เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 445 อยู่มิสู้ตาย

บทที่ 445 อยู่มิสู้ตาย

บทที่ 445 อยู่มิสู้ตาย


"ทำอะไรกับแก?

แกควรถามตัวเองมากกว่าว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรไว้" เฉินเฟยแค่นเสียงเย็น ยกมือขึ้น ทันใดนั้นเฉินเหวยซานก็เหมือนถูกอะไรบางอย่างบีบคอ ร่างถูกยกขึ้นจากพื้น เท้าลอยสูงขึ้นเรื่อยๆ จนหัวเกือบจะกระแทกเพดาน ถึงได้ถูกทุ่มลงกับพื้นอย่างแรง 'ปัง'

"แกต้องรู้ว่าคนเรามีเกล็ดต้องห้าม ต่อให้เป็นเทวดาหน้าไหน ถ้ากล้ามารังควานแม่ฉัน ฉันก็จะลากมันลงมาจากบัลลังก์สูงส่งนั่น แกเชื่อมั้ย?" เฉินเฟยมองเฉินเหวยซานที่ตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงด้วยสายตาอำมหิต ปากพ่นคำพูดที่น่าขนลุกออกมาทีละคำ โดยเฉพาะคำถามสุดท้าย... น้ำเสียงนั้นเย็นยะเยือกราวกับเศษน้ำแข็งตกกระทบพื้น ทำให้คนฟังหนาวเหน็บไปถึงกระดูก

"...ซี้ด!"

แม้หวังต้าซานจะเคยเห็นวิธีการอัศจรรย์ของเฉินเฟยมาแล้ว แต่เมื่อได้เห็นอีกครั้ง ก็ยังอดไม่ได้ที่จะใจเต้นระรัว เหงื่อกาฬไหลพราก ท้ายที่สุดฉากแบบนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น นอกจากคนในตำนานเหล่านั้น ต่อให้เป็นนักยุทธ์โบราณขั้นเซียนเทียนอย่างเขาในตอนนี้ ก็ไม่มีทางทำได้โดยสิ้นเชิง ดังนั้น นี่ถึงได้น่ากลัว

และในขณะที่หวังต้าซานที่เป็นนักยุทธ์โบราณขั้นเซียนเทียนยังตกใจขนาดนี้ สมาชิกเฟยเป้าชั้นยอดคนอื่นๆ ในห้องยิ่งไม่ต้องพูดถึง ต่างพากันตัวสั่นเทา เหงื่อเย็นชุ่มโชกเสื้อผ้าในพริบตา

แม้พวกเขาจะรู้อยู่แล้วว่า หัวหน้าครูฝึกเฉินเฟยมีความแข็งแกร่งที่น่ากลัวมาก น่ากลัวมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถทำลายล้างขุมกำลังอย่างหอพยัคฆ์เสือดาวได้ แต่สิ่งที่พวกเขาเห็นอยู่ตอนนี้...

นี่มันใช่สิ่งที่มนุษย์ทำได้เหรอ?

ดังนั้นในชั่วพริบตานี้ พวกเขาต่างเบิกตากว้าง สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จ้องมองเฉินเฟยอย่างสั่นเทา ความตื่นตระหนกในใจตอนนี้ยากจะหาคำมาบรรยาย

"มะ... ไม่นะ แค่กๆ... ปล่อยฉัน ไอ้ลูกผสมรีบปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ แค่กๆ..." ส่วนเฉินเหวยซานแม้จะตกใจแทบสิ้นสติ ดวงตาเบิกกว้างจ้องเฉินเฟยด้วยความหวาดกลัว แต่ปากเขาก็ยังไม่สะอาด แม้แต่หายใจยังลำบาก ก็ยังตะโกนด่าทอ

ดูท่าเขาจะปักใจเชื่อจริงๆ ว่าเด็กเมื่อวานซืนอย่างเฉินเฟย ไม่กล้า และไม่มีทางทำอะไรผู้ใหญ่อย่างเขาได้ เพราะเขาคือเฉินเหวยซาน พ่อเขาคือเฉินฮวาฉิน!

"ดูท่าแกจะไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตา ไม่ชนกำแพงไม่ยอมหันหลังกลับ ฉันให้โอกาสแกมากพอแล้ว แต่แกกลับไม่รู้จักรักษาไว้ ก็ได้"

เห็นดังนั้น เฉินเฟยแววตาฉายแววอำมหิต กล่าวเสียงเย็นว่า "ฉันคิดว่าแกน่าจะรู้นะ? นอกจากจะเป็นนักยุทธ์โบราณแล้ว ฉันยังมีอีกสถานะหนึ่ง นั่นคือ... ฉันเป็นหมอ เดิมทีถ้าเรื่องวันนี้แกรู้จักก้มหัว ฉันก็ขี้เกียจจะตอแยแก แค่สั่งสอนเล็กน้อย ให้แกไปนอนคุกสักสองสามปี เรื่องนี้ก็ถือว่าจบกันไป แต่ในเมื่อแกไม่รู้ชั่วรู้ดี งั้นก็ได้..."

สิ้นเสียง เขาก็ใช้นิ้วจี้ไปที่ร่างของเฉินเหวยซาน

พลังปราณสายหนึ่งไหลผ่านจุดชีพจรเข้าสู่ร่างกายของอีกฝ่าย ทันใดนั้นเฉินเหวยซานก็ตัวสั่นสะท้าน ราวกับจู่ๆ มีมดนับหมื่นนับพันตัวไต่ไปทั่วร่าง กัดกินเลือดเนื้อของเขา

ความรู้สึกนั้น ความเจ็บปวดนั้น ทำให้เขาส่งเสียงร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่งออกมาจากลำคอ มือเกาตะกุยผิวหนังตัวเองอย่างบ้าคลั่ง

เพียงชั่วครู่ เสื้อผ้ากางเกงที่เฉินเหวยซานสวมใส่ก็ถูกเขาฉีกขาดกระจุย ร่างกายสั่นเทาอย่างรุนแรงเพราะความคันคะเยออย่างที่สุด กลิ้งไปมาบนพื้นไม่หยุด นิ้วทั้งสิบตะกุยเกาผิวหนังทั่วร่างไม่หยุดหย่อน รอยเลือดแดงฉานปรากฏไปทั่ว หรือแม้แต่แผลเหวอะหวะ เนื้อถูกฉีกออกมาทีละชิ้น...

ความรู้สึกนั้นเหมือนตกนรกทั้งเป็น

"ปะ... ปล่อยฉันเถอะ ได้... ได้โปรดปล่อยฉันไป..." ร่างของเฉินเหวยซานกลิ้งไปชนมุมผนัง ดัง 'ปัง' อย่างแรง จากนั้นก็น้ำหูน้ำตาไหล ร้องขอชีวิตจากเฉินเฟยด้วยเสียงแหบแห้งน่าสยดสยอง

เงียบ

ภายในห้องเงียบสงัดลงทันที นอกจากเสียงร้องโหยหวนอย่างบ้าคลั่งของเฉินเหวยซาน และเสียงหายใจหนักหน่วงจนถึงขั้นสั่นเครือของทุกคนในที่นั้น ทุกอย่างเงียบเกินไป

ไม่ว่าจะเป็นหวังต้าซานหรือสมาชิกเฟยเป้าชั้นยอด ต่างมองฉากนี้ด้วยความไม่เชื่อสายตา มองดูร่างของเฉินเหวยซานที่เกาและกลิ้งไปมาอย่างบ้าคลั่งเพราะความคันคะเยอ จนพื้นด้านล่างกลายเป็นกองเลือด... นี่... นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว ทำให้พวกเขาไม่อาจเชื่อได้ว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้า คือความจริง

พวกเขาทุกคนตกใจจนทำอะไรไม่ถูก รู้สึกเพียงไอเย็นแล่นจากกระดูกสันหลังขึ้นมา หน้าซีดเผือด ร่างกายของทุกคนสั่นเทาอย่างบ้าคลั่งเพราะความกลัว หยุดไม่ได้

สาบานได้เลยว่า นี่เป็นฉากที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต แต่กลับเป็นฉากที่น่ากลัวที่สุด ขนหัวลุกที่สุด ขวัญผวาที่สุด! เหงื่อเย็นชุ่มโชกเสื้อผ้าของพวกเขาในพริบตา

วินาทีนี้ พวกเขาถึงได้เข้าใจอย่างแท้จริงว่า หัวหน้าครูฝึกเฉินเฟย น่ากลัว น่ากลัว น่ากลัวขนาดไหน!

นี่มันไม่ใช่คนแล้ว

"พอแล้ว พาตัวมันออกไป ถ้าอีกสิบนาทีคนยังไม่ตาย ก็ขังต่อ" ในขณะนั้นเอง เฉินเฟยก็ออกคำสั่ง

"ครับ หัวหน้าครูฝึก!" ทันใดนั้นสมาชิกเฟยเป้าก็สะดุ้งโหยง พยักหน้าหงึกๆ เหมือนไก่จิกข้าว รีบหิ้วปีกเฉินเหวยซานที่ยังชักกระตุกและกลิ้งไปมาบนพื้นออกไปทันทีโดยไม่ลังเล!

ในขณะเดียวกัน แววตาที่พวกเขามองเฉินเหวยซาน กลับมีความเห็นใจและสมเพชปนอยู่

สิบนาที?

ดูจากสภาพแล้ว อย่าว่าแต่สิบนาทีเลย ต่อให้ลดลงครึ่งหนึ่ง หมอนั่นก็ไม่น่าจะทนไหว อาเมน...

แต่ในขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของหวังต้าซานก็ดังขึ้น

"หัวหน้าครูฝึกเฉิน ผมขอรับโทรศัพท์หน่อยครับ" หวังต้าซานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์โทรเข้า คิ้วขมวดมุ่นทันที กล่าว

"อืม" เฉินเฟยพยักหน้าเบาๆ

"ฮัลโหล ผมหวังต้า... จากเฟยเป้า ท่านคือ?"

จากนั้นก็เห็นหวังต้าซานรับสาย และยังทักทายก่อน แต่เมื่อเขาพูดไปได้ครึ่งประโยค สีหน้ากลับเปลี่ยนไปกะทันหัน ถึงขั้นพูดไม่ออก ทำให้เฉินเฟยที่อยู่ข้างๆ แสดงสีหน้าแปลกใจออกมา

ทว่าวินาทีถัดมา หวังต้าซานกลับยื่นโทรศัพท์ให้เฉินเฟย สีหน้าเคร่งเครียด "หัวหน้าครูฝึกเฉินครับ เขามาหาคุณ เป็นหัวหน้าของกลุ่มนภาจากเมืองหลวง"

"กลุ่มนภาแห่งเมืองหลวง?"

ได้ยินเช่นนั้น เฉินเฟยก็ชะงักไป เพราะเขาไม่ค่อยคุ้นกับชื่อนี้ ดูเหมือน... จะไม่เคยได้ยินมาก่อน

"กลุ่มนภา เป็นหนึ่งในสี่หน่วยงานแห่งเมืองหลวง เช่นเดียวกับเฟยเป้าของเราที่สังกัดหน่วยงานพิเศษของสาธารณรัฐ เพียงแต่ ไม่ว่าจะเป็นระดับชั้น พื้นฐาน หรือความแข็งแกร่ง สี่หน่วยงานแห่งเมืองหลวงก็เหนือกว่าเฟยเป้าของเรามากนัก เป็นมังกรผู้นำในระบบนี้ และถ้าผมจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้กลุ่มนภา น่าจะอยู่ภายใต้การดูแลของท่านปู่ใหญ่ตระกูลเฉิน" หวังต้าซานอธิบาย

"อยู่ภายใต้การดูแลของท่านปู่ใหญ่ตระกูลเฉิน?"

พอได้ยินแบบนี้ สีหน้าของเฉินเฟยก็ขรึมลงทันที ดูเหมือนเขาจะเดาอะไรได้บางอย่าง

จากนั้นเขาก็รับโทรศัพท์จากมือหวังต้าซานด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ พูดเรียบๆ ว่า "ฮัลโหล ผมเฉินเฟย คุณคือ?"

"เจ้าคือเฉินเฟย?"

เสียงแก่ชราที่เย็นยะเยือกดังลอดออกมาจากหูฟัง ทำให้เขาขมวดคิ้ว

เสียงแก่ชราที่เย็นยะเยือกนั้นหยุดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้น้ำเสียงที่ห้ามปฏิเสธ แหบพร่าและน่าขนลุกกล่าวว่า "ข้าแซ่อี้ แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ว่าข้าเป็นใคร เพราะระดับเจ้ายังไม่ถึงขั้น ข้าถามเจ้า ลูกชายของเฉินฮวาฉินอยู่ในมือเจ้าใช่ไหม? เดี๋ยวนี้! ทันที! ปล่อยคนซะ ข้าไม่อยากพูดซ้ำสอง"

"ปล่อยคน?"

เฉินเฟยหลุบตาลง หรี่ตาเล็กน้อย ดวงตาสีดำสนิทราวกระจกแก้วฉายแววโหดเหี้ยมและเย็นชาจางๆ ตาแก่นี่ อยู่ดีๆ โทรมา ดูเหมือนจะกร่างไม่เบานะ

"เจ้าฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง? ลูกชายของเฉินฮวาฉินเป็นลูกหลานตระกูลเฉินเก่าแก่ สายเลือดสูงส่ง ใครให้ความกล้าและอำนาจเจ้าทำแบบนี้? ข้าในฐานะผู้อาวุโสกลุ่มนภาขอสั่งเจ้า เดี๋ยวนี้ ทันที ปล่อยคนซะ แล้วมามอบตัวที่เมืองหลวง! ไม่อย่างนั้น รับผิดชอบผลที่จะตามมาเอง" ปลายสาย เจ้าของเสียงแก่ชราเย็นยะเยือกเห็นเฉินเฟยกล้าลังเล ก็โกรธจัด ตวาดลั่น

ในสายตาของผู้อาวุโสกลุ่มนภาผู้สูงส่งอย่างเขา เฟยเป้า? หน่วยงานพิเศษอะไรนั่น เป็นแค่ระดับสองระดับสาม ไร้ค่า แต่ตอนนี้เฉินเฟยได้ยินคำสั่งของเขาแล้วกลับกล้าลังเล นี่ทำให้ความรู้สึกเหนือกว่าในใจเขาระเบิดออกมาทันที โกรธเกรี้ยวอย่างยิ่ง

กล้าลังเลต่อคำสั่งของผู้อาวุโสกลุ่มนภาผู้สูงส่งอย่างเขา รนหาที่ตายหรือไง? รู้จักคำว่าผู้บังคับบัญชาไหม รู้จักที่ต่ำที่สูงไหม?

"นี่คุณ สมองเพิ่งโดนประตูหนีบมาหรือเปล่า? สมองมีปัญหา?"

แต่ในขณะนั้นเอง เสียงเย็นชาและราบเรียบของเฉินเฟยก็ดังลอดผ่านหูโทรศัพท์ไปกระแทกหูอีกฝ่ายอย่างจัง เขากล่าวต่อเรียบๆ ว่า "ผู้อาวุโสกลุ่มนภา? ขอโทษที ผมไม่รู้จริงๆ ว่ามันคือตัวอะไร แต่ดูเหมือนคุณจะอยากออกหน้าแทนคนอื่นสินะ? งั้นก็ดี ล้างครอรอไว้ที่เมืองหลวงได้เลย เพราะอีกไม่กี่วัน เราน่าจะได้เจอกันที่นั่น ถึงตอนนั้น หึ!"

เฉินเฟยแค่นเสียงเย็นอย่างหนักหน่วง แล้ววางสายไปดื้อๆ

ในขณะเดียวกัน ที่กลุ่มนภาในเมืองหลวง ชายชราสวมชุดคลุมสีดำหลวมโคร่งจ้องมองโทรศัพท์มือถืออย่างเหม่อลอย ดูเหมือนจะคิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะกล้าวางสายเขา

แถม แถมยังบอกให้เขาล้างครอรอที่เมืองหลวง!? ทันใดนั้นใบหน้าของเขาก็โกรธจัด

'กร๊อบ!' โทรศัพท์ในมือเขา แหลกละเอียดเป็นผงคามือ

บรรยากาศในห้องดูอึดอัด และเฉินฮวาฉินก็อยู่ที่นั่นด้วย ตกใจกับฉากนี้

จากนั้น เขาก็มองไปที่ชายชราสวมชุดคลุมสีดำหลวมโคร่ง แววตาฉายแววตื่นตระหนกและไม่สบายใจ ถามว่า "ผู้อาวุโสอี้ เป็นไงบ้าง? ไอ้เด็กนั่นยอมปล่อยคนไหม?"

ชายชราสวมชุดคลุมสีดำหลวมโคร่งขมวดคิ้วแน่น สุดท้ายสีหน้าก็มืดมนถึงขีดสุด กล่าวช้าๆ ว่า "ไม่... มันวางสายข้า"

"อะไรนะ!?"

"มันกล้าวางสายท่าน?"

ทันใดนั้น เฉินฮวาฉินก็อุทานออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ

ต้องรู้ว่าก็เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างกรมตำรวจจังหวัดกับสถานีตำรวจเมือง ในระบบหน่วยงานพิเศษ กลุ่มนภาแห่งเมืองหลวงกับเฟยเป้า คือเจ้านายกับลูกน้องชัดเจน

แต่ตอนนี้คนของหน่วยงานระดับล่าง กลับกล้าขัดคำสั่งหัวหน้าหน่วยงานระดับบน แถมยังวางสายใส่ นี่มัน นี่มันบังอาจเกินไปแล้ว!? มันเอาความมั่นใจมาจากไหน เอาความกล้ามาจากไหน?

กำแหงเกินไปแล้ว!

..........

จบบทที่ บทที่ 445 อยู่มิสู้ตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว