เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1 ระบบที่หายไปนาน

ตอนที่ 1 ระบบที่หายไปนาน

ตอนที่ 1 ระบบที่หายไปนาน


ตอนที่ 1 ระบบที่หายไปนาน

[ตัวละคร] : ลู่อี้

[ฐานการบ่มเพาะ] : รวมปราณขั้นที่ 6

[ทักษะบ่มเพาะ] : "ทักษะบ่มเพาะเมฆาขาว" (ระดับ 2)

[ทักษะ] : "วิชาดาบเมฆาขาว" (ระดับ 2) , วิชาเคลื่อนไหวเมฆาขาว" (ระดับ 3)

[ภารกิจ] : ไม่มี

...

ลู่อี้ จ้องไปที่ตัวหนังสือพวกนี้ที่จู่ๆ ก็โผล่ขึ้นมาตรงหน้าเขาและขยี้ตาอยู่หลายครั้งก่อนที่จะยืนยันได้ว่าเขาไม่ได้กำลังฝันอยู่

จากนั้นตาของเขาก็เริ่มแดงและเกือบจะร้องไห้ออกมา ระบบที่หายไปนาน 16 ปี ในที่สุดแกก็มาหาข้าแล้วสินะ!

ลู่อี้เป็นผู้กลับชาติมาเกิดใหม่ในทวีปที่ชื่อว่าเทียนหมิง เมื่อ 16 ปีก่อน

ซึ่งโลกอันกว้างใหญ่นี้มีผู้บ่มเพาะอมตะที่ทรงพลัง ปีศาจ ผู้ฝึกตนที่ชั่วร้ายและอันตรายอีกมากมาย

แต่ว่าลู่อี้ก็ยังโชคดีอยู่ เพราะหลังจากมาเกิดใหม่ พ่อแม่ของเขาต่างก็เป็นผู้ช่วยของนิกายฝ่ายนอก แม้ว่าสถานะของพวกเขาจะไม่ได้สูงอะไรมากนัก แต่มันก็ยังถือว่าดีเมื่อเทียบกับคนทั่วไป

ถึงแม้ว่าพรสวรรค์ด้านการบ่มเพาะของลู่อี้จะไม่ได้โดดเด่นอะไรเป็นพิเศษ แต่เขาก็ยังฝึกมาจนถึงระดับรวมปราณขั้นที่ 6 ตอนอายุ 16 ซึ่งมันก็ยังพอมีหวังที่จะทะลวงระดับก่อตั้งรากฐานก่อนอายุ 20 และเข้าไปเป็นศิษย์ฝ่ายในได้

เดิมที เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของลู่อี้ก็คือการเข้าร่วมเป็นศิษย์ฝ่ายใน จากนั้นก็ไปเป็นผู้ช่วยแล้วมีชีวิตอยู่อีกสักสองสามร้อยปี แต่งงานกับภรรยาสองสามคน มีลูกและหลานมากมาย จากนั้นก็ตาย

คาดไม่ถึงเลย เขายังไม่ทันได้ทำตามแผนนั่น ระบบก็โผล่ออกมาซะงั้น!

ลู่อี้ขีดฆ่าเป้าหมายเดิมทิ้งไปอย่างเงียบๆ จากนั้นลู่อี้ก็เริ่มตรวจสอบระบบและพบว่าเจ้านี่คล้ายกับแผงควบคุมในเกมที่บอกฐานการฝึกฝนและทักษะบ่มเพาะของเขา

นิกายที่ลู่อี้อยู่นั้นมีชื่อว่านิกายเมฆาขาว และทักษะบ่มเพาะเมฆาขาวนี้เองก็เป็นทักษะบ่มเพาะพื้นฐานของนิกาย ซึ่งสามารถบ่มเพาะไปยังระดับก่อตั้งรากฐานได้ ส่วนวิชาดาบเมฆาขาวกับวิชาเคลื่อนไหวเมฆาขาวนั้นล้วนเป็นวิชาพื้นฐานในระดับรวมปราณอยู่แล้ว

บรรทัดสุดท้าย [ภารกิจ] นี่มันน่าจะเกี่ยวกับภารกิจแน่ๆ แต่เขายังไม่รู้ว่ามันทำงานยังไง

ลู่อี้ที่คิดอะไรไม่ออกเลยเลิกคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปก่อน จากนั้นเขาก็พูดเบาๆ ในใจว่า "ระบบ?"

หลังจากรออยู่พักหนึ่ง ลู่อี้ก็ไม่ได้รับการตอบกลับ อืม...ดูเหมือนจะเป็นแค่ระบบธรรมดาๆ

ลู่อี้เรียกระบบอีกสองสามครั้ง แต่ก็ไม่มีการตอบสนองใดๆ เขาเลยพูดไม่ออกเล็กน้อย

ในตอนนั้นเอง เสียงของผู้หญิงที่นุ่มนวลก็ดังมาจากนอกประตู "อี้เอ๋อ เจ้าตื่นหรือยัง"

นั่นคือเสียงแม่ของลู่อี้

ลู่อี้กลับมาได้สติและตอบว่า "ข้าตื่นแล้วท่านแม่"

เขากลิ้งตัวและลุกจากเตียงพลางตั้งใจจะทดสอบระบบต่อหลังอาหารเช้า

หลังจากออกมาจากห้องแล้ว ลู่อี้ก็เดินมาที่บ้านหลังใหญ่ซึ่งในบ้านหลังนี้มีชายวัยกลางคนและหญิงสาวสวยบอบบางนั่งอยู่ที่โต๊ะ

ทั้งสองคือพ่อและแม่ของลู่อี้ในชีวิตนี้ ลู่เกาหยางและหวังซีฉี

ด้านข้างทั้งสองมีสาวใช้ที่น่ารักและบอบบางชื่อ ไป๋หลิงหลิง

ด้วยฐานะผู้ช่วยของนิกายเมฆาขาวฝ่ายนอก พวกเขาเลยมีสถานะในนิกายฝ่ายนอกอยู่เล็กน้อย แต่มันก็ไม่ได้สูงมากนักและมีสาวใช้เพียงคนเดียวที่มักจะรับผิดชอบในการซักผ้า ทำอาหารและทำความสะอาด

"อี้เอ๋อมาแล้ว มานั่งทานอาหารเช้าสิ" หวังซีฉีเปิดปากและพูดด้วยรอยยิ้ม

ในฐานะพ่อ ลู่เกาหยางค่อนข้างน่าเกรงขาม เขามองไปที่ลู่อี้และขมวดคิ้ว "ทำไมวันนี้เจ้าถึงตื่นสาย? เจ้าต้องไม่ขี้เกียจบนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะ เข้าใจไหม"

ลู่อี้นั่งลง "ข้าเข้าใจแล้ว ท่านพ่อ"

หวังซีฉีจ้องไปที่ลู่เกาหยาง "พรสวรรค์ของอี้เอ๋อนั้นดีกว่าเจ้าและในอนาคตเขาจะได้เข้าฝ่ายใน เขายังต้องให้เจ้ามาสอนอยู่อีกหรือ"

ลู่เกาหยางปากกระตุก ใบหน้าของเขามืดลงเล็กน้อย กลอกตาโดยไม่พูดอะไรจากนั้นก็ก้มหน้าลงกินอาหาร

พูดตามตรง พรสวรรค์ของลู่อี้นั้นดีกว่าของลู่เกาหยางอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้นลู่เกาหยางเลยไม่สามารถหักล้างคำพูดของหวังซีฉีได้

ลู่อี้มองไปที่ลู่เกาหยางที่เงียบไปแล้วก็ยิ้ม พ่อแม่ของเขามักจะทะเลาะกันอยู่บ่อยๆในชีวิตนี้ แต่พวกเขาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีและเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี ซึ่งลู่อี้ก็รู้สึกพอใจมาก

จู่ๆลู่เกาหยางก็นึกอะไรบางอย่างออกพลางเปิดปากและพูดว่า "ยังไงก็เถอะอีก 1 เดือนจะมีการแข่งขันอันของนิกายฝ่ายนอกในปีนี้และเจ้าก็มาถึงระดับรวมปราณขั้นที่ 6 แล้ว เมื่อถึงเวลาก็ไปลงทะเบียนซะนะ ไม่ต้องไปหวังติดอันดับหรอก แค่ถือซะว่ามันเป็นประสบการณ์ก็พอ”

นิกายเมฆาขาวในทุกๆปีจะมีการแข่งขันในนิกายฝ่ายนอก ซึ่งผู้ที่ได้อันดับสูงในการแข่งขันนี้ก็จะได้รับรางวัล และหากพวกเขาติดสิบอันดับแรก พวกเขาจะสามารถเข้าสู่ฝ่ายในได้โดยตรงโดยไม่จำเป็นต้องทดสอบด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ในการแข่งขันนี้ผู้ฝึกตนทุกคนที่มีระดับมากกว่ารวมปราณขั้นที่ 5 จะเข้าร่วม ซึ่งนิกายเมฆาขาวนั้นมีขนาดใหญ่มากโดยในฝ่ายนอกเองก็มีลูกศิษย์มากกว่า 100,000 คนและมีหลายหมื่นคนที่มีระดับมากกว่ารวมปราณขั้นที่ 5 เห็นได้ชัดว่านี่จะเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดเป็นอย่างมาก

เมื่อปีที่แล้ว ลู่อี้อยู่ที่ระดับรวมปราณขั้นที่ 5 และไม่ได้ลงทะเบียน

เนื่องจากทั้งลู่เกาหยางและหวังซีฉีไม่อยากให้ลู่อี้ลงทะเบียน ยังไงซะเขาก็คงไม่สามารถผ่านรอบคัดเลือกได้เลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันอาจจะทำให้เขารู้สึกอับอายและอาจส่งผลต่อการบ่มเพาะของเขาได้

และในปีนี้ ลู่อี้ก็มาถึงระดับรวมปราณขั้นที่ 6 แล้ว เขาเลยสามารถไปได้ เพราะอย่างน้อยการผ่านรอบคัดเลือกก็ไม่น่าจะเป็นปัญหาใหญ่

ลู่อี้พยักหน้าพูดด้วยรอยยิ้ม "ขอรับท่านพ่อ"

ในขณะนี้เอง ลู่อี้ก็ก้มหน้าลงและหรี่ตาลงเล็กน้อย เพราะในสายตาของเขา หน้าต่างระบบได้เปลี่ยนไป

[ภารกิจ] :

เข้าร่วมการแข่งขันของนิกายเมฆาขาวและรางวัลจะถูกกำหนดตามอันดับ

ยอมรับ : ใช่/ไม่

ระบบใช้อย่างนี้งั้นหรอ? ออกภารกิจเอง?

ลู่อี้รู้สึกว่าเขาดูเหมือนจะเข้าใจถึงประโยชน์ของระบบนี้แล้ว

ออกภารกิจและรับรางวัล? นั่นมันเหมือนเล่นเกมเลยไม่ใช่เหรอ?

ลู่อี้ที่กำลังจะเข้าร่วมการแข่งขันอยู่แล้ว แน่นอนว่าไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธ เขากดคำว่า 'ใช่' และยอมรับภารกิจในทันที

จากนั้น ลู่อี้ก็พบว่าหน้าต่างระบบของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย

[ภารกิจ] : เข้าร่วมการแข่งขันของนิกายเมฆาขาว

ลู่อี้มองไปที่บรรทัดนี้และคิดอะไรในใจของเขาก่อนที่เขาจะมองไปที่ลู่เกาหยางและหวังซีฉี แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "ท่านพ่อ ท่านแม่ มีอะไรอยากให้ข้าทำหรือไม่ อย่างนวดขา นวดหลัง หรืออะไรซักอย่าง"

"???"

ทั้งลู่เกาหยางและหวังซีฉีมองไปที่ลู่อี้ด้วยความสับสน ภายในจิตใจของพวกเขานั้นเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถาม

ลู่เกาหยางกลอกตาโดยไม่พูดอะไร "เจ้าเด็กนี่ แค่ฝึกฝนให้ดีก็พอ! ถ้าไม่มีอะไรทำจริงๆ ก็ไปฝึกวิชาดาบเมฆาขาวให้ได้ 10 รอบในเช้านี้ซะ!"

[ภารกิจ] :

ฝึกฝนวิชาดาบเมฆาขาว 10 รอบ (ความคืบหน้า : 0/10)

รางวัล: วิชาดาบเมฆาขาว ระดับ +1

ยอมรับ: ใช่/ไม่

เมื่อเห็นภารกิจที่ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเขา มุมปากของลู่อี้ก็ยกขึ้นเบาๆ และเขาก็ยอมรับภารกิจอย่างเงียบๆ อย่างที่คิด!

“ขอรับท่านพ่อ ข้าจะฝึกให้สำเร็จอย่างแน่นอน!”

เมื่อได้เห็นท่าทางตื่นเต้นของลู่อี้ หวังซีฉีในฐานะแม่ก็อดที่จะรู้สึกกังวลเล็กน้อย เธอเอื้อมมือไปแตะหน้าผากของลู่อี้ "อี้เอ๋อ เจ้าไม่สบายหรือเปล่า? เจ้าไม่มีไข้อะไรใช่ไหม"

รอยยิ้มของลู่อี้แข็งทื่อ เขาตื่นเต้นเกินไปจนไม่สามารถกลั้นมันไว้ได้...เขาต้องสงบสติอารมณ์เข้าไว้

ลู่อี้ฝืนยิ้มพร้อมกับอ้าปากและพูดว่า "ท่านแม่ ข้าสบายดี ข้าขอไปฝึกฝนก่อนนะขอรับ"

ลู่อี้หยิบขนมปังสองก้อนแล้ววิ่งออกไปทันที เขาจะรีบไปฝึกให้เสร็จและรับรางวัล

จบบทที่ ตอนที่ 1 ระบบที่หายไปนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว