมื่อได้กลิ่นแล้วกลับทำให้รู้สึกไม่สบายใจ
"เจ้ารู้หรือไม่ว่านี่คืออะไร?" ช่างไม้หวังถามหยางเหว่ยกั๋วที่ยืนอยู่ข้างๆ อย่างภาคภูมิใจ
หยางเหว่ยกั๋วรีบกล่าวเสริมอย่างรู้งาน "ด้วยตาเนื้อของปุถุชนเช่นผม มิอาจรู้จักศาสตราวุธวิเศษได้ ขอท่านปรมาจารย์หวังโปรดชี้แนะด้วยครับ"
[จบตอน]