- หน้าแรก
- เซียนแพทย์ลิขิตชะตาฟ้า
- บทที่ 669 สังหารราชาคางคกทองคำ!
บทที่ 669 สังหารราชาคางคกทองคำ!
บทที่ 669 สังหารราชาคางคกทองคำ!
"ระวังหน่อย ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายเจ้าในตอนนี้ยังไม่อาจต้านทานหัวลูกศรนั่นได้แม้เพียงครั้งเดียว และข้าสัมผัสได้ว่าบนสิ่งนั้นเหมือนจะมีของสกปรกบางอย่างติดอยู่ด้วย" เจิ้นจิงคงที่อยู่ในทะเลความรู้เอ่ยเตือนด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม
เพราะบนหัวลูกศรสีดำที่แตกหักนั้น ในตอนนี้เขาสัมผัสได้ถึงไอศพที่รุนแรงจนทำให้หนังศีรษะชาหนึบ ดูเหมือนว่าหัวลูกศรนี้คงจะถูกขุดออกมาจากสุสานใต้ดินแห่งใดแห่งหนึ่ง และถูกกัดกร่อนด้วยไอศพอันมืดมนมาเป็นเวลานานนับปี...
และหากสิ่งนั้นแปดเปื้อนเข้าสู่ร่างกายล่ะก็ ปัญหาใหญ่จะตามมาอย่างแน่นอน! ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังให้ถึงที่สุด
"ของสกปรกงั้นรึ? คงจะเป็นไอศพสินะ วางใจเถอะ นั่นคือสิ่งที่ข้าไม่เกรงกลัวมากที่สุดเลยล่ะ" ทว่าเฉินเฟยกลับยกยิ้มที่มุมปาก จากนั้นเขาก็โคจรพลังคัมภีร์นั่งลืมซึ่งเป็นวิชาหลักของสำนักเซียน แสงสีขาวนวลพลันปรากฏขึ้นจากร่างกายของเขาในทันที
"นี่มันวิชาอะไรกัน!?" เมื่อแสงสีขาวนวลนั้นปรากฏขึ้น เจิ้นจิงคงก็พบความผิดปกติอย่างน่าประหลาด พลังกระบี่ไฟจริงสามสุริยัน ที่วนเวียนอยู่กลางอากาศกลับมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งขึ้นอย่างประหลาด
เฉินเฟยไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพราะเขาคงไม่สามารถบอกได้ว่านี่คือวิชาหลักในการฝึกตนของเขาจริงๆ หากพูดออกไป แม้แต่เจิ้นจิงคงก็คงต้องตกตะลึงไปนานแน่นอน
ท้ายที่สุดแล้วในสายตาของเขา วิชาอย่าง คัมภีร์กระบี่สามสุริยัน ซึ่งเป็นวิชาระดับฝึกพลังก็นับว่าหาได้ยากและยอดเยี่ยมมากแล้ว แต่ในตอนนี้ล่ะ? ในตอนนี้ คัมภีร์กระบี่สามสุริยัน เป็นเพียงวิชารองของเขาเท่านั้น ส่วน คัมภีร์นั่งลืม ต่างหากที่เป็นพื้นฐานและรากฐานที่แท้จริงของเขา
ตูม!
โครม โครม โครม...
พลังกระบี่ไฟจริงสามสุริยัน ที่ได้รับพลังเสริมจากแสงสีขาวนวล พุ่งเข้าใส่ราชาคางคกทองคำเพื่อทำลายล้างอีกครั้ง ท่ามกลางอุณหภูมิที่ร้อนแรงจนบดบังฟากฟ้า
ทว่าในขณะเดียวกัน เฉินเฟยกลับชะงักฝีเท้าลง จากนั้นเขาก็พุ่งตัวขึ้นไปกลางอากาศ และฟาดฝ่ามือใส่หัวลูกศรสีดำที่พุ่งเข้ามาอย่างแรง! ภาพนี้ทำให้เจิ้นจิงคงที่อยู่ในทะเลความรู้ถึงกับอึ้งไป ก่อนจะร้องออกมาด้วยความร้อนใจว่า "เจ้ากำลังทำอะไ..."
ทว่าเขายังพูดไม่ทันจบ ดวงตาของเขาก็หดตัวลงทันที ราวกับมองเห็นเรื่องที่เหลือเชื่อที่สุด
พริบตาต่อมา ฝ่ามือของเฉินเฟยก็ได้ฟาดลงบนหัวลูกศรสีดำนั้นจริงๆ เลือดสดสาดกระเซ็นย้อมฟากฟ้า แสงสีขาวสั่นไหว... ทว่าไอศพที่วนเวียนอยู่รอบหัวลูกศรนั้นกลับราวกับพบเจอเข้ากับศัตรูคู่อาฆาต มันสั่นสะท้านอย่างรุนแรงก่อนจะหดกลับเข้าไปในตัวลูกศรอย่างรวดเร็วและบ้าคลั่ง
และแม้เฉินเฟยจะได้รับบาดเจ็บจนฝ่ามือถูกส่วนปลายแหลมของหัวลูกศรแทงเป็นรูพรุน แต่ประเด็นสำคัญคือ ท่าไม้ตายที่ร้ายกาจที่สุดของหัวลูกศรนั้น ซึ่งก็คือไอศพที่น่าหวาดกลัว กลับไร้ผลไปโดยสิ้นเชิง
ฟุ่บ!
"จงมาอยู่กับข้าแต่โดยดีซะ!"
จากนั้นเฉินเฟยก็ทอประกายตาคมกริบ ตะโกนก้องพร้อมกับสะบัดมือขนาดใหญ่ แสงสีขาวนวลพุ่งพล่านออกไป ก่อนจะฉกชิงหัวลูกศรนั้นมาไว้ในมือได้สำเร็จ! เมื่อเห็นภาพนี้ ราชาคางคกทองคำก็ถึงกับอึ้งทึ่งไปในทันที ก่อนจะเริ่มเสียสติและเดือดดาลด้วยความโกรธแค้น
"ไอ้ขยะ เจ้ากล้ารึ!? จงคืนสมบัติมาให้ข้าเดี๋ยวนี้" เขาคำรามลั่น ไอปีศาจพุ่งพล่านไปทั่วฟากฟ้า ในตอนนี้เขาได้สูญเสียการควบคุมสติไปแล้วจริงๆ!
"เจ้าอยากจะแลกมันด้วยชีวิตไหมล่ะ?" ทว่าเฉินเฟยในตอนนี้เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจนเลือดตกยางออก คำพูดของเขาจึงเริ่มมีความโหดเหี้ยมมากขึ้น! ใบหน้าของเขาเปี่ยมไปด้วยความอำมหิตและเย็นชา ก่อนจะเริ่มลงมืออีกครั้งในทันที
"จงตายซะ!"
เฉินเฟยไม่เปิดโอกาสให้ราชาคางคกทองคำได้โต้ตอบ พลังกระบี่ไฟจริงสามสุริยัน ทั้งสามสิบหกเล่มที่แผ่ขยายออกไปกลางอากาศก็พุ่งเข้าใส่เป้าหมาย อุณหภูมิที่ร้อนแรงอย่างน่าหวาดกลัวกดทับและบดขยี้ลงไปยังร่างของราชาคางคกทองคำที่อยู่บนพื้นดินอย่างโหดเหี้ยม!
อานุภาพพลังนั้นช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก มันยอดเยี่ยมเกินไปแล้ว! ต่อให้เป็นยอดฝีมือฝึกพลังขั้นเก้ามาด้วยตัวเองก็คงต้องขวัญเสียและหนังศีรษะชาหนึบแน่นอน...
ส่วนราชาคางคกทองคำในตอนนี้ อย่างเก่งที่สุดเขาก็เป็นเพียงสัตว์อสูรระดับสองระยะกลางจุดสูงสุด ซึ่งแข็งแกร่งกว่าผู้ฝึกตนมนุษย์ระดับฝึกพลังขั้นแปดระยะจุดสูงสุดเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้น ในตอนนี้แม้แต่ไพ่ตายที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างหัวลูกศรสีดำที่เทียบเท่าศาสตราอาคมระดับกลางขั้นสุดยอดก็ยังถูกแย่งชิงไป แล้วเขาจะเอาอะไรมาต้านทานได้อีก? เขาจะป้องกันมันได้อย่างไร!?
ตูม!
ในพริบตาต่อมา ฝน พลังกระบี่ไฟจริงสามสุริยัน ก็ร่วงหล่นลงมาราวกับมหันตภัยเพลิง ท่ามกลางสายตาที่ซีดเผือดและสิ้นหวังของราชาคางคกทองคำ มันบดขยี้เขาจนมิดหายไปอย่างสิ้นเชิง! ตามมาด้วยเสียงระเบิดที่ดังกัมปนาทเลื่อนลั่น
อานุภาพและภาพเหตุการณ์การระเบิดนั้นช่างน่าตื่นตาตื่นใจและสั่นสะท้านใจยิ่งนัก คลื่นกระแทกที่คมกริบดุจใบมีดพัดกระจายไปทุกทิศทาง ต้นไม้โบราณที่สูงเสียดฟ้านับไม่ถ้วนพังทลายลง โขดหินยักษ์ถูกทำลายจนแหลกลาญ... ทุกอย่างพินาศย่อยยับ!
ฟุ่บ!
ท่ามกลางฉากการระเบิดที่น่าหวาดกลัวนั้น ทันใดนั้นก็มีเงานร่างสีเขียวเข้มที่รอบตัวมีแสงสีเลือดวนเวียนอยู่ พุ่งทะยานออกมาจากกลุ่มควันหนาทึบที่บดบังท้องฟ้าด้วยความเร็วสูง และวิ่งหนีไปในทิศทางหนึ่งอย่างไม่คิดชีวิต! ความเร็วนั้นราวกับอัสนีบาต ช่างน่าตกใจยิ่งนัก
"เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าจะหนีไปจากมือข้าได้? หากเป็นเช่นนั้น ข้าคงจะไร้ความสามารถเกินไปแล้ว"
ทว่าเงาร่างที่กำลังหนีไปนั้นแม้จะมีความเร็วสูง แต่ความเร็วของเฉินเฟยกลับเหนือยิ่งกว่า!
และเห็นได้ชัดว่า เฉินเฟยได้เตรียมการป้องกันท่าไม้ตายนี้ไว้ตั้งนานแล้ว
ฟุ่บ!
แทบจะเป็นเวลาเดียวกันที่เขาเริ่มเคลื่อนไหว เพียงแค่พริบตาเดียว เฉินเฟยก็พุ่งทะยานออกไปราวกับเสือดาวที่วิ่งห้อตะบึง ในเวลาไม่ถึงสิบครั้งการหายใจ เขาก็ไปปรากฏกายที่ด้านหลังเงานร่างสีเขียวเข้มที่มีแสงสีเลือดวนเวียนอยู่ตนนั้น เขาชูมือขึ้นสูง พละกำลังแห่งเลือดลมที่พวยพ่นอย่างน่าหวาดกลัวก็ปรากฏออกมาอย่างน่าเกรงขาม
แน่นอนว่าเงานร่างสีเขียวเข้มที่มีแสงสีเลือดวนเวียนอยู่นั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นราชาคางคกทองคำนั่นเอง! ทว่าในตอนนี้เขากลับเต็มไปด้วยบาดแผลทั่วทั้งร่าง และดูเหมือนจะขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว ในหัวมีเพียงความคิดเรื่องการหลบหนี ไม่กล้าที่จะเสี่ยงชีวิตต่อสู้ต่อไปอีกแล้ว
ทว่าตอนนี้ เฉินเฟยกลับไล่ล่าตามมาทัน เหมือนกับวันที่เขาเคยไล่ล่าเฉินเฟยไม่มีผิดเพี้ยน เพียงแค่เปลี่ยนตัวละครเท่านั้น อีกอย่างคือ วันนั้นเฉินเฟยสามารถหนีไปได้ แต่ตอนนี้ เขาดูเหมือนจะหนีไม่พ้นเสียแล้ว!
"ไอ้ขยะ เจ้าอย่าบีบคั้นกันให้มากนัก อย่าบังคับให้ข้าต้องสู้จนตายตกตามกันไป!" เมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความตาย ราชาคางคกทองคำก็เริ่มมีความบ้าคลั่งฉายชัดในดวงตาและแผดเสียงคำรามออกมา
"สู้จนตายตกตามกันไปรึ!? ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะมีปัญญาทำได้อย่างไร!?" เฉินเฟยไม่มีท่าทีหวั่นไหว กลิ่นอายทั่วร่างพุ่งพล่านอย่างบ้าคลั่งดูน่าหวาดกลัวยิ่งนัก เขาเตรียมที่จะลงมือสังหารขั้นเด็ดขาด!
"ไอ้ขยะ นี่คือสิ่งที่เจ้าบังคับข้าเอง! ในเมื่อเป็นเช่นนี้ งั้นเราก็จงมาตายไปพร้อมกันซะเถอะ..."
ทันใดนั้น จากภายในร่างของราชาคางคกทองคำก็มีกลิ่นอายที่รุนแรงจนทำให้แขนขาอ่อนแรงพวยพ่นออกมา และเป็นพลังที่สูญเสียการควบคุมไปแล้วด้วยซ้ำ มันแข็งแกร่งกว่าการโจมตีเต็มกำลังของเฉินเฟยก่อนหน้านี้หลายเท่าตัว ภาพเหตุการณ์นี้ทำให้แม้แต่เฉินเฟยยังต้องเลิกคิ้วขึ้นและมีสีหน้าที่เคร่งขรึมขึ้นมาในทันที
"เจ้าคิดจะระเบิดตัวเองงั้นรึ?" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเฉียบ
"เจ้าอยากให้ข้าตายไม่ใช่รึ? ได้เลย การได้ลากอัจฉริยะเช่นเจ้าลงนรกไปด้วย ก็นับว่าเป็นเกียรติของข้าราชาคางคกทองคำแล้ว ไอ้ขยะเอ๋ย จงมาตายไปพร้อมกับข้าเถอะ ฮ่าๆๆๆ!" ราชาคางคกทองคำระเบิดหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นอายที่น่าหวาดกลัวและสูญเสียการควบคุมภายในร่างก็พุ่งสูงขึ้นถึงขีดสุดในพริบตา
จากนั้น เสียงระเบิดที่ดังสนั่นเลื่อนลั่นจนหูแทบดับก็ดังขึ้น ฟ้าดินพลันเปลี่ยนสีในทันที!
การระเบิดตัวเองที่น่าสลดใจ แรงกระแทกจากการระเบิดที่น่าหวาดกลัว เมื่อยอดฝีมือระดับสัตว์อสูรระดับสองระยะกลางจุดสูงสุดเลือกที่จะระเบิดตัวเอง ภาพเหตุการณ์และอานุภาพที่เกิดขึ้น ช่างน่าหวาดเสียวจนหนังศีรษะแทบจะแตกออก ไอเย็นเยียบพุ่งพล่านออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจอย่างบ้าคลั่ง
กลางท้องฟ้าเกิดพายุที่ยากจะพรรณนาพัดกระหน่ำ แม้กระทั่งมิติยังสั่นไหวเล็กน้อย นับประสาอะไรกับต้นไม้โบราณและโขดหินยักษ์บนพื้นดิน... ทุกสรรพสิ่งถูกกวาดล้างจนเหี้ยนเตียน
ทว่าเมื่อหันมามองเฉินเฟย ในตอนนี้เขากลับยืนอยู่อย่างสงบนิ่งในพื้นที่ที่ห่างจากจุดระเบิดของราชาคางคกทองคำออกไปหลายลี้ โดยที่ร่างกายไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
แต่ ประเด็นสำคัญคือ เมื่อครู่นี้เขาไม่ได้ยืนอยู่ตรงจุดศูนย์กลางของการระเบิดหรอกรึ? แล้วทำไมตอนนี้...
ทำไมตอนนี้เขาถึงมาปรากฏตัวที่ระยะไกลออกไปหลายลี้ได้ในพริบตา?
ต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตสร้างฐานมาเอง ก็ไม่มีทางทำเรื่องเช่นนี้ได้ในชั่วพริบตาหรอกนะ? นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!?
"จะ เจ้า เมื่อครู่นี้มันอะไรกัน!?" เจิ้นจิงคงที่อยู่ในทะเลความรู้ก็มีอาการอึ้งทึ่งไปเช่นกัน
"ก็แค่ร่างจำแลงลมปราณอย่างหนึ่งเท่านั้น เจ้านั่นมันสติฟั่นเฟือนไปแล้ว แม้แต่เรื่องแค่นี้ยังดูไม่ออก" เฉินเฟยเอ่ยพร้อมกับหัวเราะ หึๆ ที่แท้ในช่วงเวลาที่ราชาคางคกทองคำพยายามจะหนีไปนั้น ร่างต้นของเขาไม่ได้ไล่ตามไปเลย แต่เขากลับสร้างร่างจำแลงลมปราณขึ้นมาไล่ตามไปแทน
และราชาคางคกทองคำก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกำลังตกอยู่ในอันตรายจนขาดสติหรืออย่างไร ถึงไม่ได้สังเกตเห็นเล่ห์เหลี่ยมเล็กน้อยเช่นนี้เลย
ดังนั้น การระเบิดตัวเองของเขาสมเมื่อครู่นี้แม้จะดูน่าหวาดเสียว ทว่ามันก็แค่ระเบิดร่างจำแลงลมปราณของเขาจนสลายไปเท่านั้น ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรกับเขาเลยแม้แต่น้อย
"ร่าง... ร่างจำแลงลมปราณงั้นรึ?" เมื่อได้ยินดังนั้น เจิ้นจิงคงก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ไม่คิดเลยว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังถูกเฉินเฟยหลอกเข้าให้ด้วย ร่างจำแลงลมปราณ แม้วิธีการนี้จะดูเรียบง่าย ทว่าประเด็นคือการนำมาใช้ได้อย่างถูกที่ถูกเวลานั้น ก็นับว่าเป็นความสามารถอย่างหนึ่งที่ยอดเยี่ยมมาก!
ไอ้หนุ่มนี่ เติบโตขึ้นมากจริงๆ เมื่อเทียบกับตอนที่อยู่ในหุบเขาจุติเซียนครั้งนั้น
"เอาละ ได้เวลาไปจัดการกับพวกกุ้งหอยปูปลาที่เหลือแล้ว" และในตอนนี้ เฉินเฟยก็หมุนตัวเดินกลับไป
แน่นอนว่าเขายังไม่ลืมว่าภายในค่ายกลยักษ์ทั้งสองวงนั้น ยังมีพวกนั่วเติ้งและกุ้งหอยปูปลาตัวอื่นๆ ถูกขังไว้อยู่
"ข้าขอแนะนำว่าความจริงแล้วเจ้าไม่จำเป็นต้องฆ่าพวกมันทิ้งก็ได้นะ" ทว่าในตอนนั้นเอง เจิ้นจิงคงที่อยู่ในทะเลความรู้กลับเอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ไม่ต้องฆ่าพวกมันทิ้งรึ?"
เฉินเฟยชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามกลับว่า "ทำไมล่ะ? จะทิ้งพวกมันไว้ทำอะไ... เดี๋ยวก่อน ท่านอาวุโสต้องการให้ข้าเก็บพวกมันไว้ เพื่อที่จะได้ไปควบคุมถ้ำกงทองแห่งนั้นงั้นรึ?"
"เจ้าคิดออกแล้วรึ?"
เฉินเฟยทำให้เจิ้นจิงคงต้องประหลาดใจอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าเจ้าหนุ่มนี่จะปฏิกิริยาไวขนาดนี้ จากนั้นเขาก็พยักหน้าและวิเคราะห์ให้ฟังว่า "เป้าหมายปัจจุบันของเจ้าคือการรวมผาเหยี่ยวโจนแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งเดียว ดังนั้นก่อนอื่นเจ้าจำเป็นต้องมีกลุ่มคนที่ยอมสู้ตายเพื่อเจ้า มีขุมกำลังที่คอยจัดการเรื่องต่างๆ ให้เจ้า มิฉะนั้นแล้ว เจ้าคงไม่สามารถลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเองได้ทั้งหมดใช่ไหมล่ะ?"
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เจิ้นจิงคงก็หยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อว่า "และตอนนี้ นี่คือโอกาสที่ดี เจ้าปีศาจคางคกที่เป็นสัตว์อสูรระดับสองระยะกลางตนนั้นไม่มีความจำเป็นต้องเก็บไว้แล้ว ศักยภาพไม่ได้สูงนัก ทว่าปีศาจคางคกแปดตนที่เป็นสัตว์อสูรระดับสองระยะต้นจุดสูงสุดเหล่านั้นนับว่าเก็บไว้ได้ ลองหาทางสยบพวกมันดู หากไม่ได้จริงๆ ค่อยว่ากันอีกที"
..........