- หน้าแรก
- กำเนิดมือปราบผี คัมภีร์เทวะเก้าสุริยะ
- บทที่ 660 ปลา...... กินเบ็ดแล้ว......
บทที่ 660 ปลา...... กินเบ็ดแล้ว......
บทที่ 660 ปลา...... กินเบ็ดแล้ว......
ไม่นานนัก
สองคนหนึ่งปีศาจก็ออกจากเมือง ทิวทัศน์นอกเมืองแตกต่างจากในเมืองอย่างสิ้นเชิง ทุกที่เต็มไปด้วยหมอกจางๆ ดูขมุกขมัวไปหมด
ลำธารสายเล็กที่ไหลรินด้วยน้ำหมึก คดเคี้ยวทอดยาวไปจนไม่รู้ว่าสิ้นสุดที่ตรงไหน
ในลำธาร บางครั้งก็มีปลาตัวเล็กๆ สีขาวดำกระโดดขึ้นมา สะบัดหาง แล้วตกลงไปในน้ำ น้ำในลำธารก็กระเพื่อมไหวเบาๆ ราวกับน้ำหมึกในจานฝนหมึก
"มีปลาจริงด้วยแฮะ?"
ซูม่อมมองด้วยความประหลาดใจ ถ้าไม่ใช่เพราะสีสันผิดเพี้ยน เขาคงนึกว่าที่นี่เป็นดินแดนสวรรค์ที่ไหนสักแห่ง
นักตกปลามาเจอที่นี่เข้า คงดีใจจนเนื้อเต้นแน่ๆ?
เดินเลียบลำธารน้ำหมึกไปได้สักพัก ซูม่อก็เห็นชายชราสวมเสื้อกันฝนฟางนั่งตกปลาอยู่อย่างเงียบเชียบริมลำธาร
ตะกร้าไม้ไผ่ข้างเท้า ว่างเปล่าไม่มีอะไรเลย
ซูม่อตกใจในใจ มีนักตกปลาจริงๆ ด้วยเหรอเนี่ย?
"ท่านผู้เฒ่า วันนี้ได้ปลาบ้างไหม?" ฮูหยินฮว่าเดินเข้าไปหา เอ่ยถามเสียงนุ่มนวล
"หา?"
"ใครมาทำปลาข้าตื่นหมด?"
ชายชรานักตกปลาชะงักไปครู่หนึ่ง รีบลุกขึ้นยืน จนหมวกสานเอียงกะเท่เร่
เขารีบจัดหมวกให้เข้าที่อย่างลนลาน ดวงตายังงัวเงีย พอลืมตาขึ้นมอง ใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มทันที
"อ้อ ฮูหยินฮว่านี่เอง ทำเอาข้าตกอกตกใจหมด......"
หม่าอันนาแอบหัวเราะอยู่ข้างหลังซูม่อ: "ตาแก่นี่ไม่ได้มาตกปลาหรอก มานอนกลางวันชัดๆ ขาดแค่กางเต็นท์เท่านั้นแหละ"
ซูม่อคิดครู่หนึ่ง ถามว่า: "จำเขาได้ไหม?"
"ภาพวาดนั้น...... ฉันจำได้แล้วค่ะ ในภาพวาดมีชายชราตกปลาอยู่จริงๆ"
หม่าอันนาตอบ
ซูม่อพยักหน้า พิจารณาชายชราตกปลาอย่างละเอียด กลิ่นอายบนตัวเขา ไม่ต่างอะไรกับ 'คน' ในเมืองเหล่านั้นเลย
"เจ้านาย ดูไม่ออกเลยค่ะ" หม่าอันนาก็พยายามสังเกตอยู่เงียบๆ
ตอนนั้นเอง ฮูหยินฮว่าก็ทักทายชายชราเสร็จแล้วเดินกลับมา พูดว่า: "พูดไปก็น่าขำ วันนั้นท่านผู้เฒ่าก็ตกปลาอยู่ในลำธารแบบนี้แหละ ใครจะไปคิดว่าปลาไม่ได้ แต่กลับตกได้ภาพวาดใต้น้ำขึ้นมาแทน"
"คืนนั้นเขาก็ถูก 'กิน' เข้ามา ข้าเชิญเขาไปเสพสุขที่คฤหาสน์ เขากลับไม่ยอม ในใจมีแต่เรื่องตกปลา ข้าเลยให้เขามาตกปลาที่นี่ทุกวัน ถือว่าช่วยให้สมปรารถนา"
มุมปากซูม่อกระตุก นักตกปลาก็เงี้ยแหละ ตกได้ทุกอย่างยกเว้นปลา
แค่ภาพวาดม้วนเดียว
เรื่องปกติ
เพื่อนฉันคนหนึ่ง ยังเคยตกศพได้ตั้งสามศพแหน่ะ เกี่ยวปากเต็มๆ
"คุณชาย พวกเราไปกันเถอะเจ้าค่ะ"
หลังจากพวกซูม่อจากไป ชายชราตกปลาก็ลุกขึ้นยืนทันที กระตุกคันเบ็ดในมือ แรงมหาศาลดึงจนคันเบ็ดโค้งงอ
"ปลา...... กินเบ็ดแล้ว......"
........................
ซูม่อเดินต่อไปอีกสักพัก ก็เห็นหมอกเมฆลอยอวลอยู่ไกลๆ ป่าไผ่หมึกดำหนาทึบดั่งทะเล
การได้มาอยู่ในภาพวาดทิวทัศน์พู่กันจีนแบบนี้ ให้ความรู้สึกแปลกใหม่ไม่น้อย
ฮูหยินฮว่าชี้มือเรียวงาม "คุณชาย นั่นคือยอดเขาภูตคร่ำครวญเจ้าค่ะ"
ซูม่อเงยหน้ามอง
ยอดเขารูปทรงอ่อนช้อยผุดขึ้นจากพื้นดิน แทงทะลุทะเลหมอกท่ามกลางแสงจันทร์สลัว เผยให้เห็นยอดเขาที่ผลุบๆ โผล่ๆ
พอมองดูดีๆ ก็เหมือนสาวงามก้มหน้า
กำลังสางผมต่อหน้าทะเลหมอกจริงๆ
หมอกหมึกในระยะไกล ดูเข้มข้นขึ้น
ฮูหยินฮว่าชี้ไปข้างหน้า พูดว่า: "เดินไปอีกหน่อย ก็จะเข้าสู่เขตยอดเขาภูตคร่ำครวญแล้วเจ้าค่ะ"
"หมอกพวกนี้ ปนเปื้อนด้วยไอแค้นที่เกิดจากวิญญาณอาฆาตในยอดเขาภูตคร่ำครวญร้องโหยหวนทุกวันคืน"
"คุณชายต้องระวังตัวด้วยนะเจ้าคะ"
ซูม่อไม่พูดอะไร บุ้ยปาก เป็นเชิงบอกให้นางเดินนำ
ฮูหยินฮว่าจำต้องเดินนำหน้า ซูม่อและหม่าอันนาเดินตามหลัง ร่างกายเบียดแทรกเข้าไปในหมอกหมึก ก่อให้เกิดควันสีดำจางๆ ลอยฟุ้ง
รู้สึกหนาวนิดหน่อย
เหมือนเช้าตรู่ในฤดูใบไม้ร่วง ใส่เสื้อตัวบางๆ แล้วมีลมฤดูใบไม้ร่วงพัดมาปะทะ
หมอกหมึกรอบด้าน ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงผู้บุกรุกที่มีชีวิต ต่างพากันมีชีวิตชีวาขึ้นมา เกาะติดร่างกายราวกับปลิง พยายามมุดเข้าไปในร่างอย่างบ้าคลั่ง
พลังเลือดลมในกายซูม่อ เดือดพล่านขึ้นทันที กลายเป็นหนุ่มเลือดร้อน
ความรู้สึกหนาวเหน็บรอบด้าน สลายหายไปในพริบตา
ฮูหยินฮว่าก็รู้สึกถึงความร้อนระอุ ตกใจระคนสงสัย หันมามองซูม่อแวบหนึ่ง
"ทำไม?"
"เร่าร้อนเกินไปเหรอ?"
ซูม่อมองนาง
ฮูหยินฮว่าเงียบไปครู่หนึ่ง เอ่ยเสียงเบาว่า: "คิดไม่ถึงว่าพลังเลือดลมของคุณชาย จะเปี่ยมล้นถึงเพียงนี้ ราวกับฟืนไฟในเตาหลอม"
"เจ้าป่ายอดเขาภูตคร่ำครวญชอบบุรุษที่มีพลังเลือดลมพลุ่งพล่านที่สุด วิญญาณของพวกเขามักจะอิ่มเอิบกลมกลึง ชวนให้น้ำลายสอ"
หม่าอันนาหมุนถังหูหลูเล่นในมือ เบ้ปากอยู่ข้างๆ
นี่หล่อนดูถูกใครยะ?
หล่อนสิเตาหลอม ทั้งบ้านหล่อนนั่นแหละเตาหลอม เจ้านายฉันคือดวงอาทิตย์เที่ยงวันย่ะ
ฮูหยินฮว่าดูจะคุ้นเคยกับเส้นทางในยอดเขาภูตคร่ำครวญเป็นอย่างดี พาซูม่อลัดเลาะผ่านหมอกปีศาจ บางทีก็ข้ามลำธาร บางทีก็ข้ามเนินเขา บางทีก็เดินทะลุป่า
เส้นทางช่วงนี้ กลับเต็มไปด้วยชีวิตชีวา ทั้งภูเขา แม่น้ำ ดอกไม้ นก มีครบทุกอย่าง
"ไม่รู้ใครเป็นคนวาดภาพนี้ ช่างมีอารมณ์สุนทรีย์จริงๆ"
ซูม่อพึมพำในใจ
"ถึงแล้วเจ้าค่ะ"
ฮูหยินฮว่าหยุดเดินกะทันหัน ซูม่อหยุดตามแล้วเงยหน้ามอง หมอกหมึกตรงหน้าพลันสลายตัว
ภูเขาหมึกขนาดมหึมา ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า เงยหน้ามองขึ้นไป แทบจะมองไม่เห็นยอด
ภูเขาลูกนี้ แตกต่างจากเส้นทางที่ผ่านมา ดูโล้นเลี่ยน มีเพียงสีหมึกกระดำกระด่าง เหมือนถ่านหมึกก้อนยักษ์ที่ถูกขยายขนาดนับไม่ถ้วน
ทางเดินเขาที่เดินได้ทีละคน คดเคี้ยวจากตีนเขาไม่ไกล พันรอบภูเขาขึ้นไปจนถึงยอด
มองจากไกลๆ
ทางเดินเขาเหมือนรอยแผลเป็นที่เย็บติดบนร่างสาวงาม หรือเหมือนตะขาบยักษ์ พันรอบเอวสาวงามไว้
ทำลายทัศนียภาพจริงๆ
หม่าอันนาเอ่ยขึ้นข้างๆ: "ไหนหล่อนบอกว่า ยอดเขาภูตคร่ำครวญมีผีร้องโหยหวนไง?"
"ทำไมฉันไม่เห็นสักตัว?"
ฮูหยินฮว่าเวลานี้ก็ขมวดคิ้ว หยุดเดิน จ้องมองภูเขาหมึกเขม็ง
"แปลกจริง!"
"วันนี้เจ้าป่า ทำไมถึงไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย?"
"ถ้าเป็นเมื่อก่อน หากข้าเข้ามาใกล้ที่นี่ ก็จะเห็นวิญญาณภูตผีนับร้อยนับพัน เดินวนรอบภูเขา"
"หรือว่า...... เจ้าป่าเกิดปัญหาอะไรขึ้น?"
คิดถึงตรงนี้ ฮูหยินฮว่าก็มีสีหน้ายินดี จ้องเขม็งไปที่ยอดเขา
"คุณชาย ดูท่าวันนี้พวกเราจะมาถูกเวลาแล้ว"
"หากเจ้าป่าเกิดปัญหาจริง นี่ก็เป็นโอกาสดีที่สุดที่จะกำจัดนาง"
"แต่ก็ต้องระวังตัวด้วย เจ้าป่าเชี่ยวชาญการแปลงกาย ไม่แน่อาจเป็นกลลวงล่อให้เราติดกับก็ได้"
ซูม่อกวาดตามองนาง ในใจยิ่งรู้สึกว่าฮูหยินฮว่าผู้นี้มีพิรุธ
นางรีบร้อนเกินไป
รีบร้อนเหมือนมดบนกระทะร้อน
ถึงนางจะซ่อนอาการได้ดี แต่ซูม่อก็ยังสัมผัสได้ว่า ตอนนี้นางตื่นเต้นมาก หรือกระทั่ง——
โลภ?
ถ้าไม่ใช่เพื่อพาพวกโจวเม่าออกไปอย่างปลอดภัย ซูม่อคงตบให้ตายในฝ่ามือเดียวไปแล้ว
มีคนกระตุกชายเสื้อ
ซูม่อหันไปมอง หม่าอันนาเบิกตากว้าง ขยิบตาให้เขาปริบๆ
"ไม่รีบ"
ซูม่อส่ายหน้าเบาๆ ก็รู้สึกว่ากระเป๋าเสื้อขยับ
ก้มลงมอง ดอกไม้สีเหลืองเล็กๆ ดอกหนึ่งโผล่ออกมา ตามด้วยหัวเล็กๆ น่ารักของลิงเจียว
เธอมองไปรอบๆ เห็นแต่สีขาวดำเต็มไปหมด น่าเบื่อชะมัด
ลิงเจียวหาวหวอด หดหัวกลับ มุดกลับไปนอนต่อ