เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย

บทที่ 20 สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย

บทที่ 20 สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย


บทที่ 20 สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย

หากไม่ใช่สวรรค์สรรค์สร้าง หญิงสาวผู้นี้จะงดงามสะกดใจถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?

นางช่างเพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติที่สตรีพึงมีอย่างครบถ้วน

เมื่อเห็นสีหน้าเหม่อลอยของเฟิงฮ่าว เชียนเริ่นเสวี่ยก็อดรู้สึกปลื้มใจอยู่ลึกๆ ไม่ได้

อิสตรีมักจะแต่งกายงดงามเพื่อชายผู้เป็นที่รัก

ถึงกระนั้นนางก็ยังเอ่ยปากแซว "ไม่ได้เวอร์ขนาดนั้นหรอกน่าเสี่ยวฮ่าว ตาเจ้าแทบจะถลนออกมาอยู่แล้ว"

เฟิงฮ่าวเดินเข้าไปใกล้นางก่อนจะเอ่ยขึ้น "พี่เสวี่ยเอ๋อร์ ท่านรู้ไหม? พอได้เห็นท่านในสภาพนี้ จู่ๆ ข้าก็ไม่อยากให้ท่านกลับคืนร่างเดิมในอนาคตเลย"

"ทำไมล่ะ?" นางถามด้วยความสงสัย

"เพราะข้าไม่อยากให้ใครได้เห็นความงดงามของท่าน ข้าอยากจะเก็บไว้ดูคนเดียว" เฟิงฮ่าวกล่าวอย่างโลภมาก

"แหวะ! เสี่ยวฮ่าว เจ้าเนี่ยชอบพูดจาเลอะเทอะให้คนอื่นดีใจเล่นอยู่เรื่อย" เชียนเริ่นเสวี่ยหัวใจพองโตไปกับคำพูดของเขา

"ติ๊ง! จับใจเทพธิดาสำเร็จ!"

"ทางเลือกที่หนึ่ง: สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย รางวัล: วงแหวนวิญญาณที่สามของ 'อีกาสามขา' (วงแหวนวิญญาณแสนปี)"

"ทางเลือกที่สอง: มอบกายแต่ไม่มอบใจ รางวัล: วงแหวนวิญญาณที่สามของ 'แผนภาพไท่จี๋' (วงแหวนวิญญาณแสนปี)"

'ไร้สาระน่า ข้าก็ต้องอยากได้ทั้งตัวและหัวใจอยู่แล้ว'

ต่อให้รางวัลของทั้งสองทางเลือกจะเหมือนกัน หรือแม้แต่รางวัลของข้อแรกจะด้อยกว่าข้อหลัง เฟิงฮ่าวก็จะยังเลือกสารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ยโดยไม่ลังเล

เขาชอบนาง และนางเองก็มีใจให้เขา

แล้วทำไมจะไม่สารภาพรักล่ะ?

เฟิงฮ่าวเอื้อมมือไปกุมมือของเชียนเริ่นเสวี่ย แล้วคุกเข่าลงข้างหนึ่งในท่าทางราวกับจะขอแต่งงาน

"เสี่ยวฮ่าว เจ้าทำอะไรน่ะ?" เชียนเริ่นเสวี่ยไม่เข้าใจความหมายของการกระทำนี้ แต่การเห็นเขาคุกเข่าลงข้างหนึ่งก็ทำให้รู้สึกแปลกประหลาดพิลึก

"พี่เสวี่ยเอ๋อร์ ท่านจำสิ่งที่ข้าเคยพูดตอนที่เราจากกันได้ไหม?" เฟิงฮ่าวถาม

"เจ้าพูดตั้งเยอะแยะ ข้าจะไปรู้ได้ไงว่าเจ้าหมายถึงเรื่องไหน?" เชียนเริ่นเสวี่ยเชิดหน้าตอบอย่างถือตัว

"ตอนนั้นข้าบอกว่า เมื่อใดที่ข้ามาถึงนครเทียนโต้ว นั่นจะเป็นเวลาที่ข้าจะสารภาพความในใจกับท่าน"

"ตอนนี้... ท่านจะเป็นแฟนข้าได้ไหม? ให้ข้าได้ดูแลและทะนุถนอมท่านไปชั่วชีวิต"

เฟิงฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงลึกซึ้ง พลางจ้องมองเชียนเริ่นเสวี่ยเพื่อรอคำตอบ

"ข้า..."

เชียนเริ่นเสวี่ยคาดไม่ถึงว่าเขาจะมาสารภาพรัก ปกตินางเป็นคนเก่งกล้าสามารถ แต่ตอนนี้กลับทำตัวไม่ถูกเมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้

เมื่อสบตาที่ลึกซึ้งและจริงใจของเฟิงฮ่าว นางจินตนาการไม่ออกเลยว่าเขาจะเสียใจเพียงใดหากนางปฏิเสธ

และหากเฟิงฮ่าวเสียใจ นางก็คงรู้สึกแย่ไม่แพ้กัน

แม้จะรู้สึกว่ามันเร็วเกินไป แต่ลึกๆ แล้วนางเชื่อมั่นว่าในชีวิตนี้ คงไม่มีใครทำให้หัวใจของนางเต้นแรงได้เท่าเขาอีกแล้ว

ในที่สุด นางก็พยักหน้าหนักแน่น แต่เสียงที่เปล่งออกมากลับแผ่วเบาราวเสียงยุงบิน

"ตกลง!"

เฟิงฮ่าวลุกขึ้นยืนทันทีแล้วอุ้มเชียนเริ่นเสวี่ยขึ้น

ภายในห้องหนังสือ เขาดีใจราวกับเด็กน้อยที่ได้ของเล่นถูกใจ

เขาอุ้มเชียนเริ่นเสวี่ยหมุนตัวไปรอบๆ สองสามรอบ ก่อนจะหยุดมองหน้าและโน้มตัวลงประทับจูบที่ริมฝีปากชมพูระเรื่อของนาง

เมื่อเขาขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นกายชายหนุ่มที่นางหลงรักก็ฟุ้งกระจายแตะจมูก ทำให้เชียนเริ่นเสวี่ยรู้สึกมึนงงเล็กน้อย

เชียนเริ่นเสวี่ยตอบรับจูบของเขาอย่างเก้ๆ กังๆ ลมหายใจเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งสองแลกเปลี่ยนลมหายใจกันอย่างดูดดื่ม มือไม้ของเฟิงฮ่าวก็เริ่มซุกซน เริ่มสำรวจไปตามเรือนร่างของเชียนเริ่นเสวี่ย

เชียนเริ่นเสวี่ยเองก็ตกอยู่ในภวังค์แห่งอารมณ์วาบหวามจนไม่ได้ห้ามปรามเขา

ยิ่งไปกว่านั้น สัมผัสของเฟิงฮ่าวยังทำให้นางรู้สึกสบายตัวอย่างบอกไม่ถูก นางเริ่มเคลิบเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้นทีละน้อย

แม้สติจะคอยเตือนว่าการทำเช่นนี้ในห้องหนังสือเป็นเรื่องไม่เหมาะสมและควรหยุดยั้ง

แต่สัญชาตญาณความสุขสมกลับเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะอย่างรวดเร็ว

เมื่อเผชิญหน้ากับสัญชาตญาณ เหตุผลก็ช่างเปราะบางเหลือเกิน

จูบอันยาวนานสิ้นสุดลง เฟิงฮ่าวค่อยๆ ถอนริมฝีปากออก

ใบหน้าของเชียนเริ่นเสวี่ยแดงซ่านราวกับก้อนเมฆยามอัสดง ดวงตาหวานเยิ้มพร่ามัว

นางมองหน้าเฟิงฮ่าวแล้วพึมพำเสียงแผ่ว "เสี่ยวฮ่าว ไม่เอาที่นี่!"

"ไม่มีใครกล้ามารบกวนหรอกน่า ข้าต้องการท่านตอนนี้เลย พี่เสวี่ยเอ๋อร์"

เขาซุกไซ้ใบหน้าลงบนลำคอขาวผ่องของเชียนเริ่นเสวี่ย จูบประทับลงบนงานศิลปะที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ชิ้นนี้

มือของเขาเลื่อนไปกอบกุมทรวงอกอวบอิ่มของเชียนเริ่นเสวี่ยและเคล้นคลึงเบาๆ

"เสี่ยวฮ่าว ไม่... อย่า..."

"องค์รัชทายาท ท่านเจ้าสำนักนิ่งมาขอเข้าพบพะยะค่ะ" ทันใดนั้น เสียงข้ารับใช้ก็ดังขึ้นจากด้านนอกห้อง

สิ้นเสียงนั้น เชียนเริ่นเสวี่ยสะดุ้งสุดตัว

นางรีบตั้งสติ ผลักเฟิงฮ่าวออกไปอย่างรวดเร็ว และพยายามสงบสติอารมณ์อย่างสุดความสามารถ

นางตะโกนสั่งข้ารับใช้ "เจ้าลงไปต้อนรับท่านอาจารย์ก่อน เดี๋ยวข้าจัดการธุระทางนี้เสร็จแล้วจะตามไป"

"พะยะค่ะ!" ข้ารับใช้รับคำสั่งแล้วรีบถอยออกไป

เชียนเริ่นเสวี่ยเหลือบมองมือของเฟิงฮ่าวที่ยังค้างอยู่ในเสื้อของนางแล้วเอ็ดเสียงดุ "ยังไม่รีบเอาออกไปอีก?"

"ข้าจะเรียกมือดื้อๆ นี่ออกมาเดี๋ยวนี้แหละ" เฟิงฮ่าวพูดพลางชักมือกลับอย่างเสียดาย

เชียนเริ่นเสวี่ยก้มมองเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยของตนแล้วถอนหายใจ "โชคดีที่ท่านอาจารย์มาหาพอดี ไม่อย่างนั้นเราคงเตลิดเปิดเปิงกันไปไกลแน่ๆ"

"ตราบใดที่เรามีความสุข ที่ไหนก็ไม่สำคัญหรอกน่า ยังไงก็ไม่มีใครเห็นอยู่แล้ว" เฟิงฮ่าวพูดอย่างไม่ยี่หระ

"เหตุผลวิบัติของเจ้าช่างเยอะเหลือเกิน หันหลังไปได้แล้ว" เชียนเริ่นเสวี่ยสั่ง

"พี่เสวี่ยเอ๋อร์ ท่านจะทำอะไร?" เฟิงฮ่าวถามด้วยความสงสัย

"ข้าจะเปลี่ยนเสื้อผ้า เจ้าจะให้ข้าออกไปพบผู้คนในสภาพนี้หรือไง?" เชียนเริ่นเสวี่ยค้อนขวับ

"ได้เลย!" เฟิงฮ่าวรับคำอย่างว่าง่ายและหันหลังให้

"ห้ามแอบดูนะ"

เห็นเขารับคำง่ายดายขนาดนั้น เชียนเริ่นเสวี่ยรู้ทันทีว่าเขาต้องไม่ซื่อสัตย์แน่ๆ จึงกำชับอีกครั้ง

"วางใจเถอะ พี่เสวี่ยเอ๋อร์ ข้าไม่แอบดูแน่นอน" เฟิงฮ่าวยกมือสาบาน

เชียนเริ่นเสวี่ยจ้องเขาเขม็งอยู่นานจนมั่นใจว่าเขาไม่หันกลับมาแน่ๆ จึงค่อยๆ ถอดเสื้อผ้าออก

เฟิงฮ่าวได้ยินเสียงเสื้อผ้าเสียดสีกัน หัวใจก็คันยุบยิบ อดไม่ได้ที่จะเหลือบตามองแวบหนึ่งแล้วรีบหันกลับ

หลังจากเชียนเริ่นเสวี่ยถอดชุดสตรีออกและเก็บเข้าอุปกรณ์วิญญาณ นางก็เปลี่ยนกลับมาสวมชุดของเสวี่ยชิงเหอ

ระหว่างที่นางกำลังสวมชุด เฟิงฮ่าวก็แอบมองไปอีกหลายแวบ

ผิวพรรณของนางขาวเนียนดุจหยกมันแพะ ไร้ซึ่งไขมันส่วนเกิน แต่ก็ไม่ดูผอมแห้งจนเกินไป

เพิ่มอีกนิดก็ดูอ้วน ลดอีกหน่อยก็ดูผอม

นี่คือความสมบูรณ์แบบที่สุด

หลังจากสวมชุดเรียบร้อย นางก็ใช้ทักษะกระดูกวิญญาณในการปลอมแปลงโฉมเพื่อกลับเป็นเสวี่ยชิงเหอ

นางค่อยๆ จัดทรงผมให้เข้าที่แล้วบอกเฟิงฮ่าว "หันกลับมาได้!"

"โอ้!"

เฟิงฮ่าวหันกลับมามองนางในตอนนี้ แล้วก็อดทึ่งในอานุภาพของทักษะการปลอมแปลงโฉมนี้ไม่ได้จริงๆ

ยากที่จะเชื่อมโยงนางในตอนนี้กับหญิงสาวเมื่อครู่ให้เป็นคนเดียวกันได้

"ข้าดูดีไหม?"

"ดูดีสิ!"

เชียนเริ่นเสวี่ยแกล้งถามลอยๆ และเฟิงฮ่าวก็ตอบกลับไปตามสัญชาตญาณ

พูดจบเขาถึงได้รู้ตัว

แต่มันก็สายไปเสียแล้ว

เชียนเริ่นเสวี่ยถลึงตาใส่เขาอย่างมีจริตจะก้าน "ข้ากะแล้วว่าเจ้าไว้ใจไม่ได้"

"พี่เสวี่ยเอ๋อร์รู้ว่าข้าไว้ใจไม่ได้ แต่ก็ไม่ไล่ข้าออกไปนี่นา" เฟิงฮ่าวทำหน้างง

"ตอนนี้เจ้าคงอึดอัดแย่เลยสินะ!" เชียนเริ่นเสวี่ยมองเขาด้วยสายตายั่วยวน น้ำเสียงนุ่มนวลราวสายน้ำ

"อื้ม!" ตอนนี้เฟิงฮ่าวไม่ใช่แค่อึดอัดธรรมดา ยิ่งเจสายตายั่วยวนของนางเข้าไป เขาแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

"ทรมานให้ตายไปเลย เชอะ!" เชียนเริ่นเสวี่ยพูดอย่างสะใจ

"คอยดูนะ ข้าจะสั่งสอนท่านให้เข็ดเลย" เฟิงฮ่าวคำราม ก่อนจะพุ่งเข้าไปอุ้มนางขึ้นแล้วกดลงบนโต๊ะทำงาน

จบบทที่ บทที่ 20 สารภาพรักกับเชียนเริ่นเสวี่ย

คัดลอกลิงก์แล้ว