- หน้าแรก
- เซียนแพทย์ลิขิตชะตาฟ้า
- บทที่ 601 ข้าเล่นกับเจ้ามานานพอแล้ว
บทที่ 601 ข้าเล่นกับเจ้ามานานพอแล้ว
บทที่ 601 ข้าเล่นกับเจ้ามานานพอแล้ว
ตูม!
ขุนพลปีศาจเพลิงถือดาบมังกรปีศาจไว้ในมือ ทั่วทั้งร่างแผ่ซ่านกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ทำให้ผู้คนรู้สึกขนหัวลุกขึ้นมาในทันที!
บนดาบมังกรปีศาจเล่มนั้นยังคงปกคลุมไปด้วยลาวาสีดำไหม้ที่ไหลวนอย่างน่าสยดสยอง มีหมอกควันพุ่งพล่านทะยานสู่ท้องฟ้า เมื่อมองจากระยะไกลดูเหมือนมังกรปีศาจที่กำลังจะพุ่งขึ้นสู่สรวงสวรรค์เพื่อฉีกกระชากหมู่เมฆ
“นะ... นั่นมัน... ศาสตราเทพงั้นหรือ!?”
ในที่ไกลออกไป เมื่อพวกเมลสตรอมเห็นดาบมังกรปีศาจเล่มนั้น และสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันน่าหวาดเสียวที่แผ่ออกมาจากคมดาบ พวกเขาก็หน้าเปลี่ยนสีทันทีและร้องออกมาด้วยความตกใจ
พวกเขาถึงกับสัมผัสได้ถึงพลังงานอันน่าสะพรึงกลัวที่มีเพียงศาสตราเทพทั้งสิบแห่งโลกมืดฝั่งตะวันตกเท่านั้นที่จะมีได้จากดาบมังกรปีศาจเล่มนั้น! สิ่งนี้ย่อมทำให้พวกเขาตกใจอย่างหนัก แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ ด้วยระดับและที่มาของขุนพลปีศาจเพลิง การที่เขาสามารถนำอาวุธระดับนี้ออกมาใช้ได้ย่อมไม่ใชเรื่องแปลก
“ระวังหน่อย ดาบเล่มนั้นแข็งแกร่งกว่าศาสตราอาคมระดับสูงเสียอีก อย่าได้ประมาทเด็ดขาด...” แม้แต่เจิ้นจิงคงก็ยังเอ่ยเตือนเช่นนั้น
ที่แท้นี่คือไพ่ตายที่แท้จริงของอีกฝ่ายสินะ! อาวุธที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าศาสตราอาคมระดับสูง...
“เฮ้อ”
เฉินเฟยมองไปที่อาวุธในมือของขุนพลปีศาจเพลิง สายตาพลันเคร่งขรึมลง เห็นได้ชัดว่าเขาเองก็สังเกตเห็นความไม่ธรรมดาของดาบมังกรปีศาจเล่มนั้นจากฉากที่เกิดขึ้นและคำเตือนของเจิ้นจิงคง! นี่ต้องเป็นดาบปีศาจที่แข็งแกร่งมากอย่างแน่นอน!
และหากดาบเล่มนี้แข็งแกร่งกว่าศาสตราอาคมระดับสูงจริงๆ ล่ะก็ แสดงว่าเจ้าหมอนั่นคงทุ่มสุดตัวเพื่อสังหารเขาแล้วจริงๆ ถึงขั้นนำไม้ตายก้นหีบออกมาใช้แบบนี้!
เพราะอาวุธระดับนี้ แม้ในระดับสร้างฐานของโลกแห่งการฝึกตนก็ยังนับว่าหาได้ยากยิ่ง! มันมีพลังที่น่าสะพรึงกลัวแฝงอยู่
“มดปลวกอย่างเจ้า เดิมทีข้าคิดว่าจะจัดการได้อย่างง่ายดาย แต่ตอนนี้ดูเหมือนข้าจะคิดผิดไปเสียแล้ว... แต่แบบนี้ก็ดีเหมือนกัน หลังจากหลับใหลมานาน ก็ควรจะมีการต่อสู้ที่สมน้ำสมเนื้อมาทำให้ข้าตื่นเต็มตาเสียที! การได้ใช้ ‘ดาบมังกรปีศาจ’ บั่นศีรษะเจ้า ก็นับว่าเป็นเกียรติของเจ้าแล้วนะว่าไหม?”
ขุนพลปีศาจเพลิงจ้องมองเฉินเฟยพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“คำพูดเดิมอีกแล้วหรือ? หากเจ้าทำได้ ต่อให้ต้องมอบศีรษะนี้ให้เจ้าจะเป็นไรไป? เพียงแต่เจ้ามีความสามารถนั้นหรือเปล่าเล่า?”
มุมปากของเฉินเฟยยกยิ้มเย็นชา ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดังปานฟ้าผ่าจนสะท้านไปทั่วชั้นเมฆ
ทว่าในดวงตาที่ดำสนิทคู่นั้น กลับไม่มีใครเห็นร่องรอยของความขบขันอยู่เลย ตรงกันข้ามมันกลับเต็มไปด้วยความเย็นเยือก!
และในขณะที่เสียงหัวเราะของเขาดังกังวานไปทั่วโลกใต้ดิน ร่างกายของเขาก็เริ่มสั่นไหว พลังปราณภายในร่างกายไหลเวียนออกมาประดุจกระแสน้ำใต้ดินที่เชี่ยวกราก จากนั้นค่ายกลกระบี่ผันอากาศก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเขาอีกครั้ง พลังกระบี่หนาแน่นฉีกกระชากอากาศ อานุภาพน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิม เพียงชั่วพริบตามันก็พุ่งทะยานเข้าใส่ทางข้างหน้า!
“ตูม!”
ทันใดนั้นค่ายกลกระบี่อันน่าหวาดเสียวก็เริ่มระเบิดแสงกระบี่อันเฉียบคมออกมา! ทำลายล้างทุกสิ่งและกวาดล้างทุกอย่างที่ขวางหน้า
“ให้ข้าดูหน่อยว่าดาบของเจ้าจะเก่งกาจได้สักแค่ไหน?” เสียงตะโกนกึกก้องของเฉินเฟยดังขึ้น ค่ายกลกระบี่ผันอากาศประดุจระลอกคลื่นในมหาสมุทรที่ถาโถมเข้าใส่ด้วยแสงเจิดจ้า
“ดูงั้นหรือ? อยากดูก็ย่อมได้ แต่การจะดูย่อมต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันบ้าง! อย่างที่ข้าบอกไป จงใช้ศีรษะของเจ้ามาเป็นเครื่องเซ่นสังเวยเสียเถอะ... ฆ่า!”
ขุนพลปีศาจเพลิงเงยหน้าขึ้นกะทันหัน จ้องมองค่ายกลกระบี่ผันอากาศที่พุ่งเข้ามา ทว่าบนใบหน้ากลับไม่มีร่องรอยของความกังวลหรือความเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย มีเพียงรอยยิ้มเย็นชาและการเย้ยหยันที่อัดแน่นอยู่ในดวงตาเปลวเพลิงคู่นั้น!
ปัง!
ทันทีที่สิ้นคำพูดเยือกเย็น มือที่ราวกับเปลวเพลิงของเขาก็กำดาบมังกรปีศาจไว้แน่นจนเกิดเสียงดัง ‘เคร้ง’ จากนั้นเท้าก็ยันพื้น ร่างกายพุ่งทะยานขึ้นไปอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้า
“ตูม!”
“ครืน ครืน ครืน...”
ในตอนนี้ขุนพลปีศาจเพลิงพุ่งตัวออกไปประดุจลูกกระสุนปืนใหญ่ ดาบมังกรปีศาจในมือยิ่งน่าหวาดเสียว แสงสีแดงสาดกระจายประดุจมังกรปีศาจเพลิงกำลังแผดคำราม ดาบเล่มนี้ฟันลงบน ‘ค่ายกลกระบี่ผันอากาศ’ ที่พุ่งเข้ามาอย่างรุนแรง!
ทันใดนั้น หูของทุกคนก็เหมือนจะหนวกไปชั่วขณะด้วยความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
เพราะดาบเล่มนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน มันฟันฝ่าพลังกระบี่ที่โหมกระหน่ำในค่ายกลนั้นจนทะลุเข้าไปได้ในพริบตา พลังกระบี่หลายเล่มที่ประกอบเป็นค่ายกลถูกทำลายลงทันที!
แรงกระแทกอันน่าหวาดเสียวและระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แผ่กระจายออกไปกลางอากาศจนทำให้ผู้คนรู้สึกขนหัวลุก
“อึก!” เฉินเฟยกระอักเลือดออกมาคำใหญ่ ใบหน้าเริ่มซีดขาว
“ดูเหมือนเจ้าจะต้านทานไม่ไหวแล้วสินะ? ถ้าเป็นแบบนี้ก็น่าผิดหวังจริงๆ คำพูดโอ้อวดก่อนหน้านี้หายไปไหนหมดเสียเล่า?” ขุนพลปีศาจเพลิงที่ฟันค่ายกลกระบี่ของเฉินเฟยจนเกือบพังทลาย จ้องมองไปที่เฉินเฟยด้วยดวงตาเปลวเพลิงพลางเอ่ยเยาะเย้ย
นี่คือสถานะที่แข็งแกร่งที่สุดของเขาในตอนนี้ แต่น่าเสียดายที่มดปลวกตัวนั้นดูเหมือนจะต้านทานไม่ไหวอย่างเห็นได้ชัดแล้ว
“ใช้ศาสตราอาคมเถอะ ลำพังแค่ค่ายกลกระบี่นั่น เจ้าไม่มีทางสู้กับสถานะปัจจุบันของอีกฝ่ายได้หรอก” เจิ้นจิงคงในห้วงสำนึกย่อมเข้าใจจุดนี้ดี จึงขมวดคิ้วเอ่ยขึ้น
“จะรีบร้อนไปทำไม? ข้ายัง... เล่นไม่หนำใจเลย...”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เฉินเฟยกลับแสยะยิ้มอย่างดุร้าย ปฏิเสธคำแนะนำของเจิ้นจิงคง สายตาเป็นประกายวาววับ แสงเย็นพาดผ่านดวงตา
จากนั้นเขาก็ก้าวเท้าออกไปอย่างมั่นคง ค่ายกลกระบี่ผันอากาศที่ถดถอยมาอยู่ข้างกายและเสียหายไปเกือบครึ่งพลันพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับรัศมีอันน่าหวาดเสียว!
จากนั้นค่ายกลกระบี่ก็สั่นสะเทือนดังกึกก้อง พลังกระบี่เริ่มคลุ้มคลั่ง ทันใดนั้นเพียงไม่กี่ลมหายใจ ค่ายกลกระบี่ผันอากาศท่ามกลางความปั่นป่วนก็แปรเปลี่ยนเป็นกระบี่ยักษ์สีน้ำเงินใสกระจ่าง!
“อย่าคิดว่ามีแต่เจ้าที่ซ่อนไม้ตายไว้ เจ้าซ่อนได้ แล้วข้าจะซ่อนบ้างไม่ได้หรือ?” เฉินเฟยยื่นฝ่ามือออกไปคว้ากระบี่ยักษ์ผลึกน้ำแข็งไว้ด้วยสีหน้าดุดันพลางยิ้มกึ่งบึ้ง
ตูม!
ทันทีที่สิ้นคำพูด พลังกระบี่อันน่าหวาดเสียวก็พุ่งออกมาจากกระบี่ยักษ์เล่มนั้น ทำให้แสงสว่างในโลกใต้ดินแห่งนี้... ถึงกับบิดเบี้ยวไปชั่วขณะ...
กระบี่ยักษ์ผลึกน้ำแข็งเล่มนี้ ทั่วทั้งเล่มเต็มไปด้วยรัศมีกระบี่ที่หมุนวนเป็นเกลียว เปล่งประกายแหลมคมจนน่าขนลุก ตรงโกร่งกระบี่... ปรากฏในลักษณะของอสรพิษยักษ์กำลังกลืนกิน ปากอ้ากว้างเห็นเขี้ยวที่ดุร้าย ให้ความรู้สึกราวกับสามารถทิ่มแทงท้องฟ้านี้ให้ทะลุได้
“นี่... ยังทำแบบนี้ได้อีกงั้นหรือ...” เจิ้นจิงคงตกตะลึงอีกครั้ง จากนั้นเขาก็มองไปที่กระบี่ยักษ์ในมือของเฉินเฟยด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน เขาสามารถบอกได้ว่ากระบี่เล่มนี้บรรลุถึงระดับศาสตราอาคมระดับสูงแล้ว...
และดูเหมือนว่าคำพูดก่อนหน้านี้ของเด็กนั่น จะมีบางส่วนที่ตั้งใจพูดกับเขาด้วยเช่นกัน...
“เข้ามาอีก!”
“ปัง!”
ในตอนนี้เฉินเฟยเปิดฉากจู่โจมอีกครั้ง เขาก้าวยันพื้นอย่างมั่นคง กระบี่ยักษ์ในมือพลันระเบิดพลังกระบี่ไร้ที่เปรียบออกมา อานุภาพของมันฉีกกระชากเมฆหมอก แผ่ไอเย็นเสียดกระดูก และฟันลงมาอย่างแรง
ทันใดนั้นท้องฟ้าทั่วบริเวณก็เหมือนจะถูกปกคลุมด้วยพลังงานสายนั้น แสงกระบี่แผ่ซ่านไปทุกที่ สีน้ำเงินเข้มปกคลุมทุกสิ่งทุกอย่าง!
“ไอ้พวกหาที่ตาย!”
เมื่อเห็นฉากนี้ ขุนพลปีศาจเพลิงย่อมรู้สึกเดือดดาลเป็นธรรมดา คาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะยังมีไพ่ตายแบบนี้ซ่อนอยู่อีก! นี่มันเหนือความคาดหมายของเขาจริงๆ
อย่างไรก็ตาม เขาก็ยังสงบสติอารมณ์ลงได้ ดาบมังกรปีศาจในมือสั่นสะเทือนอย่างแรง จากนั้นลาวาก็พุ่งพวยขึ้นสู่ท้องฟ้า กระจายไปทั่วชั้นเมฆ ก่อนที่ดาบจะหลุดจากมือพุ่งออกไป!
โฮก!
เสียงคำรามของมังกรปีศาจที่ทำให้ผู้คนขนหัวลุกและหน้าซีดเผือดดังขึ้นอีกครั้ง! ทำเอาแก้วหูของทุกคนแทบจะระเบิดจนเลือดไหลออกมา
แต่เฉินเฟยกลับดูเหมือนจะเมินเฉยต่อพลังงานสายนั้นโดยสิ้นเชิง เขาไม่มีทีท่าจะหวั่นไหวเลยสักนิด สิ่งนี้ทำให้สีหน้าของขุนพลปีศาจเพลิงยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก
ทว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป แม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้เขาก็ยังสามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ เขาจ้องมองเฉินเฟยด้วยสายตาเย็นเยียบ ก่อนจะกัดปลายลิ้นและพ่นเลือดคำหนึ่งออกมาทันที
เลือดนั้นควบแน่นอยู่ตรงหน้าเขา ก่อนจะซึมเข้าไปในดาบมังกรปีศาจ!
ตูม!
ทันใดนั้น กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากดาบมังกรปีศาจก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมอย่างน้อยสองถึงสามส่วน!
เมื่อมองไปที่ดาบเล่มนั้น ในตอนนี้มันปรากฏลวดลายสีเลือดขึ้นมาอย่างชัดเจน ความร้อนที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมถูกปลดปล่อยออกมาจากลวดลายเหล่านั้น จนในที่สุดอากาศรอบๆ ก็ถูกระเหยและบีบอัดออกไปจนหมดสิ้น!
ราวกับว่าอากาศไม่อาจทนรับพลังระดับนั้นได้อีกต่อไป
“ฆ่า!”
เสียงคำรามอันเยือกเย็นของขุนพลปีศาจเพลิงดังสนั่นขึ้นท่ามกลางหมู่เมฆ! ราวกับเสียงฟ้าร้องท่ามกลางความเงียบงัน ดาบมังกรปีศาจที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศ ในตอนนี้ภายใต้การแทรกซึมและอาบชโลมของลวดลายสีเลือด มันได้แปรเปลี่ยนเป็นมังกรปีศาจเปลวเพลิงที่ดุร้ายและมีขนาดใหญ่ยักษ์ถึงหลายสิบเมตรกลางอากาศ!
โฮก!
มังกรปีศาจคำรามลั่น กรงเล็บมังกรที่เต็มไปด้วยลาวาพุ่งออกมา ปกคลุมพื้นที่ที่เฉินเฟยยืนอยู่จนมิด! พลังอันน่าหวาดเสียวเข้าโจมตีกระบี่ยักษ์ผลึกน้ำแข็งอย่างรุนแรง
“ปัง!”
“ตูม ตูม ตูม!”
ในวินาทีต่อมา พลังอันน่าสะพรึงกลัวทั้งสองสายก็เข้าปะทะกันอย่างดุดันบนท้องฟ้า ความผันผวนของพลังที่น่าหวาดเสียวราวกับจะทำให้ท้องฟ้านี้แตกสลายลงมา น่ากลัวถึงขีดสุด
นี่คือการเผชิญหน้าระหว่างท่าไม้ตายสูงสุดของค่ายกลกระบี่ผันอากาศของเฉินเฟย และดาบมังกรปีศาจของขุนพลปีศาจเพลิง!
อย่างไรก็ตาม ขุนพลปีศาจเพลิงคือคนที่เกือบจะสังหารเจิ้นจิงคงได้ และดาบมังกรปีศาจเล่มนั้น แม้แต่ในคำพูดของเจิ้นจิงคงเอง ก็ยังเป็นอาวุธที่น่าหวาดเสียวและแข็งแกร่งกว่าศาสตราอาคมระดับสูงเสียอีก!
ดังนั้นการปะทะกันเช่นนี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อเฉินเฟยและกระบี่ยักษ์ผลึกน้ำแข็ง เขาเริ่มเป็นฝ่ายเสียเปรียบและสุดท้ายก็ถูกทำลายลง...
“แพ้... แพ้แล้วอย่างนั้นหรือ?”
เมื่อเห็นฉากนี้ พวกเมลสตรอมที่อยู่ไกลออกไปก็อดไม่ได้ที่จะหน้าซีดเผือดกันไปหมด สีหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ราวกับตกลงไปในบ่อน้ำแข็ง!
เดิมทีเฉินเฟยคือความหวังเพียงหนึ่งเดียวของพวกเขาในตอนนี้ แต่ทว่า ในตอนนี้แม้แต่เฉินเฟยก็ดูเหมือนจะพ่ายแพ้แล้ว...
พ่ายแพ้ไปแล้วจริงๆ!
แบบนี้พวกเขาก็ไม่เหลืออะไรแล้ว จะเอาอะไรไปพลิกสถานการณ์กลับมาได้?
“ฮึ ในที่สุดก็จบลงเสียทีสินะ?”
ในตอนนี้ขุนพลปีศาจเพลิงเงยหน้าขึ้นมองกระบี่ยักษ์ผลึกน้ำแข็งที่ค่อยๆ พังทลายลง มุมปากปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันและเย็นชา เขาหันไปมองเฉินเฟยแล้วหัวเราะเยาะ “ข้าเล่นกับเจ้ามานานพอแล้ว ควรจะพอได้เสียที... อ๊ะ!”
ทว่าคำพูดของเขาเพิ่งจะพูดได้เพียงครึ่งเดียว รูม่านตาของเขาก็หดตัวลงอย่างรุนแรง พลางสูดหายใจเข้าอย่างหนาวเหน็บ ความเย็นเยียบที่อธิบายไม่ถูกพลันพุ่งออกมาจากร่างกายของเขา
เพราะเฉินเฟยไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่เขาอ้าปากพ่นเตาสำริดที่ดูสกปรกออกมาเตาหนึ่ง
เตาสำริดนั้นสูงเพียงหนึ่งนิ้ว มีสีม่วงแดง แม้ทั่วทั้งตัวจะดูหม่นหมอง แต่กลับให้ความรู้สึกที่น่าหวาดเสียวอย่างยิ่ง แม้แต่ขุนพลปีศาจเพลิง เพียงแค่กวาดสายตาไปมองเตาสำริดนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ราวกับสัมผัสได้ถึงสัตว์อสูรที่น่ากลัวและทำลายล้างโลกปรากฏอยู่ตรงหน้าเขา
เฉินเฟยจ้องมองเตาสำริดที่ ‘ดุดัน’ ซึ่งเขาพ่นออกมา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองขุนพลปีศาจเพลิงที่ใบหน้าเปลี่ยนสีไปอย่างรุนแรง ในที่สุดเขาก็ส่ายหน้าและแสยะยิ้มออกมาแล้วกล่าวว่า
“นั่นสินะ ข้าเล่นกับเจ้ามานานพอแล้ว ตอนนี้ ทุกอย่างควรจะจบลงได้แล้วจริงๆ...”
..........