- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 19 ตกลงว่าใครตายกันแน่
บทที่ 19 ตกลงว่าใครตายกันแน่
บทที่ 19 ตกลงว่าใครตายกันแน่
บทที่ 19 ตกลงว่าใครตายกันแน่
ลุงหลี่ส่งข้อความมาใต้คลิปวิดีโอว่า “เสี่ยวว่าน ดูสิ นี่เป็นคลิปที่ถ่ายไว้ในวันที่เราเจอเจ๊จาง เธอตายแล้วจริงๆ ฉันเป็นคนเอาผ้าห่มคลุมร่างเธอด้วยมือของฉันเอง!”
ว่านซุ่ยโกรธจนแทบพูดไม่ออก นี่มันเวลาอะไรกันแล้ว? คุณคิดว่าฉันยังกลัวไม่พอใช่ไหม ถึงได้ส่งวิดีโอสยองขวัญแบบนี้มาให้อีก
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น เสียงของเจ๊จางดังมาจากนอกประตูห้องน้ำ “เสี่ยวว่าน ตกลงเธอจะเอาผ้าห่มสีน้ำเงิน หรือผ้าห่มสีแดงกันแน่?”
ว่านซุ่ยรู้สึกได้โดยสัญชาตญาณว่าคำถามนี้มีกับดัก
ตอนเจ๊จางตายก็ใช้ผ้าห่มสองผืนนี้ห่อศพ หรือว่าเจ๊จางอยากจะใช้ผ้าห่มสองผืนนี้มาห่อศพของเธอด้วย?
ไม่ว่าจะเลือกผืนไหนก็ไม่ได้ทั้งนั้น
ว่านซุ่ยพลันเกิดความคิดขึ้นมาจึงตอบไปว่า “เจ๊จางคะ ตอนนี้อากาศร้อนขนาดนี้ ฉันไม่ห่มผ้าห่มดีกว่าไหมคะ?”
“ไม่ห่มเหรอ?” เจ๊จางกล่าวอย่างเย็นชา “น่าเสียดายจริงๆ”
ข้างนอกเงียบเสียงไป ว่านซุ่ยนึกแปลกใจ หรือว่าเธอไปแล้ว?
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถามลุงหลี่ “ทำไมเจ๊จางถึงฆ่าตัวตายคะ?”
เธอจำได้ว่าเจ๊จางเป็นคนร่าเริงมาก แม้ลูกชายจะไม่ได้อยู่ด้วย แต่ก็ได้ยินว่าผลการเรียนดีมาก เธอยังเคยบอกว่าจะเก็บเงินส่งลูกไปเรียนต่อต่างประเทศ
คนแบบนี้จะคิดสั้นได้อย่างไร?
ลุงหลี่ตอบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน นี่มันเรื่องครอบครัวของคนอื่น ฉันจะมีสิทธิ์ไปยุ่งได้ยังไง?”
ว่านซุ่ยคิดในใจเงียบๆ คุณคงคิดว่าธุระไม่ใช่ อย่าหาเหาใส่หัว ไม่เกี่ยวกับเรื่องของฉันสินะ?
“จะว่าไปก็น่าขนลุกมาก หลังจากเจ๊จางตายได้ไม่ถึงเดือน สามีภรรยาคู่ที่อยู่ห้องข้างๆ เธอก็ตายเหมือนกัน แถมยังตายอย่างน่าสยดสยองอีกด้วย”
ว่านซุ่ยตกใจ
พูดอย่างนี้ก็หมายความว่า มีสามีภรรยาคู่นั้นอยู่จริง เจ๊จางไม่ได้โกหกเธอ
ภาพเรื่องราวทั้งหมดค่อยๆ ก่อตัวขึ้นในหัวของเธอ ทำให้เธอเริ่มเข้าใจความจริงของเรื่องนี้
ความจริงอันน่าสะพรึงกลัว
เธอถาม “ลุงหลี่คะ สามีภรรยาคู่นั้นเป็นใครมาจากไหน ลุงรู้ไหมคะ?”
“ฉันจะไปรู้ได้ยังไง? ขอแค่พวกเขาจ่ายค่าเช่าตรงเวลา เรื่องอื่นฉันไม่เคยถามเลย ยิ่งไปกว่านั้นผู้หญิงคนนั้นยังเป็นโรคประสาท เมียฉันแค่มองสามีหล่อนมากไปหน่อย หล่อนก็แทบจะกระโจนเข้ามาตบเมียฉันแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาจ่ายค่าเช่าล่วงหน้าทีเดียวหนึ่งปี ฉันก็ไม่อยากจะให้พวกเขาเช่าห้องหรอก”
ภาพในหัวของว่านซุ่ยชัดเจนยิ่งขึ้น
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง เจ๊จางถามจากนอกประตู “เสี่ยวว่าน ทำไมเธอยังไม่ออกมาอีก?”
“ฉัน...ฉันท้องเสียค่ะ” ว่านซุ่ยรีบตอบ
“ต้องการให้ช่วยไหม?”
“ไม่ ไม่ต้องค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจพี่ ถ้าเธอไม่ออกมา พี่จะเข้าไปแล้วนะ”
ว่านซุ่ยตกใจจนหนังหัวตึงเปรี๊ยะ รีบใช้ตัวดันประตูไว้แน่น ไม่ยอมให้เธอเข้ามา
แต่ที่แปลกคือ ข้างนอกกลับเงียบเสียงไปอีกครั้ง
ในห้องน้ำยิ่งหนาวเย็นขึ้น ความรู้สึกไม่สบายใจในอกของว่านซุ่ยก็พลุ่งพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
ทันใดนั้นเธอก็ตระหนักถึงอะไรบางอย่างได้ จึงมองไปที่ม่านห้องน้ำ
ห้องน้ำมีม่านกั้นส่วนที่ใช้อาบน้ำเอาไว้ ตอนนี้ม่านเปิดแง้มออกเป็นช่องกว้างเท่าฝ่ามือ
เธอจำได้แม่นว่าตอนที่เข้ามา ม่านถูกปิดไว้อย่างสนิท
ทันใดนั้นม่านก็เลื่อนไปด้านข้างอีกเล็กน้อย พอจะมองเห็นเงาคนอยู่ข้างในได้ลางๆ
หัวใจของว่านซุ่ยเต้นระรัวขึ้นมาถึงลำคอ
ทันใดนั้นก็มีเสียงแคว่กดังขึ้น ม่านห้องน้ำถูกกระชากเปิดออกอย่างแรง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยจ้ำเลือดศพพุ่งเข้ามาหาเธอ
นั่นคือเจ๊จาง ลิ้นยาวห้อยอยู่นอกริมฝีปาก ใบหน้าบิดเบี้ยว เหมือนกับตอนที่เธอผูกคอตายในวิดีโอไม่มีผิด
“อ๊า!” ว่านซุ่ยกรีดร้องเสียงหลง พลางเปิดประตูห้องน้ำวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ยังไม่ลืมที่จะปิดประตูให้แน่น
เธอรีบวิ่งไปที่ประตูใหญ่ แต่ก็ยังเปิดล็อกไม่ได้
ประตูห้องน้ำสั่นไหวอย่างรุนแรง กลอนประตูถึงกับหลุดออกมาจากบานประตู ดูท่าว่าภูตผีที่อยู่ข้างในกำลังจะออกมาแล้ว
ใจของเธอกระตุกวูบ ไม่สนใจอะไรอีกต่อไป หันหลังวิ่งเข้าไปในห้องนอน
แทบจะในเวลาเดียวกัน ประตูห้องน้ำก็เปิดออก ใบหน้าคนตายอันน่าสยดสยองนั้นพุ่งตรงเข้ามาหาเธอ
ในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้ ว่านซุ่ยปิดประตูห้องนอนลง ยังไม่ลืมที่จะลากตู้ที่อยู่ข้างๆ มาขวางประตูไว้
แต่สิ่งที่อยู่ข้างนอกอาละวาดอย่างหนัก พุ่งชนประตูห้องอย่างแรง ว่านซุ่ยต้านไว้ไม่อยู่ ตู้ถึงกับถูกผลักจนล้มลง ของที่อยู่ข้างในกระจายเกลื่อน
ว่านซุ่ยรีบคว้าทุกอย่างที่หยิบถึง ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้หรือโต๊ะหัวเตียง ลากมาขวางประตูไว้ทั้งหมด ภูตผีที่อยู่ข้างนอกไม่สามารถเปิดประตูเข้ามาได้ในที่สุด ดูเหมือนจะยอมแพ้ไปแล้ว และทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ
ว่านซุ่ยทรุดตัวลงนั่งข้างตู้ เหงื่อเย็นชุ่มไปทั้งตัว
ตอนนั้นเองที่เธอสังเกตเห็นห่อกระดาษสองสามห่อที่เท้า ดูเหมือนจะหล่นออกมาจากในตู้
เธอพบว่าในตู้นั้นมีช่องลับอยู่ และข้างในยังมีห่อกระดาษอีกสองสามห่อ
ในช่องลับมีเครื่องประดับทองอยู่จำนวนหนึ่ง เป็นของที่เธอเคยเห็นเจ๊จางใส่เป็นประจำ นี่น่าจะเป็นที่ที่เจ๊จางใช้ซ่อนของมีค่า
ส่วนห่อกระดาษเหล่านี้ดูเหมือนจะเพิ่งถูกนำมาใส่ไว้ทีหลัง
ในใจของเธอเกิดลางสังหรณ์ร้ายขึ้นมา ห่อกระดาษเหล่านี้แผ่กลิ่นอายบางอย่างที่น่าอึดอัดออกมา แต่เธอก็ยังหยิบขึ้นมาห่อหนึ่ง แล้วค่อยๆ เปิดออก
ข้างในเป็นสร้อยข้อมือเส้นหนึ่ง ไม่ได้มีราคาค่างวดอะไร เป็นเพียงของที่ขายตามแผงลอยข้างทาง แต่ที่น่าประหลาดคือ บนนั้นมีคราบสีแดงคล้ำบางอย่างอยู่ เหมือนถูกสาดกระเซ็นใส่ ด้านในของห่อกระดาษเขียนไว้ว่า “14 กุมภาพันธ์”
[จบตอน]