เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 42: จากเมล็ดสู่ต้นกล้า 3

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 42: จากเมล็ดสู่ต้นกล้า 3

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 42: จากเมล็ดสู่ต้นกล้า 3


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

เล่มที่ 1 บทที่ 42: จากเมล็ดสู่ต้นกล้า 3

.

เมล่อนและเกรซเอาชนะโจรที่โจมตีหมู่บ้าน กลายเป็นวีรบุรุษในหมู่บ้านจนถึงขั้นเหล่าชาวบ้านชวนไปทานมื้อค่ำ

นอกจากนี้ยังมีการพูดกันว่ามีคนสวมหน้ากากใช้ใยแมงมุช่วยคนด้วย ซึ่งนั่นก็เป็นที่พูดกันปากต่อปากของเหล่าชาวบ้าน

บรรยากาศของหมู่บ้านไม่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้เลย เพราะมีการสูญเสียเพียงเล็กน้อยและมีเพียงไม่กี่คนที่ได้รับบาดเจ็บ

ว่ากันว่าทหารได้ออกจากเมืองไป ซึ่งทำให้พวกโจรมีโอกาสโจมตี... มันแปลกมาก ทำไมอะไรมันถึงประจวบเหมาะขนาดนี้? การที่พวกเขายกทหารออกไปหมดย่อมทำให้เมืองอ่อนแอไม่ใช่เหรอ?

แต่ผู้อยู่อาศัยกลับไม่คิดอะไรมาก...มีเพียงข้าคนเดียวที่ยังคงสงสัยอยู่

ลูกของดยุคได้จ่ายเงินให้หมู่บ้านฟื้นฟูและให้สนับสนุนเงินให้กับเหล่าชาวบ้านทุกคน

เรื่องวันนี้จบลงแบบนั้น และเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ข้ากับเกรซก็กำลังจะออกเดินทางกันแล้ว

เกวียนม้า...ไม่สิ เกวียนหมาป่าจอดอยู่หน้าหมู่บ้าน ไรเฟิลมีอานม้าอยู่บนตัวเขาและชาวบ้านก็มองไปทางเมล่อนด้วยสายตาเชิดชู พวกเขาทั้งหมดคิดว่าไรเฟิลเป็นสัตว์เลี้ยงของเมล่อน

เมล่อนดูไม่ค่อยสบายใจนักกับสายตาของชาวบ้าน แต่นางก็ทำอะไรไม่ได้หรอก สำหรับ [สามัญชน] อย่างข้า มันคงไม่ดีแน่ที่จะกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจ ดังนั้นข้าจะปล่อยให้ชื่อเสียงตกเป็นของเมล่อนและเกรซ

ข้าวาง [หีบ] สุดท้ายไว้บนรถ ปิดประตูหลังและทุกอย่างก็เรียบร้อย

เมล่อนกำลังช่วยข้าเก็บของบางอย่าง ส่วนเกรซก็อ่านคู่มือของสถาบัน - โอ้คู่มือเล่มนั้นมันช่างหนาชะมัดยาก

“วอลสัน ข้าคิดว่าเจ้ามีฝีมือเกินไปแล้ว!” "นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าได้เห็นรถม้าที่สะดวกสบายเช่นนี้!" “วิเศษมากเลยวอลสัน” "ว้าว สุดยอดเหลือล้น"

ทันใดนั้นมิราเบลล่าก็กอดข้าพร้อมกับเขย่าตัวข้าจนหน้าอกของนางมาโดนตัวข้าอีกแล้ว

เอ่อ... สายตาพิฆาตของเกรซส่งออกมา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตอนที่ถูก [สายตาพิฆาต] ของเอนเดอร์แมน จ้องมองมันรู้สึกยังไง เดี๋ยวสิ! อย่าตีข้าด้วยไม้สิ!

นักผจญพวกนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังสำนักงานสาขาย่อยของ {นัยน์ตาแห่งแมวรัตติกาล} ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองหลวง โดยปกติแล้วสมาคมจะตั้งสำนักงานใหญ่ของพวกเขาในเมืองหลวงและสาขาย่อยของพวกเขาในชนบท แต่เห็นได้ชัดว่า {นัยน์ตาแห่งแมวรัตติกาล} ทำในสิ่งที่ตรงกันข้าม

เมื่อเร็วๆ นี้มีภารกิจปราบปรามขนาดใหญ่และกำลังหากลุ่มนักผจญภัยระดับ B จำนวนมาก ซึ่งเป็นเหตุผลที่กลุ่มสี่คนกำลังไปที่นั่น

...ข้าคิดว่าพวกเขาควรจะปราบปรามมังกรกระมัง? มังกรงั้นเหรอ? ข้าคิดว่าพวกมันเป็นแค่สิ่งมีชีวิตในตำนานเสียอีก

เมล่อนถามคำถามกับนักผจญภัยเป็นประจำเกี่ยวกับเรื่องนี้ ข้าคิดว่านางคงสนใจพอสมควร อืม ถ้านางอยากไปก็ขอแค่พูดมาได้เลย ข้าพร้อมเตรียมการให้นางเสมอ

จากนี้ข้าก็ต้องไปที่สำนักงานสาขาย่อยเพื่อทักทายผู้คนที่นั่นและทำความรู้จักกัน ด้วยการที่ข้าเป็นสมาชิกใหม่และต้องการรู้จักคนมากมายเพื่อทำธุรกิจ การทำเช่นนี้ย่อมส่งผลดีต่อข้ามาก

นอกจากนี้ ข้ายังมีสินทรัพย์และเงินทุนสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจแล้ว การขายหนังสัตว์ทั้งหมดทำให้ได้เงินมา 500 เหรียญทอง ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่คนปกติสามารถอยู่ได้อย่างสบายๆ เป็นเวลาหลายปี

หนึ่งเหรียญทองคือสิบเหรียญเงิน หนึ่งเหรียญเงินคือสิบเหรียญทองแดง และมีสกุลเงินที่เรียกว่า "เหรียญแตก" ที่เหมือนกับสกุลเงินย่อยที่ต่ำที่สุดด้วย

เอ่อ ถ้าข้าแปลสกุลเงินคร่าวๆ ให้เข้ากับโลกใบเก่าของเรา เจ้าเหรียญทองก็น่าจะเทียบได้กับ 30 ดอลลาร์กระมัง

เนื่องจากราคาของโลกนี้ไม่สูงนัก เจ้าจึงสามารถบอกรู้มูลค่าของเงิน 500 เหรียญทองพวกนี้ได้อย่างง่ายดาย ดูเหมือนไม่ว่าโลกใบไหนก็ขาดทุนนิยมไม่ได้แฮะ

“นายท่านเมล่อน ข้าขนของทั้งหมดไปแล้ว” ข้าเดินไปหาเมล่อนพร้อมกับพูดเช่นนี้จนทำให้นางทำหน้าไม่สบายใจออกมา

ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ข้าต้องทำเช่นนี้ต่อหน้าคนอื่น สำหรับพวกเขา ข้าคงเป็นคนรับใช้ของนาง

เมล่อนเป็นนักผจญภัยนิรนาม แต่ทรงพลังและข้าเป็นคนรับใช้... เอาเถอะ ข้าไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว

ส่วนเมล่อน ข้าก็ได้เปลี่ยนปลอกคอที่นางเคยสวมอยู่

ข้าซื้อสร้อยคอจากพ่อค้าที่เดินทางมาด้วย สร้อยคอนี้เป็นปลอกคอทาสประเภทหนึ่ง แต่ราคาสูงกว่าห้าเท่า ราคาของมันคือเหรียญทองทั้งหมดห้าเหรียญ

ข้าปรับเปลี่ยนมันเล็กน้อยหลังจากซื้อโดยใช้ [ไม้นางฟ้า] ซึ่งให้ผลการฟื้นฟูแก่ผู้สวมใส่

ข้าไม่อยากให้เมล่อนใส่ปลอกคอนั้นต่อไป นางเป็นผู้หญิง สร้อยคอจะเหมาะกับนางมากกว่า

ใจจริงข้าอยากจะปล่อยให้นางใช้ชีวิตอิสระ แต่นางกลับต่อต้านเรื่องนี้มาก ดังนั้นข้าจึงหาสร้อยคอมาแทนเพื่อไม่ทำให้นางอารมณ์เสีย

ข้าค่อยๆ วางสร้อยคอลงบนนางก่อน จากนั้นหลังจากอธิบายจบแล้ว ข้าก็หยิบพลั่วออกมาและเก็บปลอกคอเก่าไว้ใน [กระเป๋าเก็บของ] โดยตรง

นี่เป็นวิธีเดียวที่ข้าสามารถใช้ได้ เนื่องจากข้าไม่มีกุญแจ

"อืม...ทำไมนายท่านถึงถอดปลอกคอล่ะ?"

“ก็อันเก่ามันเริ่มเล็กเกินไป แถมมันยังเป็นของเจ้านายเก่าเจ้าด้วยใช่ไหม?” ของที่เจ้าใส่ต้องเป็นของที่ทำโดยข้าสิ

แม้ว่านี่จะเป็นเพียงข้ออ้าง แต่มันก็ใช้ได้กับเมล่อน

แต่... เพราะแทบจะไม่มีทาสในหมู่บ้านซาดิน ข้าจึงไม่มีความรู้เกี่ยวกับทาสมากนัก ซึ่งนำไปสู่สถานการณ์ที่น่าอึดอัดใจ

"คือ... ปลอกคอรูปแบบสร้อยคอ... นายท่าน ท่านทำให้ข้าเป็นทาสที่มีความสุขที่สุดในโลกเลยนะ... ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะทำให้นายท่านมีความสุขที่สุดในโลกเช่นกัน” เมล่อนพูดด้วยน้ำเสียงเขินอายด้วยใบหน้าแดงก่ำ

...ไม่กี่คืนที่ผ่านมา หลังจากเสร็จสิ้นการเตรียมการขั้นสุดท้าย ข้าก็ตัดสินใจที่จะนอนบนรถม้า แต่ข้ากลับพบว่าเมลอนไม่มีอะไรเลยนอกจากชุดชั้นในที่รอข้าอยู่บนเตียง

รูปร่างของเมล่อนสวยมาก พลังทำลายล้างของมันสูงเกินไป รูปร่างก็สมส่วน...

ไม่สิ ร่างกายของข้ายังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะ ข้ายังอายุแค่ 15 เอง... ข้าไม่ควรมีอะไรก่อนจะ 18 นั่นคือสิ่งที่ข้ายึดถือไว้

ยิ่งไปกว่านั้น... เกรซคงฆ่าข้าแน่

ถ้าข้าทำอะไรที่ออกจะวิตถาร เกรซก็มักจะโจมตีใส่ข้า

เจ้ารู้หรือไม่ว่าเจ้ากำลังจะไปที่สถาบันเพื่อเพลิดเพลินกับชีวิตในโรงเรียนที่ยอดเยี่ยมกับผู้ชายที่สมบูรณ์แบบ? ทำไมเจ้ายังมาเกาะติดข้าอีกเนี่ย...

ขณะที่ข้าคิด ข้าก็ปีนขึ้นไปบนที่นั่งคนขับและมองไปข้างนอกพร้อมกับก้มลงมองกระถางด้านข้าง

ก่อนจากกัน ข้าไปเยี่ยมท่านหญิงนางไม้และอาร์คอน ท่านหญิงนางไม้ได้มอบเมล็ดพันธุ์ให้เป็นของขวัญจากการจากไป ซึ่งปัจจุบันเป็นไม้กระถางเล็กๆ ที่อยู่ข้างๆ ข้า

แต่มันแปลกมาก แม้ว่าข้าจะเป็น [ต้นไม้โบราณ] แต่ข้าก็ไม่สามารถเร่งการเติบโตของมันด้วยเวทมนตร์ได้ มันจะงอกออกมาหลังจากที่ข้าโรย [ผงกระดูก] เท่านั้น แต่มันก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนั้นเลย

อืม ข้าคงได้แต่ต้องปล่อยให้มันโตไปอย่างช้าๆ สินะ

เมื่อมองย้อนกลับไปที่ชาวบ้านที่โบกมือลาเรา ข้าก็มองไปยังหมู่บ้านที่เลี้ยงดูข้ามา 15 ปีพร้อมกับหัวเราะเบาๆ พอดึงสายจูงหมาป่าที่หนักหน่วง รถม้า? ของเราก็เริ่มก้าวไปข้างหน้า

มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง สู่เส้นทางแห่งอนาคตกันเถอะ

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 42: จากเมล็ดสู่ต้นกล้า 3

คัดลอกลิงก์แล้ว