- หน้าแรก
- เมื่อผมปลดล็อกความสำเร็จ ที่คนปกติเขาไม่ทำกัน
- บทที่ 14 จุดประกายยุคสมัย?
บทที่ 14 จุดประกายยุคสมัย?
บทที่ 14 จุดประกายยุคสมัย?
บทที่ 14 จุดประกายยุคสมัย?
หยวนเย่มองออกไปในระยะไกล
ความรู้สึกเต้นตุบๆ ในหัวใจรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
สัญชาตญาณร้องเตือนเขาว่าต้องไปดูให้ได้ ไม่อย่างนั้นต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่
ความรู้สึกนี้รุนแรงมาก มันคือเสียงเพรียกหาจากความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่สุด
ถังลี่น่าขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง สุดท้ายก็ทำได้เพียงพยักหน้า "ก็ได้ แต่ดูเวลาด้วยล่ะ รีบไปรีบกลับ คืนนี้เธอยังมีการบ้านต้องทำอีก"
"รับทราบครับ!" หยวนเย่ตอบรับพร้อมรอยยิ้มกว้าง
ถังลี่น่าขับรถกลับไปเพียงลำพัง
หยวนเย่มองสำรวจรอบตัว ก่อนจะหันหลังเดินจากไป
ทว่าคล้อยหลังหยวนเย่ไปได้ไม่นาน บนกำแพงตรงจุดที่เขาเคยยืนอยู่เมื่อครู่ จู่ๆ ก็เกิดเสียง 'แครก' ปูนฉาบผนังปริร้าวแตกแขนงอย่างสะเปะสะปะ
น่าเสียดายที่ไม่มีใครเห็นภาพนี้
หยวนเย่ไม่ได้เดินไปไกลนัก แต่มุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเลียบชายฝั่ง
แนวกันคลื่นนี้ทอดยาวไปไกล สร้างขนานไปกับถนน หากเดินลึกเข้าไปอีกก็จะถึงชายหาดรกร้าง
นั่นคือชายหาดที่ไม่มีนักท่องเที่ยว และยังไม่ได้รับการพัฒนาเป็นท่าเรือหรือสถานที่ท่องเที่ยว
โดยปกติจะมีเพียงชาวเมืองซินไห่บางส่วนที่มาหาของทะเลกันที่นี่
ยิ่งหยวนเย่เดินไปตามถนนเส้นนี้ลึกเท่าไหร่ ความรู้สึกกระตุกวูบในใจก็ยิ่งรุนแรงขึ้นเท่านั้น
ไม่นานเขาก็มาถึงจุดหมาย นั่นคือชายหาดรกร้างแห่งนั้น
เวลานี้น้ำทะเลหนุนสูง บนหาดไร้ผู้คน
บรรยากาศเงียบเหงาวังเวง มีเพียงคลื่นลูกเล็กๆ ซัดสาดในยามโพล้เพล้ และเสียงคลื่นกระทบฝั่ง
อันที่จริงภาพตรงหน้าก็ดูอบอุ่นหัวใจดี ทิวทัศน์จัดว่ายอดเยี่ยมมาก
แต่ทางลงชายหาดกลับถูกกั้นด้วยรั้วลวดหนามหนาทึบด้วยเหตุผลบางประการ
เขาเข้าไปไม่ได้ เข้าไปไม่ได้อย่างแน่นอน
แต่โชคดีที่สิ่งที่ดึงดูดเขาไม่ได้อยู่บนชายหาดหลังรั้วลวดหนามนั่น
แต่มันกลับอยู่ที่...
"ตรงนี้เอง!"
หยวนเย่เงยหน้าขึ้น
สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือศาลเจ้าเก่าแก่ทรุดโทรมที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยว
เขารู้จักศาลเจ้านี้ หรือจะพูดให้ถูกคือชาวบ้านแถวนี้คุ้นเคยกับมันดี
นี่คือศาลเจ้าร้างบนชายหาดเปลี่ยว ไม่รู้ว่าสร้างขึ้นเมื่อไหร่ และไม่รู้ว่าสร้างเพื่อบูชาใคร รู้เพียงว่าศาลเจ้านี้ตั้งอยู่ตรงนี้มานานมากแล้ว นานตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย
มันขาดการซ่อมแซมมาหลายปี สภาพภายนอกผุพัง ผนังรอบด้านแทบจะหลุดร่อนออกมาเป็นแผ่นๆ
คาดว่าอีกไม่นานคงทนต่อการกัดเซาะของกาลเวลาไม่ไหว และกลายเป็นเพียงฝุ่นผงแห่งประวัติศาสตร์ไปในที่สุด
จะว่าไป สมัยเด็กๆ หยวนเย่ก็เคยเข้ามาเล่นในนี้เหมือนกัน ตอนนั้นเล่นซ่อนหาแล้วอยากหาที่ซ่อนมิดชิด เลยมุดเข้ามาในนี้
แต่ตอนนั้นเพื่อนๆ เล่นกันอยู่หลายคน มีแค่เขาคนเดียวที่หาไม่เจอ
เขายังซื่อบื้อซ่อนตัวอยู่ในนั้นจนกระทั่งทุกคนกลับบ้านไปกินข้าวกันหมด
สุดท้ายเขาก็ร้องไห้จ้าเดินกลับบ้าน
เมื่อกลับมาเยือนถิ่นเก่า หยวนเย่พบว่ามันทรุดโทรมกว่าตอนที่เขาเป็นเด็กเสียอีก
แม้แต่บานประตูไม้ก็ยังโยกเยกเจียนจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่
เจ้านี่แหละคือต้นตอของสิ่งที่ดึงดูดเขา!
"ข้างในคงไม่มีอะไรหรอกมั้ง?"
ตามความทรงจำวัยเด็ก ข้างในมีแค่รูปปั้นขนาดใหญ่หนึ่งองค์
รูปปั้นนั้นเก่าแก่จนดูไม่ออกแล้วว่าเป็นรูปอะไร ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะแยกออกไหมว่าบูชาเทพองค์ใด
พูดตามตรง ตอนนี้หยวนเย่เริ่มลังเล
ถ้าเป็นเด็ก เขาคงตบก้นปัดฝุ่นแล้วเดินดุ่มๆ เข้าไปเลย
แต่ตอนนี้มันต่างกัน
พอโตขึ้น เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมตอนเด็กถึงได้กล้าบ้าบิ่นขนาดนั้น ที่ไหนก็กล้ามุดเข้าไป?
ที่นี่ดูยังไงก็ไม่ปลอดภัยชัดๆ
ประตูไม้โยกเยก
ผนังหลุดร่อนไปครึ่งแถบ
อาคารอันตรายตามตำราเป๊ะ
ถ้าเข้าไปแล้วบ้านถล่มลงมาทับตายจะทำยังไง?
อีกอย่าง หยวนเย่อ่านเรื่องสยองขวัญในเน็ตมาเยอะ เกี่ยวกับพวกศาลเจ้าร้างที่บูชาเทพมาร มีสิ่งลี้ลับอาศัยอยู่
แค่เรื่องที่เขามองเห็นความสำเร็จได้นี่ก็ไม่ใช่วิทยาศาสตร์แล้ว ถ้าจะเจอผีอีกสักตัวก็ดูสมเหตุสมผลดี
"ลาก่อนล่ะเว้ย!"
หยวนเย่พยายามข่มความปรารถนาในใจ เตรียมจะหันหลังกลับ
ทว่า...
ติ๊ง—
[ตรวจพบความสำเร็จที่สามารถรับได้เบื้องหน้า!]
ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นตรงหน้าหยวนเย่ที่กำลังจะหันหลังกลับ
"ความสำเร็จที่สามารถรับได้??" หยวนเย่ชะงักฝีเท้า
นี่เป็นครั้งแรกเลยที่เขาเห็นการแจ้งเตือนตอนจะได้รับความสำเร็จ??
ก่อนหน้านี้มันเหมือนการเปิดกล่องสุ่ม ใครจะไปรู้ว่าตรงไหนมีความสำเร็จให้เก็บ ตรงไหนไม่มี
ไม่เคยมีการแจ้งเตือนมาก่อน มีแต่เด้งขึ้นมาหลังจากทำเงื่อนไขสำเร็จแล้วเท่านั้น
สุ่มโดยสมบูรณ์ คาดเดาไม่ได้เลยสักนิด
แต่ตอนนี้กลับมีการแจ้งเตือนบอกว่าข้างหน้ามีความสำเร็จงั้นเหรอ?
"มันเป็นความสำเร็จแบบไหนกัน ถึงขั้นมีการแจ้งเตือน?"
หยวนเย่ขมวดคิ้ว
เหตุผลบอกเขาว่าตอนนี้ควรหันหลังกลับ ซึ่งจะช่วยให้เขาห่างไกลจากปัญหาได้ 99%
แต่ความปรารถนาลึกๆ ในจิตใจกลับบอกว่า ถ้าหันหลังกลับไป เขาจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต เสียดายที่วันนี้ไม่ได้เข้าไปดูให้รู้เรื่อง
ยิ่งไปกว่านั้น จังหวะที่กำลังจะหันหลังกลับ เขารู้สึกแปลกๆ
เหมือนกับว่าสิ่งสำคัญมากๆ สำหรับเขากำลังจะหลุดลอยไป
"ช่างเถอะ เข้าไปดูหน่อยแล้วกัน"
ในที่สุด หยวนเย่ก็เลือกที่จะยอมจำนน
เขาหยิบไม้ท่อนหนึ่งขึ้นมาถือกันไว้ข้างหน้า แล้วใช้ไม้นั้นดันประตูไม้ผุพังให้เปิดออก
ปัง—
วินาทีต่อมา ประตูไม้ก็ร่วงลงไปกองกับพื้น ฝุ่นฟุ้งกระจายไปทั่ว
"แค่ก แค่ก แค่ก!" หยวนเย่สำลักฝุ่น ไอโขลกๆ ออกมาหลายที
แต่พอฝุ่นจางลง เขาก็ขมวดคิ้ว
"ไม่เห็นมีอะไรเลย! ไหนล่ะความสำเร็จ? หลอกกันเล่นรึเปล่าเนี่ย?"
เข้ามาแล้ว แต่ความสำเร็จก็ยังไม่เด้งขึ้นมา!
หรือว่าต้องมีเงื่อนไขเบื้องต้นอะไรอีก?
"มีอะไรอยู่ที่นี่บ้าง?"
หยวนเย่มองไปรอบๆ ด้วยสีหน้างุนงง
[ตรวจพบความสำเร็จที่สามารถรับได้เบื้องหน้า!]
เอาล่ะ แจ้งเตือนเด้งขึ้นมาอีกแล้ว!
หยวนเย่เดินไปหยุดอยู่หน้าสิ่งเดียวที่อยู่ในศาลเจ้าร้าง
นั่นคือรูปปั้นที่ไม่รู้ชื่อเสียงเรียงนาม
"หือ? ตรงนี้มียันต์แปะอยู่ด้วย?"
หยวนเย่สังเกตเห็นจุดอับสายตาเข้าทันที
อาจเป็นเพราะตอนเด็กๆ เขาตัวเตี้ยเกินไป แถมมันก็ไม่ได้สะดุดตา เขาเลยไม่ทันสังเกตว่าในมือของรูปปั้นนี้ถือขวดอยู่ใบหนึ่ง และบนขวดนั้นดันมีกระดาษยันต์แปะอยู่?
สีและตัวอักษรบนกระดาษยันต์ซีดจางจนอ่านไม่ออก รู้สึกเหมือนแค่แตะเบาๆ ก็คงสลายเป็นผุยผง
และข้อความแจ้งเตือนก็ค้างอยู่ที่กระดาษยันต์แผ่นนี้
แคว่ก—
วินาทีถัดมา หยวนเย่เอื้อมมือไปฉีกกระดาษยันต์ตรงหน้าออก
ติ๊ง—
ปลดล็อกความสำเร็จ: [จุดไฟแห่งยุคสมัย (ความสำเร็จระดับมหากาพย์), คุณช่างมือบอนไปฉีกผนึกโบราณ จนนำไปสู่การรุกรานของสิ่งประหลาด คุณเป็นผู้จุดชนวนให้เกิดการฟื้นคืนของพลังปราณด้วยตัวเอง! คุณได้รับค่าความเข้ากันได้กับพลังปราณ (ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรเพิ่มขึ้น 100%) คุณสามารถประกาศตัวตนในฐานะ 'ผู้จุดไฟแห่งยุคสมัย' ได้ทุกเมื่อ เพื่อปกป้องสรรพสัตว์และรับค่าศรัทธา เมื่อค่าศรัทธาสะสมถึงระดับหนึ่ง พลังการต่อสู้ของคุณจะถูกขยายตามไปด้วย ผลนี้จะไม่ทำงานหากไม่มีการประกาศตัวตน!]
เพียะ—
อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ หยวนเย่รีบแปะกระดาษยันต์กลับคืนที่เดิมทันที