- หน้าแรก
- ผมก็แค่นักเวท ทำไมทุกคนเรียกผมว่าเทพแห่งเวทมนตร์
- บทที่ 15 อย่าลืมสิครับ ว่าผมเป็นนักมายากล
บทที่ 15 อย่าลืมสิครับ ว่าผมเป็นนักมายากล
บทที่ 15 อย่าลืมสิครับ ว่าผมเป็นนักมายากล
บทที่ 15 อย่าลืมสิครับ ว่าผมเป็นนักมายากล
ภายในร้านเสื้อผ้า เมื่อเสียงของชายวัยกลางคนท่าทางหื่นกระหายดังขึ้น หูเตี๋ยที่กำลังจะจ่ายเงินก็ขมวดคิ้วโดยสัญชาตญาณ
แต่ไม่นานเธอก็คลายคิ้วลงและสแกนจ่ายเงินต่อไปจนเสร็จ ก่อนจะเดินมาหาหลินเยี่ย
"ซื้อเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ"
หลินเยี่ยพยักหน้ารับทันที
"งั้นเดี๋ยวผมไปเปลี่ยนชุดเก่าคืนก่อนนะครับ"
"ไม่ต้องหรอก ทิ้งชุดเก่าไปเถอะ ใส่ชุดใหม่กลับไปเลย"
"เอ่อ... ก็ได้ครับ" หลินเยี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพักหน้า
เสื้อผ้าชุดเก่าของเขาล้วนซื้อมาจากแอปฯ สินค้าราคาถูก ราคาทั้งชุดยังแพงสู้ถุงเท้าคู่ใหม่ที่ใส่อยู่ตอนนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องเสียดายที่จะทิ้งมัน
ทว่า ในจังหวะที่หูเตี๋ยกำลังจะพาเขาเดินออกจากร้าน ชายวัยกลางคนคนเดิมก็พาคู่ควงสาวของเขามาขวางหน้าประตูร้านเอาไว้
"ผู้จัดการหู พวกเราก็ถือเป็นคนกันเองในวงการธุรกิจ เห็นหน้าผมแล้วไม่ทักทายกันหน่อยเหรอ มันดูไม่เหมาะสมเลยนะ?"
"อ้อ แล้วไอ้หนุ่มข้างๆ นี่คงจะเป็นเด็กเลี้ยงที่เธอเพิ่งรับมาดูแลสินะ? ว่าแล้วเชียว ผู้หญิงจะขาดผู้ชายได้ยังไง โดยเฉพาะผู้หญิงวัยสามสิบกว่าอย่างเธอ เป็นวัยที่กำลังต้องการผู้ชายที่สุดเลยนี่นา"
"แต่เด็กหนุ่มแบบนี้ ดูท่าจะยังอ่อนหัดไปหน่อยนะ"
ยิ่งชายคนนี้พูดมากเท่าไหร่ สีหน้าของหูเตี๋ยก็ยิ่งเดือดดาลมากขึ้นเท่านั้น
วินาทีต่อมา เธอก็จ้องมองชายตรงหน้าด้วยสายตาอาฆาต
"คุณหลี่ กรุณาพูดจาให้มันดีๆ หน่อย อย่าทำตัวเหมือนอมขี้มาพูดตลอดเวลา อยากให้ฉันแฉเรื่องสกปรกของคุณไหม?"
"ถ้าไม่อยาก ก็ไสหัวไปซะ"
คำพูดของเธอทำลายความเยือกเย็นของชายวัยกลางคนจนหมดสิ้น
"หูเตี๋ย! อย่ามาทำตัวอวดดีกับฉันนะ คราวที่แล้วให้โอกาสก็ไม่รับ ฉันอุตส่าห์ไม่เอาเรื่อง แต่เธอกลับมาขัดแข้งขัดขาฉันครั้งแล้วครั้งเล่า วันไหนที่เธอตกมาอยู่ในมือฉันเมื่อไหร่ ฉันจะทำให้เธอรู้สำนึก!"
สิ้นเสียงคำขู่ หูเตี๋ยก็กระทืบส้นสูงลงบนหลังเท้าของเขาอย่างแรง จนเขาร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด
ด้วยความเจ็บปวดและความโกรธจนขาดสติ เขาง้างมือขึ้นหมายจะตบหน้าหูเตี๋ยฉาดใหญ่
แต่ทว่า ก่อนที่ฝ่ามือจะปะทะใบหน้า มือข้างหนึ่งก็คว้าข้อมือเขาไว้ได้ทัน และเจ้าของมือนั้นก็คือหลินเยี่ย
เมื่อเห็นว่าข้อมือถูกหลินเยี่ยจับไว้ ชายคนนั้นก็สบถออกมาทันที
"ไอ้เด็กเลี้ยง ไสหัวไป! ไม่งั้นฉันจะกระทืบแกด้วย!"
ปากก็พูดไป มือก็พยายามกระชากข้อมือขวาให้หลุด แต่เขาก็พบว่าไม่ว่าจะออกแรงมากแค่ไหน ก็ไม่สามารถหลุดพ้นจากการจับกุมของหลินเยี่ยได้เลย
มือของหลินเยี่ยบีบแน่นราวกับคีมไฮดรอลิก
และยิ่งเวลาผ่านไป แรงบีบก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
ใบหน้าของชายวัยกลางคนเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ราวกับข้อมือของเขากำลังรับแรงกดดันมหาศาล
ในความเป็นจริงมันก็เป็นเช่นนั้น เพราะตอนนี้ไม่ใช่แค่มือของหลินเยี่ยที่บีบอยู่ แต่ยังมี 'หัตถ์นักมายากล' ที่มองไม่เห็นอีกสองมือช่วยบีบด้วย
หัตถ์นักมายากลทั้งสองข้างมีแรงบีบข้างละประมาณ 50 กิโลกรัม รวมกันก็ 100 กิโลกรัม เมื่อบวกกับแรงของหลินเยี่ยเอง ต่อให้เป็นจอมพลังก็ยังต้องร้อง
"ปล่อย! ปล่อยเดี๋ยวนี้นะโว้ย! มือฉันจะหักแล้ว! อ๊ากกก!"
พริบตาเดียว เหงื่อเย็นก็ผุดพรายเต็มหน้าผากของเขา
หูเตี๋ยที่ยืนอยู่ข้างๆ มองดูด้วยความตกใจ เมื่อเห็นอาการเจ็บปวดขนาดนั้น เธอพอจะจินตนาการได้ว่าเขาต้องโดนแรงบีบมหาศาลขนาดไหน
ทันใดนั้น หลินเยี่ยก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"ขอโทษซะ!"
เมื่อได้ยินคำสั่ง ชายวัยกลางคนที่ทนเจ็บไม่ไหวก็รีบละล่ำละลักออกมา
"ขอโทษ! ฉันขอโทษ! ฉันผิดไปแล้ว ปากฉันมันเน่าเอง ฉันมันเลว!"
สิ้นเสียงขอโทษ หลินเยี่ยก็ค่อยๆ คลายมือออก พร้อมกับสลายพลังหัตถ์นักมายากล
บนข้อมือของชายคนนั้น ปรากฏรอยนิ้วมือลึกทั้งห้านิ้วอย่างชัดเจน
ด้วยความหวาดกลัวหลินเยี่ย เขาหอบหายใจแฮกๆ พลางรีบดึงคู่ควงหลบทางให้หูเตี๋ยทันที
"ไปกันเถอะครับ" หลินเยี่ยหันไปพูดกับหูเตี๋ยเบาๆ
หูเตี๋ยเหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ เธอพยักหน้าและเตรียมจะเดินออกจากร้าน
แต่จังหวะนั้นเอง ชายวัยกลางคนแซ่หลี่ที่เพิ่งหลบทางให้ จู่ๆ ก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง
"หูเตี๋ย! อย่าเพิ่งได้ใจไป ตราบใดที่ของสิ่งนี้ยังอยู่ที่ฉัน ไม่ช้าก็เร็วเธอก็ต้องยอมสยบให้ฉัน"
"เธอคงไม่อยากให้คลิปวิดีโอของพวกน้องสาวเธอหลุดว่อนเน็ตหรอกใช่ไหม?"
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของหูเตี๋ยฉายแววตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
วินาทีต่อมา เธอจ้องเขม็งไปที่ชายคนนั้น
"หลี่ไห่เฉา! ไอ้สารเลว แกไม่กลัวกฎหมายบ้างหรือไง!"
"กฎหมาย? ฉันไม่ได้ทำผิดกฎหมายข้อไหนนี่หว่า ตอนนั้นพวกหล่อนเต็มใจมากับฉันเอง คลิปก็ถ่ายด้วยความสมัครใจ ฉันจะผิดตรงไหน?" ชายวัยกลางคนหัวเราะด้วยสีหน้าหื่นกาม ในมือซ้ายของเขาปรากฏฮาร์ดดิสก์อันหนึ่งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
หลินเยี่ยเห็นเหตุการณ์นั้น ด้วยความสงสัยจึงกระซิบถามหูเตี๋ย
"ในนั้นคืออะไรเหรอครับ?"
หูเตี๋ยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
"มันคือคลิปวิดีโอลับเฉพาะของพวกเด็กผู้หญิงน่ะ ตอนแรกมันหลอกพวกเธอโดยอ้างว่าจะรับสมัครนางแบบ แล้วก็หลอกให้ถ่ายรูปกับคลิปโป๊เก็บไว้"
"มันมักจะเอาของพวกนี้มาขู่เด็กพวกนั้น ฉันไม่คิดเลยว่าคนเราจะหน้าด้านได้ขนาดนี้"
"อย่างนี้นี่เอง" หลังจากฟังคำอธิบาย หลินเยี่ยก็เข้าใจเรื่องราวทันที แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา
"สรุปคือไอ้หมอนี่ นอกจากจะปากเสียแล้ว ยังเป็นขยะสังคมด้วยสินะ"
ตอนนั้นเอง หลี่ไห่เฉาที่ข่มขู่จนพอใจแล้ว ก็เก็บฮาร์ดดิสก์ใส่กระเป๋าเสื้ออย่างสบายใจ
"หูเตี๋ย ฉันชอบสายตาแบบนี้ของเธอจริงๆ เกลียดฉันแต่ทำอะไรฉันไม่ได้ ไว้เจอกันใหม่นะจ๊ะ"
พูดจบ เขาก็เตรียมจะเดินจากไปพร้อมกับคู่ควง
ทว่าจังหวะนั้น หลินเยี่ยกลับก้าวเข้ามาขวางทางเขาไว้
เมื่อเห็นหลินเยี่ยมายืนขวางหน้า หลี่ไห่เฉาก็แสดงอาการลนลานเล็กน้อย
"แกจะทำอะไร! นี่มันที่สาธารณะนะเว้ย สังคมมีกฎหมายนะ ตีคนมันผิดกฎหมายนะโว้ย"
"ไม่ต้องห่วง ผมไม่ตีคุณหรอก ผมแค่อยากจะดูหน้าคุณชัดๆ เท่านั้นเอง" หลินเยี่ยพูดพร้อมรอยยิ้มบางๆ
"โอเค เสร็จแล้ว เชิญคุณไปได้"
พูดจบ หลินเยี่ยก็เดินหลบไปด้านข้าง ทิ้งให้หลี่ไห่เฉายืนงงเป็นไก่ตาแตก
เมื่อเห็นหลินเยี่ยยอมหลบทางให้แต่โดยดี เขาก็รีบพาคู่ควงเดินจ้ำอ้าวออกจากร้านเสื้อผ้าไปทันที
หลังจากมันจากไป หลินเยี่ยก็เดินกลับมาหาหูเตี๋ยที่กำลังยืนงุนงง
ก่อนที่เธอจะเอ่ยปากถาม เขาพูดขึ้นก่อน
"แบมือสิครับ ผมจะเล่นมายากลให้ดู"
"หือ? เล่นมายากลตอนนี้เนี่ยนะ? มายากลอะไร?" หูเตี๋ยยิ่งงงหนักกว่าเดิม
"ไม่ต้องสงสัยหรอกครับ แค่แบมือมาก็พอ"
แม้จะยังไม่เข้าใจว่าหลินเยี่ยจะทำอะไร แต่เธอก็ยอมยื่นมือขวาออกมา
วินาทีต่อมา สิ่งที่ทำให้เธอต้องเบิกตากว้างก็เกิดขึ้น หลินเยี่ยล้วงเอาฮาร์ดดิสก์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้ววางมันลงบนมือของเธอ
"เป็นไงครับ มายากลชุดนี้เซอร์ไพรส์พอไหม?"
มองดูฮาร์ดดิสก์ที่คุ้นตาในมือ หูเตี๋ยชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นความดีใจสุดขีด
เธอจำได้แม่นว่านี่คือฮาร์ดดิสก์อันเดียวกับที่หลี่ไห่เฉาเพิ่งเอาออกมาขู่
"เธอไปเอามาจากตัวมันตอนไหนเนี่ย?!"
"อย่าลืมสิครับ ว่าผมเป็นนักมายากล ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ผมหยิบมาไม่ได้หรอก" หลินเยี่ยพูดด้วยสีหน้ามั่นใจ
"ว่าแต่ รอผมตรงนี้แป๊บนะครับ ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อย"
หูเตี๋ยที่กำลังยิ้มแก้มปริรีบพยักหน้ารัวๆ
"ได้ๆ ไปเถอะ"
วินาทีต่อมา หลินเยี่ยก็เดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำชาย เขาเลือกห้องว่างห้องหนึ่ง และเมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนั้น เขาจึงหยิบตุ๊กตาอีกาออกมาจากกระเป๋า
"ไบรอัน แปลงร่างเป็นไอ้อ้วนสารเลวเมื่อกี้ซะ"
สิ้นคำสั่ง ตุ๊กตาอีกาก็กลายเป็นร่างของไบรอัน และหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงรูปร่างอีกระลอก ไบรอันก็เปลี่ยนโฉมกลายเป็นหลี่ไห่เฉา ชายวัยกลางคนเมื่อครู่ราวกับแกะ
มองดูไบรอันในร่างหลี่ไห่เฉา หลินเยี่ยพยักหน้าอย่างพอใจ
"ไบรอัน แปลงเป็นร่างเปลือยของมัน แล้ววิ่งรอบห้างสัก 10 รอบ จากนั้นก็เดินโชว์ตัวตามร้านรวงต่างๆ ซะหน่อย"
"พอเสร็จแล้วค่อยกลับมาหาฉัน ระวังอย่าให้ใครจับได้ล่ะ"
"ครับ เจ้านาย"
สิ้นเสียงตอบรับของไบรอัน เสื้อผ้าบนร่างก็หายวับไป
จากนั้น ในคราบของหลี่ไห่เฉาผู้เปลือยเปล่า มันก็เดินกร่างออกไปวิ่งโชว์รอบห้าง
ไปทางไหนก็มีแต่เสียงกรีดร้อง แน่นอนว่าผู้คนต่างพากันหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปและอัดคลิปกันยกใหญ่
อีกไม่นาน รูปและคลิปพวกนี้คงว่อนเน็ต
ชายวัยกลางคนแซ่หลี่คนนี้คงได้กลายเป็นเน็ตไอดอลชื่อดังระดับประเทศ เพื่อนฝูง ครอบครัว และเพื่อนร่วมงานคงได้รับรู้ถึงวีรกรรมอันรุ่งโรจน์ของเขา
ที่สำคัญ การวิ่งแก้ผ้าในที่สาธารณะอย่างห้างสรรพสินค้ายังผิดกฎหมายความสงบเรียบร้อย ต้องโดนกักขังและปรับเงินแน่นอน อย่างน้อยๆ ก็นอนคุกเล่นสัก 15 วัน
และนี่คือบทลงโทษที่หลินเยี่ยมอบให้
หลังจากจัดการสั่งสอนคนเลวเสร็จ หลินเยี่ยและหูเตี๋ยก็กลับมาที่บาร์กุหลาบดำด้วยกัน
หลังจากเซ็นสัญญาและตกลงเรื่องเวลาการแสดงกับรอบการแสดงเรียบร้อยแล้ว หลินเยี่ยก็เตรียมตัวจะกลับ
ตามตกลง เขาจะเริ่มการแสดงมายากลเดบิวต์ที่บาร์กุหลาบดำตอนห้าทุ่มครึ่งคืนนี้ เขาต้องกลับไปเตรียมตัวให้พร้อม
ก่อนจะกลับ เขาฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้
"ผู้จัดการหู..."
ยังพูดไม่ทันจบ หูเตี๋ยก็พูดแทรกขึ้นมา
"ไม่ต้องเรียกผู้จัดการหูแล้ว เรียกฉันว่า 'พี่สาว' เถอะ" หูเตี๋ยพูดเสียงนุ่ม
"พี่สาวครับ พี่พอจะเบิกเงินล่วงหน้าให้ผมสักสองหมื่นหยวนได้ไหม? หักจากค่าจ้างผมก็ได้" หลินเยี่ยพูดอย่างเกรงใจ
แต่สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงคือ ทันทีที่พูดจบ หูเตี๋ยก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันที
"เปิดคิวอาร์โค้ดมาสิ"
"หือ?" หลินเยี่ยไม่คิดว่าเธอจะใจป้ำขนาดนี้
เมื่อเห็นหลินเยี่ยยืนอึ้ง หูเตี๋ยก็หัวเราะออกมา
"ทำไม ไม่อยากได้เงินแล้วเหรอ?"
"วันหลังถ้าขาดเหลืออะไร บอกพี่ตรงๆ ได้เลยไม่ต้องเกรงใจ คิดซะว่าฉันเป็นพี่สาวแท้ๆ ของเธอก็แล้วกัน" พูดพลางตบไหล่เขาเบาๆ "เมื่อกี้เธอช่วยพี่ไว้เยอะมาก อย่าว่าแต่สองหมื่นเลย ต่อให้ขอสองแสน พี่ก็ให้ได้"
หลินเยี่ยยิ้มออกมาเมื่อได้ยินแบบนั้น
หนึ่งนาทีต่อมา ยอดเงินในโทรศัพท์ของเขาก็เพิ่มขึ้นมาอีกสองหมื่นหยวน
หลังจากได้รับเงิน เขาบอกลาหูเตี๋ยและเดินออกจากบาร์กุหลาบดำ
เงินสองหมื่นหยวน บวกกับ 100 เหรียญทองที่มีอยู่ น่าจะเพียงพอสำหรับซื้อไอเทมพิเศษประจำวันในร้านค้าลึกลับแล้ว