เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 16: คำอธิษฐานของแม่ชี

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 16: คำอธิษฐานของแม่ชี

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 16: คำอธิษฐานของแม่ชี


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

เล่มที่ 1 บทที่ 16: คำอธิษฐานของแม่ชี

.

(มานี่)

ข้ามีนามว่า มานี่ คอร์เฮล แมตต์

ข้าเป็นมนุษย์และยามนี้ข้าอายุสามสิบห้าปี

อาชีพปัจจุบันของข้าคือแม่ชี ข้าทำงานในหมู่บ้านซาดินและอาศัยอยู่กับแม่ของข้า มาเรสซ่าและช่วยบาทหลวงมาร์บอนในเรื่องคริสตจักรและสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ข้ารับใช้พระองค์มาสิบห้าปีแล้ว

พรสวรรค์ของข้าอยู่ในทิศทางของ [จอมเวท] ทว่าหากกล่าวอย่างเฉพาะเจาะจงก็คือ [พระ] ข้าสามารถใช้เวทมนตร์ด้านการรักษาหรือธาตุแสงได้ แน่นอนว่าข้าเรียนเวทมนตร์อื่นๆ มาด้วย แต่สองประเภทนี้คือความสามารถพิเศษของข้า

แม้จะเป็นแม่ชีของศาสนาแวนติโนม แต่ข้าก็ไม่ได้มองมนุษย์ กึ่งมนุษย์ด้วยความเหยียดหยามเหมือนสาขาตะวันตก

ข้ารับใช้สาขาย่อยของศาสนาแวนติโนมที่เปิดกว้างกว่ามาก สาขาย่อยแวนติโนม-เกรลลา

เกรลลาได้ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อสี่ศตวรรษก่อน โดยนักบวชเอลฟ์ที่มีชื่อเดียวกัน เขาเห็นความมืดและความเสียหายมากมายที่เกิดขึ้นกับศาสนาของเราที่เชื่อว่าตัวพวกเขาเหนือกว่าสิ่งมีชีวิตทั้งปวง เกรลลาจึงสร้างสาขาใหม่เพื่อพยายามตอบโต้

สาขาหลักถือว่าสายพันธุ์ที่ไม่ใช่มนุษย์และไม่ใช่เอลฟ์ทั้งหมดเป็นปีศาจ ดังนั้นพวกเขาจึงบอกว่าคนพวกนี้ไร้ค่าและจักต้องทำลายเสีย

แต่สายพันธุ์เดียวที่เป็นปีศาจอย่างแท้จริงคือเผ่าปีศาจและซัคคิวบิ/อินคิวบิ ที่สามารถติดตามเหล่าบรรพบุรุษของพวกเขาไปสู่นรกได้

ซึ่งแท้จริงแล้วกึ่งมนุษย์ไม่ได้น่ากลัวเหมือนกับที่ทางสาขาหลักบอก พวกเขาแค่มีชีวิตที่แตกต่างออกไป ทั้งด้วยประเพณีและค่านิยมของตัวพวกเขาเอง

ตราบใดที่พวกเขาไม่ก่ออาชญากรรม พวกเขาก็ไม่ควรถูกลงโทษเพราะความแตกต่าง

นอกจากนี้เรายังบูชาเทพธิดาแวนติโนมในสาขาย่อยของเราเหมือนกับสาขาหลัก แต่เรายินดีต้อนรับสายพันธุ์อื่นๆ ด้วยอ้อมแขนที่เปิดกว้าง ตราบใดที่พวกเขาเปลี่ยนเป็นความเชื่อของเรา

สาขาย่อยเกรลลามีบทบาทมากขึ้นในช่วงภาคใต้ของแผ่นดิน ทว่าในช่วงนี้พวกปีศาจกลับมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

“มีคนเพียงสองประเภทอยู่บนโลกนี้ ประเภทที่หนึ่งคือก่ออาชญากรรมและประเภทที่สองคือไม่ก่ออาชญากรรม” นั่นคือคำที่เกรลลากล่าว

เราไม่ได้กดขี่สายพันธุ์อื่นๆ บนโลกที่แตกต่างจากสาขาหลักที่พยายามกำจัดพวกเขาด้วยอคติอย่างรุนแรง

แต่ว่า... สาขาย่อยของเกรลลายังไม่อาจแข่งความนิยมได้เท่าสาขาหลัก เขามีอำนาจและพลังที่น้อยกว่า ผลลัพธ์ทำให้สาขาย่อยของพวกเขาได้ถูกวางไว้ในภูมิภาคที่ยากจนหรือห่างไกล อย่างไรก็ตาม เรามีความยืดหยุ่นพอที่จะไม่ถูกกำจัดโดยสาขาหลัก

โอ้ ข้าเริ่มบ่นให้ฟังมากเกินไปอีกครั้งแล้วสินะ...ใช่แล้ว สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเราทำหน้าที่เป็นสังคมขนาดเล็กที่สามารถทำงานได้อย่างอิสระด้วยทุนเพียงน้อยนิด เด็ก [นักสู้] และ [นักเวทย์] จะได้รับการเลี้ยงดูโดย [สามัญชน] ความสามารถ [นักสู้] และ [นักเวทย์] ของพวกเขาจะได้รับการปลูกฝังในขณะที่ [สามัญชน] ทำงานเพื่อดูแลสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า

ในตอนแรกข้าคิดว่านี่เป็นการวางแผนที่ดี แค่ให้ทุกคนมีหน้าที่ของตนก็สิ้นเรื่อง เหตุผลที่ข้าคิดเช่นนั้นก็เพราะโดยหลักการแล้ว 90% ของเด็กจะเป็น [สามัญชน] ในขณะที่ 10% เป็น [นักสู้] และ [นักเวทย์]

แต่เมื่อเร็วๆ นี้จำนวนของ [นักสู้] และ [นักเวทย์] กลับเพิ่มขึ้น เป็นผลให้ [สามัญชน] ต้องเผชิญกับปัญหาที่พวกเขาจำเป็นต้องทำมากขึ้น แต่จำนวนของพวกเขากลับน้อยกว่ามาก

มันทำให้ [นักสู้] และ [นักเวทย์] เริ่มหยิ่งยโสอวดดีในความเหนือกว่าของพวกเขา สิ่งนี้ทำให้ท่านแม่ของข้า บาทหลวงมาร์บอนและตัวข้าปวดหัวยิ่ง เราไม่รู้ว่าเราจะเปลี่ยนทัศนคติของเด็กๆ พวกนี้ได้อย่างไร

นี่ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทันที กระทั่งในสังคมปกติในสังคมปกติมะเร็งและเนื้องอกยังกำจัดได้ยากเลย สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าของเราก็คงไม่ต่างกัน

เราต้องกำจัดรากเหง้าของปัญหาก่อนที่จะเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น แต่อย่างไรกันเล่า?

...เรามาพูดถึงเด็กที่โดดเด่นมากในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ากันดีกว่า

มี อเกรลล์ ซึ่งเป็น [นักสู้] ที่โดดเด่นในหมู่เด็กๆ เขาอายุสิบสี่ปีแล้ว

อเกรลล์ เกิดมาพร้อมกับความแข็งแกร่งอันยิ่งใหญ่และบาทหลวงมาร์บอนก็ได้ชมความสามารถด้านดาบของเขาด้วย เขาอาจจะกลายเป็น [นักดาบ] ในอนาคต

เขามีความรู้สึกยุติธรรมอย่างแรงกล้า แต่เขากลับมีรูปร่างผอมบางและเป็นคนที่เซ่อมาก เขาจะออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าได้เมื่อเขาอายุสิบห้าปี แต่ข้าก็เป็นห่วงเขาจริงๆ

ส่วน [นักเวทย์] มีมิตตี้ที่น่าจับตามองเช่นกัน

เขาอายุสิบสามและอยู่ใน [ปาร์ตี้] กับอเกรลล์แล้ว พวกเขาคงจะกลายเป็นสหายที่ดีในอนาคต

เขามีพรสวรรค์ด้านเวทมนตร์ที่ดี แต่มีอารมณ์ฉุนเฉียวและใจร้ายต่อเด็กคนอื่นๆ

โอ้ และยังมีเด็กที่น่าสนใจอีกคนหนึ่ง เป็นเด็กผู้หญิง

นางเป็นคนค่อนข้างพิเศษจริงๆ และไม่ใช่คนทั่วไปเลย

นามของนางคือเกรซและดูเหมือนว่านางจะถูกสาป

เมื่อสิบปีที่แล้ว นางถูกวางไว้หน้าประตูของเราในคืนที่มีพายุเข้า เมื่อเรามองไปที่นาง สสิ่งที่ข้าเห็นคือสิ่งมีชีวิตสีดำทะมึนตัวยาวและน่าหวาดกลัว เราไม่เคยเห็นหรือได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน มันทำให้เราทั้งสามคนตกใจมาก

หลังจากใช้ [กระดานหินแห่งการระบุตัวตน] เรายืนยันว่านางไม่ใช่มนุษย์

เอนเดอร์แมน

"เอนเดอร์แมนคืออะไร?" พวกเราต่างสงสัย บาทหลวงมาร์บอนใช้เวทมนตร์ปกปิดเพื่อซ่อนข้อมูลนั้นและทำให้ทุกครั้งที่นางถูกระบุตัวตนด้วยกระดานหิน มันจะแสดงให้เห็นว่านางเป็นมนุษย์

เมื่อพูดถึงเวทมนตร์ นางเก่งกาจและมีความสามารถอย่างมาก นางควบคุมธาตุได้ดีมาก ยกเว้นธาตุน้ำ เธอเรียนรู้วิธีใช้คาถาธาตุมืดทั้งหมดด้วยตัวเอง แทบจะเรียกได้ว่านางเป็นอัจฉริยะ

ในอดีตเมื่อใดก็ตามที่มีคนมองตานาง นางจะอาละวาด นางจะทำลายเกือบทุกอย่างที่อยู่ใกล้ๆ และไม่ฟังคำสั่งของเราเลย สิ่งนี้กินเวลาประมาณสามนาที ตราบใดที่ไม่มีใครมองตานางอีกก็ไม่มีปัญหา

...จากนั้นวอลสันก็มาพร้อมกับแว่นตา ไม่มีใครรู้ว่าเขาได้มันมาได้อย่างไร แต่มันได้ผล

วอลสันเป็น [สามัญชน] และมาเรสซ่า แม่ของข้าก็คิดว่าเขาเป็นเด็กที่เลวร้ายมาก นางบอกว่าเขาชอบสร้างปัญหาและนางก็มักจะส่งเขาเข้าไปในห้องเด็กซุกซนเสมอ

แต่โดยส่วนตัวแล้ว ข้าคิดว่าวอลสันกำลังทำสิ่งที่ถูกต้อง

เกรซมักจะถูกรังแก และวอลสันก็เป็นคนไล่พวกเขาออกไปเกือบตลอดเวลา

ผู้ใหญ่ของเรามักจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับตำนานวีรบุรุษและการผจญภัยให้เด็กฟัง วอลสันคงเก็บเรื่องเล่าเหล่านั้นเอาไว้ในใจ และกลายเป็นวีรบุรุษในสายตาของเกรซไปแล้วกระมัง

ในยามที่เขาถูกส่งไปห้องซุกซน เขาคงรู้สึกเหมือนกับถูกหลอก ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าเสียจริง

ทว่าตัวข้าไม่ได้อำนาจเหนือกว่าท่านแม่ ดังนั้นข้าจึงไม่สามารถหยุดนางจากการส่งเขาไปที่ห้องซุกซนและพาเขาออกจากห้องได้ แต่ข้ามักจะเคาะหน้าต่างและถามเขาว่าเขาต้องการอาหารหรือไม่

เขาไม่เคยตอบข้าซักคำถามเลย “เขาโกรธพวกเราเหล่าผู้ใหญ่หรือเปล่า?” ตอนแรกข้าก็คิดเช่นนั้น

แต่ดูเหมือนว่าข้าจะคิดมากเกินไป

วอลสันยังคงยิ้ม ยิ้มอย่างไร้เดียงสาเช่นเดิม

โปรดยิ้มต่อไปเถอะนะ วอลสัน อย่าปล่อยให้ความอยุติธรรมของเราทำลายรอยยิ้มของเจ้าเลย

เขาแตกต่างจากเด็กส่วนใหญ่ เขาไม่ค่อยโหยหาความรักเลย นอกจากนี้ เขายังไม่โหยหาความรักกับใคร กระทั่งบาทหลวงมาร์บอนและมารดาของข้า แปลกมาก

เขายิ้มบ่อยกว่าเด็กคนอื่นๆ ทำให้เด็กคนอื่นๆ ดูแปลกและแตกต่างไปเลย

บางครั้งสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าก็รับเด็กที่พ่อแม่ไม่มีที่พักเข้ามา หมายความว่ามีเด็กที่อาศัยอยู่ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า แต่ก็ยังมีครอบครัวอยู่

บางครั้งพ่อแม่ก็จะมาเยี่ยม และจากนั้นเด็กๆ ที่ไร้พ่อแม่ก็มักจะร้องไห้ออกมากัน

แต่ข้าไม่เคยเห็นวอลสันร้องไห้เลย

ข้าพยายามเข้าใกล้วอลสันเป็นครั้งคราว ข้าอยากรู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่ข้าไม่เคยจับเขาได้เลย

ข้าถามเด็กคนอื่นๆ และพวกเขาก็บอกว่าวอลสันมักจะหายตัวไปเป็นเวลานานมาก

เขาเป็น [สามัญชน] ดังนั้นเขาคงจะทำงานในฟาร์ม ในตอนแรกข้าคิดว่าเขากำลังทำหน้าที่ของเขาพร้อมกับเล่นไปด้วย

แต่เมื่อข้าออกตรวจสอบ ข้าก็ประหลาดใจที่เห็นว่าเขามีฟาร์มที่เป็นระเบียบที่สุดในหมู่ทุกคน มันมีจำนวนผลผลิตกำลังสองและยังมีระยะการปลูกที่เท่ากันเป๊ะเลย

เมื่อข้ามองไปที่ดวงตาของเขา บางครั้งข้าก็เห็นสติปัญญาและอายุที่ดูจะสูงกว่าเด็กในวัยนี้

ยามนี้เขาอายุสิบปีและสูงหนึ่งร้อยห้าสิบเซนติเมตร แต่เขากลับดูเป็นเด็กที่น่าเชื่อถือมาก

เมื่อใดก็ตามที่เกรซไม่ได้เรียนหนังสือ นางก็มักจะใช้เวลาอยู่กับวอลสัน

ข้ากังวล

เขาดูเป็นผู้ใหญ่เกินไป...

จบบทที่ เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 16: คำอธิษฐานของแม่ชี

คัดลอกลิงก์แล้ว