เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 2 บทที่ 6: การจู่โจมมังกร

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 2 บทที่ 6: การจู่โจมมังกร

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 2 บทที่ 6: การจู่โจมมังกร


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

เล่มที่ 2 บทที่ 6: การจู่โจมมังกร

.

(

(เมล่อน)

)

"สวัสดีทุกท่าน ข้า ซึ่งเป็นองค์หญิงองค์ที่สองแห่งเมืองเตกิตตันจะอธิบายรายละเอียดการจู่โจม”

ผู้หญิงที่เดินออกมาตรงจุดศูนย์กลางมีอายุประมาณยี่สิบ และมีส่วนสูง 170 ซม. ผมยาวสีเงินของนางถูกมัดเป็นหางม้า

ตาขวาของนางสวมผ้าปิดตา ส่วนตาซ้ายของนางเป็นดวงตาสีฟ้าเปลือยเปล่า นางสวมเสื้อผ้าสีดำอ่อนใต้แจ็คเก็ตสีน้ำตาลและรองเท้าบูทจับคู่กับกางเกงสีน้ำตาล

เสื้อผ้าลำลองแบบนี้เป็นที่รู้จักในหมู่นักผจญภัยว่ามันไม่เหมาะกับการต่อสู้ มีเพียงมือใหม่เท่านั้นที่จะแต่งตัวแบบนี้...

แต่สัญชาตญาณของข้าบอกข้าว่าเจ้าหญิงคนนี้ไม่ใช่คนที่จะมาหาเรื่องได้เลย

หลังจากขึ้นมาบนเวทีแล้ว เจ้าหญิงองค์ที่สองก็พูดถึงส่วนหนึ่งของแผนการที่ข้าไม่ไว้ใจมากที่สุด แผนนี้เป็นเหมือนกับข้อตกลงด้านเดียวที่ฝั่งพวกข้ามีแต่ต้องยอมรับเท่านั้น

"เราแค่ต้องการให้เจ้า..." นางขมวดคิ้วเมื่อพูด

“ขออภัยด้วยเจ้าหญิง ครั้งนี้ข้าเป็นผู้บัญชาการ ขอข้าอธิบาย”

ชายวัยกลางคนผู้สวมเสื้อคลุมสีม่วงหรูหราได้เดินขึ้นเวที ผมสีดำของเขาหวีอย่างเรียบร้อย ราวกับว่าเขาต้องการอวดคุณค่าของตนเองให้โลกรู้

"...ถ้าเจ้าอยู่ที่นี่แต่แรก ' เจ้าควรจะขึ้นมา ' ข้าไม่เข้าใจว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ " เจ้าหญิงที่ยืนอยู่บนเวทีเพียงครู่เดียวก็กระโดดลงจากเวทีทันที พร้อมกับบ่นด้วยน้ำเสียงเย็นชา

โรเวนเดเมย์เป็นผู้บัญชาการของภารกิจนี้ เชี่ยวชาญในการสร้างกระสุนหินโดยใช้เวทมนตร์ประเภทธาตุดิน และเป็นนักผจญภัยระดับ S ที่มีฉายาว่า "ไม้เวทมนตร์"... แต่พูดตามตรง ข้าไม่เคยได้ยินชื่อเขาเลย

แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะข้าอาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งข่าวมักจะไปไม่ถึง เพราะด้วยความที่อีกฝ่ายเป็นนักผจญภัยระดับ S มันย่อมมีข่าวเกี่ยวกับเขามากมายอยู่แล้ว

“นี่คือรองผู้บัญชาการการจู่โจม ฟิลลิปเร็กซ์ ซึ่งก็เป็นนักผจญภัยระดับ S เช่นกัน มาจากตระกูลเร็กซ์ที่โดดเด่น เขามีความรู้เกี่ยวกับเวทย์ไฟระดับสูงและความสามารถพิเศษของ”นักดาบเวทมนตร์" เป็นอัจฉริยะในอัจฉริยะอย่างแท้จริง!"

“พวกเจ้าทุกคนจะคุ้มครองเราในระหว่างการจู่โจม นั่นคือจุดประสงค์ของการพาพวกเจ้ามา จงฟังคำสั่งของเราตลอด ข้าเชื่อว่าไม่มีใครในพวกเจ้าต้องการท้าทายขุนนางกันอยู่แล้ว”

เป็นชายหนุ่มผมสีทองที่กล่าวขึ้นมาแบบนั้น ชุดเกราะที่เขาสวมนั้นงดงามกว่าเสื้อคลุมของโรเวนเดเมย์ ซึ่งส่องแสงสีเงินด้วยโครงร่างสีทองพร้อมกับเครื่องประดับหลายชนิด

...นี่มันไม่เด่นเกินไปหน่อยเหรอสำหรับการต่อสู้?

แผนนี้ค่อนข้างแปลก กลุ่มนักผจญภัยมีหน้าที่ัจัดการมอนสเตอร์โดยรอบและตัวปัญหาจะถูกจัดการโดยนักผจญภัยระดับ S

สัญญานี้เน้นย้ำสิ่งต่างๆ ข้างต้นและรวมถึงการที่เราควรเชื่อฟังผู้บัญชาการ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

...เป็นเพราะเนื้อหาของสัญญาแบบนี้ ข้าจึงคิดว่านี่เป็นข้อตกลงด้านเดียว

ไม่ใช่ว่าจะไม่มีรางวัลอื่นเลย นอกเหนือจากการแจกจ่ายของตามความเสียหายของแต่ละกลุ่มแล้ว นักผจญภัยระดับ B จะได้รับเงินเพียง 5 เหรียญทองในการเอาชนะซาลาแมนเดอร์ระดับ A โดยส่วนตัวแล้ว ข้าคิดว่ามันไม่ยุติธรรม

ความเสียหายจะคำนวณยังไงกันเล่า? มันไม่ได้เขียนไว้อย่างละเอียดในสัญญา แต่มันบอกว่าผู้บัญชาการสามารถกำหนดได้ตามวิจารณญาณ นอกจากนี้ สัญญายังระบุว่ากลุ่มต่างๆ มีหน้าที่จัดการมอนสเตอร์ ส่วนเรื่องอื่นนักผจญภัยระดับ S จะจัดการกันเอง

หมายความว่าพวกเขาไม่สามารถเอาของจากพวกมอนสเตอร์ได้เลยเหรอ? นอกจากนี้ การเรียกนักผจญภัยระดับ B มาจัดการเป้าหมายแรงค์ A เป็นการประเมินศัตรูต่ำเกินไปตามความรู้ของข้า

ส่วนผู้มอบหมายภารกิจนี้เป็นคนขุดแร่จากเหมืองที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงไปทางตะวันตก 12 กิโลเมตร พวกเขาไปขุดเหมืองจนกึ่งมังกรที่หลับใหลได้ตื่นขึ้นมาทำลายเหมือง จากรายงาน ดูเหมือนว่าจะเป็นซาลาแมนเดอร์ ประเภทกึ่งมังกร

มันแตกต่างจากสิ่งมีชีวิตที่บินได้ที่นายท่านเคยอธิบายไว้ คุณมิราเบลล่าบอกข้าว่ามังกรที่เรียกกันโดยทั่วไปนั้นเป็นกึ่งมังกร มีหลายสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน แต่ละสายพันธุ์มีที่อยู่อาศัยที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเองและพวกมันถือเป็นสัตว์วิเศษ ข้าเคยเจอมาก่อนตอนที่ข้าอาศัยอยู่ในป่า

ทว่ายังคงมีสิ่งมีชีวิตภัยพิบัติบินได้ที่แตกต่างจากกึ่งมังกรพวกนี้ มันคือสายพันธุ์มังกรที่แท้จริง พวกมันมีช่วงชีวิตที่ยาวนาน สติปัญญาสูงส่งและพลังวิเศษตามธรรมชาติ เพียงแต่ว่าพวกมันไม่ค่อยได้ปรากฏเห็นและกลายเป็นสิ่งมีชีวิตในตำนานมานานแล้ว

...พวกมันจะทรงพลังแค่ไหนกันนะ? กึ่งมังกรนั้นหายากและทรงพลังอยู่แล้ว เมื่อพิจารณาจากค่าสถานะทั่วไปพวกมัน ก็เทียบเท่ากับการสู้กับสัตว์วิเศษที่ทรงพลังได้เลย เมื่อข้าเจอกับกึ่งมังกรครั้งแรก ข้าเกือบเอาตัวไม่รอด แต่ตอนนี้ข้าเตรียมพร้อมแล้ว

ข้าจะไม่ให้นายท่านรอคอยอย่าสงเสียเปล่า ข้าจะเตรียมของขวัญต้อนรับวันเกิดเขาให้ได้

การเอาชนะสัตว์ร้ายที่ทรงพลังพวกนี้คงจะมีวัตถุดิบและรางวัลให้ข้าแน่ ด้วยเหตุนี้ข้าจึงอยากจะเข้าร่วม

ไม่ใช่ราชวงศ์หรือสมาคมของนักผจญภัยที่ส่งคำขอรับสมัคร แต่เป็นขุนนาง

...ข้ายอมรับคำขอโดยไม่ต้องคิดอะไรมาก ทว่าเมื่อข้าเห็นสัญญาของยามเช้าวันนี้...ที่บอกว่าข้าอาจไม่ได้รับรางวัล ดังนั้นข้าจะต้องคิดหาทางออกอื่น

ตอนแรกข้าหวังว่าจะได้วัตถุดิบจากซาลาแมนเดอร์ เพื่อเอาไปให้ช่างตีเหล็กทำเครื่องประดับหรือชุดเกราะ...บางทีข้าอาจจะให้กริชกับนายท่านได้

ในวัฒนธรรมและประเพณีบ้านเกิดของข้า เราให้ของขวัญเป็นกริชเพื่อเฉลิมฉลองวัยเติบโต

เหตุผลหนึ่งเพราะอันตรายของป่า ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งคือการหวังว่าพวกเขาจะกลายเป็นนักรบที่ยิ่งใหญ่

ด้วยเหตุนี้ เราจึงมาถึงสถานที่เป้าหมายในรายงานด้วยรถม้า

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ข้ารู้สึกสงสัยมาก ข้ายังไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้เลย

...

...

ณ เหมืองเซียนสถานที่ของภารกิจ ตอนนี้มันไม่มีอะไรมากไปกว่าอาคารและซากปรักหักพังของคนงานเหมือง

"โอ้ววววว — [หินกระแทก]!"

"[ ดาบเปลวเพลิง]!"

เมื่อถูกโจมตีโดยหินที่ตกลงมาและดาบไฟอย่างต่อเนื่อง กิ้งก่าที่มีเกล็ดสีแดงก็ส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธ มันดิ้นรนโดยสะบัดร่างกายของมันเพื่อพยายามที่จะหลุดพ้น แต่ก็ไม่เป็นผล

นักผจญภัยตั้งกลุ่มสี่กลุ่มและดึงแขนขาของซาลาแมนเดอร์แต่ละข้างด้วยเชือกพิเศษ ในขณะเดียวกัน เวทมนตร์ทุกชนิดได้พุ่งโจมตีซาลาแมนเดอร์เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว พร้อมกับปิดกั้นการมองเห็นของมัน ในที่สุดซาลาแมนเดอร์ยาว 7 เมตรก็ล้มลงกับพื้นและส่งเสียงโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย

นักผจญภัยล้อมรอบศพและส่งเสียงตะโกนออกมา ดูเหมือนจู่โจมจะเป็นไปอย่างราบรื่น

ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง มิราเบลล่าก็พบว่าเมล่อนเดินเตร็ดเตร่อยู่คนเดียว

นี่เป็นประสบการณ์ครั้งแรกของเมล่อนในฐานะนักผจญภัย แม้ว่ารางวัลอาจน้อย แต่ก็ยังดีที่การจู่โจมสำเร็จ มันก็เหมือนทำงานง่ายๆ เพื่อหาเงินเท่านั้นเอง

จากสัญญาด้านเดียวที่พวกเขาทำกันมา ดูเหมือนว่าขุนนางจะได้วัตถุดิบทั้งหมดของซาลาแมนเดอร์ไป

น่าเสียดายนัก เมล่อนได้แต่คิดในใจ แต่จะให้ไปแย่งมาจากขุนนางก็คงไม่ได้

“ดีแล้วที่ไม่มีอันตรายเกิดขึ้นเนอะเมล่อน?” มิราเบลล่าไปปลอบใจเมล่อนที่กำลังเดินหาของตามเศษซากสิ่งก่อสร้าง

นางดูอารมณ์เสียพอสมควร

“เมล่อนไม่เป็นไรนะ ไว้มีครั้งต่อไปเราก็จะไปหาวัตถุดิบกัน...” ในฐานะผู้เป็นนักผจญภัยอาวุโส มิราเบลล่าจึงรู้สึกจำเป็นต้องรับผิดชอบในการสอนเมล่อน

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกคุณมิราเบลล่า” อย่างไรก็ตาม เมล่อนได้ขัดจังหวะนางทันที “ไม่มีใครรู้เลยเหรอ? กลิ่นในอากาศ...และแรงสั่นสะเทือนมากมาย... !”

เมล่อนยังคงอยู่ในสภาพพร้อมสำหรับการต่อสู้ ตอนนี้นางดูตึงเครียดมากในขณะที่มองไปรอบๆ และได้กลิ่นในอากาศ

มิราเบลล่าอยากจะทำให้เมล่อนสงบลง แต่หลังจากเห็นจุดที่เมล่อนมองไป ใบหน้าของนางก็เปลี่ยนสี

ซากปรักหักพังพลันปลิวว่อนไปทั่ว สัตว์เลื้อยคลานขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้น! เท้าของมันใหญ่กว่าซาลาแมนเดอร์ทั้งตัวเสียอีก!

นี่คือ...ขนาดของกึ่งมังกรทั่วไปใช่ไหม? ในขณะนั้นเอง คำถามก็ปรากฏขึ้นในใจของมิราเบลล่า

มีตำนานกล่าวว่ามังกรบางตัวอาศัยอยู่ด้วยกันกับกึ่งมังกร ซึ่งพวกกึ่งมังกรจะทำหน้าที่เป็นคนรับใช้ของมังกร...

มิราเบลล่าไม่กล้าคิดต่อไป เพราะสถานการณ์ตอนนี้ไม่เอื้ออำนวยและกำลังโกลาหลอย่างมาก

พื้นดินกำลังสั่นสะเทือน!

บางคนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจ บางคนปลิวไปตามลมและพื้นดินก็กำลังแยกออก! ในขณะเดียวกัน เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวก็ดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากนั้นซาลาแมนเดอร์จำนวนมากก็ออกมาจากหลุมและเหยียบย่ำฝูงชน

ซาลาแมนเดอร์พวกนี้ดูเหมือนจะไม่ได้ต้องการโจมตีนักผจญภัย แต่คงกำลังตกใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

ซาลาแมนเดอร์ที่หวาดกลัวพุ่งไปทางเมล่อนและมิราเบล แต่ก็หยุดก่อนที่จะสามารถจัดการกับพวกนางได้

เพราะพวกมันถูกเหยียบย่ำโดยกรงเล็บขนาดยักษ์ มันกระทืบฝูงซาลาแมนเดอร์จำนวนมากจนเรียบ

ร่างที่ใหญ่โตราวกับภูเขาเล็กๆ โผล่ออกมาจากพื้นพร้อมกับเสียงคำราม

"โฮกกกกกกกกกกกกกกก!"

___________________

"มอนสเตอร์!" แม้แต่เมล่อนที่มีสัตว์อสูรเป็นเพื่อนบ้านมาหลายปีในป่าแห่งนาคูลาก็อดไม่ได้ที่จะหวาดกลัวเมื่อได้พบกับสิ่งมีชีวิตตัวนี้!

ร่างกายของมันทอดยาวกว่า 40 เมตรตั้งแต่หัวจรดเท้า ขนาดของมันใหญ่โตมโหฬาร ราวกับเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยเกล็ดมอสหนา มันทำให้เกิดแผ่นดินไหวที่น่ากลัวทุกครั้งที่วางเท้าลงบนพื้น

มันคือมังกร! มังกรตัวจริง! ใครจะคิดว่าสิ่งมีชีวิตเช่นนี้อาศัยอยู่ในเหมืองแร่ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงเพียงไม่กี่ไมล์เท่านั้นกัน!?

ภัยคุกคามที่ไม่คาดคิดทำให้การเดินทางของสมาชิกประมาณห้าสิบคนต้องสลายไปทันที ครึ่งหนึ่งของพวกเขาติดอยู่ในรอยบุบที่มังกรสร้างขึ้นเมื่อมันคลานออกมาจากพื้นดิน ส่วนที่เหลือพยายามหนีจากมอนสเตอร์ที่ตื่นขึ้นมาและซาลาแมนเดอร์ที่กระจัดกระจายอยู่จำนวนมาก แต่พวกเขาก็ไม่มีเวลาให้คิดมากนัก

เมื่อมังกรส่งเสียงคำรามออกมาอย่างรุนแรง สถานการณ์ก็เปลี่ยนจากเลวร้ายเป็นเลวร้ายยิ่งขึ้น เพราะซาลาแมนเดอร์ทุกตนหยุดวิ่งอย่างสุ่มสี่สุ่มห้าและหันไปพุ่งเข้าใส่นักผจญภัยราวกับว่าพวกมันได้รับคำสั่ง!

"บัดซบเอ้ย! นั่นมันบ้าอะไรกัน!?”

“ว้ากกก! อ๊ากกกกก!”

"ช่วยข้าด้วย! ช่วยด้วย!"

ซาลาแมนเดอร์กำลังจะกัดนักผจญภัยคนหนึ่ง แต่ก็ได้มีลำแสงสีเขียวพุ่งผ่านศีรษะของมันไป ผู้ปลดปล่อยหอกเรืองแสงคือหญิงสาวที่สง่างาม ดูมั่นใจตัวเองและมีเส้นผมสีขาวเรืองรอง

"โอ้! ขอบคุณเทพธิดา เจ้าหญิง!"

"วิ่ง! พวกเจ้าอยากจะเป็นมื้อค่ำของพวกมันหรือไงกัน?” เจ้าหญิงตอบโดยไม่ละสายตาจากศัตรู จากนั้นนางก็ดึงหอกออกมาทันทีและพุ่งเข้าหาซาลาแมนเดอร์อีกตัว

ในขณะเดียวกัน เมล่อนก็กำลังหลบซาลาแมนเดอร์พร้อมกับคว้าตัวกาบับและลอว์เรนซ์ไว้ในมือ เพื่อหนีออกจากสนามรบที่วุ่นวายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

"อยู่ที่นี่" เมล่อนพูดอย่างเคร่งเครียดกับทีมสี่คนที่นางพาหนีออกมาได้ "ข้าจะพยายามไปช่วยคนอื่น" จากนั้นนางก็ทิ้งพวกเขาและกลับไปที่สนามรบ

“ช่างน่ากลัวเสียนี่กระไร” นางคิดในใจ เมื่อเทียบกับประสบการณ์ของนางเองในการล่ามอนสเตอร์กับนายท่านในนาคูลา นางก็รู้ได้ทันทีว่าสถานการณ์ตอนนี้สิ้นหวังมากขนาดไหน มังกรแข็งแกร่งมาก ทั้งยังปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหัน นางยอมแพ้และขอถอนตัวทันที ถ้าไม่คนต่อไปที่ต้องตายก็คงเป็นนาง!

เจ้าหญิงผมขาวก็รู้ว่าวิกฤตครั้งนี้ยากจะแก้ไข นางพุ่งมาที่นี่และที่นั่นด้วยหอกของนาง โดยฆ่าซาลาแมนเดอร์ห้าตัวติดต่อกัน เมื่อเห็นสภาพหอกของนางที่แตกด้วยความเปราะบาง นางขมวดคิ้วและเดาะลิ้นของนางออกมา อาจเพราะการใช้มานาซ้ำๆ กระมัง ความทนทานของมันจึงลดลง

ในการเดินทาง "ปิกนิก" ครั้งนี้อยู่ใกล้กับปราสาทของกษัตริย์มาก นางจึงได้ร่วมภารกิจเพื่อมาเป็นตัวช่วย อย่างไรก็ตาม มังกรขนาดยักษ์ที่ดูเหมือนจะสามารถควบคุมซาลาแมนเดอร์ได้เป็นสิ่งที่เกินความสามารถของนาง เนื่องจากนักผจญภัยระดับ B คงไม่อาจช่วยล่ามังกรได้อยู่แล้ว นางจึงต้องไตร่ตรองว่าควรจะอยู่ต่อเพื่อช่วยคนอื่นดีหรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่านางจะหยุดเคลื่อนไหวเพื่อกำลังตัดสินใจอยู่ มังกรตัวนั้นก็ดูเหมือนจะสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของนางและส่งผลให้ซาลาแมนเดอร์จำนวนมากพุ่งเข้าใส่นางและขัดขวางนาง

นักผจญภัยบางคนตั้งกลุ่มเล็กๆ เพื่อคอยป้องกันและพยายามถอนตัวออกไป แต่พวกเขาก็ถูกฟิลลิปเร็กซ์ตะโกนใส่: "อยู่ที่ตำแหน่งของเจ้า ตรึงซาลาแมนเดอร์พวกนั้นไว้ซะ! เจ้าลืมสัญญาของข้าและคิดท้าทายตระกูลเร็กซ์งั้นเหรอ?” เมื่อได้ยินคำสั่งที่ไร้เหตุผลของขุนนางหนุ่ม สมาชิกนักผจญภัยแต่ละคนก็มองหน้ากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ใช่แล้วขอรับท่าน! ด้วยชื่อเสียงในการฆ่ามังกร ท่านจะได้เป็นหัวหน้าตระกูลแทนพี่ชายของท่านเป็นแน่!” โรเวนเดเมย์พูดด้วยเสียงดังพอที่ทุกคนจะได้ยิน

"ใช่แล้ว!" ฟิลลิปเร็กซ์กล่าวอีกว่า "ข้าในฐานะทายาทของเร็กซ์ จะให้รางวัลพวกเจ้าทุกคนเมื่อเรื่องนี้จบลง! ตอนนี้จงมุ่งไปข้างหน้า! คุ้มกันข้า!"

เมื่อได้ยินคำพูดเยินยอของโรเวนเดเมย์ ฟิลลิปเร็กซ์ก็เริ่มฝันกลางวัน เมื่อมังกรถูกฆ่า เขาจะกลายเป็นวีรบุรุษและกลายเป็นทายาทหลักของตระกูล ยิ่งไปกว่านั้น ร่างกายของมังกรเองก็เป็นสมบัติล้ำค่า กระดูกและเกล็ดมังกรเป็นวัสดุที่ล้ำค่าที่สุด หายากที่สุด ช่างเป็นอนาคตที่สดใสและสวยงามอะไรขนาดนี้!

“ไอ้งั่งงี่เง่านั่น!” เจ้าหญิงตะโกนออกมา นางรู้ว่าฟิลลิปเร็กซ์กำลังทำให้ทุกคนไปฆ่าตัวตายหมู่ เพราะกระทั่งนางเองก็ยังไม่สามารถกำจัดซาลาแมนเดอร์จำนวนมากขนาดนี้ได้เลย!

ในเวลาเดียวกัน นางก็เห็นซาลาแมนเดอร์ "บิน" ไปหานักผจญภัยและพุ่งชนเข้ากับโรเวนเดเมย์และฟิลลิปเร็กซ์ การชนนั้นทรงพลังมากจนคนแรกหมดสติไป ในขณะที่คนหลังได้รับบาดเจ็บสาหัสและกระอักเลือดออกมาเต็มปาก

* ฟิ้วววว *

เสียงบางอย่างกำลังพุ่งเข้ามา

เด็กสาวกิ้งก่าลงจอดต่อหน้านักผจญภัยที่สับสนพร้อมกับ "กำไลป้องกัน" ที่ติดตั้งอยู่บนแขนขาของนาง และยังมีดินปืนพร้อมกับกระสุนจำนวนมาก

“ขอโทษที นายท่านบอกข้าว่าอย่าใช้ 'กำไลป้องกัน' ในที่สาธารณะ ดังนั้นข้าจึงพยายามหลีกเลี่ยงการใช้มัน แต่เพราะสถานการณ์ตอนนี้หน้าสิ่วหน้าขวาน ข้าจึงไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว” ในขณะที่นางสารภาพอย่างเงียบๆ นางก็ก้าวไปหามังกรและซาลาแมนเดอร์ไม่กี่ก้าว จากนั้นนางก็กระซิบชื่อเอ่ยชื่อทักษะเวทมนตร์เพียงอย่างเดียวที่นางมี: "[ เสริมแรงทางกายภาพ ]"

นางได้เรียนรู้ทักษะระดับพื้นฐานนี้เมื่อนางอายุ 11 ปี แม้ว่าผลของมันจะมีเล็กน้อย แต่นางก็เข้าใจอย่างแน่นอนว่ามันเป็นพรสวรรค์เพียงอย่างเดียวของนางที่นางจะสามารถเพิ่งพามันได้ ดังนั้นนางจึงไม่เพียงแต่ฝึกฝนมันซ้ำๆ แต่พยายามทลายขีดจำกัดด้วย ในวันหนึ่ง นางก็รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในร่างกายของนาง เนื่องจากนางไม่สามารถอธิบายความแตกต่างได้มากนัก นางจึงไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร

“เจ้ากิ้งก่า...จงเชื่อฟัง... คำสั่งของข้า...” ฟิลลิปเร็กซ์ที่นอนลงกับพื้นตะโกนออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและดวงตาที่ไม่อยากจะเชื่อ

เมล่อนไม่สนใจเขาและจดจ่ออยู่กับมังกรที่กำลังคำราม นางลดตำแหน่งลง ยกมือขึ้นตรงหน้าอกและงอนิ้วเข้ามาด้านในเล็กน้อย ในขณะที่นางตรวจสอบสนามรบและรอช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการโจมตี ผิวของนางก็กำลังพ่นควันจางๆ สีขาวออกมา!

“ข้าลืมเรื่องพื้นฐานไปเลย นายท่านบอกว่าจงอย่าฟังคำพูดของคนโง่โดยเด็ดขาด” เมล่อนคิด

“แถมข้ายังเป็นทาสของนายท่าน ไม่มีทางหรอกที่ข้าจะคุกเข่าและเชื่อฟังคำพูดของผู้อื่น!”

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 2 บทที่ 6: การจู่โจมมังกร

คัดลอกลิงก์แล้ว