- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบจีบสาวงาม เริ่มคนแรกที่เชียนเริ่นเสวี่ย
- บทที่ 20 สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย
บทที่ 20 สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย
บทที่ 20 สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย
บทที่ 20 สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย
หากไม่ใช่สวรรค์สรรค์สร้าง หญิงสาวผู้นี้จะงดงามสะกดใจถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?
นางช่างเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่สตรีพึงมีอย่างครบถ้วน
เมื่อเห็นสีหน้าเหม่อลอยของเฟิงฮ่าว เชียนเริ่นเสวี่ยก็อดรู้สึกปลื้มใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้
อิสตรีมักจะแต่งกายงดงามเพื่อชายผู้เป็นที่รัก
ถึงกระนั้นนางก็ยังเอ่ยปากแซว "ไม่ได้เวอร์ขนาดนั้นหรอกน่าเสี่ยวฮ่าว ตาเจ้าแทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว"
เฟิงฮ่าวเดินเข้าไปใกล้นางก่อนจะเอ่ยขึ้น "พี่เสวี่ยเอ๋อร์ ท่านรู้ไหม? พอได้เห็นท่านในสภาพนี้ จู่ๆ ข้าก็ไม่อยากให้ท่านกลับคืนร่างเดิมในอนาคตเลย"
"ทำไมล่ะ?" นางถามด้วยความสงสัย
"เพราะข้าไม่อยากให้ใครได้เห็นความงดงามของท่าน ข้าอยากจะเก็บไว้ดูคนเดียว" เฟิงฮ่าวกล่าวอย่างโลภมาก
"แหวะ! เสี่ยวฮ่าว เจ้าเนี่ยชอบพูดจาเลอะเทอะให้คนอื่นดีใจเล่นอยู่เรื่อย" เชียนเริ่นเสวี่ยหัวใจพองโตไปกับคำพูดของเขา
"ติ๊ง! จับใจเทพธิดาสำเร็จ!"
"ทางเลือกที่หนึ่ง: สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย รางวัล: วงแหวนวิญญาณที่สามของ 'อีกาสามขา' (วงแหวนวิญญาณแสนปี)"
"ทางเลือกที่สอง: มอบกายแต่ไม่มอบใจ รางวัล: วงแหวนวิญญาณที่สามของ 'แผนภาพไท่จี๋' (วงแหวนวิญญาณแสนปี)"
'ไร้สาระน่า ข้าก็ต้องอยากได้ทั้งตัวและหัวใจอยู่แล้ว'
ต่อให้รางวัลของทั้งสองทางเลือกจะเหมือนกัน หรือแม้แต่รางวัลของข้อแรกจะด้อยกว่าข้อหลัง เฟิงฮ่าวก็จะยังเลือกสารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ยโดยไม่ลังเล
เขาชอบนาง และนางเองก็มีใจให้เขา
แล้วทำไมจะไม่สารภาพรักล่ะ?
เฟิงฮ่าวเอื้อมมือไปกุมมือของเชียนเริ่นเสวี่ย แล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่งในท่าทางราวกับจะขอแต่งงาน
"เสี่ยวฮ่าว เจ้าทำอะไรน่ะ?" เชียนเริ่นเสวี่ยไม่เข้าใจความหมายของการกระทำนี้ แต่การเห็นเขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งก็ทำให้รู้สึกแปลกประหลาดพิลึก
"พี่เสวี่ยเอ๋อร์ ท่านจำสิ่งที่ข้าเคยพูดตอนที่เราจากกันได้ไหม?" เฟิงฮ่าวถาม
"เจ้าพูดตั้งเยอะแยะ ข้าจะไปรู้ได้ไงว่าเจ้าหมายถึงเรื่องไหน?" เชียนเริ่นเสวี่ยเชิดหน้าตอบอย่างถือตัว
"ตอนนั้นข้าบอกว่า เมื่อใดที่ข้ามาถึงนครเทียนโต้ว นั่นจะเป็นเวลาที่ข้าจะสารภาพความในใจกับท่าน"
"ตอนนี้... ท่านจะเป็นแฟนข้าได้ไหม? ให้ข้าได้ดูแลและทะนุถนอมท่านไปชั่วชีวิต"
เฟิงฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง พลางจ้องมองเชียนเริ่นเสวี่ยเพื่อรอคำตอบ
"ข้า..."
เชียนเริ่นเสวี่ยคาดไม่ถึงว่าเขาจะมาสารภาพรัก ปกตินางเป็นคนเก่งกล้าสามารถ แต่ตอนนี้กลับทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้
เมื่อสบตาที่ลึกซึ้งและจริงใจของเฟิงฮ่าว นางจินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาจะเสียใจเพียงใดหากนางปฏิเสธ
และหากเฟิงฮ่าวเสียใจ นางก็คงรู้สึกแย่ไม่แพ้กัน
แม้จะรู้สึกว่ามันเร็วเกินไป แต่ลึกๆ แล้วนางเชื่อมั่นว่าในชีวิตนี้ คงไม่มีใครทำให้หัวใจของนางเต้นแรงได้เท่าเขาอีกแล้ว
ในที่สุด นางก็พยักหน้าหนักแน่น แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแผ่วเบาราวเสียงยุงบิน
"ตกลง!"
เฟิงฮ่าวลุกขึ้นยืนทันทีแล้วอุ้มเชียนเริ่นเสวี่ยขึ้น
ภายในห้องหนังสือ เขาดีใจราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นถูกใจ
เขาอุ้มเชียนเริ่นเสวี่ยหมุนตัวไปรอบๆ สองสามรอบ ก่อนจะหยุดมองหน้าและโน้มตัวลงประทับจูบที่ริมฝีปากชมพูระเรื่อของนาง
เมื่อเขาขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นกายชายหนุ่มที่นางหลงรักก็ฟุ้งกระจายแตะจมูก ทำให้เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกมึนงงเล็กน้อย
เชียนเริ่นเสวี่ยตอบรับจูบของเขาอย่างเก้ๆ กังๆ ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
ทั้งสองแลกเปลี่ยนลมหายใจกันอย่างดูดดื่ม มือไม้ของเฟิงฮ่าวก็เริ่มซุกซน เริ่มสำรวจไปตามเรือนร่างของเชียนเริ่นเสวี่ย
เชียนเริ่นเสวี่ยเองก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งอารมณ์วาบหวามจนไม่ได้ห้ามปรามเขา
ยิ่งไปกว่านั้น สัมผัสของเฟิงฮ่าวยังทำให้นางรู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก นางเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้นทีละน้อย
แม้สติจะคอยเตือนว่าการทำเช่นนี้ในห้องหนังสือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมและควรหยุดยั้ง
แต่สัญชาตญาณความสุขสมกลับเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะอย่างรวดเร็ว
เมื่อเผชิญหน้ากับสัญชาตญาณ เหตุผลก็ช่างเปราะบางเหลือเกิน
จูบอันยาวนานสิ้นสุดลง เฟิงฮ่าวค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก
ใบหน้าของเชียนเริ่นเสวี่ยแดงซ่านราวกับก้อนเมฆยามอัสดง ดวงตาหวานเยิ้มพร่ามัว
นางมองหน้าเฟิงฮ่าวแล้วพึมพำเสียงแผ่ว "เสี่ยวฮ่าว ไม่เอาที่นี่!"
"ไม่มีใครกล้ามารบกวนหรอกน่า ข้าต้องการท่านตอนนี้เลย พี่เสวี่ยเอ๋อร์"
เขาซุกไซ้ใบหน้าลงบนลำคอขาวผ่องของเชียนเริ่นเสวี่ย จูบประทับลงบนงานศิลปะที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ชิ้นนี้
มือของเขาเลื่อนไปกอบกุมทรวงอกอวบอิ่มของเชียนเริ่นเสวี่ยและเคล้นคลึงเบาๆ
"เสี่ยวฮ่าว ไม่... อย่า..."
"องค์รัชทายาท ท่านเจ้าสำนักนิ่งมาขอเข้าพบพะยะค่ะ" ทันใดนั้น เสียงข้ารับใช้ก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้อง
สิ้นเสียงนั้น เชียนเริ่นเสวี่ยสะดุ้งสุดตัว
นางรีบตั้งสติ ผลักเฟิงฮ่าวออกไปอย่างรวดเร็ว และพยายามสงบสติอารมณ์อย่างสุดความสามารถ
นางตะโกนสั่งข้ารับใช้ "เจ้าลงไปต้อนรับท่านอาจารย์ก่อน เดี๋ยวข้าจัดการธุระทางนี้เสร็จแล้วจะตามไป"
"พะยะค่ะ!" ข้ารับใช้รับคำสั่งแล้วรีบถอยออกไป
เชียนเริ่นเสวี่ยเหลือบมองมือของเฟิงฮ่าวที่ยังค้างอยู่ในเสื้อของนางแล้วเอ็ดเสียงดุ "ยังไม่รีบเอาออกไปอีก?"
"ข้าจะเรียกมือดื้อๆ นี่ออกมาเดี๋ยวนี้แหละ" เฟิงฮ่าวพูดพลางชักมือกลับอย่างเสียดาย
เชียนเริ่นเสวี่ยก้มมองเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของตนแล้วถอนหายใจ "โชคดีที่ท่านอาจารย์มาหาพอดี ไม่อย่างนั้นเราคงเตลิดเปิดเปิงกันไปไกลแน่ๆ"
"ตราบใดที่เรามีความสุข ที่ไหนก็ไม่สำคัญหรอกน่า ยังไงก็ไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว" เฟิงฮ่าวพูดอย่างไม่ยี่หระ
"เหตุผลวิบัติของเจ้าช่างเยอะเหลือเกิน หันหลังไปได้แล้ว" เชียนเริ่นเสวี่ยสั่ง
"พี่เสวี่ยเอ๋อร์ ท่านจะทำอะไร?" เฟิงฮ่าวถามด้วยความสงสัย
"ข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เจ้าจะให้ข้าออกไปพบผู้คนในสภาพนี้หรือไง?" เชียนเริ่นเสวี่ยค้อนขวับ
"ได้เลย!" เฟิงฮ่าวรับคำอย่างว่าง่ายและหันหลังให้
"ห้ามแอบดูนะ"
เห็นเขารับคำง่ายดายขนาดนั้น เชียนเริ่นเสวี่ยรู้ทันทีว่าเขาต้องไม่ซื่อสัตย์แน่ๆ จึงกำชับอีกครั้ง
"วางใจเถอะ พี่เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าไม่แอบดูแน่นอน" เฟิงฮ่าวยกมือสาบาน
เชียนเริ่นเสวี่ยจ้องเขาเขม็งอยู่นานจนมั่นใจว่าเขาไม่หันกลับมาแน่ๆ จึงค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออก
เฟิงฮ่าวได้ยินเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกัน หัวใจก็คันยุบยิบ อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองแวบหนึ่งแล้วรีบหันกลับ
หลังจากเชียนเริ่นเสวี่ยถอดชุดสตรีออกและเก็บเข้าอุปกรณ์วิญญาณ นางก็เปลี่ยนกลับมาสวมชุดของเสวี่ยชิงเหอ
ระหว่างที่นางกำลังสวมชุด เฟิงฮ่าวก็แอบมองไปอีกหลายแวบ
ผิวพรรณของนางขาวเนียนดุจหยกมันแพะ ไร้ซึ่งไขมันส่วนเกิน แต่ก็ไม่ดูผอมแห้งจนเกินไป
เพิ่มอีกนิดก็ดูอ้วน ลดอีกหน่อยก็ดูผอม
นี่คือความสมบูรณ์แบบที่สุด
หลังจากสวมชุดเรียบร้อย นางก็ใช้ทักษะกระดูกวิญญาณในการปลอมแปลงโฉมเพื่อกลับเป็นเสวี่ยชิงเหอ
นางค่อยๆ จัดทรงผมให้เข้าที่แล้วบอกเฟิงฮ่าว "หันกลับมาได้!"
"โอ้!"
เฟิงฮ่าวหันกลับมามองนางในตอนนี้ แล้วก็อดทึ่งในอานุภาพของทักษะการปลอมแปลงโฉมนี้ไม่ได้จริงๆ
ยากที่จะเชื่อมโยงนางในตอนนี้กับหญิงสาวเมื่อครู่ให้เป็นคนเดียวกันได้
"ข้าดูดีไหม?"
"ดูดีสิ!"
เชียนเริ่นเสวี่ยแกล้งถามลอยๆ และเฟิงฮ่าวก็ตอบกลับไปตามสัญชาตญาณ
พูดจบเขาถึงได้รู้ตัว
แต่มันก็สายไปเสียแล้ว
เชียนเริ่นเสวี่ยถลึงตาใส่เขาอย่างมีจริตจะก้าน "ข้ากะแล้วว่าเจ้าไว้ใจไม่ได้"
"พี่เสวี่ยเอ๋อร์รู้ว่าข้าไว้ใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ไล่ข้าออกไปนี่นา" เฟิงฮ่าวทำหน้างง
"ตอนนี้เจ้าคงอึดอัดแย่เลยสินะ!" เชียนเริ่นเสวี่ยมองเขาด้วยสายตายั่วยวน น้ำเสียงนุ่มนวลราวสายน้ำ
"อื้ม!" ตอนนี้เฟิงฮ่าวไม่ใช่แค่อึดอัดธรรมดา ยิ่งเจสายตายั่วยวนของนางเข้าไป เขาแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว
"ทรมานให้ตายไปเลย เชอะ!" เชียนเริ่นเสวี่ยพูดอย่างสะใจ
"คอยดูนะ ข้าจะสั่งสอนท่านให้เข็ดเลย" เฟิงฮ่าวคำราม ก่อนจะพุ่งเข้าไปอุ้มนางขึ้นแล้วกดลงบนโต๊ะทำงาน