เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 8 ตระกูลไป๋ถูกกดดัน

ตอนที่ 8 ตระกูลไป๋ถูกกดดัน

ตอนที่ 8 ตระกูลไป๋ถูกกดดัน


ตอนที่ 8 ตระกูลไป๋ถูกกดดัน

ณ จวนสกุลไป๋ เรือนของไป๋ชิงเฟิง

เซียวเฉินเพิ่งเดินออกมาจากห้องไป๋ชิงเฟิงก็เห็นไป๋เนี่ยนปิงเดินสวนมา

“จัดการเรียบร้อยแล้วหรือ” เซียวเฉินถามพร้อมรอยยิ้ม

“ใช่ ถูกข้าไล่ไปแล้ว”

ทันทีที่ไป๋เนี่ยนปิงพูดจบ ใบหน้าของนางก็ปรากฏแววประหลาดใจ “เจ้ารู้ตั้งแต่แรกแล้วหรือ”

ดูจากสีหน้าของเซียวเฉินแล้ว คล้ายเขาจะมั่นใจมากว่าตนจะสามารถไล่โจวขวางโม่ไปได้

“ก่อนหน้านี้เจ้าเพิ่งก้าวข้ามขอบเขต ยังไม่น่าจะใช้พลังหมดสิ้น พลังที่เหลืออยู่คงเพียงพอจะจัดการกับโจวขวางโม่ได้ไม่ยาก” เซียวเฉินพูดพร้อมรอยยิ้มบาง

ดวงตาคู่งามของไป๋เนี่ยนปิงฉายแววฉงน “พี่เซียวช่างรอบรู้จริง ๆ ทำเอาข้าอดทึ่งไม่ได้”

“ไม่ต้องยกยอข้าหรอก นายท่านไป๋ดูเหมือนจะมีเรื่องอยากพูดกับเจ้า” เซียวเฉินไม่ได้กล่าวขอบคุณ สิ่งที่เขาทำได้ก็คือพยายามรักษาไป๋ชิงเฟิงให้หายดี

เช่นนี้ความร่วมมือของพวกเขาจะยิ่งแน่นแฟ้นและมั่นคง

“ท่านพ่อฟื้นแล้วหรือ” ไป๋เนี่ยนปิงรีบพุ่งเข้าไปในห้องเพื่อดูว่าไป๋ชิงเฟิงฟื้นตัวดีขึ้นหรือไม่

เซียวเฉินยิ้มแล้วเดินจากไป

“ซิ่นเอ๋อร์ เจ้าอยู่ที่นี่สบายดีหรือไม่” เมื่อกลับมาที่เรือ เซียวเฉินไปเยี่ยมซิ่นเอ๋อร์ก่อน

“พี่ไป๋ไม่ได้โกหกข้าจริง ๆ ที่นี่มีของอร่อยมากมาย ข้ากินแทบไม่ทันเลย” ซิ่นเอ๋อร์พูดจากใจจริง

“ซิ่นเอ๋อร์มีความสุขก็ดีแล้ว” เซียวเฉินลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ เขาหวังจะทำให้น้องสาวไร้ซึ่งความกังวลและความทุกข์ใด ๆ ไปตลอดชีวิต

“พี่ไป๋ดูใจดีกว่าพี่หลิงเสวี่ยมากเลย นางจะอยู่กับเราได้ตลอดไปไหม” ซิ่นเอ๋อร์ถาม

“เจ้ายังเรียกนางว่าพี่อีกหรือ” เซียวเฉินหมายถึงโจวหลิงเสวี่ย แน่นอน เขาจดจำทุกสิ่งที่หญิงชั่วช้าผู้นี้ทำได้ขึ้นใจ

“ชั่วครู่หนึ่งจึงเปลี่ยนคำพูดไม่ทัน” ซิ่นเอ๋อร์ก้มหัวลงราวกับทำผิด ทำให้เซียวเฉินรู้สึกเจ็บปวด

“ไม่โทษเจ้าหรอก ผิดที่นางโหดร้ายเกินไป อยากได้ชีวิตข้า แล้วยังจะทำลายชีวิตเจ้าอีก” เขานึกถึงตอนที่ซิ่นเอ๋อร์ถูกส่งไปหาจอมมารฉู่ ความเกลียดชังในใจก็ยิ่งทบทวี เขาต้องพยายามเพิ่มพูนพลังบำเพ็ญของตนพื่อต่อกรกับโจวหลิงเสวี่ยและตระกูลโจวทั้งหมด

การประลองครั้งใหญ่ของเมืองวายุไกลกำลังจะมาเยือน เขาจะทำให้โจวหลิงเสวี่ยและบิดาของนางประหลาดใจ

ส่วนที่ซิ่นเอ๋อร์พูดถึงไป๋เนี่ยนปิงนั้น เซียวเฉินไม่รู้จะตอบอย่างไร จึงแสร้งทำเป็นไม่สนใจ

หลังอาหารเย็น เซียวเฉินเช็ดปากพลางมองซิ่นเอ๋อร์ที่กำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย เขาเผยรอยยิ้มออกมา ขณะนั้นประตูห้องของเขาก็ถูกผลักเปิดอย่างรุนแรง คนผู้หนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยโทสะ

“ไป๋เนี่ยนซง เจ้าหมายความว่าอย่างไร” เซียวเฉินเห็นซิ่นเอ๋อร์ตกใจมากจึงแสดงสีหน้าไม่สบอารมณ์ในทันที

“ตามข้าไปพบเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลไป๋” สีหน้าของไป๋เนี่ยนซงเกรี้ยวกราดราวกับเซียวเฉินไปทำเรื่องที่น่าโกรธแค้นเสียเต็มประดา

“เรื่องใดกัน” เซียวเฉินถาม

“น้องสาวของข้าถูกเหล่าผู้อาวุโสทั้งตระกูลไป๋ตำหนิเพราะเจ้า มีคนเสนอให้ขับไล่นางออกจากตระกูลไป๋ด้วยซ้ำ” อีกฝ่ายตะโกน

“ร้ายแรงขนาดนั้นเชียวหรือ” เซียวเฉินนึกถึงเรื่องราวในตอนกลางวัน “เพราะโจวขวางโม่หรือ”

ตอนไป๋เนี่ยนปิงเล่าเรื่องนี้ให้เขาฟัง นางดูนิ่งเฉย ทว่าในดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความกังวล

“นางเอาชนะเขาได้ เขาจึงไม่ยอมแพ้ ประกาศสงครามกับตระกูลไป๋ในฐานะตัวแทนตระกูลโจว เรื่องนี้น้องสาข้าไม่ได้ปรึกษาเหล่าผู้อาวุโส ท่านพ่อก็นอนป่วยอยู่บนเตียง เหล่าผู้อาวุโสจึงต้องการขับไล่นางและเจ้าออกจากตระกูลไป๋ เพื่อแลกกับการให้อภัยจากตระกูลโจว” ไป๋เนี่ยนซงคว้าคอเสื้อของเซียวเฉินไว้แน่นราวกับอยากจะบดขยี้เขาให้แหลกละเอียด

เซียวเฉินไม่ได้ขัดขืน เขาเองก็มีน้องสาว จึงเข้าใจความรู้สึกของไป๋เนี่ยนซง

“ข้าไม่คิดว่าเรื่องนี้จะทำให้นางตกที่นั่งลำบากเพียงนี้” เซียวเฉินถอนหายใจ “ข้าจะไปกับเจ้า”

“พี่ชาย” ซิ่นเอ๋อร์ได้ยินชัดเจน นางกลัวพี่ชายจะเป็นอันตรายหากไปพบเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลไป๋

“พี่ไม่เป็นไร” เซียวเฉินยิ้มอย่างสบาย ๆ ไป๋เนี่ยนซงที่อยู่ข้าง ๆ กลับยิ้มเยาะ คิดว่าจะสามารถเอาตัวรอดจากเหล่าผู้อาวุโสของตระกูลไป๋ได้หรือ

เหล่าผู้อาวุโสในขอบเขตทะเลทุกข์ขั้นแปดทั้งหลายเหล่านี้ต่างอยากจะกินเซียวเฉินทั้งเป็นเพื่อระงับความโกรธของตระกูลโจว...

ไม่นานนัก เซียวเฉินก็เดินตามไป๋เนี่ยนซงไปยังศาลบรรพชนของตระกูลไป๋

ไป๋เนี่ยนปิงคุกเข่าอยู่หน้าแท่นบูชาบรรพบุรุษของตระกูลไป๋ ข้าง ๆ นางมีชายชราหน้าตาเคร่งขรึมยืนอยู่หลายคน ล้วนแล้วแต่เป็นผู้อาวุโสของตระกูลไป๋

“ใครให้เจ้ามีอำนาจประกาศสงครามกับตระกูลโจวโดยพลการ ต่อให้ท่านพ่อของเจ้าฟื้นจากล้มป่วยก็ยังไม่มีสิทธิ์เช่นนั้น” ผู้อาวุโสของตระกูลไป๋คนหนึ่งกล่าวด้วยความโมโห

“ผู้อาวุโสใหญ่ ท่านพูดแบบนี้ไม่ได้ ท่านพ่อของข้าในฐานะผู้นำตระกูลจะมีไม่มีสิทธิ์ได้อย่างไร เขาให้เนี่ยนปิงดูแลตระกูลแทน ตระกูลโจวต้องการเปิดศึก แล้วตระกูลไป๋ของเราจะต้องร้องขอความเมตตาหรือ” ไป๋เนี่ยนซงเห็นน้องสาวของตนถูกกลั่นแกล้ง จึงรีบเข้าไปประคองและโต้เถียงแทนนาง

“เจ้าไม่มีสิทธิ์พูด” ผู้อาวุโสใหญ่สะบัดแขนเสื้อ พลังรากฐานเชี่ยวกรากกระแทกไป๋เนี่ยนซงกระเด็นไกล

“แม้ไป๋เนี่ยนซงผู้นี้จะหุนหันพลันแล่นและโง่เขลา แต่ความห่วงใยต่อน้องสาวก็ไม่ต่างจากข้า” เซียวเฉินยืนอยู่หน้าประตูโถง เห็นฉากนี้แล้วอดซาบซึ้งใจไม่ได้

“ต้องปล่อยให้โจวขวางโม่พาคนจากตระกูลไป๋ของเราไปอย่างนั้นหรือ ข้าทำไม่ได้” เห็นได้ชัดว่าไป๋เนี่ยนปิงไม่ยอมแพ้

“สารเลว พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่านำหายนะมาสู่ตระกูลไป๋ของเราอย่างไร ตระกูลหวังในเมืองหลวงมีผู้แข็งแกร่งที่อยู่เหนือกว่าขอบเขตทะเลทุกข์ พวกเจ้าร่วมมือกับเซียวเฉินโดยพลการ ต่อต้านตระกูลโจว มันรังแต่จะนำหายนะมาให้ตระกูลไป๋” ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลไป๋หน้าซีดเผือด มองทั้งสองด้วยความโกรธ

แม้แต่ในช่วงรุ่งเรืองที่สุดของไป๋ชิงเฟิง พวกเขาก็ยังสู้ตระกูลหวังไม่ได้แม้เศษขน ยิ่งไปกว่านั้นยามนี้ไป๋ชิงเฟิงป่วยอยู่บนเตียง การมีเรื่องบาดหมางกับตระกูลโจวในเวลานี้ย่อมไม่ฉลาด

“หากไม่มีข้า ตระกูลโจวจะไม่แตะต้องตระกูลไป๋ตลอดไปหรือ” ทันใดนั้นก็มีเสียงดังขึ้นราวกับเป็นการตอบคำพูดของผู้อาวุโสใหญ่

“เซียวเฉิน” เหล่าผู้อาวุโสของตระกูลไป๋เพิ่งสังเกตเห็นว่าเซียวเฉินยืนอยู่ด้วย!

“เจ้ายังกล้าโผล่หัวมาอีก” สายตาเย็นชาของผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลไป๋มองไปที่เซียวเฉิน พลังน่าหวั่นเกรงแผ่ปกคลุมเขาไว้

คนไร้ค่าผู้นี้ทำให้ตระกูลไป๋ประสบหายนะใหญ่หลวง

“เจ้าพาเขามาทำไม” ไป๋เนี่ยนปิงตำหนิไป๋เนี่ยนซงเบา ๆ ทำให้ใบหน้าของเขาเผยท่าทีน้อยใจ

“ข้าคิดว่าทุกคนในตระกูลไป๋ฉลาดเสียอีก แต่ไม่คิดว่าจะมีเพียงไป๋เนี่ยนปิงคนเดียวที่ฉลาด ส่วนคนอื่นนั้นล้วนโง่เขลา” เซียวเฉินเดินไปข้างหน้าผู้อาวุโสใหญ่ด้วยสีหน้าสงบ

“อวดดีนัก ไม่ดูตาม้าตาเรือว่าที่นี่ที่ไหน”

“เจ้ากล้ามาอาละวาดที่ศาลบรรพชนตระกูลไป๋เชียวหรือ!”

“กล้าดูหมิ่นเหล่าผู้อาวุโสในศาลบรรพชนตระกูลไป๋ รนหาที่ตายหรืออย่างไร!”

มีคนหลายคนข้างหลังผู้อาวุโสใหญ่พูดขึ้น ตำหนิเซียวเฉิน ทั้งหมดเป็นคนสนิทของผู้อาวุโสใหญ่

“หากไม่ใช่คนโง่ พวกเจ้ากล้าตอบคำถามของข้าเมื่อครู่หรือไม่ ตระกูลโจวมีตระกูลหวังในเมืองหลวงหนุนหลัง และยังมีโจวหลิงเสวี่ยผู้มีกายเต๋า ในอนาคตตระกูลไป๋จะมีที่ยืนในเมืองวายุไกลหรือ”

เซียวเฉินเดินไปหาผู้อาวุโสใหญ่แล้วมองเข้าไปในดวงตาของเขา

“อย่างน้อยก็ยังมีโอกาสในระยะเวลาอันสั้น ตระกูลไป๋ยังมีทางรอด” ผู้อาวุโสใหญ่ถูกสายตาของเซียวเฉินจ้องมองจนหวาดหวั่น ชายไร้ค่าผู้นี้ดูเหมือนจะไม่เกรงกลัวผู้อาวุโสใหญ่อย่างเขาแต่อย่างใด

“ท่านคิดผิดแล้ว ผู้อาวุโสใหญ่ ตระกูลโจวจะไม่รอ ตระกูลไป๋ไม่สามารถนั่งรอความตาย ปล่อยให้ตระกูลโจวกลืนกินได้”

ไป๋เนี่ยนปิงโพล่งขึ้น “การมอบเซียวเฉินให้ตระกูลโจวยิ่งทำให้ตระกูลโจวคิดว่าตระกูลไป๋ของเราอ่อนแอ และยืนยันข่าวลือที่ว่าท่านพ่อข้าป่วยหนัก”

เหล่าผู้อาวุโสต่างเงียบงัน พวกเขารู้ว่าสิ่งที่นางพูดเป็นความจริง

ถึงกระนั้นใครเล่ากล้าเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากตระกูลโจวและตระกูลหวังในเมืองหลวง

“อย่างน้อยการมอบเซียวเฉินให้ตระกูลโจวก็ทำให้ตระกูลโจวหมดเหตุจะลงมือกับตระกูลไป๋ของเรา” ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลไป๋ยังคงไม่เปลี่ยนท่าที

“เหล่าผู้อาวุโสคิดเช่นนั้นหรือ” เซียวเฉินถาม

ทุกคนต่างเงียบงัน ตระกูลไป๋อ่อนแอและอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย ไม่ว่าจะเลือกอย่างไรก็ล้วนผิด!

“ฆ่าเจ้าได้ ทุกอย่างก็จบสิ้น”

พลังรากฐานน่าสะพรึงรวมตัวกันอยู่ในฝ่ามือของผู้อาวุโสใหญ่ ในจังหวะที่พลังนั้นจะพุ่งออกไป เซียวเฉินก็เอ่ยเสียงเย็นชาออกมาจากปากของเขา

“หากข้าสามารถทำให้ท่านผู้อาวุโสทั้งหลายก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะเลทุกข์ขั้นเก้าได้เล่า”

“อะไรนะ”

ผู้อาวุโสใหญ่ชะงักมือหยุดนิ่งกลางอากาศ เหล่าผู้อาวุโสที่เหลือก็ยิ่งตื่นเต้นจนดวงตาเป็นประกาย

จบบทที่ ตอนที่ 8 ตระกูลไป๋ถูกกดดัน

คัดลอกลิงก์แล้ว