เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 3 บทที่ 8: หอกต่อต้านเมล่อน

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 3 บทที่ 8: หอกต่อต้านเมล่อน

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 3 บทที่ 8: หอกต่อต้านเมล่อน


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

เล่มที่ 3 บทที่ 8: หอกต่อต้านเมล่อน

(วอลสัน)

ในขณะที่นำเรือออกมา ข้าก็เก็บเนื้อปลาบางส่วนที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ

แผนที่ขนาดเล็กแสดงให้เห็นถึงความสงบ ข้าไม่พบปลาแปลกประหลาดพวกนี้มาสองชั่วโมงแล้ว

การระเบิดจากก่อนหน้านี้เกือบจะกวาดล้างมอนสเตอร์ทั้งหมดในชั้นนี้ไป นั่นทำให้ข้าจึงยุ่งอยู่กับแค่การแล่นเรือและเก็บเนื้อปลาจำนวนมาก

เมื่อเปิดแผงข้อมูลของข้า ข้าก็เห็นข้อความค่าประสบการณ์กำลังพุ่งเข้ามา ข้าใช้เวลาพอสมควร แต่ในที่สุดมันก็จบลงเสียที

ข้าขอเอาสรุปย่อๆ มาให้พวกเจ้าดูแล้วกัน:

"ปาร์ตี้ของท่านได้รับคะแนนประสบการณ์มากมาย"

"ระดับของท่านเพิ่มขึ้นเป็นระดับ 72"

"ท่านได้รับสมญานาม [นักฆ่ามัจฉา] แล้ว"

พูดตามตรง ข้าลองนับดูดีๆ แล้ว ข้าจัดการปลาประหลาดพวกนี้ไปกว่า 150 ตัวเลยทีเดียว

ต้องขอบคุณเจ้าสิ่งนี้เลย มันจึงทำให้ระดับของข้าพุ่งสูงขึ้น... น่าเสียดายที่เนื่องจากอุปสรรคทางเวทมนตร์บางอย่างในดันเจี้ยนแห่งนี้ เกรซ บาเรลล่าและเมล่อนจึงไม่ได้รับคะแนนประสบการณ์ใดๆ แม้ว่าจะอยู่ในปาร์ตี้เดียวกันกับข้าก็ตาม

ช่างน่าเสียดายนัก

...มาคิดดู ตอนนี้เมล่อนกับเกรซคงกังวลมาก

ข้าพยายามใช้ [โทรจิต] เพื่อติดต่อพวกนาง แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อได้เลย ดูเหมือนว่าที่นี่จะมีสิ่งกีดขวางบางอย่างที่ปิดกั้นสัญญาณโทรจิตเอาไว้

มันเป็นปัญหาพอสมควรเลย เพราะข้าคิดว่าแม้แต่ทักษะเคลื่อนย้ายของเกรซก็ไม่สามารถข้ามมันไปได้ เพราะความชื้นในระดับนี้ถือได้ว่าหนักเอาการสำหรับเอนเดอร์แมนอย่างนาง

ข้านำเรือเข้าไปในถ้ำใกล้ๆ ในกำแพงหิน

ข้าสร้างสิ่งนี้ด้วยระบบมายคราฟ สิ่งที่ข้าทำไม่ได้หรูหราขนาดนั้น มันเป็นเพียงกล่องที่ทำจากอิฐหิน แต่ด้านหนึ่งของมันเปิดให้หันหน้าออกไปทางน้ำด้านนอก

ข้านำเรือเข้ามาข้างใน

ข้าสร้างเรือลำนี้ทันทีหลังจากมาที่นี่ โดยใช้ไอเท็มจากกระเป๋าเก็บของของข้า มันเป็นเรือไม้ธรรมดาๆ ที่มีเครื่องยนต์เรดสโตนติดอยู่ด้านหลัง

เจ้ารู้หรือไม่ว่าเครื่องยนต์เรดสโตนไม่มีวันร้อนจนพัง? ดังนั้นแม้ว่าเครื่องยนต์จะค่อนข้างเรียบง่าย แต่มันก็ยังทนทานมากเมื่อเทียบกับหลายๆ อย่าง

เมื่อข้าสร้างฐานทัพชั่วคราวเสร็จ เจ้าหญิงลำดับสองก็ตื่นแล้ว

ตอนที่ข้ารักษานางก่อนหน้านี้ ข้าได้ถอดทั้งเสื้อและแจ็คเก็ตของนางออกแล้ว แน่นอนว่าในฐานะสุภาพบุรุษ ข้าทิ้งบราของนางให้ยังคงอยู่

ข้าแขวนเสื้อผ้าให้แห้งและคลุมนางด้วยแจ็คเก็ต

ส่วนผ้าปิดตา... ข้าไม่เข้าใจเลยว่านางสวมมันไว้ทำไม บางทีมันอาจจะเป็นแค่เครื่องประดับกระมัง

ในขณะนั้นเอง นางได้ลุกขึ้นนั่งอยู่บนเตียงชั่วคราวที่ทำจากผ้าห่ม สภาพของนางดูสับสนเล็กน้อย

“นี่... วอลสันตอบมาที ทำไมจู่ๆ ข้าถึงสามารถมองเห็นด้วยดวงตาข้างขวาของข้าได้กัน? แถมรอยแผลเป็นทั้งหมดบนร่างกายของข้า...”

นั่นคือสิ่งแรกที่นางถาม

เดี๋ยวก่อน นางตาบอดงั้นเหรอ? เข้าใจแล้ว ตอนแรกข้าคิดว่าผ้าปิดตาเป็นของประดับเสียอีก

“เพราะสถานการณ์วิกฤต ข้าจึงใช้ยาพิเศษแก่เจ้า ขออภัยด้วย ข้ามีเพียงยาที่มีผลการฟื้นฟูที่แข็งแกร่งมากเท่านั้น ข้าจึงไม่มียาอื่นที่ให้ผลอ่อนกว่านี้เลย”

ข้าไม่อยากสารภาพความลับกับนาง แต่ตอนนี้เราทั้งคู่อยู่ในสถานการณ์ที่อันตรายมาก ดังนั้นข้าจึงไม่มีทางเลือก

"โอ้! ยาของเจ้างั้นหรือ?”

“ใช่ มันเป็นยารักษาที่สามารถสร้างแขนขาที่ถูกตัดขาดขึ้นมาใหม่ได้ ตอนนี้ข้ายังไม่ได้พบกับอาการบาดเจ็บใดๆ ที่มันไม่สามารถรักษาให้หายได้”

"น่าทึ่งมาก! นานมากแล้วที่ข้าไม่ได้เห็นสิ่งอื่นด้วยตาขวา ข้าคิดว่าข้าจะไม่สามารถเห็นได้แล้วเสียอีก... ว่าแต่เราจะทำอะไรกันต่อหรือ?" เจ้าหญิงถอดผ้าปิดตาออกและโยนมันทิ้ง จากนั้นนางก็ถามข้าพร้อมรอยยิ้ม

"นั่นเป็นคำถามที่ดี มานี่สิ..."

ดังนั้นเจ้าหญิงองค์ที่สองและข้าจึงเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับแผนต่อไปของเรา

ประการแรก เราต้องจัดการกับเจ้างี่เง่าที่ส่งเรามาที่นี่

สิ่งที่ทำให้ข้าสับสนคือทำไมเขาถึงมีสถานะ "คำสาปเหี่ยวเฉา" และ "บ้าคลั่ง" แต่ถ้าเขามีสถานะพวกนี้ ข้าก็เข้าใจดีเลยว่าทำไมเขาถึงเรียกโกเล็มน้ำมาทำลายเมือง

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา สถานะ "บ้าคลั่ง" เป็นผลข้างเคียงของ "คำสาปเหี่ยวเฉา"

สิ่งมีชีวิตที่มีสถานะนี้จะก้าวร้าวมากและมีแนวโน้มสูงที่จะโจมตีผู้อื่น ข้าได้พบกับสิ่งมีชีวิตเช่นนี้มากมายเมื่อจัดการกับการระบาดของโรคเหี่ยวเฉา แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นสถานะนี้ในมนุษย์ ข้าไม่ได้เห็นพฤติกรรมของเขาโดยตรงในเหตุการณ์โกเล็มน้ำ ดังนั้นข้าจึงพลาดเบาะแสนี้ไป

หากการคาดเดาของข้าถูกต้อง การกระทำของเขาได้รับอิทธิพลจาก "คำสาปเหี่ยวเฉา" ที่ทำให้จิตใจของเขาไม่มั่นคงมากขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดเขาก็ได้ใช้วิธีที่ไม่ฉลาดในการเคลื่อนย้ายตนเองและเราที่นี่เพียงเพื่อจะถูกปลากัดจนตาย... หรือบางทีเขาอาจจะตายไปแล้วก่อนหน้านั้นแล้วหรือเปล่า?

ข้าไม่อยากนึกถึงฉากนั้นเลยจริงๆ

เดี๋ยวนะ หรือว่าโครงกระดูกอันเหี่ยวเฉาในเกมมายคราฟถูกสร้างขึ้นมาแบบนี้เหรอ?

เดิมทีพวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตธรรมดาที่ถูกไฟใต้พิภพเผาทั้งเป็นและถูกหลอมรวมจนกลายเป็นสิ่งมีชีวิตน่าขนลุกงั้นหรือ!?

เช่นนั้นฟิลลิปเร็กซ์ก็เป็นเหยื่อน่ะสิ ถูกทรมานด้วย "ความโกรธ" และเผาไหม้ตลอดไปด้วยความทุกข์ทรมาน ตรรกะและเหตุผลของเขาจึงหายไปจากความเจ็บปวดอย่างสมบูรณ์ กลายเป็นเหยื่อที่มีสภาพจิตใจไม่มั่นคง

...แต่ข้าไม่มีทางที่จะพิสูจน์การคาดเดาเหล่านี้ได้ เพราะเขาถูกมอนสเตอร์ปลากัดกินไปหมดแล้ว

กลับไปที่เรื่องหลัก ตามที่องค์หญิงสองบอก ดันเจี้ยนเคยมีสูงสุดแค่ 75 ชั้นเท่านั้น ตอนนี้เราอยู่บนชั้น 70  หากเราต้องการกลับสู่พื้นผิว ทางเลือกหนึ่งคือการปีนขึ้นไป 69 ชั้นแต่ต้องยอมรับว่าตัวเลือกนี้อันตรายเกินไป

ประการแรก เมื่อสำรวจเสร็จแล้ว ข้าพบทางเข้าชั้นถัดไป แต่ไม่พบทางขึ้นเลย

บางทีเราอาจต้องพึ่งพาไอเท็มเคลื่อนย้ายเพื่อกลับไปเท่านั้น ช่างน่าเสียดายที่ข้าไม่มีอะไรแบบนั้น นอกจากนี้ ถึงจะไปเก็บกู้ซากเจ้าโง่นั่นขึ้นมา แต่ก็คงไม่มีอะไรรับประกันได้เลยว่าจะกลับไปได้ เพราะการระเบิดของข้ามันทำลายสิ่งของรอบตัวไปด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น เราไม่สามารถรับประกันได้ว่าการขึ้นไปจะไม่มีอันตรรายรออยู่ การปีนขึ้นไป 69 ชั้นหาใช่เรื่องง่ายเลยสักนิดเดียว บางทีมันอาจมีอันตรายถึงตายเลยด้วยซ้ำ

ไม่ว่าเราจะเลือกตัวเลือกใด มันก็มีความเป็นไปได้สูงที่เสบียงของเราจะไม่พอ หลังจากดูปริมาณอาหารในกระเป๋าเก็บของที่ข้ามี มันคงสามารถอยู่ได้สองคนเป็นเวลาประมาณสิบวัน

อย่างไรก็ตาม มีเส้นทางเดียวที่เราสามารถทำได้ นั่นคือเดินต่อไปอีกห้าชั้นและจัดการเขาวงกตนี้ให้เสร็จก่อนที่อาหารของของเราจะหมด ซึ่งถ้าเราทำสำเร็จ เราก็จะทำในสิ่งที่คนร้อยปีก่อนไม่สามารถทำได้ จากประสบการณ์การเล่นเกมของข้า ถ้าเราก้าวหน้าไปจนถึงชั้นล่างสุด เราก็จะได้อุปกรณ์เคลื่อนย้ายหรือวิธีการบางอย่างเพื่อกลับสู่พื้นผิวแน่นอน

ดังนั้นหลังจากพูดคุยกันแล้ว เราจึงตัดสินใจที่จะลงต่อไป

“อืม ถ้าอย่างนั้นถ้าเราจะเดินทางต่อ... แล้วหอกของข้าล่ะ?”

"มันจมลงไปที่ก้นน้ำแล้ว" ข้าไม่ต้องการที่จะอ้อมค้อมและเลือกบอกความจริงกับนางไปโดยตรง

ตอนที่ข้าช่วยนางก่อนหน้านี้ นางทิ้งหอกลงไปแล้ว ซึ่งข้าก็ไม่รู้เลยว่ามันจมอยู่ที่ไหน ถึงข้ารู้ ้ข้าก็คงไม่ไปเอามันกลับมาหรอก น้ำที่นี่ลึกเกินไปและดูเหมือนจะไม่มีก้นบึ้งเลย แถมหลังจากการระเบิด ตำแหน่งของมันอาจเปลี่ยนไปจากตำแหน่งเดิมด้วย

“เอ่อ ถ้าเกิดต้องสู้ที่นี่ ข้าจะทำเช่นไรกันล่ะเนี่ย... ใช้กิ่งไม้เป็นหอกหรือ? ไม่สิ ไม่มีกิ่งไม้ที่นี่สักหน่อย...”

"เฮ้ เจ้าหญิงเดริชา"

"หืม? เรียกข้าแค่เดริชาเถอะ"

...งั้นเดริชา

คือว่า...“ข้าเกาหัว”ข้ามีวิธีแก้ปัญหาอยู่”

ในสถานการณ์เช่นนี้ มันคงจะเป็นเรื่องโง่ที่จะเก็บความลับไว้และไม่คิดให้อาวุธแก่นาง มันไม่ใช่เวลาที่จะมายึดถือคติบ้าบออะไรอีกแล้ว

ดังนั้น...

【ส่งคำเชิญทีมไปยังเดริชา เตกิตตัน】

“เอ่อ... เจ้าเอาจริงเหรอ? การเป็นเพื่อนร่วมทีมหมายถึงการเชื่อใจซึ่งกันและกันและ -”

“ในสถานการณ์เช่นนี้ ข้าต้องเชื่อใจเจ้า โปรดเก็บยาและทุกอย่างที่เจ้ารู้เกี่ยวกับข้าไว้เป็นความลับด้วย”

"...ข้าเข้าใจแล้ว... พูดตามตรง นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ข้าเข้าร่วมปาร์ตี้"

【เดริชา เตกิตตันได้เข้าร่วมปาร์ตี้ของท่านแล้ว】

【รางวัลปาร์ตี้สมาชิกห้าคน: ค่าประสบการณ์ที่ได้รับเพิ่มขึ้น 5%】

บางทีเกรซและคนอื่นๆ อาจกำลังวุ่นวายอยู่ตอนนี้

ข้าเปิดกระเป๋าเก็บของทันที

มันมีหอกวางไว้อยู่ช่องหน้า

เกือบครึ่งปีที่ผ่านมาด้วยความเบื่อหน่าย ข้าจึงสร้างหอกโดยใช้วัสดุขั้นสูงต่างๆ ซึ่งกลายเป็นว่ามันไม่มีประโยชน์สำหรับข้าเลย

【ต้นแบบหอกต่อต้านเมล่อน 1.0】

มันถูกหลอมโดยใช้ "เหล็กโอริคัลคุม" ซึ่งเป็นโลหะที่แข็งที่สุดที่ไม่สามารถประมวลผลด้วยเทคโนโลยีปัจจุบันของโลกนี้ รวมกับวัสดุโลหะผสมต่างๆ

นอกจากนี้ยังมี "ไม้นางไม้โบราณ" ทำให้การใช้หอกนี้ผู้ใช้จะสามารถฟื้นฟูพลังชีวิตของพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งพอมันรวมกับ "เกล็ดมังกรปฐพีย้อนกลับ" ซึ่งเพิ่มขีดความสามารถเวทย์มนตร์ของอาวุธอย่างมากแล้ว มันก็ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าสู่สถานะทลายขีดจำกัดที่เรียกว่า "วิญญาณมังกรครอบครอง" ได้อีก

องค์ประกอบโลหะผสมของหอกยังรวมถึงผงมิธริลที่ช่วยเพิ่มการนำเวทมนตร์ของหอกอย่างมาก

ในขณะเดียวกัน มันก็มีกลไกด้านบนที่ใช้วิธีการเฉพาะในการผสมเวทมนตร์หอกนี้ โดยสามารถเปลี่ยนเป็นใบมีดยาวและทำให้เกิดไฟฟ้าช็อตที่ทรงพลังได้

ยังไม่นับรวมเอนชานท์ 【แหลมคม IV】 ซึ่งเพิ่มพลังโจมตีระยะประชิดอย่างมาก 【ไฟพิฆาต II】 ที่จะทำให้เป้าหมายที่ถูกโจมตีติดไฟ 【กระเด็น I】 ที่จะกระแทกเป้าหมายกระเด็นและ 【ทนทาน】 ที่จะช่วยให้หอกซ่อมแซมตัวเองได้ หากมันเสียหาย

เดิมทีมันถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นหนึ่งในอาวุธต่อต้านเมล่อน

“ข้าจำได้ว่าเคยบอกเจ้าว่าข้าจะไม่ทำอาวุธให้เจ้าใช่ไหม?”

"ใช่ อืม น่าเสียดายมาก..."

“ก็เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาแล้ว” เมื่อพูดเช่นนั้น ข้าก็หยิบต้นแบบ【หอกต่อต้านเมล่อน 1.0 】ออกมา

หอกเล่มนี้มีลักษณะคล้ายง้าวที่มีสายน้ำวิเศษสีทองพันรอบ ข้าดึงมันออกมาและวางไว้ในมือของเดริชา

เดริชาเบิกตากว้างขณะมองไปที่หอก "มันน่าทึ่งมาก... เจ้าสิ่งนี้มัน..." นางเหวี่ยงมันสองสามครั้งและมีสีหน้าประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง

“มันเป็นของเจ้าแล้ว” ข้าพูด

"หา!? เจ้าให้ของแบบนี้แก่ข้าจริงๆ เหรอ? ถ้าเช่นนั้นพอข้ากลับไปที่เมืองหลวง ข้าจะประเมินมูลค่ามันและหยิบยืมเงินจากราชวงศ์คืนให้เจ้าเอง... "

“ไม่ต้องทำเช่นนั้นหรอก แม้ว่าเจ้าจะขายทั้งประเทศ เจ้าก็คงจะไม่สามารถจ่ายได้ ดังนั้นข้าจึงให้มันกับเจ้า ผู้เป็นคนที่จะสามารถใช้อาวุธนี้ได้จริงๆ”

ข้าอธิบายอย่างละเอียดเกี่ยวกับหอกให้เดริชาฟัง ซึ่งพอได้ยินความสามารถ นางก็ประหลาดใจในทันที

“เหล็กโอริคัลคุม... ไม้นางไม้พันปี...”

"ถ้าอย่างนั้น เราก็มาเตรียมตัวกันเถอะ"

ข้าเปิดกระเป๋าเก็บของและหยิบ [ถุงเก็บของ] ออกมา เพราะว่ากระเป๋าเก็บของที่ข้ามีนั่นมีช่องอยู่อย่างจำกัด

ถ้าข้าใส่ [ถุงเก็บของ] เข้าไปข้างในแล้วใส่ [ถุงเก็บของ] เข้าไปอีกในถุงแรก...

ใช่แล้ว มันคือพื้นที่อนันต์ไร้ที่สิ้นสุด เหมือนกับกระเป๋ามิติในนวนิยายยังไงล่ะ

ภายใน [ถุงเก็บของ] มีสิ่งของบางอย่างสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นอาหาร น้ำและอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งตอนนี้มันมีประโยชน์กับข้ามากจริงๆ

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 3 บทที่ 8: หอกต่อต้านเมล่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว