เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่มที่ 3 บทที่ 17 – ฝันถึงอดีต

เล่มที่ 3 บทที่ 17 – ฝันถึงอดีต

เล่มที่ 3 บทที่ 17 – ฝันถึงอดีต


เล่มที่ 3 บทที่ 17 – ฝันถึงอดีต

(เดริชา)

มีหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ที่เชิงเขา ภายในอาณาเขตของอาณาจักรเตกิตตัน

ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้รักใคร่กันมาก ตรงตรงไปมา ดุร้ายและแข็งแกร่ง

มีเหตุผลที่พวกเขาเป็นเช่นนี้อยู่ หมู่บ้านตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความเข้มข้นของพลังงานเวทย์มนตร์ในชั้นบรรยากาศสูง ส่งผลให้สิ่งมีชีวิตเวทย์มนตร์หรือมอนสเตอร์บุกเข้ามาเป็นครั้งคราว

แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่ใช่สัตว์ร้ายที่ทรงพลัง แต่การขับไล่มอนสเตอร์จึงเป็นหนึ่งในสิ่งพื้นฐานที่ชาวบ้านในหมู่บ้านนี้สามารถทำกันได้

เมื่อใดก็ตามที่หมู่บ้านถูกโจมตี ชาวบ้านที่มีความสามารถของนักสู้หรือนักเวทย์ก็จะก้าวออกมาต่อสู้และปกป้องบ้านของพวกเขา

นี่คือหมู่บ้านโจเซฟกาตัน ซึ่งเป็นชื่อของหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีชีวิตชีวาแห่งนี้

"เดริชา! มีก็อบลินมากมายอยู่ที่นี่! ข้าต้องการกำลังเสริม!” ชายหนุ่มถือดาบในมือซ้ายพูดด้วยสำเนียงชนบทที่หยาบคาย มือขวาของเขากำลังเหวี่ยงขวานและตัดหัวมอนสเตอร์ผิวเขียวที่อยู่ตรงหน้าเขา

หูขนาดใหญ่ จมูกยาวติดตะขอ ผิวขรุขระคล้ายแตงกวาขนาดเล็ก ความสูงครึ่งเมตรและเขี้ยวยาว สิ่งมีชีวิตพวกนี้เป็นก็อบลิน

ชายหนุ่มต่อสู้กับก็อบลินสี่ตัวที่เข้ามาขโมยฟักทอง

"ข้ากำลังไป!"

ทันใดนั้น ก็อบลินที่กำลังพุ่งเข้าหาชายหนุ่มก็ถูกเสียบหัวด้วยไม้แหลมคม ในขณะที่อีกตัวถูกส่งบินสูงด้วยลูกเตะที่ทรงพลัง ตามด้วยการเสียบ

ไม่กี่วินาทีต่อมา ก็ได้มีบาร์บีคิวก็อบลินเสียบไม้ที่ทางเข้าหมู่บ้าน ทำให้ก็อบลินที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ห่างๆ หลบหนีออกไปด้วยความกลัว

เด็กผู้หญิงผมยาวสีเงินสูงประมาณหนึ่งเมตรยืนอยู่ข้างประติมากรรมเสียบไม้ ดูเหมือนนางจะอายุประมาณเก้าขวบ

.

นางพองอกแบนอย่างภาคภูมิใจและมองดูพวกก็อบลินหนีไป

“อ่า ทุกครั้งที่ข้าได้เห็น ก็อดไม่ได้ที่จะคิดว่าเดริชาน่าทึ่งมากเลยแฮะ แม้ว่าข้าจะแก่กว่าเจ้าเจ็ดปี …แต่นี้คือความแตกต่างระหว่างนักสู้อัจฉริยะกับชาวบ้านหรือ?”

“ฮึ่ม ปล่อยให้การปกป้องเป็นหน้าที่ของข้าเองเถอะ ข้าจะกลายเป็นผู้กล้าที่ปกป้องทุกคนอย่างแน่นอน!”

“แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุดสักหน่อย อาการของแอนนาเป็นยังไงบ้างเหรอ?”

“…อืม อาการของแม่ยังทรงตัวอยู่ ข้าเพิ่งรวบรวมสมุนไพรบางส่วนเพื่อนำกลับมาช่วยนาง” สีหน้าของเด็กสาวผมขาวเริ่มรู้สึกกังวล

ครอบครัวของนางไม่มีพ่อ ตั้งแต่นางจำความได้ ก็มีเพียงนางและแม่ของนางมาโดยตลอด

ชาวบ้านบอกว่าพ่อของนางเป็นนักเดินทาง

เก้าปีที่แล้ว ในวันหนึ่งเขาได้มาถึงหมู่บ้านด้วยอาการบาดเจ็บทั่วร่างกาย ผู้คนในหมู่บ้านพาเขาเข้ามาและเขาก็ตกหลุมรักแม่ของนางที่นี่ เขาอยู่กับแม่ของนางสองสามปี.. จากนั้นเขาบอกว่าเขามีบางอย่างที่ต้องดูแลในที่ห่างไกล และจากไปโดยสัญญาว่าเขาจะกลับมาเพื่อพาแม่ของนางไปอยู่ด้วย ตั้งแต่วันนั้น แม่ของนางก็ล้มป่วย

หลังจากให้กำเนิดนาง สุขภาพของแม่ก็อ่อนแอลงทุกวัน นางจำได้อย่างชัดเจนว่าแม่ของนางสามารถเดินได้เมื่อนางอายุห้าขวบ แต่ตอนนี้…แม่ของนางทำได้เพียงนอนอยู่บนเตียง

ด้วยการสนับสนุนจากชาวบ้าน ตอนนี้นางจึงได้รู้ว่าตนมีความสามารถพิเศษอย่างนักสู้ นางจึงคิดจะใช้มันเพื่อช่วยเหลือแม่ของนาง นางเริ่มล่าสัตว์และรวบรวมสมุนไพรเพื่อดูแลแม่ของนาง

นางเชื่อว่าวันหนึ่งพ่อของนางจะกลับมาที่นี่ กลับไปอยู่ข้างแม่ของนาง กลับมาอยู่ข้างนาง

ในเวลานั้น… ในเวลานั้น… พ่อของนางจะพูดอะไรเมื่อเขาเห็นนางกันนะ?

เขาจะยิ้มให้นางไหม? เขาจะกอดนางไหม? เขาจะพูดว่า "เด็กดี" และลูบศีรษะของนางไหม?

ความคิดเหล่านี้แล่นผ่านเข้ามาในหัวของนาง ขณะที่นางยังคงใช้ชีวิตทำงานหนักและรอคอยการกลับมาของพ่อ

ทว่า

ในท้ายที่สุด แม่ของนางก็รอไม่ไหวที่พ่อของนางจะกลับมา

มันเป็นค่ำคืนที่ฝนกำลังไหลริน

มีอาการไข้สูง เศษเสี้ยวชีวิตของท่านแม่กำลังหายไป

ทำไมล่ะ?

ทำไมท่านพ่อที่สัญญาว่าจะกลับมาอยู่กับท่านแม่ถึง…ไม่แม้แต่จะมาหากัน?

แม่ของนางโหยหาพ่อของนางมาตลอดเวลา อดทนวันแล้ววันเล่า...

“…เดริชา…ได้โปรด…. อย่าเกลียดพ่อของเจ้าเลย…”

ในคืนที่มีพายุโหมกระหน่ำ แม่ของนางสูดลมหายใจเฮือกสุดท้ายพร้อมกับพูดคำดังกล่าวขึ้นมา

แม่ของนางไม่อาจอยู่รอท่านพ่อได้แล้ว แต่นางยังมีชีวิตอยู่

ในปีที่สิบของนาง ทุกวันก็เหมือนวันธรรมดา...

“ท่านหญิงเดริชา เตกิตตัน เจ้าหญิงองค์ที่สองของราชอาณาจักรเตกิตตัน เรามาในนามของผู้ปกครองที่สิบเก้าของเตกิตตัน เพื่อนำท่านกลับไปที่พระราชวัง!”

คนที่ปรากฏตัวมาจากไหนไม่รู้ ทั้งยังสวมชุดฟุ่มเฟือยได้มาถึงหมู่บ้านพร้อมกับทหารกลุ่มใหญ่

ในตอนแรก พวกเขาเพียงสอบถามเกี่ยวกับที่อยู่ของแม่นาง แต่เมื่อรู้ถึงตัวตนนาง พวกเขาก็ได้ประกาศให้นางทราบ

…และจากนั้น นางก็ถูกบังคับให้ขึ้นรถม้าและพาตัวไปจากบ้านเกิดของนาง

นางมาถึงเมืองที่คึกคักที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน พระราชวังที่นางไม่เคยคิดจะได้เข้ามา

เมื่อชายวัยกลางคนสวมมงกุฎสีทองระยิบระยับเห็นเพียงนาง เขาก็เผยสีหน้าที่เสียใจมาก

ซึ่งตั้งแต่ต้นจนจบ เขาก็หลบสายตานาง ไม่แม้แต่จะมองตาของนาง

“ข้าคือ มาริสซ่า ราเชล เตกิตตัน ราชินีของประเทศนี้ … ส่วนผู้ชายคนนี้ไม่สนใจเจ้ามาสิบปีแล้ว เพราะกลัวว่าข้าจะค้นพบความลับของเขา แต่ตอนนี้มันไม่สำคัญอีกต่อไป เพราะข้าจะปฏิบัติต่อเจ้าเหมือนเป็นลูกสาวของข้าเอง…”

หญิงสาวในชุดที่สง่างามได้เผยรอยยิ้มที่ใจดีขณะพูดกับนาง

แต่นางไม่ฟัง เพราะถูกความโกรธครอบงำ

"เจ้าคนขี้ขลาด!!!!" ข้าไม่สามารถระงับความโกรธของตนเองได้ ข้าพุ่งเข้าใส่ชายวัยกลางคน

สิ่งสุดท้ายที่นางจำได้คือทหารที่แห่กันมาหานางและชายคนนั้นผู้อาจเป็นพ่อของนางได้บอกให้องครักษ์ปล่อยตัวข้าไป

“…” นางลืมตาขึ้นและแสงแดดยามบ่ายก็ส่องผ่านช่องว่างบนต้นไม้ ส่องประกายกระทบลงบนใบหน้าของนาง

เป็นเวลานานแล้วที่นางได้ฝันเช่นนี้

“เจ้าหญิงเดริชา ได้โปรดอย่างีบหลับบนต้นไม้ในสวนเถิด”

“หุบปากไปเลยไอ้หัวล้าน”

“ข้าชื่อฌอนองค์หญิงเดริชา”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ เล่มที่ 3 บทที่ 17 – ฝันถึงอดีต

คัดลอกลิงก์แล้ว