- หน้าแรก
- ผมก็แค่นักเวท ทำไมทุกคนเรียกผมว่าเทพแห่งเวทมนตร์
- บทที่ 26 นี่มันวิทยาศาสตร์ตรงไหน?
บทที่ 26 นี่มันวิทยาศาสตร์ตรงไหน?
บทที่ 26 นี่มันวิทยาศาสตร์ตรงไหน?
บทที่ 26 นี่มันวิทยาศาสตร์ตรงไหน?
ก่อนที่หลินเย่จะเริ่มดื่ม ทุกคนต่างคิดว่าเขาก็แค่เด็กมหาลัยหน้าละอ่อนที่คงดื่มไม่เป็น
เพราะรูปลักษณ์ที่ดูบอบบางและหล่อเหลาของเขามันหลอกตาเกินไป
ตอนที่เขาดื่มไปสี่แก้ว ทุกคนก็แค่ประหลาดใจนิดหน่อย
แต่พอเขาดื่มไปแปดแก้ว ผู้คนก็เริ่มตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ถึงกระนั้น แม้ในตอนนี้ พวกเขาก็ยังไม่เชื่อว่าหลินเย่จะดื่มเหล้าทั้งหมดบนโต๊ะตรงหน้าได้หมด
คนที่จะทำแบบนั้นได้ ต้องเป็นพวกขี้เมามืออาชีพที่สิงตามร้านเหล้ามาหลายปี
และต่อให้เป็นขี้เมามือโปร หลังจากซัดเหล้าหมดโต๊ะนั้น จุดจบก็คงหนีไม่พ้นเมาหัวทิ่มต้องหามส่งโรงพยาบาลไปล้างท้อง
ทว่าในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ หลินเย่ก็หยิบแก้วเหล้าขึ้นมาแล้วกระดกทีเดียวหมดเกลี้ยงโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
ดูจากท่าทางแล้ว ใครมาเห็นคงนึกว่าเขาดื่มน้ำเปล่า
หลังจากหมดแก้วแรก เขาคว่ำแก้วลงข้างตัว แล้วจ้องมองไปที่ 'หวงอิง' ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
จากนั้นเขาก็หยิบแก้วที่สอง แก้วที่สาม แก้วที่สี่ แก้วที่ห้า...
ในชั่วอึดใจ เขาซัดเหล้าทั้ง 8 แก้วในแถวแรกจนเกลี้ยง แล้วยืนตัวตรง หน้าไม่แดง ลมหายใจไม่ติดขัด หยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋าเสื้อสูทขึ้นมาเช็ดมุมปากอย่างสง่างาม
เช็ดเสร็จ ก็พับเก็บใส่กระเป๋าเสื้อตามเดิม
วินาทีถัดมา มือของเขาก็เอื้อมไปคว้าขวดเหล้าทั้งขวดที่ตั้งอยู่ท้ายแถวแรก
ในเวลานี้ ทั้งบาร์เงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องไปที่หลินเย่เป็นจุดเดียว
ถ้าก่อนหน้านี้พวกเขายังสงสัยว่าหลินเย่จะยืนระยะได้จนจบไหม แต่พอเห็นเขาซัดรวดเดียวแปดแก้ว ความมั่นใจเหล่านั้นก็เริ่มสั่นคลอน
แม้แต่ 'หูเตี๋ย' ก็เลิกพยายามห้ามปรามเขาแล้ว
ทันใดนั้น หลินเย่ที่เพิ่งหยิบขวดเหล้าขึ้นมาก็เอ่ยปากขึ้น
"กระดกจากขวดมันดูไม่ค่อยผู้ดีเท่าไหร่ แถมยังเสียเวลาด้วย เอาแบบนี้ดีกว่า เปลี่ยนมาใช้เจ้านี่แทน"
พูดจบ หลินเย่วางขวดในมือลง แล้วเดินตรงไปที่บาร์
เมื่อไปถึง สายตาของเขากวาดมองไปทั่วเคาน์เตอร์ ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่แก้วบรั่นดีขนาดมหึมา
แก้วบรั่นดีใบนี้ใหญ่ราวกับตู้ปลาที่มีฐานรอง กะด้วยสายตาแล้วความจุไม่น่าจะต่ำกว่า 5 ลิตร
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัยว่าหลินเย่จะทำอะไร เขาก็หยิบแก้วบรั่นดีใบยักษ์ที่วางโชว์ไว้ตกแต่งร้านขึ้นมา
เมื่อเห็นภาพนั้น ทุกคนก็เริ่มเดาอะไรบางอย่างได้ลางๆ
และการกระทำต่อมาของหลินเย่ก็ยืนยันข้อสันนิษฐานของพวกเขา
เขาเริ่มจากวางแก้วยักษ์ลงบนโต๊ะ จากนั้นก็หยิบขวดเหล้าขึ้นมาสองขวดพร้อมกัน เปิดฝา แล้วเทโครมลงไปในแก้วดังอึกๆ
เทเสร็จ เขาก็เทขวดที่สามตามลงไป
สุดท้าย เขาไม่ลืมที่จะเทเหล้าที่เหลือทั้งหมดบนโต๊ะใส่ลงไปจนหมด
แก้วขนาด 5 ลิตรถูกเติมจนเกินครึ่ง หมายความว่าปริมาณเหล้าข้างในไม่น้อยกว่า 2.5 ลิตรแน่ๆ
ถึงจุดนี้ คนในบาร์ทนดูเฉยๆ ไม่ไหวอีกต่อไป
"หมอนั่นทำบ้าอะไรเนี่ย?!"
"อย่าบอกนะว่าจะดื่มทีเดียวหมดนั่นน่ะ?"
"พระเจ้าช่วย! บ้าไปแล้วเหรอ? นั่นมันต้อง 5-6 ชั่ง (2.5-3 กิโลกรัม) ได้มั้ง! ต่อน้ำเปล่า 5-6 ชั่ง กินเข้าไปก็อ้วกแตกเพราะจุกตายชัก"
"จุ๊ๆๆ กล้าจริงๆ ถ้ากินหมดนั่น เกรงว่าจะไม่ได้ตายเพราะเมา แต่ตายเพราะท้องแตกตายมากกว่า"
"เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปไม่ได้ คนบ้าอะไรจะกินเหล้าได้เยอะขนาดนั้น ช้างรึไง"
"ฉันพนัน 100 นึงเลย เขาไม่มีทางกินหมดแน่"
"ฉันลง 500!"
"วันนี้มาไม่เสียเที่ยวจริงๆ นอกจากจะได้ดูมายากลเจ๋งๆ แล้ว ยังได้ดูเรื่องตื่นเต้นขนาดนี้อีก"
"ดูสิ เขาจะดื่มแล้ว"
...
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่าไทยมุง หลินเย่ยกแก้วยักษ์ขึ้นด้วยสองมือต่อหน้าธารกำนัล
ในเวลานี้ หวงอิงที่เดิมทีนั่งวางมาดนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม และหูเตี๋ยที่นั่งข้างๆ ต่างก็ลุกยืนขึ้นโดยไม่รู้ตัว
"น้องชาย อย่าฝืนเลยนะ เจ๊แค่ล้อเล่น ขืนเธอเป็นอะไรไป เจ๊รับผิดชอบไม่ไหวหรอก เอาเป็นว่าวันนี้พอแค่นี้เถอะ เงินบนโต๊ะเธอเอาไปให้หมดเลย"
หวงอิงสูญเสียความเยือกเย็นไปจนหมดสิ้น
"ใช่แล้ว ไม่เห็นต้องเอาสุขภาพมาเสี่ยงกับเรื่องพนันเลย รู้จักพอดีกว่านะ"
หูเตี๋ยเองก็รีบช่วยพูดกล่อม
ทว่า หลินเย่กลับยิ้มอย่างใจเย็น
"ไม่เป็นไรครับ อย่าลืมสิ ผมเป็นนักมายากล ผมคือคนที่สร้างปาฏิหาริย์"
"แก้วนี้ ผมขอดื่มให้กับสาวสวยทุกท่านในที่นี้ ขอให้เป็นค่ำคืนที่แสนวิเศษนะครับ"
พูดจบ หลินเย่ก็จรดริมฝีปากลงบนขอบแก้วยักษ์ทันที
แก้วเอียงขึ้นเล็กน้อย ของเหลวสีน้ำตาลเข้มไหลทะลักเข้าปากเขาอย่างต่อเนื่อง ปริมาณเหล้าในแก้วลดระดับลงด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
วินาทีนี้ ทุกคนในที่นั้นอ้าปากค้าง ดวงตาเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกอันหลากหลาย
ตกใจ, สับสน, ช็อก, เหลือเชื่อ...
พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าร่างกายที่ดูไม่ได้บึกบึนอะไรของหลินเย่ จะบรรจุเหล้าจำนวนมหาศาลขนาดนั้นเข้าไปได้ยังไง
สองนาทีต่อมา เมื่อเหล้าหยดสุดท้ายไหลลงคอหลินเย่ เขาก็ลดแก้วลงจากใบหน้าในที่สุด
เมื่อวางแก้วลง เขาไม่ลืมที่จะคว่ำแก้วโชว์ให้ผู้ชมทุกคนและหวงอิงดู
อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้ ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์ความอึ้งกิมกี่เหมือนโดนสาปให้เป็นหิน สมองของพวกเขาดูเหมือนจะหยุดทำงานไปชั่วขณะ
ในหัวของพวกเขามีแต่ภาพหลินเย่ซัดเหล้า 5-6 ชั่งรวดเดียวหมดเกลี้ยง
ช่วยไม่ได้จริงๆ เพราะความน่าตื่นตะลึงของฉากเมื่อกี้มันรุนแรงเกินไป รุนแรงยิ่งกว่าผลกระทบทางสายตาจากมายากลสองชุดก่อนหน้านี้เสียอีก
ในขณะที่ทุกคนกำลังเหม่อลอย หลินเย่ก็เอ่ยปากขึ้น
"สาวๆ ครับ ผมดื่มหมดแล้ว พอใจกับการแสดงของผมไหมครับ?"
สิ้นเสียงคำถาม ผู้คนในบาร์ก็เหมือนได้สติกลับคืนมา
เฮ...!
บาร์ที่เงียบกริบเมื่อครู่กลายเป็นตลาดสดในพริบตา เสียงสูดปากด้วยความทึ่ง เสียงอุทาน เสียงเชียร์ และเสียงปรบมือดังกระหึ่มระลอกแล้วระลอกเล่า
และในบรรดาเสียงเหล่านั้น สิ่งที่ได้ยินบ่อยที่สุดคือเสียงอุทานด้วยความตกตะลึง
"เทพเจ้า! เขาคือเทพเจ้า! นี่มันเทพเจ้าแห่งการดื่มชัดๆ!"
"คนคนเดียวจะดื่มเยอะขนาดนั้นได้ไงวะ?!"
"นี่เรียกว่า 'นิดหน่อย' เหรอ? นี่มัน 'โคตรเยอะ' ชัดๆ"
"บ้าเอ๊ย นี่มันวิทยาศาสตร์ตรงไหน? มันสมเหตุสมผลเหรอ? เหล้าที่กินเข้าไปมันหายไปไหนหมด? ทำไมหน้าตาเขาไม่มีอาการอะไรเลย?"
"ไม่วิทยาศาสตร์ ไม่สมเหตุสมผล เหมือนมายากลของเขานั่นแหละ"
"ฉันชักอยากรู้โครงสร้างร่างกายเขาแล้วสิ กระเพาะใหญ่ขนาดไหนเนี่ย?"
"ที่แท้คำว่า 'คอทองแดงพันจอกไม่เมา' ก็ไม่ได้พูดเกินจริงสินะ"
...
หวงอิงเองก็ได้สติกลับมาในตอนนี้ เธอมองแก้วเปล่าใบยักษ์ตรงหน้า สลับกับมองหลินเย่ที่สีหน้าไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย เธอพยายามจะพูดอยู่หลายครั้งแต่ก็พูดไม่ออกสักคำ
ผ่านไปครู่ใหญ่ ในที่สุดเธอก็ยกนิ้วโป้งให้หลินเย่
"ยอมแล้ว เจ๊ยอมแล้วจริงๆ น้องชาย เธอทำให้เจ๊เซอร์ไพรส์มาก"
"วันหลังถ้ามีงานเลี้ยง เจ๊ต้องหิ้วเธอไปด้วนแน่ๆ คนเดียวเก็บเรียบทั้งวง"
"เงินทั้งหมดนี้ เป็นของเธอแล้ว"
พูดจบ เธอก็กวาดเงินสดกองโตบนโต๊ะไปทางหลินเย่
และหลินเย่ก็กวาดเก็บอย่างไม่เกรงใจ
"ขอบคุณครับ!"
แต่ทว่า ในจังหวะนั้นเอง หูเตี๋ยที่อยู่ข้างๆ ก็มองหลินเย่ด้วยสายตาจับผิด
"จริงๆ แล้วนายไม่ได้ดื่มเหล้าพวกนั้นเข้าไปใช่ไหม?"
สิ้นคำถาม บาร์ก็กลับมาเงียบลงอย่างเห็นได้ชัด
ทุกสายตากลับมาจับจ้องที่หลินเย่อีกครั้ง
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของหูเตี๋ยและทุกคน หลินเย่ก็ยิ้มออกมา
"ผมบอกแล้วไง ผมเป็นนักมายากล นักมายากลทำได้ทุกอย่าง"
"แต่คุณพูดถูก ผมไม่ได้ดื่มเหล้าพวกนั้นเข้าไปจริงๆ"
พูดจบ เขาก็หยิบแก้วเปล่าใบหนึ่งขึ้นมาจากโต๊ะ แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาคลุมปากแก้วไว้
เมื่อแก้วถูกบังจนมิด เขาก็ดึงผ้าเช็ดหน้าออกเบาๆ
วินาทีถัดมา แก้วที่มีเหล้าบรรจุอยู่เต็มเปี่ยมก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคน