เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 30 เจ้าคิดมากไปแล้ว

ตอนที่ 30 เจ้าคิดมากไปแล้ว

ตอนที่ 30 เจ้าคิดมากไปแล้ว


ตอนที่ 30 เจ้าคิดมากไปแล้ว

คำถามของเซียวเฉินทำให้สีหน้าของหยางฉีบิดเบี้ยวราวกับกินหนูตายเข้าไป หยางฉีคิดไม่ถึงเลยว่าที่ชายผู้นี้ไม่ได้ลงชื่อสมัครเข้าร่วมการคัดเลือกของสำนัก ก็เพราะมีเตราประทับของศิษย์สายตรงในมือ!

อีกทั้งยังเป็นศิษย์สายตรงของอาจารย์เหมย!

ศิษย์ในสำนักสวรรค์ไร้ขอบเขตแบ่งออกเป็นสามระดับ ได้แก่ สามัญ ประทับนาม และสายตรง

ศิษย์ในระดับต่าง ๆ มีสถานะต่างกันลิบลับ สิทธิ์ในครอบครองก็แตกต่างกันตามไปด้วย

หยางฉีเป็นเพียงศิษย์ประทับนาม และอาจารย์ของเขาก็มีสถานะต่ำกว่าอาจารย์เหมยมาก

ในใจของเขารู้สึกเสียใจยิ่งนักที่คิดจะแย่งชิงคู่บำเพ็ญของศิษย์สายตรง

อีกทั้งเขายังพูดจาเหิมเกริมว่าจะให้ศิษย์สายตรงคุกเข่าขอโทษตนเอง

เขาแทบจะสงสัยว่าตนเองเสียสติไปแล้ว

“ข้า... ข้าตาบอด ไม่รู้จักศิษย์พี่ โปรดอภัยให้ข้าด้วย”

ผู้คนตกตะลึงกับคำพูดที่หลุดออกมาของหยางฉี!

พวกเขายังไม่ได้เข้าสำนักสวรรค์ไร้ขอบเขต จึงไม่เข้าใจเรื่องตราประทับศิษย์สายตรง และไม่ค่อยได้ยินชื่ออาจารย์เหมย เมื่อได้ยินหยางฉียอมขอโทษโดยสมัครใจ ไหนเลยจะไม่ประหลาดใจ

ยิ่งไปกว่านั้นหยางฉียังเรียกอีกฝ่ายว่าศิษย์พี่

ดูจากวัยและพลังบำเพ็ญของชายหนุ่มผู้นี้ ไม่มีทางที่เขาจะเป็นศิษย์พี่ของหยางฉีได้

หยางฉีเจียมเนื้อเจียมตนขึ้นมาทันที!

“นี่คือท่าทีขอโทษหรอกหรือ” เซียวเฉินกล่าว ชวนให้ผู้คนสั่นสะท้านอีกครั้ง ขณะย้อนนึกคำพูดของหยางฉีก่อนหน้านี้

เขาให้เซียวเฉินคุกเข่าขอโทษตนเอง

หัวใจของหยางฉีสับสนยิ่งนัก เขาทำให้ศิษย์สายตรงอับอายจริง ๆ จะคุกเข่าก้มหัวก็สมควรแล้ว

ทว่าที่นี่คือด้านนอกสำนัก มีผู้คนนับไม่ถ้วนเฝ้าดูอยู่

และเซียวเฉินก็เป็นศิษย์สายตรงที่เขาไม่รู้จัก

ให้เขาคุกเข่านั้นยากจะยอมรับได้

“มันไม่มากเกินไปหรือ” หยางฉีหน้าเสีย

“ทำไมเจ้าไม่รู้สึกว่าตอนให้ข้าคุกเข่าขอโทษมันมากเกินไปบ้างเล่า การกระทำของเจ้าเมื่อครู่หมายความว่าอย่างไร คิดว่าข้าดูไม่ออกหรือ”

เซียวเฉินเอ่ยเสียงแข็ง หากไม่ใช่เพราะเคารพกฎของสำนักที่ห้ามฆ่าศิษย์ร่วมสำนัก หยางฉีคงตายไปนานแล้ว

กล้าแย่งชิงผู้หญิงต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ เขาไม่ยอมให้อภัยโดยเด็ดขาด

“ช่างเถิด ข้ารับผิดเอง”

หยางฉีราวกับต่อสู้กับความคิดในใจอยู่นาน ในที่สุดก็ตัดสินใจคุกเข่าลงบนพื้นเสียงดัง ‘ตึง’

สายตาของผู้คนนับไม่ถ้วนต่างจับจ้องไปที่หยางฉีในเสี้ยววินาทีนี้

ในฐานะศิษย์ที่รับผิดชอบการลงชื่อสมัคร เขากลับคุกเข่าลงบนพื้น

“เช่นนี้พอใจหรือยัง” หยางฉีอับอายสุดขีด เขาเกลียดเซียวเฉินแต่ไม่กล้าแสดงออก

เซียวเฉินไม่แม้จะมองเขาอีก จับมือไป๋เนี่ยนปิงเดินไปที่ซุ้มประตูราวกับประกาศความเป็นเจ้าของ

“เจ้าเก็บรวบรวมเศษกระดาษเองแล้วกัน พรุ่งนี้เนี่ยนปิงจะเข้าร่วมการคัดเลือกตามปกติ หากกล้าขัดขวางอีก ข้าจะฆ่าเจ้า”

เสียงของเซียวเฉินก้องกลางลานเงียบสงบ หยางฉีลนลานเก็บเศษกระดาษบนพื้น ต้องการต่อกระดาษที่บันทึกข้อมูลของไป๋เนี่ยนปิง

“ข้าจำได้แล้ว เขาคือนักฆ่าระเบิดหัวที่สังหารคนเมืองกาลครามในโรงเตี๊ยมทักษิณไพศาล”

“เป็นเขานี่เอง เขาเป็นศิษย์ของสำนักสวรรค์ไร้ขอบเขตตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ดูท่าแล้วคงมีสถานะไม่ต่ำในสำนัก ดูเหมือนว่าเราไม่ควรคิดจะแย่งชิงหญิงสาวข้างกายเขาแล้ว”

เมื่อหยางฉีเก็บเศษกระดาษชิ้นสุดท้ายได้ ร่างในชุดคลุมสีเขียวมรกตก็เดินมาหาก่อนก้มมองเขา

หยางฉีเงยหน้าขึ้น สีหน้าสั่นสะท้าน “คุณชายจัว”

“ความอับอายที่เขามอบให้เจ้า เจ้าต้องการให้ข้าชดใช้ให้เจ้าเป็นสองเท่าหรือไม่” ผู้มาเยือนคือจัวชิง บุคคลที่ยามปกติหยางฉีไม่กล้าแม้แต่จะประจบประแจง

“ต้องการ” หยางฉีแทบจะกัดฟัน

“ต้องการก็ทำตามคำสั่งของข้า” คำพูดของจัวชิงจุดประกายความหวังของหยางฉี

“ฟังคำสั่งของคุณชายจัวทุกประการ” หยางฉีรู้ดีว่าเขาไม่สามารถสู้กับศิษย์สายตรงของอาจารย์เหมยได้ด้วยตัวเอง แต่หากมีจัวชิงผู้เป็นศิษย์สายตรงเช่นเดียวกันคอยหนุนหลัง สถานการณ์ก็จะแตกต่างไป

“เจ้าตามข้ามา เรื่องของเจ้าที่นี่ข้าจะจัดการให้คนอื่นทำแทน”

จัวชิงกล่าว หยางฉีรีบพยักหน้ารับ เขาไม่ต้องการอยู่ที่ลานแห่งนี้อีกต่อไปแล้ว ที่นี่ทำให้เขาอัปยศอดสูไม่น้อย

เรื่องราวของหยางฉีและเจ้าเมืองน้อยแห่งเมืองกาลครามแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว ศิษย์ที่รับผิดชอบการลงชื่อสมัครในลานถ่อมตัวลงมาก กลัวว่าจะเจอ “นักฆ่าระเบิดหัว” แสนโหดเหี้ยมอีก

ในขณะเดียวกัน ชื่อของเซียวเฉินก็เริ่มเป็นที่รู้จักของผู้คนมากขึ้น

เมื่อก้าวเข้ามาในสำนักสวรรค์ไร้ขอบเขต หอคอยและเรือนต่าง ๆ ตั้งตระหง่านเป็นระเบียบ

เซียวเฉินเดินตามคำแนะนำของจูชิงฮวนในสำนักอยู่นานกว่าจะหาที่อยู่ของอาจารย์เหมยพบ

ศิษย์ส่วนใหญ่ที่ผ่านการคัดเลือกเข้ามาในสำนักต่างอาศัยอยู่ในหมู่เรือน โดยหลายคนอาศัยอยู่ในห้องเดียวกัน

ศิษย์ประทับนามสามารถมีห้องส่วนตัวได้

ส่วนศิษย์สายตรงนั้นได้รับการปฏิบัติต่างกันโดยสิ้นเชิง พวกเขาติดตามไปอาศัยอยู่อาจารย์ของตน โดยอาศัยอยู่ในเรือนข้าง ๆ ผู้อาวุโส เพื่อให้ได้รับคำแนะนำจากผู้อาวุโสได้ทุกเมื่อ

เรือนของอาจารย์เหมยอยู่ที่สุดฟากเรือนผู้อาวุโส ทั้งเงียบสงบและสันโดษ

ก๊อก ๆๆ

เซียวเฉินเคาะประตูเบา ๆ ก่อนได้ยินเสียงจากด้านใน “เข้ามา”

เมื่อเปิดประตูก็เห็นร่างในชุดคลุมสีขาวนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกหันหลังให้เขา มือถือคัมภีร์โบราณ

เซียวเฉินกำลังจะเข้าไปคารวะ ทว่ารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เงาหลังนี้ดูอ่อนเยาว์เกินไป

ร่างในชุดคลุมสีขาวหันกลับมา เผยให้เห็นใบหน้าสง่างามและหล่อเหลา เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เจ้าคือศิษย์น้องใช่หรือไม่”

“ศิษย์พี่” เซียวเฉินโพล่งเอ่ย

“จี้หรูเปย” ชายชุดขาวกล่าว

“ข้าขอคารวะศิษย์พี่จี้” เซียวเฉินกล่าว ไป๋เนี่ยนปิงก็กล่าวตาม

จี้หรูเปยคล้ายเคยได้ยินจูชิงฮวนพูดถึงไป๋เนี่ยนปิงมาก่อนจึงไม่แปลกใจที่นางมาด้วย เขากล่าวพร้อมรอยยิ้ม “อาจารย์กำลังพักผ่อน พวกเจ้ารออีกสองสามวันค่อยไปคารวะท่าน”

“พักผ่อนหรือ สองสามวันเชียวหรือ” เซียวเฉินอึ้งเล็กน้อย

“อื้ม อาจารย์พักผ่อนค่อนข้างนาน อย่างน้อยก็สองสามวัน” จี้หรูเปยกล่าว

“แล้วอย่างมากที่สุดเล่า” เซียวเฉินรู้สึกสับสน

“หนึ่งหรือสองเดือน หรืออาจตลอดฤดูหนาว” จี้หรูเปยย้อนนึก

“การพักผ่อนของอาจารย์หมายถึงอะไรกัน” เซียวเฉินคิดว่าอาจารย์เหมยได้รับบาดเจ็บและต้องการพักฟื้น

“นอนหลับ” จี้หรูเปยกล่าวอย่างชัดเจน

“เข้าใจแล้ว” เซียวเฉินแตะศีรษะ รู้สึกราวกับติดกับดัก

นอนหลับตลอดฤดูหนาวอย่างนั้นหรือ

คนปกตินอนหลับกันเช่นนี้หรือ

“อย่าคิดมาก อาจารย์กล่าวว่าการนอนหลับก็นับเป็นการบำเพ็ญ” จี้หรูเปยเอ่ย “เพื่อระลึกถึงเคล็ดวิชาต่าง ๆ มันเป็นการขัดเกลาของขอบเขตสะพานชีวา”

“สมกับเป็นอาจารย์ สามารถพูดถึงการนอนหลับได้อย่างสง่างามเช่นนี้!” เซียวเฉินรู้สึกทึ่ง “เช่นนั้นพวกเราจะบำเพ็ญเช่นนี้ในยามปกติหรือไม่”

“อย่าหวัง! อาจารย์กล่าวว่าการบำเพ็ญของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน การบำเพ็ญโดยการนอนหลับนี้เหมาะสำหรับอาจารย์เท่านั้น ท่านเพิ่งมีความคิดเมื่อสองสามวันก่อนจึงรีบไปนอนหลับ ส่วนเจ้า วันหนึ่งนอนได้ไม่เกินสี่ชั่วโมง หากนอนเกินกว่านี้ข้าจะถลกหนังเจ้า”

จูชิงฮวนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าขณะเดินออกจากห้อง

จบบทที่ ตอนที่ 30 เจ้าคิดมากไปแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว