- หน้าแรก
- ปรมาจารย์หญิงปราบมารที่ไม่ปกติ อุบัติเหตุรักษ์โลกวิญญาณ ฉบับปรมาจารย์จำเป็น
- บทที่ 4 นี่คือคำสาปสังหาร
บทที่ 4 นี่คือคำสาปสังหาร
บทที่ 4 นี่คือคำสาปสังหาร
บทที่ 4 นี่คือคำสาปสังหาร
"ใช่สิ ฉันได้ยินว่าผู้ช่วยคนนั้นใช้เธอเป็นเครื่องมือรีดไถเงินก้อนใหญ่จากคุณเจียงไป แล้วก็พาหนีไปเลย เพิ่งจะถูกตระกูลเจียงตามตัวกลับมาได้ไม่นานนี้เอง พอกลับมาถึงบ้านก็เอาแต่สร้างเรื่องก่อความวุ่นวาย รังแกลูกทั้งสองคนของภรรยาหลวงตระกูลเจียง แถมยังได้ยินมาว่าชอบเที่ยวไล่อ่อยพวกคุณชายตระกูลใหญ่ด้วยนะ ไม่ใช่แค่ไปพัวพันกับคุณชายน้อยฟู่ที่เป็นคู่หมั้นของน้องสาวตัวเองเท่านั้น แต่ครั้งก่อนยังถึงขนาดย่องเข้าห้องคุณชายใหญ่ตระกูลเฉินแห่งหรู่หนานตอนกลางดึกอีก"
"เหอะๆ ลูกสาวของนางจิ้งจอก ก็ดีแต่ใช้วิธีสกปรกแบบนี้แหละ"
"ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ติดคุกอยู่ที่เขมรไม่ใช่เหรอ? ถูกปล่อยตัวออกมาแล้วเหรอ?"
"เธอทำความผิดอะไร ถึงขนาดต้องติดคุกด้วย?"
"ได้ยินมาว่าเป็นข้อหาลักทรัพย์ มูลค่าของกลางก็ค่อนข้างสูง ฉันเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน"
มุมปากของว่านซุ่ยกระตุกสองสามครั้ง นี่ถ้าไม่ใช่กองทัพไซเบอร์ที่จ้างมา ผีก็ไม่เชื่อแล้ว โดยเฉพาะคนที่รู้ว่าเธอติดคุกอยู่ที่เขมร จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับตระกูลเจียงอย่างแน่นอน
แล้วเรื่องลูกนอกสมรสนี่อีก ตระกูลเจียงแนะนำตัวเธอให้คนนอกรู้จักแบบนี้เลยเหรอ?
หลังจากกองทัพไซเบอร์กลุ่มนี้บุกเข้ามา ประเด็นในห้องไลฟ์สดก็ถูกลากออกนอกเรื่องไปทันที
"อ๋อ เข้าใจแล้ว! เรื่องคำสาปอะไรนี่ต้องเป็นฝีมือของเธอจัดฉากขึ้นมาเองแน่ๆ ก็แค่อยากจะดัง! คนสมัยนี้อยากดังจนตัวสั่น ทำได้ทุกอย่างจริงๆ"
"ไม่แน่ว่าหัวหน้าอันธพาลที่บอกว่าคอหักตายนั่นก็อาจจะเป็นนักแสดงที่เธอจ้างมา ตอนนี้อาจจะยังมีชีวิตสุขสบายดีอยู่ที่ไหนสักแห่งก็ได้"
"สาปแช่งให้คนอื่นตาย ช่างโหดเหี้ยมจริงๆ"
ว่านซุ่ยขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า "ชาวเน็ตทุกท่านคะ ฉันขอย้ำอีกครั้งว่าฉันไม่รู้เรื่องการฆ่าด้วยคำสาปอะไรทั้งนั้น นี่เป็นเรื่องบังเอิญ..."
ยังไม่ทันจะพูดจบ เสียง 'ปัง' ก็ดังขึ้น ประตูถูกถีบเปิดออก เธอหันกลับไปมอง แต่ยังไม่ทันเห็นชัดว่าเป็นใคร โทรศัพท์มือถือก็ถูกฉวยไปแล้ว
หน้าจอไลฟ์สดมืดลง แต่การถ่ายทอดยังไม่หยุด
ชาวเน็ตต่างพากันแตกตื่น
"เกิดอะไรขึ้น?"
"คนกลุ่มเมื่อกี้เป็นใคร? ดูเหมือนพวกเขาจะใส่เครื่องแบบ? หรือว่าจะเป็นตำรวจของประเทศเขมร?"
"ฉันเข้าใจแล้ว สตรีมเมอร์คนนี้ต้องถูกตำรวจเขมรจับเพราะถ่ายวิดีโอปลอมแน่ๆ"
"ไม่แน่ว่าเธออาจจะฆ่าชายชาวเขมรคนนั้นเพื่อให้วิดีโอของตัวเองกลายเป็นเรื่องจริงก็ได้ ไม่อย่างนั้นแค่ถ่ายวิดีโอปลอมจะถึงกับต้องให้ตำรวจลงมือเลยเหรอ?"
"ฮ่าๆ เพิ่งจะออกจากคุกมา ก็ต้องกลับเข้าไปอีกแล้ว"
"ช่างใจอสรพิษจริงๆ รีบตัดสินประหารชีวิตเธอซะ อย่าปล่อยให้เธอกลับประเทศได้เด็ดขาด"
ว่านซุ่ยมองชายกลุ่มหนึ่งในเครื่องแบบของเขมรที่อยู่ตรงหน้า ในหัวพลันว่างเปล่า
"ฉันไม่ได้ใช้คำสาปสังหารคนคนนั้นจริงๆ นะคะ โลกนี้จะมีคำสาปสังหารที่ไหนกัน เราต้องเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์สิคะ..." เธอรีบอธิบาย
"ถ้าอย่างนั้นเธอก็มีแต่ทางตายเท่านั้น" ชายชาวเขมรร่างสูงใหญ่ตรงหน้ามองเธออย่างเย็นชา แล้วพูดด้วยภาษาจีนสำเนียงแปร่งๆ
"เอ๊ะ?" ว่านซุ่ยทำหน้างุนงง
ชายชาวเขมรคนนั้นกล่าวว่า "ฉันจะให้โอกาสเธอ พิสูจน์ว่าเธอเป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์"
"ฉันไม่มีนี่คะ!" ว่านซุ่ยตอบโดยไม่ทันคิด
เจตนาฆ่าฟันอันเยียบเย็นแผ่ซ่านออกมาจากแววตาของชายชาวเขมร "ถ้าเธอไม่มี ก็ตายซะ"
ว่านซุ่ยตกใจและสงสัย "นี่มันเหตุผลอะไรกันคะ?"
ชายชาวเขมรชักปืนพกออกมา จ่อที่หน้าผากของเธอ "นี่แหละเหตุผลของฉัน"
ในหัวของว่านซุ่ยขาวโพลนไปหมด
เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่าชีวิตนี้จะมีวันถูกปืนจ่อหัว
เดี๋ยวก่อน!
ฉันยังพอมีทางรอด!
"พิสูจน์ให้ฉันเห็นเดี๋ยวนี้" น้ำเสียงของชายชาวเขมรเฉียบขาดและเย็นชา
เหงื่อเม็ดโตผุดขึ้นเต็มหน้าผากของว่านซุ่ย หรือว่า... เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง จะลองพูดอะไรกำกวมหลอกเขาไปก่อนดี?
พวกหมอดูก็ใช้วิธีนี้หากินกันทั้งนั้นไม่ใช่เหรอ?
แกร๊ก
อีกฝ่ายขึ้นนกปืนแล้ว
สมองของว่านซุ่ยพลันสว่างวาบ เธอโพล่งออกไปว่า "คุณมีน้องสาวคนหนึ่ง!"
ทว่าพอพูดออกไปเธอก็เสียใจทันที
นี่มันไม่ใช่คำพูดที่กำกวมเลยสักนิด แต่เป็นการฟันธงที่ชัดเจนเกินไปแล้วไม่ใช่หรือ!
จบเห่แล้ว... คราวนี้เธอตายแน่
เป็นไปตามคาด ชายชาวเขมรอีกคนที่อยู่ข้างๆ เยาะเย้ยอย่างเย็นชา "ผู้กองไม่มีน้องสาวสักหน่อย เธอมันเป็นพวกต้มตุ๋นจริงๆ"
ผู้กอง?
เธอพิจารณาเครื่องแบบของพวกเขาอย่างละเอียด ไม่เหมือนตำรวจ แต่กลับเหมือนทหารมากกว่า
เรื่องแค่นี้ถึงกับต้องให้กองทัพเขมรเคลื่อนไหวเลยเหรอ?
เหล่าทหารที่รายล้อมต่างก็มองเธอด้วยสายตาราวกับมองคนตาย รอเพียงให้ผู้กองของพวกเขาสังหารนังนักต้มตุ๋นคนนี้ แล้วจัดการเก็บศพให้เรียบร้อย
หลังจากนี้ ว่านซุ่ยก็จะเป็นเพียงชาวต่างชาติอีกหนึ่งคนที่หายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยในประเทศเขมร... ไม่มีใครใส่ใจ และไม่มีใครตามหา
"พูดต่อ"
เสียงของผู้กองดังขึ้น เหล่าทหารต่างพากันตกตะลึง ว่านซุ่ยเองก็ตกตะลึงเช่นกัน
เธอมองหน้าผู้กองอย่างไม่อยากจะเชื่อ หรือว่า... เธอจะพูดถูก? แค่เดาสุ่มก็ยังถูกได้เหรอ? โชคของเธอดีขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
"ไม่ได้ยินหรือไง?" ผู้กองกล่าวอย่างเย็นชา "พูดต่อ"
ว่านซุ่ยทำได้เพียงกัดฟันพูดต่อไป "น้องสาวของคุณ... ร่างกายไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก พักฟื้นอยู่ที่ชนบท แต่ไม่ว่าจะหาหมอมากี่คน ก็รักษาอาการปวดหัวของเธอไม่หาย"
ทั้งหมดนี้เป็นการแต่งเรื่องขึ้นมาล้วนๆ ว่านซุ่ยเหงื่อท่วมตัว รู้สึกว่าวินาทีถัดไปหัวของตัวเองจะต้องแหลกละเอียดเหมือนแตงโมถูกทุบ
"พูดต่อ" ผู้กองยังคงกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ถูกอีกแล้วเหรอ?
สายตาของเหล่าทหารที่มองเธอเริ่มเปลี่ยนไป จากความดูแคลนกลายเป็นความประหลาดใจ
ว่านซุ่ยเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี จะมีเรื่องบังเอิญขนาดนี้ในโลกด้วยหรือ?
แต่เธอก็ยังคงทำได้เพียงกัดฟันพูดต่อไป "ที่จริงแล้วน้องสาวของคุณไม่ได้ป่วย แต่เป็นเพราะตอนที่มารดาตั้งครรภ์เธอ ท่านได้ไปข้องเกี่ยวกับวิชานอกรีต เธอจึงถูกบาปกรรมตามรังควาน ด้วยเหตุนี้จึงต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วยมาตลอด... ขอเพียงหมั่นทำความดี สร้างสมบุญกุศลให้มากขึ้น อาการของเธอก็จะดีขึ้นเอง"
[จบตอน]