เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 9 - มุมมองของทาส

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 9 - มุมมองของทาส

เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 9 - มุมมองของทาส


ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

เล่มที่ 1 บทที่ 9 - มุมมองของทาส

...อึก...

ความตายเป็นแบบนี้งั้นเหรอ?

ข้ากำลังจะตายใช่ไหม?

ถูกทิ้งไว้บนพื้นแข็งอันหนาวเหน็บอยู่ตัวคนเดียว?

ช่างโหดร้ายอะไรเช่นนี้

โลกใบนี้ช่างโหดร้ายนัก

ข้าเป็นมนุษย์กิ้งก่าที่เติบโตในฟัลมาร์โน

มีตำนานในดินแดนบ้านเกิดของข้าที่กล่าวว่า “ชั่วชีวิตของเจ้าจะปรากฏขึ้นมาเมื่อเจ้ากำลังจะตายลง”

ข้ามองดูบทชีวิตของข้าที่กำลังแล่นผ่านสายตาด้วยความอ่อนล้า

ข้าเกิดมาในครอบครัวเป็นลูกคนที่เจ็ด

กับพี่ชายสามคนและพี่สาวสามคนที่อายุมากกว่าข้า

ครอบครัวของเราอาศัยอยู่ในหมู่บ้านในป่าอย่างมีความสุข

แต่แล้วข้าก็เกิดมา

โอกาสในการเกิดที่ประสบความสำเร็จนั้นน้อยมาก และพ่อแม่ของข้าก็ไม่คาดหวังว่าข้าจะรอดชีวิต

เผ่าของข้าจะวางไข่สีขาวในรัง และแม่ของข้ามีไข่เจ็ดฟอง แต่มีเพียงหกฟองเท่านั้นที่เป็นสีขาว

ส่วนของข้าเป็นสีม่วง

แม้ว่าข้าจะเติบโตขึ้น สีของเกล็ดของข้าก็แตกต่างจากครอบครัวของข้า นอกจากนี้ข้ายังเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์ที่จำเป็นในการเป็น [นักสู้]

ด้วยความสามารถ ย่อมมาพร้อมกับพลังที่มีศักยภาพ มนุษย์กิ้งก่าทุกตนเคารพและมุ่งมั่นเพื่อพลัง ข้าอาจจะแข็งแกร่งกว่าพี่น้องของข้าทุกตนและอาจจะแข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้าน

ใช่แล้ว "อาจจะ"

ข้าถูกรังเกียจและถูกทารุณ เนื่องจากสีของเกล็ดข้า

พวกเขาเรียกข้าว่าถูกสาปและรังแกข้า ดูหมิ่นข้า จนถึงขั้นพยายามขับไล่ข้าออกจากหมู่บ้านไป

กระทั่งพ่อของข้าเอง

บางครั้งข้าถูกลงโทษด้วยเหตุผลอย่าง “พวกเขาได้รับบาดเจ็บพยายามตีเจ้า เพราะอย่างนั้นมันคือความผิดของเจ้า”

แต่โชคดีที่ข้ามีแม่ที่ใจดีของข้า และมีชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ช่วยข้าเช่นกัน พวกเขามักจะแอบนำอาหารมาให้ข้า เมื่อข้าต้องถูกอดอาหาร

นั่นคือวิถีชีวิตของข้า

แต่มนุษย์กิ้งก่าเป็นสังคมอุปถัมภ์ เมื่อผู้อาวุโสสูงสุดของครอบครัวตัดสินใจ คนนอกครอบครัวก็จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้

และด้วยเหตุนี้ ตัวข้าจึงถูกทารุณกรรมโดยพ่อของข้าเอง

ข้าไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตในอนาคตอย่างไรในบ้านแบบนี้ ข้าจะบรรลุศักยภาพในอนาคตของการเป็น [นักสู้] ได้อย่างไร?

และวันหนึ่ง เมื่อแม่ของข้าพยายามจะให้อาหารข้าโดยไม่บอกให้พ่อของข้ารู้ นางก็ถูกฆ่าตาย

แม่ของข้าถูกฆ่าด้วยมือของพ่อขี้เมาของข้า

เขาบีบคอนางและบิดคอของนางจนเสียงดังสนั่น ตัวของนางเย็นชาและนิ่งไปตลอดกาล

ความหวังเดียวของข้าก็หายไปตลอดกาลเช่นกัน

จากนั้นวันหนึ่ง พ่อค้าทาสก็เข้ามาในหมู่บ้านของเรา พ่อค้าเห็นว่าตัวข้ามีศักยภาพที่จะเป็น [นักสู้]

พ่อค้าทิ้งถังแอลกอฮอล์ขนาดใหญ่ไว้ในบ้านของเรา และพ่อของข้าก็ปล่อยให้พ่อค้าพาตัวข้าไป

ข้าหมดหวังกับชีวิตจนไม่สนใจเรื่องที่ข้าจะกลายเป็นทาสสักนิดเดียว

โดยปกติแล้ว นักค้าทาสจะนำทาสของพวกเขาไปยังตลาดทาสเพื่อเสริม "ราคา" และพยายามขายให้ได้ในราคาดีๆ

แต่พ่อค้าทาสคนนี้กลับพาข้าไปเร่ขายบนท้องถนน ในชั่วพริบตาข้าก็ถูกขายให้พ่อค้าอีกคน

พ่อค้าคนนั้นโยนขนมปังสีดำสองชิ้นและที่ขุดมาให้ข้า

ทาสคนอื่นๆ ที่มีร่างกายดีกว่าข้าก็ได้รับของแบบเดียวกัน

พ่อค้าคนนี้กำลังเดินทางไปที่เหมืองร้าง

ดูเหมือนว่าเขาจะทราบข่าวลือว่ามีแร่มิธริลอยู่ในเหมือง

แต่เนื่องจากปริมาณของแร่มิธริลนั้นน้อยเกินไป สมาคมการขุดจึงไม่สนใจที่จะขุดด้วยตัวเอง

นอกนั้นข้าก็ไม่รู้อะไรแล้ว เพราะตัวข้าเป็นเพียงแค่ทาส

ทว่าเมื่อข้าเข้าไปในพื้นที่โดยรอบเหมือง ข้าก็คิดทันทีว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง

สถานที่นี้ควรจะถูกทิ้งร้าง แต่กลับมีที่พักอันเรียบง่ายที่สะอาดและเป็นระเบียบ

สามวันหลังจากนั้น เราก็ประสบปัญหาใหญ่

เราถูกโจมตีโดยหมาป่าที่มาจากไหนก็ไม่รู้

หมาป่าพวกนี้ไม่ใช่หมาป่าทั่วไป พวกมันเป็นสัตว์วิเศษ

ถ้ามันเป็นเพียงหมาป่าวิเศษ มันอาจจะไม่ได้มีปัญหา แต่พวกมันมีระเบียบมาก ราวกับว่ามีปรมาจารย์หุ่นเชิดอยู่เบื้องหลัง คอยสั่งการให้พวกมันทำเช่นไร

มันตัดเส้นทางหลบหนีของเราทั้งหมด

พ่อค้า ซึ่งเป็นเจ้านายของเราเพียงแค่สั่งให้ทุกคน “เสียสละตัวเองและช่วยเขา” พร้อมกับหลบหนีไปตัวคนเดียว

ทาสคนอื่นๆ ถูกฆ่าตายอย่างเชื่องช้าทีละคน

ข้าไม่เคยมีสภาพร่างกายที่ดี เพราะถูกทารุณกรรมและยังสูญเสียขาก่อนที่จะพยายามตอบโต้เสียอีก

ในตอนนั้นเอง หมาป่าขนาดยักษ์ที่มีขนสีทองส่องแสงออกมาจากป่า โดยมีพ่อค้าที่ตายแล้วห้อยอยู่ระหว่างเขี้ยวของมัน

ด้วยการตายของเจ้านายของข้า ข้าก็ได้รับการปลดปล่อยออกจากสัญญาทาสที่มีผลการผูกพันอย่างน่าอัศจรรย์

ทาสคนอื่นๆ ก็ตระหนักเช่นเดียวกัน ทุกคนจึงพยายามหลบหนี

แต่ความพยายามหลบหนีแต่ละครั้งก็ล้มเหลว พวกเขาแต่ละคนถูกฆ่าจนคนที่เหลือเริ่มหมดหวัง

ข้าลากร่างที่ถูกทุบตีผ่านถ้ำด้วยสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด สุดท้ายข้าก็ขยับร่างเล็กๆ จนมาถึงถ้ำที่อยู่ด้านข้าง

หมาป่าตัวอื่นๆ อาจจะไม่ได้สังเกตเห็นข้า แต่หมาป่าสีทองตัวมหึมาเข้ามาใกล้อย่างช้าๆ

ข้ากำลังจะตายแล้ว

ข้ากำลังถูกผู้นำของเหล่าหมาป่ากิน

แต่แล้ว เสียงหนึ่งก็ได้ดังขึ้นมา

“โอ้พระเจ้า เจ้าทำยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว”

หมาป่าที่ก่อนหน้านี้เงียบสงบและนิ่งเฉยกลับคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว มันหันกลับไปและอ้าปากของมัน

เมื่อไฟออกมาจากปาก ข้าถึงกับตัวแข็งทื่อด้วยความตกใจ นั่นมันคืออะไรกัน? เวทย์ไฟงั้นเหรอ?

หมาป่ายักษ์ยิงไฟไปยังทิศทางที่เสียงนั้นดังออกมา

ข้าไม่เคยเห็นสัตว์ประหลาดและสัตว์ใช้เวทมนตร์มาก่อนเลย เคยได้ยินแค่ในเรื่องเล่าเท่านั้น

สิ่งที่ทำให้ข้าตกใจมากกว่านั้นคือเสียง มันเป็นเสียงของเด็กคนหนึ่ง

เมื่อไฟจากหมาป่ายักษ์หายไป กำแพงหินก็โผล่เข้ามาในสายตาของข้า

เด็กชายที่ดูเด็กกว่าข้าหนึ่งปีก้าวออกมาจากหลังกำแพง

หมาป่ายักษ์ยังคงคำรามอย่างโกรธเกรี้ยว แต่ก็ไม่ได้โจมตีเด็กหนุ่มต่อไป

"เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้วน่า ใจเย็นๆ ก่อนและหยุดทำลายข้าวของของข้าได้แล้ว! หรือข้าจำเป็นต้องอ้อนวอนและคุกเข่าต่อหน้าท่านอาร์คอนผู้ยิ่งใหญ่? ราชาแห่งขุนเขาทั้งมวลบนโลก?”

หมาป่ายักษ์ตอบด้วยเสียงฮึดฮัด

เด็กหนุ่มมองมาที่ข้า ดวงตาของเขาเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ

“ข้าทำข้อตกลงกับเจ้าดีไหม? เจ้าสามารถกินเนื้อสัตว์ที่ผ่านการบ่มพวกนี้ได้ทั้งหมด และข้าจะขอเด็กสาวที่อยู่ข้างหลังเจ้า” เด็กชายหยิบกองเนื้อหลายอันออกมาจากที่ใดก็ไม่ทราบผ่านอากาศบางๆ

อาร์กอนผู้ยิ่งใหญ่ยังคงคำรามต่อไป

“ถ้าเช่นนั้น เจ้าสามารถเอาเนื้อมิลโทว์ที่ผ่านการบ่มไปแล้วได้เลย” และก็เป็นอีกครั้งที่เด็กชายหยิบกองเนื้อออกมา คราวนี้ก้อนเนื้อมันใหญ่กว่าเดิมมาก

จากนั้นเมื่อสติของข้าเริ่มเลือนหายไป ข้าก็เห็นราชาแห่งขุนเขาจากไป รวมทั้งเหล่าหมาป่าในฝูงด้วย

อีกทั้งข้ายังได้ยินคำว่า “อาการบาดเจ็บของเจ้ารุนแรงมาก อดทนไว้นะ!” พร้อมกับทุกอย่างในสายตาของข้าเลือนหายไปในความมืดมิด

เมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ข้าก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงวันนั้น ช่วงเวลาที่ข้าอยู่ในอ้อมแขนของท่าน

ข้ารู้สึกขอบคุณมาก

ถ้าวันนั้นข้าไม่ถูกท่านรับเอาไว้ ข้าคงไม่รู้เลยว่าการทานอาหารที่ยอดเยี่ยมเป็นเช่นไร

ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าการหัวเราะด้วยความสุขเป็นอย่างไร หรือการรักใครสักคนเป็นเช่นไร

รักใครสักคนมากพอที่จะไม่สนใจชีวิตของตนเอง

ข้าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของข้าคือสิ่งใด สิ่งที่ข้าพึงพอใจคือสิ่งใด

จนกระทั่งได้พบกับท่าน โอ้ เจ้านายอันเป็นที่รักยิ่งของข้า

ติดตามเป็นกำลังใจให้ผู้แปลได้ที่แฟนเพจ:BamแปลNiyay

จบบทที่ เล่นมายคราฟในต่างโลก เล่มที่ 1 บทที่ 9 - มุมมองของทาส

คัดลอกลิงก์แล้ว