- หน้าแรก
- กำเนิดมือปราบผี คัมภีร์เทวะเก้าสุริยะ
- บทที่ 40 ว้าว! คุณนี่มันโรคจิตจริงๆ ฉันชอบมาก!
บทที่ 40 ว้าว! คุณนี่มันโรคจิตจริงๆ ฉันชอบมาก!
บทที่ 40 ว้าว! คุณนี่มันโรคจิตจริงๆ ฉันชอบมาก!
ศพหญิงสาวแทบจะร้องไห้ออกมา
หนึ่งพันหมัด?
แกแม่ งไม่ได้คิดจะปล่อยฉันไปตั้งแต่แรกแล้วใช่ไหม?
ปากของนางอ้าๆ หุบๆ สบถด่าซูม่อไม่หยุด อย่างเช่นคำสาปแช่งอันชั่วร้ายที่ว่า ‘ขอให้แกมีลูกชายแปดคน’
“หมัดที่หนึ่ง!”
ซูม่อเงื้อหมัดขึ้น ทุบลงไปอย่างแรงบนหัวของศพหญิงสาว
เปร๊าะ!
พื้นซีเมนต์บนพื้นแตกออกทันที หัวของศพหญิงสาวก็ยุบลงไปหน่อยหนึ่ง และบวมปูดออกมาหน่อยหนึ่ง
“...”
ลูกตาของศพหญิงสาวถลนออกมา ปากก็ขยับเร็วขึ้นอีก
เห็นได้ชัดว่า นางกำลังด่าด้วยถ้อยคำที่หยาบคายมาก
“หมัดที่สอง!”
ซูม่อเหวี่ยงหมัดลงไปอีกครั้ง หัวของศพหญิงสาวถูกบีบอัดเข้าด้วยกันทันที ลูกตาทั้งสองลูกกระเด็นออกจากเบ้าตากลิ้งไปไกล
“หมัดที่สาม!”
“หมัดที่สี่!”
“หมัดที่ห้า!”
ทุบลงไปเต็มๆ เก้าหมัด มือของซูม่อถึงกับเริ่มเมื่อย ส่วนหัวของศพหญิงสาวนั้นอนาถยิ่งกว่า กลายเป็นแผ่นแป้งทอดไปแล้ว
ในที่สุด! เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นข้างหู
“ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ สังหารผีระดับ 3 - ซากโลหิต! ได้รับรางวัลค่าบุญ 2000 แต้ม!”
“ค่าบุญปัจจุบัน: 6700 แต้ม!”
หืม? ศพหญิงสาวตนนี้ ก็เป็นผีระดับ 3 เหมือนกัน แต่กลับให้ค่าบุญฉันถึง 2000 แต้ม
มากกว่าพี่บากที่เป็นผีระดับ 3 เหมือนกันถึงหนึ่งเท่าตัว
ก็จริง! ยัยนี่ อึดกว่าพี่บากเยอะเลย
ซูม่อมองดูค่าบุญ 6700 แต้มที่สะสมมาได้ ก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข
ดีมาก เข้าใกล้การเสริมความแข็งแกร่งครั้งต่อไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว
ตุ้บ!
ที่อยู่ไม่ไกล ร่างที่ไร้หัวล้มลงบนพื้นและเน่าเปื่อยอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงโครงกระดูกแห้งๆ
กลิ่นเหม็นเน่าโชยมา “เหม็นชะมัด!”
ซูม่อปิดจมูก เดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง จนกระทั่งเดินมาถึงจุดที่ปราการสีเลือดเคยปรากฏขึ้นก่อนหน้านี้
ก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าว ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ดูเหมือนว่าที่ฉันเดาไว้จะถูกต้อง ปราการสีเลือดนั่นมีผลกับศพหญิงสาวเท่านั้น
“เรียบร้อย!”
ซูม่อกระตุ้นพลังเลือดลม ขับไล่ไอผีส่วนใหญ่ในบริเวณโดยรอบ ม่านหมอกที่อยู่รอบๆ ก็ค่อยๆ สลายตัวไปเช่นกัน
กลับมายังตำแหน่งของโลงศพสีเลือด ซูม่อมองดูลูกทีม 749 ที่ยังคงเบิกตาโพลง สิ้นใจไปนานแล้ว
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดว่า: “หลับให้สบายเถอะ! ศพหญิงสาวนั่นฉันฆ่าไปแล้ว นางจะไม่ออกไปทำร้ายผู้คนอีก”
ราวกับว่าเข้าใจคำพูดของซูม่อ ดวงตาของศพนั้นก็ค่อยๆ ปิดลง แน่นิ่งไป
“เฮ้อ!” ซูม่อถอนหายใจเฮือกหนึ่ง สำหรับคนของ 749 เขารู้สึกนับถือมาก
ก็เพราะว่ามีพวกเขานั่นแหละ คนธรรมดาส่วนใหญ่ถึงได้สามารถใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีได้ในโลกที่เต็มไปด้วยภูตผีปีศาจแบบนี้
ซูม่อคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็หยิบมือถือขึ้นมาโทรหาท่านนักพรตเหลย
“คุณซู! มีอะไรรึเปล่าครับ?” น้ำเสียงของท่านนักพรตเหลยเจือความตื่นเต้นเล็กน้อย หรือว่าจะมีงานเข้าอีกแล้ว?
“ท่านนักพรตเหลย ท่านพอจะรู้วิธีติดต่อคนของสำนัก 749 บ้างไหมครับ?” ซูม่อถาม
สำนัก 749 เขาก็ไม่ค่อยคุ้นเคย รู้จักแค่คนที่ชื่อหลินเซียนเซียน คนอื่นๆ ก็ไม่ค่อยได้ติดต่อด้วย!
“สำนัก 749?” ท่านนักพรตเหลยชะงักไปครู่หนึ่ง ก็ไม่ได้ถามว่ามีธุระอะไร รีบบอกเบอร์พิเศษเบอร์หนึ่งมา
“ได้ครับ!” “ผมรู้แล้ว ค่อยคุยกันใหม่นะครับ!”
ซูม่อวางสายจากท่านนักพรตเหลย แล้วก็กดโทรออกเบอร์พิเศษนั้นทันที
...
...
“แปลกจริง!”
ห่างจากซูม่อไปร้อยกว่ากิโลเมตร ท่านนักพรตเหลยกำลังยืนอยู่ที่หน้าโรงเรียนศิลปะแห่งหนึ่ง
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ยื่นนิ้วมือสามนิ้วที่เหลืออยู่ของเขาออกมา ทำท่าเหมือนกำลังจะคำนวณ!
เพิ่งจะขยับนิ้วนับไปได้สองที ก็รีบหยุด ทำหน้าเศร้า: “เกือบลืมไป! สองนิ้วนี้โดนไอ้สัตว์นรกนั่นกัดขาดไป คำนวณไม่แม่นแล้ว!”
“ช่างมันเถอะ ช่างมันเถอะ!” “อย่าไปเปลืองพลังงานสมองเลย!” “ธุระไม่ใช่!”
เขาลดมือลง ใบหน้าเปื้อนยิ้ม!
สายตาเลื่อนไปหยุดอยู่ที่นักศึกษาสาวร่างสูงคนหนึ่ง รีบปรี่เข้าไปหา: “นักเรียน อาตมาเห็นหว่างคิ้วของเจ้าคล้ำ หน้าผากมีแสงสีเขียว ลางร้ายบนตัวเจ้าคงจะไม่น้อยเลยนะ...”
สาวร่างสูงหันกลับมามอง เห็นตาเฒ่าท่าทางลามกคนหนึ่ง สายตากำลังลอบมองไปทั่วร่างของเธออย่างลับๆ ล่อๆ
หล่อนแอ่นอกขึ้น ฮึเสียงหนึ่ง: “ถุย! ต้องให้แกมาบอกเหรอ? เจ๊นี่มันคัพ D นะ ลางร้าย บนตัวเจ๊มันจะเล็กได้ยังไง?”
พูดจบ! หล่อนก็สับเท้าบนรองเท้าส้นสูง 'ตึงๆๆ' เดินไปยังรถสปอร์ตคันหนึ่ง ดึงประตูรถแล้วก็นั่งเข้าไป
“เหวินเหวิน เกิดอะไรขึ้น?”
ที่นั่งคนขับรถสปอร์ตมีชายหนุ่มคนหนึ่งขอบตาดำคล้ำนั่งอยู่ เขาหันมาถาม
สายตาของเขายังเหลือบไปมองตาเฒ่าที่อยู่นอกรถแวบหนึ่ง
“เชอะ!” เหวินเหวินสะบัดผม เสน่ห์แพรวพราว “ก็ตาเฒ่าบ้าคนหนึ่งน่ะสิ บอกว่าฉันมีลางร้าย!”
“ซวยชะมัด!”
ชายหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง กล่าวว่า: “เผื่อว่าเขาพูดจริงล่ะ?”
“โธ่ คุณนี่น่ารำคาญจัง!”
เหวินเหวินยื่นมือไปลูบหน้าอกเบาๆ พูดเสียงออดอ้อน: “วันนี้ฉันมีลางร้าย (หน้าอก) หรือเปล่า คุณจะไม่รู้ได้ยังไง?”
พูดจบ ยังขยิบตาให้อีก
ชายหนุ่มยิ้มเงียบๆ ไม่ได้ตอบอะไร เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม รถสปอร์ตก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกศร
...
...
“หัวหน้าครับ พวกเกาเฟิงขาดการติดต่อแล้วครับ!” หวังล่างเดินเข้ามาในออฟฟิศ สีหน้าดูไม่ค่อยดี
คดีที่ไซต์งานกลุ่มเทียนเคอ ก็คือทีมสามคนของเกาเฟิงเป็นผู้รับผิดชอบ
ตอนนี้ ทั้งสามคนขาดการติดต่อโดยสิ้นเชิง นี่ไม่ใช่ข่าวดีเลย
เขารู้สึกสังหรณ์ใจว่า เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!
“อะไรนะ?” หลินเซียนเซียนลุกพรวดขึ้น ถามว่า: “นานแค่ไหนแล้ว?”
“1 ชั่วโมง 27 นาทีครับ!”
หวังล่างสูดหายใจเข้าลึกๆ: “ตอนที่พวกเขาเข้าไปในไซต์งาน พวกเขารายงานข้อมูลมาครั้งหนึ่ง!”
“หลังจากนั้น...” “ก็ไม่มีข่าวคราวอีกเลย”
โดยทั่วไปแล้ว สถานที่ที่มีผีสิงจะมีไอผีอยู่ ทำให้ช่องทางการสื่อสารทั่วไปใช้การไม่ได้
การขาดการติดต่อไปชั่วครู่ ก็ถือเป็นเรื่องปกติ
นี่มันชั่วโมงกว่าแล้ว พวกเขาก็ยังไม่มีข่าวคราว นั่นก็หมายความว่าเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นแล้ว
“เกิดเรื่องขึ้นแล้ว!” สีหน้าของหลินเซียนเซียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย รีบสั่ง: “ไปที่กลุ่มเทียนเคอ ระดับของผีที่นั่นเกรงว่าจะสูงเกินกว่าที่เราประเมินไว้!”
“เรียกหัวหน้าหวังเทียนเหลยมาด้วย!”
“หัวหน้าหลินครับ หัวหน้าหวังไปทางหรงเฉิงแล้ว! ที่นั่นทะเลสาบจันทร์สีน้ำเงินมีผีพรายอาละวาด พวกเขายังไม่กลับมาเลยครับ”
หวังล่างเตือน
“ฉันรู้แล้ว!”
หลินเซียนเซียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง: “พาลูกทีมมา แล้วออกเดินทางทันที!”
เธอเดินไปพลาง กดโทรศัพท์ไปพลาง “ฮัลโหล! แอนนา เธออยู่ในอวี้เฉิงรึเปล่า?”
โทรศัพท์เชื่อมต่ออย่างรวดเร็ว มีเสียงเจี๊ยวจ๊าวดังเข้ามา ดูเหมือนมีคนกำลังเล่นทายส้มตำ (เกมดื่มเหล้า) กันอยู่ ต่อจากนั้นก็มีเสียงใสๆ กวนๆ ของผู้หญิงดังขึ้นมา
“เอ๊ะ? เจ๊เซียนเซียน ทำไมเจ๊รู้ว่าฉันกำลังกินหม้อไฟอยู่ที่อวี้เฉิง? หรือว่าแอบติดกล้องวงจรปิดไว้บนหน้าผากฉัน?”
“ว้าว! เจ๊นี่มันโรคจิตจริงๆ ฉันชอบมาก!”
หลินเซียนเซียนกุมขมับ ไม่มีเวลามาไร้สาระกับเธอ รีบพูด: “มีเวลารึเปล่า? ไปที่เกิดเหตุเป็นเพื่อนฉันหน่อย มีไซต์งานแห่งหนึ่งเกิดเรื่อง!”
“หืม?” ปลายสาย เสียงหัวเราะหุบลงทันที “มีของสกปรกเหรอ? ส่งที่อยู่มาให้ฉันเลย ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ แต่บอกไว้ก่อนนะ ค่าจ้างคิดตามปกติ!”
หลินเซียนเซียนวางสาย รีบส่งที่อยู่ไปให้อีกฝ่าย จากนั้นถึงได้ออกจากสำนักงานใหญ่ 749 มุ่งหน้าไปยังทิศทางของกลุ่มเทียนเคอ
แอนนาเป็นเพื่อนสนิทของเธอ และในขณะเดียวกันก็เป็นผู้สืบทอดของตระกูลหม่า (ตระกูลนักปราบผี) ฝีมือการบำเพ็ญเพียรก็ไม่ธรรมดา
เพียงแต่ค่าจ้างมันแพงไปหน่อย
แม้แต่เพื่อนอย่างเธอก็ยังไม่ลดราคาให้เลย ในจุดนี้ หม่าแอนนาสามารถเรียกได้ว่าเป็นคน ‘เลือดเย็นไร้หัวใจ’ จริงๆ
...
...
ปลายสาย ที่ร้านหม้อไฟในหลุมหลบภัยแห่งหนึ่ง
เด็กสาวคนหนึ่งสวมกระโปรงสั้นสีชมพู เสื้อรัดรูป แถมยังมัดผมแกละสองข้างสีชมพูลุกขึ้นยืน
“คนสวย จะไปไหนเหรอ?”
“มีธุระ ขอตัวก่อนนะ!”
“เฮ้ยๆๆ! อย่าเพิ่งไปสิ นี่ยังไม่ทันกินเสร็จเลยนะ จะไปแบบนี้เลยเหรอ?”
“นี่ไม่ไว้หน้าเฮียเลยใช่ไหม?”
ชายคนหนึ่งที่ท่าทางเมานิดๆ ลุกขึ้น คว้าแขนของเธอไว้ น้ำเสียงไม่ค่อยพอใจ
เด็กสาวคนนี้ดูท่าทางร้ายกาจ ถ้ามอมเหล้าได้ คืนนี้ไม่แน่อาจจะมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นก็ได้
เด็กสาวเหลือบมองมือของชายคนนั้นแวบหนึ่ง คว้าขวดเหล้าข้างๆ ขึ้นมาทันที 'เคร้ง' ฟาดลงบนหัวของผู้ชายคนนั้นเต็มๆ เลือดทะลักออกมาทันที
ชายคนนั้นอึ้งไปเลย เอามือคลำหัวตัวเองอย่างไม่อยากจะเชื่อ!
ทำไมฉันถึงโดนฟาดล่ะ?
“แกตีฉันเหรอ?”
เสียงของชายคนนั้น สั่นเครือปนเสียงร้องไห้ “ฉันจะแจ้งความจับแก ฉันจะแจ้งความจับแกให้ได้!”
ลูกค้าคนอื่นๆ ในร้านหม้อไฟก็อึ้งไปเหมือนกัน ต่างพากันลุกขึ้นยืนดูเหตุการณ์
เด็กสาวหยิบเงินปึกหนึ่งออกมาจากกระเป๋า โยนลงบนโต๊ะอย่างไม่ไยดี
ชี้ไปที่ผู้ชายคนนั้น แล้วก็ชี้ไปที่หม้อไฟบนโต๊ะที่ยังกินไม่เสร็จ หันหลังแล้วก็เดินจากไป
“นี่หนึ่งหมื่นหยวน! จ่ายค่าหม้อไฟส่วนของฉัน แล้วก็ค่ารักษาพยาบาลของมันด้วย!”