เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 22: การเก็บเกี่ยวที่ไม่ดี ลางร้าย

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 22: การเก็บเกี่ยวที่ไม่ดี ลางร้าย

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 22: การเก็บเกี่ยวที่ไม่ดี ลางร้าย


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

เล่มที่ 1 บทที่ 22: การเก็บเกี่ยวที่ไม่ดี ลางร้าย

(วอลสัน)

เราทุกคนมีความสุขกับงานเลี้ยงฉลองมาก

“...วอลสัน เจ้ากำลังเบียดข้านะ...”

“อ้าว ก็เจ้าเข้ามาทีหลังเองไม่ใช่เหรอ?”

ทั้งเกรซและข้ากำลังนอนอยู่บนขาของเมล่อน เพลิดเพลินกับความรู้สึกนุ่มนิ่มจากร่างกายของนาง

ในตอนแรกมีแค่ข้าคนเดียว แต่เกรซไม่ชอบที่ถูกทิ้ง ดังนั้นจึงตัดสินใจมาเข้าร่วมวงด้วย

เราทุกคนดูเหมือนพี่น้องหนุ่มสาวที่กำลังเรียกร้องความสนใจจากพี่สาวไม่มีผิด ซึ่งในทางเทคนิคแล้ว มันก็เป็นไปตามนั้น

เพราะเมล่อนอายุมากกว่าเราถึงสองปี

“ขอบคุณทั้งคู่นะสำหรับงานเลี้ยงที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้” เมล่อนยังคงยิ้มอยู่ และข้าก็สังเกตเห็นร่องรอยของน้ำตาที่ไหลออกมาจากมุมดวงตาของนาง

ข้ารู้สึกพอใจมาก ตราบใดที่นางยังคงยิ้ม

เมล่อนได้เริ่มสวมชุดเมล่อนที่ข้าให้เป็นของขวัญนาง ซึ่งในมือของนางก็เป็นถุงมือหนังกิ้งก่าด้วย

เกรซเป็นคนมอบถุงมือให้นาง ดูเหมือนว่านางจะใช้เงินทั้งหมดที่นางรวบรวมมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนเพื่อซื้อมัน

ถุงมือทำจากผิวหนังของกิ้งก่าทะเลทราย ซึ่งไม่ได้มีถิ่นกำเนิดในภูมิภาคของเรา มันต้องใช้เงินค่อนข้างมากทีเดียว

เหตุผลที่เกรซคิดว่าเป็นของขวัญที่ดี เพราะนางสังเกตเห็นว่าเมลอนชอบที่จะต่อสู้ด้วยมือเปล่า

...ข้าน่าจะเอาถุงมือนี้มาเอนชานท์ด้วยแฮะ

______________________

แต่ว่าข้าคงต้องหยุดอารมณ์อันรื่นเริงไปเสียก่อน

เพราะสิ่งที่ข้าจะพูดต่อไปนี้อาจฟังดูไม่น่ารื่นเริงนัก

ข้าลักลอบนำอาหารจากฐานลับเข้ามาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่ยากลำบาก เนื่องจากเรามีการเก็บเกี่ยวที่ไม่ดีในปีนี้

แม้ว่าข้าจะไม่ชอบสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามากนัก แต่ข้าก็ยังถูกเลี้ยงดูมาและข้าจึงต้องการช่วยพวกเขา

ข้าไม่สามารถนำเนื้อสัตว์มาได้ และข้าต้องจำกัดจำนวนมันฝรั่งที่ข้าต้องนำมา มิฉะนั้นพวกเขาอาจจะสงสัย

ข้าได้นำอาหารสำรองของตัวเองมาช่วยสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ซึ่งเป็นเหตุผลที่อาหารสำรองในฐานลับลดลงอย่างรวดเร็ว มันเกิดขึ้นมาหลายเดือนแล้ว

สิ่งที่เรามีอยู่ในฐานลับนั้นเพียงพอที่จะเลี้ยงดูเราสามคนได้อย่างไม่มีกำหนด แต่มันก็ไม่สามารถรักษาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าไว้ได้นาน

ข้าได้พยายามเสริมเสบียงของเราโดยใช้ [ผงกระดูก] จำนวนมากเพื่อช่วยผลิตพืชผลมากขึ้น แต่วิธีนี้ต้องใช้ [ผงกระดูก] จำนวนมาก

และข้าแทบจะใช้ [ผงกระดูก] ไปจนหมดแล้ว

แหล่งที่มาของ [ผงกระดูก] มาจากกระดูก อาจเป็นกระดูกจากผีดิบหรือแม้แต่สัตว์ปกติ

แต่ถ้าข้าอยากได้กระดูกพวกนั้น ข้าก็ต้องไปล่าสัตว์ ซึ่งการไปล่าสัตว์ในยามที่การเก็บเกี่ยวไม่ดีนัก ก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีสักเท่าไร

การเก็บเกี่ยวที่ไม่ดียังทำให้ประชากรมอนสเตอร์ลดลง เนื่องจากอาหารที่ขาดแคลน ถ้าข้าออกไปล่ากระดูกให้เพียงพอที่จะเลี้ยงทุกคนได้ ข้าก็อาจจะฆ่าทุกอย่างในพื้นที่นี้ไป หากจะทำให้มีประสิทธิผล ต้องไม่ใช่วิธีการเช่นนี้

ซึ่งใครที่ไหนมันจะมีเวลามากพอไปล่ากระดูกช่วงเช้าและแอบลอบเอาอาหารเข้ายังสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าช่วงดึกกัน? เรื่องนี้ดำเนินมาค่อนข้างนาน

อย่างไรก็ตาม เหตุผลที่เรามีการเก็บเกี่ยวที่ไม่ดีในปีนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศ ปีนี้เราไม่มีภัยแล้ง

เป็นเพียงเพราะแผ่นดินมีความอุดมสมบูรณ์น้อยลง

แต่เมื่อข้าพูดว่า "อุดมสมบูรณ์น้อยลง" มันไม่ได้เกิดจากการปลูกพืชมากเกินไป เพราะไม่ใช่แค่พื้นที่เพาะปลูกที่มีความอุดมสมบูรณ์น้อยลง แต่ทั้งภูมิภาคก็ประสบปัญหาเดียวกัน

พืชในป่าได้เหี่ยวเฉาไปหลายสิบชนิด ซึ่งโดยปกติแล้วมันเป็นไปไม่ได้เลย

ต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นแน่ นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา

หมู่บ้านได้ส่งเงินให้นักผจญภัยเข้ามาตรวจสอบ "ค้นหาว่าเหตุใดมานาของแผ่นดินจึงหมดลง" คือสิ่งที่เขียนไว้บนป้ายภารกิจ

เนื่องจากข้าไม่ได้รู้เรื่องเวทย์มนตร์มากนัก ข้าจึงปรึกษาเกรซว่ามันหมายถึงอะไร นางจึงบอกข้าเพิ่มเติมถึงเรื่องนี้

โดยพื้นฐานแล้ว มานาในดินจะหายไปด้วยเหตุผลบางอย่าง เนื่องจากทุกชีวิตต้องการมานา ชีวิตที่อาศัยอยู่จากแผ่นดินจึงเริ่มลดลง

นักผจญภัยในท้องถิ่นของหมู่บ้านของเรากำลังเตรียมที่จะเริ่มการสืบสวน แต่พวกเขาก็ไม่สามารถเข้าไปในภูเขาได้อีก

ส่วนใหญ่เป็นเพราะพวกเขากลัวหมาป่าวิญญาณและไม่ต้องการรุกล้ำดินแดนของอาร์กอน

...คงต้องขอบคุณอาร์คอน ที่ฐานลับของข้าไม่ได้ถูกค้นพบโดยการสืบสวน ก็เนื่องจากมันอยู่ในอาณาเขตของเขา

หมู่บ้านอื่นๆ ที่อยู่ใกล้กับหมู่บ้านของเรามากที่สุดก็อยู่ห่างออกไปสองวันในการเดินทางด้วยม้าและรถม้า หมู่บ้านแห่งนั้นมีนามว่าหมู่บ้านโทโทคุ

ทั้งซาดิน (หมู่บ้านของเรา) และหมู่บ้านโทโทคุอยู่ในส่วนที่ห่างไกลของอาณาจักร ทางตะวันออกของเราคือ "ป่าใหญ่แห่งนาคูลา"

นักผจญภัยต้องเดินทางไปยังหมู่บ้านโทโทคุ จากนั้นก็เดินทางเข้าไปในป่าใหญ่แห่งนาคูลาเพื่อหลีกเลี่ยงอาร์กอน แต่หมู่บ้านโทโทคุไม่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากเหตุการณ์นี้เช่นเดียวกับเรา

ข้าเองก็ได้เริ่มการสืบเสาะเช่นกัน

ข้าสังเกตเห็นว่ายิ่งมันอยู่ใกล้กับฐานลับของข้ามากเท่าไหร่ การเหี่ยวแห้งและมานาก็ทรุดตัวแรงขึ้นเช่นกัน

หลังจากเฝ้าสังเกตมา 1 สัปดาห์ ข้าก็ไม่ได้ดำเนินการใดๆ เนื่องจากได้ข้อสรุปว่าต้นตอของปัญหาไม่ได้อยู่ในป่าของเราอย่างแน่นอน

_______________________________

*ฟึด ฟึด* ข้าซุกหน้าลงบนต้นขาของเมล่อนและเผลอสูดกลิ่นเข้าไป

กลิ่นสบู่ที่ข้าทำช่างหอมเหลือเกิน ข้าดีใจมากที่ข้ายังจำวิธีทำสบู่ได้

___________________________________

แต่จะว่าไป เรื่องป่าใหญ่แห่งนาคูลา

ในภาษาโบราณ "นาคูลา" หมายถึงความงามลึกลับและยังเป็นชื่อของผู้พิทักษ์ป่า

ป่ามีขนาดใหญ่พอที่จะครอบคลุม 5% ของภูมิภาคของเรา และแท้จริงแล้วมันแทบจะเหมือนกับท้องทะเลแห่งป่าไม้เลย

ทว่ามีเพียงเขตชานเมืองเท่านั้นที่จะนับได้ว่าเป็น 'ป่า' หากเดินทางมุ่งหน้าเข้าไป สิ่งที่พบก็จะมีแต่ป่ามากขึ้นเท่านั้น

มอนสเตอร์ที่อาศัยอยู่ในป่านั้นแข็งแกร่งมาก พวกมันเป็นเป้าหมายในอุดมคติของข้าที่จะใช้ยกระดับ เสียดายแต่ว่ามันอยู่ไกลเกินไป

แม้ว่าฐานลับของข้าจะตั้งอยู่ในส่วนที่ลึกกว่าของป่า แต่ก็ยังเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ของมันเท่านั้น อาร์คอนเองก็อาศัยอยู่ที่นี่

ถ้าเราลองเปรียบเทียบป่าใหญ่ของป่าใหญ่แห่งนาคูลากับส่วนที่ข้าอยู่ ตัวข้าก็เหมือนอยู่แค่พื้นผิวส่วนนอกเท่านั้น

ป่าใหญ่แห่งนาคูลาเต็มไปด้วยความลึกลับ

ข้าได้พิจารณาแล้วว่าต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นในส่วนลึกของป่าแน่

ระยะทางค่อนข้างไกล แต่ข้าคิดว่ามันน่าจะจัดการได้ถ้าเราใช้ประโยชน์จากความสามารถของเกรซในการเทเลพอร์ต

แต่ข้าไม่ควรพึ่งพานางอย่างเดียว กฎข้อหนึ่งของการเข้าป่าคือการเตรียมตัว

ยิ่งเราเข้าใกล้ศูนย์กลางมากเท่าไร ก็จะมีพืชจำนวนมากที่บดบังการมองเห็นของเรา นอกจากนี้ ยังมีหนองน้ำที่เป็นอันตรายมากมายอยู่ด้วย

ในกรณีนี้ ความสามารถในการเคลื่อนย้ายของเกรซจะถูกจำกัดโดยสภาพแวดล้อมโดยรอบ นั่นคือเหตุผลที่ข้าพยายามอย่างเต็มที่เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการผจญภัยของเรา

สิ่งนี้ทำให้ข้าต้องเพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าในการจัดการกับเกราะโซ่ที่ข้าต้องการมอบให้กับเมล่อน

___________________________

“นายท่าน มันจั๊กจี้นะ” เมล่อนเริ่มหน้าแดง แต่สีหน้าของนางก็ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก

เมล่อนดูจะเริ่มระวังในการแสดงอารมณ์ของนางออกมา ช่างน่าเอ็นดูเหมือนกับน้องสาวเลยแฮะ

“...วอลสัน เลิกกวนได้แล้ว”

...ข้าหวังเหลือเกินว่าเกรซจะหยุดเอาไม้มาเคาะหัวและข่มขู่ข้าเสียที

จบบทที่ เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 22: การเก็บเกี่ยวที่ไม่ดี ลางร้าย

คัดลอกลิงก์แล้ว