- หน้าแรก
- กำเนิดมือปราบผี คัมภีร์เทวะเก้าสุริยะ
- บทที่ 80 ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าขยับ! แต้มบุญพุ่งกระฉูด!
บทที่ 80 ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าขยับ! แต้มบุญพุ่งกระฉูด!
บทที่ 80 ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าขยับ! แต้มบุญพุ่งกระฉูด!
“ช่วยด้วย...”
“ขอร้องล่ะ...”
“ช่วยพวกเราด้วย...”
เสียงร้องไห้โหยหวนดังมาจากข้างหน้า ซูม่อเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นคนงานสวมหมวกนิรภัยเจ็ดแปดคนพุ่งเข้ามา
“มีผี!”
“มีผี ช่วยด้วย!”
เหล่าคนงานกรีดร้อง พุ่งตรงเข้ามาหาซูม่อ ดวงตาของพวกเขาเหลือเพียงตาขาว
ซูม่อก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว เตะคนงานสองคนล้มลงไปกองกับพื้น ทั้งสองคน ‘พรึ่บ’ ลุกขึ้นมาอีกครั้ง พุ่งเข้ามาต่อ
“ขออภัยด้วยครับ”
ซูม่อรู้ดีว่า คนเหล่านี้ตายไปแล้ว ในตอนนี้ก็เป็นเพียงศพที่ถูกผีร้ายควบคุมเท่านั้น
เขากระตุ้นคัมภีร์เทวะเก้าสุริยัน ไอความร้อนระอุแผ่ซ่านออกไปรอบทิศทาง บริเวณโดยรอบที่เคยดำมืดก็พลันสว่างวาบเป็นสีแดงฉาน
“อ๊า...”
ทันทีที่คนงานเหล่านั้นสัมผัสกับเปลวไฟอันร้อนแรงนี้ ร่างกายก็มีควันดำพวยพุ่งออกมาทันที จากนั้นก็ล้มลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ไม่ขยับเขยื้อนอีก
“อี๊——”
เสียงกรีดร้องอันโหยหวนแหลมแสบหู ดังมาจากมุมมืดทางด้านซ้ายของซูม่อ เงาร่างขนาดมหึมาสูงกว่าสามเมตร ผุดขึ้นจากพื้น พุ่งหนีไปยังที่ไกลๆ
“คิดจะหนีเหรอ?”
ซูม่อถือดาบไล่ตามไป เพียงไม่กี่ลมหายใจก็ไล่ตามมันทัน ถึงได้เห็นชัดเจนว่า ที่แท้มันคืออสูรกายที่ขนดกสีดำทั่วร่าง
พออสูรกายตนนั้นเห็นเขาไล่ตามมา มันก็กรีดร้องออกมาอีกครั้ง รอบข้างก็พลันเกิดเสียงคลานสวบสาบดังขึ้น
จุดสีแดงก่ำนับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นรอบตัวซูม่อ ล้อมเขาไว้หมดแล้ว
ซูม่อกระตุ้นพลังเลือดลมในร่างอีกครั้ง ขับไล่ความมืดมิดโดยรอบ ถึงได้เห็นชัดเจนว่า ที่ล้อมรอบตัวเองอยู่นั้น ที่แท้ก็คืออสูรกายหน้าตาประหลาดที่มีใบหน้าเป็นคน
อย่างน้อย... ก็ไม่ต่ำกว่าร้อยตัว
“อี๊——”
ปีศาจหน้าคนยักษ์ที่หลบอยู่ไกลๆ กรีดร้องออกมาอีกครั้ง ปีศาจหน้าคนทั้งหมดก็พุ่งเข้าใส่เขาราวกับคลื่นสึนามิ
“มาดี!”
ซูม่อถือดาบ ฟาดกวาดไปรอบทิศ ปีศาจหน้าคนเจ็ดแปดตัวก็ตายคาที่ทันที
เสียงแจ้งเตือนข้างหูดังขึ้นไม่หยุด
“ติ๊ง!”
“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ สังหารผีร้ายระดับ 1 - ปีศาจหน้าคน...”
“ติ๊ง!”
“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ สังหารผีร้ายระดับ 2...”
ซูม่อกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรง ร่างทั้งร่างก็ทะยานขึ้นจากพื้น ราวกับพยัคฆ์ร้ายหิวโหยพุ่งเข้าใส่ฝูงปีศาจหน้าคน
ดาบเดียวฟาดลงไป ปีศาจหน้าคนก็ตายไปสามห้าตัว
ดาบกลืนวิญญาณที่ถูกเสริมความแข็งแกร่งจากระบบนั้นคมกริบอย่างยิ่ง การฟันสังหารอสูรกายพวกนี้ ก็ราวกับตัดเต้าหู้
ไม่มีความรู้สึกติดขัดเลยแม้แต่น้อย
เพียงแค่หนึ่งนาที ปีศาจหน้าคนนับร้อยที่อยู่รอบๆ ก็ถูกซูม่อสังหารจนหมดสิ้น
ค่าบุญของเขา ยิ่งพุ่งกระฉูดทะลุหนึ่งหมื่นกว่าแต้ม
“สะใจ!”
ซูม่ออารมณ์ดีสุดๆ สะบัดตัวดาบ เลือดที่เหม็นคาวก็ไหลหยดลงจากคมดาบ ไม่ติดค้างเลยแม้แต่น้อย
“ถึงตาแกแล้ว”
ซูม่อถือดาบพุ่งตรงไปข้างหน้า กระแทกเข้าใส่ปีศาจหน้าคนร่างยักษ์ตนนั้น ปีศาจหน้าคนตนนั้นถึงกับหลบไม่ทัน ถูกซูม่อกระแทกจนปลิวไป
แคร้ง!
ซูม่อทั้งคนทั้งดาบ แทงทะลุหัวของปีศาจหน้าคนตนนั้น จากนั้นก็ปักมันตรึงไว้กับผนังอุโมงค์ที่อยู่ไกลออกไป
พอชักดาบออก ปีศาจหน้าคนก็ค่อยๆ ล้มลง บนหน้าผากมีบาดแผลเล็กๆ รอยหนึ่ง เลือดกำลังไหลซึมออกมา
“ติ๊ง!”
“ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ สังหารผีร้ายระดับห้า - ปีศาจหน้าคน!”
“รางวัลค่าบุญ 10000 แต้ม!”
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นข้างหู ซูม่อถึงกับยิ้มแก้มปริ ค่าบุญของเขาทะลุสามหมื่นไปแล้ว
คาดไม่ถึงเลยว่า ปีศาจหน้าคนตนนี้ จะเป็นถึงผีร้ายระดับ 5?
อ่อนเกินไปหน่อยไหมวะ!
พอปีศาจหน้าคนระดับห้าตายลง ไออึมครึมที่อยู่รอบๆ ก็ค่อยๆ สลายไป ซูม่อได้ยินเสียงการต่อสู้ดังแว่วๆ มาจากด้านหลัง
เขารีบวิ่งกลับไป วกไปวนมาอยู่สองสามที ก็เห็นจ้าวเฟยกับหวงอินอินสองคนกำลังยืนหลังชนกัน สู้กับฝูงปีศาจหน้าคนจำนวนมากอยู่
ฝีมือของจ้าวเฟยทั้งสองคนแข็งแกร่งมาก บนพื้นเต็มไปด้วยซากศพของปีศาจหน้าคนกองอยู่ แต่ก็ทำเอาทั้งสองคนเหนื่อยหอบเช่นกัน
“น่าเสียดายชะมัด!”
ซูม่อเห็นแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดใจ ไอ้ที่กองอยู่บนพื้นนั่น มันตีเป็นค่าบุญได้ตั้งเท่าไหร่
“ทั้งสองท่าน ข้ามาช่วยแล้ว!”
ซูม่อตะโกนลั่น ถือดาบพุ่งเข้าใส่ฝูงปีศาจหน้าคน
“คุณซู?”
จ้าวเฟยทั้งสองคนได้ยินเสียงก็ตกใจสะดุ้ง จากนั้นก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที คุณซูคนนี้ใช่ตัวจริงรึเปล่า?
ยังไม่ทันที่ทั้งสองคนจะได้ตั้งตัว ปีศาจหน้าคนที่อยู่ตรงหน้าก็ล้มลงเป็นแถบๆ ไม่มีตัวไหนสภาพสมบูรณ์เลย
“ผีบังตาดูเหมือนจะหายไปแล้ว! เป็นคุณซูจริงๆ ด้วย” หวงอินอินตะโกนอย่างดีใจ
“คุณซู พวกเรามาช่วย!” จ้าวเฟยตะโกนลั่น กำลังจะถือดาบเข้าไปช่วย ก็ถูกซูม่อห้ามไว้
“ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ อย่าขยับ!”
“พักฟื้นพลังกันให้ดีๆ พวกคุณก็เหนื่อยกันแล้ว ที่นี่ปล่อยให้ผมจัดการเอง!”
ซูม่อรีบร้อนมาก
นี่มันแต้มบุญทั้งนั้นเลยนะเว้ย
“คุณซู...”
ทั้งสองคนรู้สึกซาบซึ้งใจ รู้สึกว่าในตอนนี้ร่างของคุณซูช่างดูสูงส่งเหลือเกิน ช่างมีน้ำใจจริงๆ
ทั้งสองคนปาดคราบเลือดบนใบหน้า: “คุณซูครับ พวกเราไม่เป็นไร ยังช่วยคุณ...”
“ห้ามเข้ามาเด็ดขาด!”
ซูม่อเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง ฟาดฟันเป็นชุดๆ ‘เปรี้ยงปร้าง’ ไปพักหนึ่ง ในที่สุดก็ฆ่าปีศาจหน้าคนตัวสุดท้ายตาย
ถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
จัดการเรียบร้อย
เขามองดูค่าบุญของตัวเอง ไม่เลวเลย ปีศาจหน้าคนหลายสิบตัวที่นี่ ก็มอบค่าบุญให้เขาอีกตั้งสามพันแต้ม
“โหดเกินไปแล้ว”
จ้าวเฟยทั้งสองคนมองดูซากศพที่เกลื่อนพื้น ชะงักไปชั่วขณะ ฆ่าเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
“คนอื่นๆ ล่ะ?”
ซูม่อสะบัดเลือดบนดาบกลืนวิญญาณทิ้ง แล้วเอ่ยปากถาม
“ไม่ทราบเลยครับ!”
ทั้งสองคนส่ายหน้า: “พอพวกเราเข้ามา ก็โดนบังตาไปหมด...”
“อะมิตาพุทธ!”
เสียงสวดมนต์ดังขึ้น ท่านอาจารย์อี้เจี้ยเดินออกมาจากความมืด: “ทุกท่าน ดูเหมือนว่าพวกเราจะหลุดออกจากผีบังตาแล้ว”
สายตาของเขาหันไปมอง เห็นซากศพที่ขาดวิ่นไม่สมประกอบเกลื่อนพื้น ก็ชะงักไปเล็กน้อย “นี่มัน...”
ทำไมมันเยอะขนาดนี้?
จ้าวเฟยชี้ไปที่ซูม่อ: “พวกเราฆ่าไปแค่ส่วนเล็กๆ ครับ ส่วนใหญ่เป็นฝีมือคุณซู”
“ดูเหมือนว่าโชคของอาตมาจะดีไม่น้อย”
ท่านอาจารย์อี้เจี้ยยิ้มๆ: “อาตมาเจอปีศาจหน้าคนแค่ไม่กี่ตัวเอง หนึ่งในนั้นฝีมือถึงระดับสามด้วย”
ซูม่อตาเป็นประกาย “อยู่ที่ไหนครับ?”
“ไอ้ตัวนั่นมันแปลงกายเป็นโครงกระดูกสีชมพู (หญิงงาม) คิดจะมายั่วยวนอาตมา อาตมาส่งมันไปสู่สุคติเรียบร้อยแล้ว!” ท่านอาจารย์อี้เจี้ยยิ้มเล็กน้อย
“อย่างนั้นเหรอครับ!”
ซูม่อจุปาก น่าเสียดายชะมัด
“แล้วโยมหม่าล่ะ?”
ท่านอาจารย์อี้เจี้ยกวาดตามองไปรอบๆ ไม่เห็นเงาของหม่าแอนนา
“ฉันอยู่นี่!”
ร่างของหม่าแอนนาปรากฏขึ้น รอบกายมีแสงดาวโคจรอยู่ บนตัวมีรอยเลือดจางๆ เห็นได้ชัดว่าผ่านการต่อสู้มาอย่างดุเดือดเช่นกัน
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว”
ท่านอาจารย์อี้เจี้ยสีหน้าเคร่งขรึม: “ปีศาจหน้าคนเก่งกาจที่สุดในเรื่องการสะกดจิตลวงตา พวกเราเพิ่งจะเข้ามาก็โดนบังตากันหมดแล้ว ฝีมือของปีศาจหน้าคนตนนั้นเกรงว่าคงจะบรรลุถึงระดับห้าแล้ว”
“ถึงแม้ตอนนี้จะไม่รู้ว่าทำไมการสะกดจิตมันถึงหายไป! แต่หนทางข้างหน้า จะต้องระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง”
“ห้ามประมาทเด็ดขาด ถ้าเกิดไปเจอไอ้อสูรกายนั่นเข้า อาตมาจะขอเป็นทัพหน้าเอง”
ทุกคนพยักหน้าอย่างเคร่งเครียด ซูม่อที่อยู่ข้างๆ ก็พูดขึ้นมา: “ท่านอาจารย์อี้เจี้ยครับ ปีศาจหน้าคนระดับห้าที่ท่านพูดถึงน่ะ”
“มันตายไปแล้วครับ!”