- หน้าแรก
- โต้วหลัว ระบบจีบสาวงาม เริ่มคนแรกที่เชียนเริ่นเสวี่ย
- บทที่ 9 อาจารย์ที่อายุน้อยที่สุด
บทที่ 9 อาจารย์ที่อายุน้อยที่สุด
บทที่ 9 อาจารย์ที่อายุน้อยที่สุด
บทที่ 9 อาจารย์ที่อายุน้อยที่สุด
แน่นอนว่าเฟิงฮ่าวไม่มีทางวิ่งหนีในเวลานี้!
แค่อัคราจารย์วิญญาณระดับ 33 มีค่าพอให้เขาต้องวิ่งหนีด้วยหรือ?
เขาประสานมือคารวะหลินเหิงแล้วกล่าวว่า "เฟิงฮ่าว วิญญาณยุทธ์อีกาทองคำสามขา ระดับ 20 มหาวิญญาณจารย์สองวงแหวน"
"ฮ่าๆๆ!"
สิ้นเสียงแนะนำตัวของเฟิงฮ่าว หลินเหิงเป็นคนแรกที่ระเบิดหัวเราะออกมา และคนอื่นๆ ก็พากันหัวเราะตาม
มหาวิญญาณจารย์ระดับ 20 ท้าสู้กับอัคราจารย์วิญญาณระดับ 33 นี่มันไม่ต่างอะไรกับการฆ่าตัวตายชัดๆ
ถังซานเพิ่งจะกราบเฟิงฮ่าวเป็นอาจารย์ได้ไม่นาน เขาเองก็กระตือรือร้นที่อยากจะรู้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเฟิงฮ่าวเช่นกัน
ทว่าเมื่อได้ยินระดับพลังวิญญาณของเฟิงฮ่าว เขาก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ
"ข้ากราบคนที่มีพลังแค่ระดับ 20 เป็นอาจารย์งั้นหรือ? เขาเลเวลสูงกว่าข้าแค่ 7 ระดับเองนะ นี่ข้าโดนหลอกเข้าแล้วหรือเปล่า?" ถังซานคิดในใจ พลางรู้สึกเหมือนถูกต้มตุ๋น
ในขณะเดียวกัน อาจารย์ใหญ่ (อวี้เสี่ยวกัน) ก็กำลังค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้ถังซาน
"เฟิงฮ่าว ข้าขอแนะนำให้เจ้ารรีบออกไปจากที่นี่ซะ! มิเช่นนั้นถ้าข้าอัดเจ้าจนน่วม มันคงดูไม่จืดแน่" หลินเหิงกล่าวเยาะเย้ย
"กลับไปในสภาพสะบักสะบอมย่อมดูไม่ดีแน่ ข้าจะออมมือให้เจ้าก็แล้วกัน เชิญ!" เฟิงฮ่าวกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
"เจ้าหนู อวดดีนักนะ!"
หลินเหิงพูดจบก็ยกมือขึ้นโจมตีเฟิงฮ่าวทันที
เขาเป็นถึงอัคราจารย์วิญญาณระดับ 33 จึงมั่นใจว่าต่อให้ไม่ใช้วิญญาณยุทธ์ ก็สามารถจัดการเฟิงฮ่าวได้อย่างง่ายดาย
ในสายตาของเฟิงฮ่าว ความเร็วในการโจมตีของอีกฝ่ายนั้นเชื่องช้าราวกับเต่าคลาน
เมื่อกำปั้นนั้นพุ่งเข้ามา เฟิงฮ่าวเพียงแค่ยกมือขึ้นเบาๆ แล้วคว้าหมัดของหลินเหิงเอาไว้
วิญญาณยุทธ์ของหลินเหิงคือพยัคฆ์หยกขาว ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องพละกำลัง
แถมระดับพลังวิญญาณของเขายังสูงกว่าเฟิงฮ่าวถึงสิบสามระดับ ดังนั้นในวินาทีที่เฟิงฮ่าวรับหมัดของเขาตรงๆ เขาจึงมั่นใจว่าเฟิงฮ่าวกำลังรนหาที่ตาย
คนอื่นๆ ก็คิดเช่นกันว่าเฟิงฮ่าวคงจะถูกชกจนกระเด็นไปแล้ว
ทว่าในวินาทีถัดมา ทุกคนกลับต้องตกตะลึง
เฟิงฮ่าวยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง ในขณะที่ใบหน้าของหลินเหิงเริ่มมีเหงื่อผุดพราย
เฟิงฮ่าวมองหลินเหิงด้วยรอยยิ้มและกล่าวว่า "ถ้าไม่ใช้วิญญาณยุทธ์ เจ้าไม่มีทางสู้ข้าได้หรอก"
กล่าวจบ เฟิงฮ่าวก็ออกแรงที่มือ ผลักหลินเหิงถอยหลังไปกว่าสิบเมตร
เมื่อหลินเหิงทรงตัวได้ เขาก็มองเฟิงฮ่าวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
"เจ้ามีพละกำลังมหาศาลขนาดนี้ได้อย่างไร?"
"ข้าจะมีพละกำลังมหาศาลมาแต่กำเนิดไม่ได้เชียวหรือ?" เฟิงฮ่าวตอบยิ้มๆ
"พละกำลังมหาศาลมาแต่กำเนิด? ถ้าอย่างนั้นข้าอยากจะเห็นนักว่าเจ้าจะรับมืออย่างไรเมื่อข้าใช้ทักษะวิญญาณ" หลินเหิงพูดจบก็เริ่มปลดปล่อยพลังวิญญาณ
ทันทีที่พลังวิญญาณปะทุขึ้น เงาร่างพยัคฆ์หยกขาวขนาดมหึมาก็ปรากฏขึ้นเบื้องหลังเขา
"ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง หมัดหยกขาว!"
เขาคำรามก้องพร้อมชกเข้าใส่เฟิงฮ่าว
เมื่อได้รับการเสริมพลังจากวิญญาณยุทธ์ ความรุนแรงย่อมแตกต่างออกไป ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และพละกำลังก็พุ่งสูงขึ้น
มือของเขาราวกับหยกขาว ซึ่งเฟิงฮ่าวสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่คล้ายคลึงกับ 'หัตถ์หยกเร้นลับ' ของถังซาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่รวดเร็วขึ้นของหลินเหิง เฟิงฮ่าวก็ยังคงไม่ใช้วิญญาณยุทธ์ แม้กระทั่งเพลิงสัจจะสุริยันเขาก็ไม่ใช้
ในจังหวะที่หลินเหิงกำลังจะประชิดตัว ร่างของเฟิงฮ่าวก็วูบไหว หลินเหิงพุ่งเฉียดผ่านตัวเขาไป
เฟิงฮ่าววางมือลงบนเอวของหลินเหิงอย่างสบายๆ แล้วออกแรงระเบิดพลัง ส่งร่างของหลินเหิงลอยกระเด็นไปกระแทกกำแพงด้านข้างอย่างจัง
หลินเหิงรู้สึกราวกับว่าซี่โครงกำลังจะหัก เขาตะเกียกตะกายลุกขึ้นยืน มองไปที่เฟิงฮ่าวด้วยความโกรธแค้น "เจ้าหนู ลองลิ้มรสทักษะวิญญาณที่สามของข้าดูหน่อยเป็นไง!"
"ทักษะวิญญาณที่สาม พยัคฆ์คำรามป่า!"
เขาแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว คลื่นเสียงคำรามของพยัคฆ์พุ่งเข้าโจมตีเฟิงฮ่าว
นี่คือการโจมตีด้วยคลื่นเสียง ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มีพลังวิญญาณต่ำกว่า
ผู้ที่มีพลังวิญญาณต่ำมักจะมีพลังจิตที่อ่อนแอตามไปด้วย
เมื่อพลังจิตอ่อนแอ ย่อมยากที่จะต้านทานการโจมตีทางเสียง
แต่โชคร้ายที่เฟิงฮ่าวไม่ใช่คนธรรมดา วิญญาณยุทธ์ทั้งสองของเขาล้วนเป็นวิญญาณยุทธ์ระดับเทพเจ้า
ร่างกายและพลังจิตของเขาผ่านการวิวัฒนาการมาจนถึงขีดสุด ดังนั้นคลื่นเสียงเหล่านี้จึงไม่อาจทำอันตรายเขาได้แม้แต่น้อย
เขายืนนิ่งอยู่กับที่ ปล่อยให้คลื่นเสียงพัดผ่านไป
เหล่าอาจารย์และนักเรียนที่อยู่ใกล้เคียงต่างรีบยกมือขึ้นปิดหู แต่เฟิงฮ่าวกลับไม่มีอาการสะทกสะท้านใดๆ
"ถ้าเจ้ามีน้ำยาแค่นี้ เจ้าก็แพ้แล้วล่ะ" เฟิงฮ่าวกล่าว
"เฟิงฮ่าว เจ้ามาสมัครเป็นอาจารย์ อย่างน้อยก็ควรใช้วิญญาณยุทธ์ให้คนอื่นได้เห็นถึงอานุภาพบ้าง ไม่เช่นนั้นเราจะให้เจ้าสอนนักเรียนได้อย่างไร?" ผู้อำนวยการซูเอ่ยเตือนขึ้นในตอนนี้
ตั้งแต่ต้นจนจบ เฟิงฮ่าวใช้เพียงพละกำลังกายล้วนๆ ไม่ได้ใช้พลังวิญญาณเลยแม้แต่นิดเดียว
"ได้! งั้นก็เอาตามที่ท่านต้องการ"
สิ้นเสียงเฟิงฮ่าว กลุ่มก้อนเปลวเพลิงก็พลันปรากฏขึ้นบนฝ่ามือของเขา
ทันทีที่เปลวไฟลุกโชน ทุกคนในที่นั้นต่างสัมผัสได้ถึงความร้อนระอุ เพียงไม่กี่อึดใจ ร่างกายของทุกคนก็ชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
เฟิงฮ่าวสะบัดมือ เปลวเพลิงนั้นแปรเปลี่ยนเป็นอสรพิษเพลิง เลื้อยไหลไปลอยตัวอยู่กลางอากาศ จ้องมองลงมายังหลินเหิงที่อยู่เบื้องล่าง
ใบหน้าของหลินเหิงเต็มไปด้วยเหงื่อไคล ผิวหนังของเขาเริ่มแห้งแตกอย่างรวดเร็ว
ริมฝีปากของเขาแตกจนเลือดซึม แต่เลือดนั้นก็แห้งเหือดไปในทันที
เขาเอ่ยออกมาด้วยความยากลำบาก "รีบหยุดไฟนี่ซะ ข้ายอมแพ้แล้ว"
หลินเหิงเชื่อว่าหากปล่อยไว้นานกว่านี้อีกนิด ไฟนี้คงจะเผาร่างเขาจนมอดไหม้
นี่ขนาดยังอยู่ห่างกันพอสมควร เขาไม่อยากจะจินตนาการเลยว่าหากอสรพิษเพลิงนั่นพุ่งเข้าใส่ตัว เขาจะกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตาหรือไม่?
เฟิงฮ่าวกวักมือเรียก อสรพิษเพลิงก็บินกลับมา กลายสภาพเป็นกลุ่มก้อนเปลวไฟและหลอมรวมหายไปในฝ่ามือของเขา
ในขณะนั้นเอง เฟิงฮ่าวก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนจากระบบ
"ได้รับวงแหวนวิญญาณหมื่นปีสำหรับวิญญาณยุทธ์แผนภาพไท่จี๋!"
หลังจากได้รับวงแหวนวิญญาณวงแรก ทักษะวิญญาณที่หนึ่งของแผนภาพไท่จี๋ก็ปรากฏขึ้น
ทักษะวิญญาณที่หนึ่ง ดิน น้ำ ลม ไฟ: แผนภาพไท่จี๋สามารถสยบพลังแห่งดิน น้ำ ลม และไฟ อีกทั้งยังสามารถปลดปล่อยพลังเหล่านี้ออกมาได้ สามารถสลายโครงสร้างและก่อรูปพื้นที่ใหม่ภายในขอบเขตที่กำหนด
จากนั้นเฟิงฮ่าวก็หันไปมองผู้อำนวยการซูแล้วถามว่า "ผู้อำนวยการซู ตอนนี้ข้าสามารถเข้าทำงานที่โรงเรียนของท่านได้หรือยัง?"
"ไม่มีปัญหา! ไม่มีปัญหาเลย!"
ผู้อำนวยการซูเองก็สัมผัสได้ถึงพลังอำนาจของเฟิงฮ่าวในเมื่อครู่
เขารู้ดีว่าตนเองคงไม่ใช่คู่มือของเฟิงฮ่าว
และเฟิงฮ่าวยังอายุน้อยถึงเพียงนี้ ในอนาคตเขาอาจจะกลายเป็นราชทินนามพรหมยุทธ์เลยก็เป็นได้
ต่อให้โรงเรียนรั้งตัวเขาไว้ได้เพียงช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็ยังถือเป็นเกียรติประวัติให้คุยโวได้ในภายภาคหน้า
"นายน้อย รอสักครู่ ข้าจะเชิญท่านครูใหญ่มาเจรจากับท่าน" ผู้อำนวยการซูตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ จึงจำเป็นต้องปรึกษาครูใหญ่เสียก่อน
"ข้ามาแล้ว" ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากไม่ไกลนัก ครูใหญ่แห่งโรงเรียนนั่วติงเดินเข้ามา
ครูใหญ่และอวี้เสี่ยวกันเป็นสหายกัน เขาได้ยินว่าอวี้เสี่ยวกันมาที่นี่ จึงตั้งใจจะมาตามหา
เขาได้ยินบทสนทนาทั้งหมดตั้งแต่ตอนอยู่ที่ระเบียงทางเดินแล้ว
เมื่อเห็นครูใหญ่มาถึง เฟิงฮ่าวก็พูดเข้าประเด็นทันที "เงื่อนไขของข้านั้นง่ายมาก สอนวันละหนึ่งคาบ ทำงานที่โรงเรียนนั่วติงเป็นเวลาหกปี ครบหกปีถือว่าหมดสัญญา ส่วนเรื่องเงินเดือน ท่านพิจารณาตามความเหมาะสมได้เลย"
จุดประสงค์ที่เฟิงฮ่าวมาที่โรงเรียนนี้คืออะไร? แน่นอนว่าเพื่อมาดูแลเสี่ยวอู่
แม้โรงเรียนนั่วติงจะเป็นเพียงโรงเรียนธรรมดาๆ แต่ก็ยังมีทรัพยากรบางอย่าง การได้เป็นอาจารย์ที่นี่จะช่วยให้เขาใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้ได้
เขาไม่ได้สนใจเรื่องการสอนหนังสือจริงๆ จังๆ สักเท่าไหร่
"หกปีหรือ? ตกลง! เอาอย่างนี้แล้วกัน เราจะให้เงินเดือนท่านเดือนละสิบเหรียญภูตทอง" ครูใหญ่เสนอ
"ตกลง!"
สิบเหรียญภูตทองก็นับว่าเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายของเขาและเสี่ยวอู่แล้ว
เมื่อเห็นว่าเฟิงฮ่าวคุยง่ายเช่นนี้ ครูใหญ่ก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันที และสั่งให้ผู้อำนวยการซูเตรียมสัญญาจ้าง
พวกเขาเซ็นสัญญากันอย่างรวดเร็ว ณ ตรงนั้น และเฟิงฮ่าวก็ได้เป็นอาจารย์ของโรงเรียนตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
โดยชั้นเรียนที่เฟิงฮ่าวรับผิดชอบ ก็คือชั้นเรียนที่ถังซานและเสี่ยวอู่อยู่นั่นเอง
หลังจากเฟิงฮ่าวและทางโรงเรียนเซ็นสัญญากันเสร็จสิ้น อวี้เสี่ยวกันจึงหันไปพูดกับถังซานว่า "ถังซาน เจ้าช่วยมากับข้าหน่อยได้ไหม? ข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้า"
เขาเพิ่งจะทราบชื่อของถังซานตอนที่เห็นข้อมูลการลงทะเบียนของผู้อำนวยการซู
เขาไม่รู้เลยว่าถังซานมีอาจารย์อยู่แล้ว จึงเตรียมที่จะรับถังซานเป็นศิษย์ของตน