- หน้าแรก
- อาจารย์คะ ดุเกินไปแล้ว
- บทที่ 211 ครบเครื่องทั้งรูป รส และกลิ่น (ฟรี)
บทที่ 211 ครบเครื่องทั้งรูป รส และกลิ่น (ฟรี)
บทที่ 211 ครบเครื่องทั้งรูป รส และกลิ่น (ฟรี)
สองทุ่ม
รถ SUV สีดำจอดเทียบหน้าโรงแรม
เพราะยังไม่ได้กินมื้อเย็น หยุนชิงบอกให้ลู่เหยาขึ้นห้องไปก่อน ส่วนเขาจะไปซื้อข้าวกล่องแถวนี้กลับไปกิน ลู่เหยาเห็นว่าได้จังหวะอาบน้ำพอดี เลยขึ้นห้องไปก่อน
เสียบการ์ดห้อง
พักมาแล้วหนึ่งคืน ลู่เหยาคุ้นเคยกับห้องนี้ดี
หลังจากเล่นสนุกมาทั้งวันบวกกับนั่งรถอีกสองชั่วโมง ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามา ลู่เหยาปิดประตู แล้วทิ้งตัวลงบนเตียงที่อยู่ตรงหน้าอย่างเกียจคร้าน แผ่หลาท่ามกลางผ้าปูที่นอน
ยังไงการได้นอนราบก็สบายที่สุด
ฟุดฟิด
เพิ่งหลับตาเสพความสงบได้สองวินาที กลิ่นหอมจางๆ ก็ลอยมาแตะจมูก ลู่เหยายันตัวขึ้นเล็กน้อย แล้วตระหนักได้ทันทีว่า... นี่ไม่ใช่เตียงที่เธอนอนเมื่อคืน แต่เป็นเตียงของหยุนชิง!
เธอเด้งตัวขึ้น แล้วรีบย้ายไปนั่งบนเตียงข้างๆ
"ไอ้เด็กนั่นซ่อนน้ำหอมไว้ตรงไหนนะ?"
"เขาพกติดตัวไปทุกที่เลยเหรอ?"
เมื่อวานตอนออกมา ทั้งคู่มาตัวเปล่า เขาแอบซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อโดยที่เธอไม่รู้หรือไง?
ขี้เก๊กจริงๆ!
ลู่เหยาทำหน้าหมั่นไส้ สองวันนี้ฉันต้องแอบสังเกตให้ได้ว่าเขาใช้น้ำหอมยี่ห้ออะไร ซ่อนเก่งนักนะ เรื่องอื่นเปิดเผยหมด แต่เรื่องน้ำหอมนี่ปิดเงียบเชียว
ตอนออกมาเมื่อเช้า เธอเก็บห้องเรียบร้อย ถุงช้อปปิ้งกองโตวางอยู่บนตู้ข้างทีวี
คิดว่าเดี๋ยวหยุนชิงก็กลับมา ลู่เหยาลุกไปรื้อหาเสื้อผ้าในถุง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็หยิบออกมาสองชิ้น
โรงแรมมีเครื่องซักผ้า แต่ซักชุดสกีมันยุ่งยาก พรุ่งนี้คงไม่ได้นอนที่ตัวเมืองแล้ว ลู่เหยาเลยเอาแค่ชุดที่ซักง่ายๆ เดินเข้าห้องน้ำ
ไม่นาน เสียงน้ำไหลดังมาจากห้องน้ำ
ตอนหยุนชิงหิ้วข้าวกล่องกลับมา ลู่เหยาเดินออกมาพอดี เธอใช้ผ้าขนหนูคลุมผมเปียกๆ เปลี่ยนมาใส่เสื้อไหมพรมคอเต่าสีดำกับกางเกงขายาวสีดำ ในอ้อมแขนกอดชุดลองจอนที่ใส่เล่นสกีเมื่อกี้ไว้แน่น
เห็นหยุนชิง สีหน้าเธอไม่เป็นธรรมชาตินิดหน่อย กอดเสื้อผ้าแน่นขึ้น "นายกินก่อนเลย ฉันขอซักผ้าแป๊บนึง"
ซักผ้าใช้เวลาไม่นาน
ใส่เครื่องซักผ้าเสร็จ เธอกลับเข้ามาในห้อง หยุนชิงนั่งรออยู่ขอบเตียง ข้าวกล่องวางอยู่บนตู้คั่นกลางระหว่างเตียง ลู่เหยานั่งลงที่ขอบเตียงตัวเอง หยิบตะเกียบขึ้นมาเริ่มกิน
โอกาสที่จะได้กินข้าวในห้องนอนก็น้อยอยู่แล้ว ยิ่งกินข้าวบนเตียง (แบบหันหน้าคุยกัน) ยิ่งน้อยเข้าไปใหญ่
ลู่เหยามองข้าวกล่อง แล้วมองหยุนชิง รู้สึกแปลกๆ ไม่สิ... ต้องบอกว่าทั้งวันมานี้มันแปลกไปหมด เหตุการณ์เล็กๆ น้อยๆ หลายอย่างวันนี้ทำให้เธอกับหยุนชิงดูสนิทสนมกันมากขึ้น
ความสนิทสนมนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เธออธิบายไม่ถูก
กับข้าวที่หยุนชิงซื้อมายังคงเป็นอาหารพื้นเมืองเป่ยเจียง รสชาติแปลกใหม่แต่อร่อยถูกปาก
"นายไปซื้อมาจากไหนเนี่ย?"
มื้อเช้าก็ทีนึงแล้ว มื้อเย็นยังอร่อยอีก ทำไมนายถึงหาของอร่อยเก่งจัง? ตาถึงเกินไปแล้วมั้ง?
หรือที่นี่จะมีแต่ของอร่อยทุกร้านจริงๆ?
"ผมก็ซื้อสุ่มๆ มาครับ"
หยุนชิงถาม "เป็นไงครับ? พอทานได้ไหม?"
"ก็ไม่เลว"
หยุนชิงพยักหน้า
เขาเชื่อว่าซ่งเหยียนที่กำลังหอบแฮ่กๆ อยู่ข้างล่าง คงยิ้มแก้มปริถ้าได้ยินคำวิจารณ์ของศาสตราจารย์ลู่
ไม่มีโต๊ะกินข้าว การกินเลยทุลักทุเลนิดหน่อย
ลู่เหยาโน้มตัวไปคีบอาหาร ผมที่ยังหมาดๆ ไหลมาปรกแก้ม เธอยกมือทัดผมไว้หลังหู เงยหน้าขึ้นเห็นหยุนชิงจ้องอยู่ ลู่เหยาขมวดคิ้ว "มองอะไร?"
"ถ้าพี่ไม่มองผม พี่จะรู้ได้ไงว่าผมมองพี่?"
"ไอ้เด็กบ้า"
เธอขี้เกียจเล่นเกมจ้องตากับเขา เลยเปลี่ยนเรื่องถามแผนการพรุ่งนี้ หยุนชิงตอบรับแกนๆ สายตายังคงวนเวียนอยู่ที่ลู่เหยา
เสื้อไหมพรมคอเต่าสีดำดึงลุคศาสตราจารย์ลู่ผู้เคร่งขรึมและเป็นผู้ใหญ่กลับมา แต่เมื่อเทียบกับเสื้อเชิ้ตฤดูร้อน มันให้เสน่ห์คนละแบบ ตัวที่หยุนชิงเลือกเป็นทรงเข้ารูป ขับเน้นรูปร่างที่งดงามและน่าดึงดูดของเธอ
มื้อเย็นวันนี้... ครบเครื่องทั้งรูป รส และกลิ่นจริงๆ!
อยากซื้อเสื้อผ้าสวยๆ ให้เธอใส่ทุกวันจัง เขายกนิ้วให้รสนิยมตัวเองและหุ่นของศาสตราจารย์ลู่ในใจ หยุนชิงละสายตา ไม่อยากให้เธออึดอัด
กินเสร็จ เก็บกวาดเรียบร้อย คิดว่าผ้าที่ซักไว้น่าจะเสร็จแล้ว หยุนชิงอาสาอย่างกระตือรือร้น "พี่สาวครับ พี่พักเถอะ เดี๋ยวผมไปตากผ้าให้"
ตอนแรกลู่เหยาไม่ได้คิดอะไร แต่จู่ๆ ก็ฉุกคิดขึ้นได้ รีบลุกขึ้นห้าม "เรื่องของตัวเองทำเองได้ ไม่ต้องมายุ่ง รีบไปอาบน้ำซะ ตัวเหม็นจะตายอยู่แล้ว"
ยังไม่ทันที่เขาจะทำหน้ามุ่ยแก้ตัวว่าไม่เหม็น ลู่เหยาก็ชิงเดินออกจากห้องไปก่อน
โรงแรมนี้ดีตรงที่มีเครื่องอบผ้า ซักเสร็จอบแห้งไม่ต้องตาก กลับมาผ้ายังอุ่นๆ เห็นหยุนชิงเข้าห้องน้ำไปแล้ว เธอรีบวางผ้า พับเก็บใส่ถุงอย่างรวดเร็ว
จัดการเสร็จ ลู่เหยากลับมานอนที่เตียง
ซ่า... ซ่า...
เสียงน้ำจากห้องน้ำดังต่อเนื่อง เธอหันไปมองประตู วันนี้อาบน้ำสองรอบ หยุนชิงไม่อยู่ในห้องทั้งสองรอบ เธอเดาได้ว่าเขากลัวเธอจะอึดอัด
และตอนนี้... ลู่เหยารู้สึกว่าเธอก็ไม่ควรอยู่ในห้องเหมือนกัน เสียงน้ำมันทำให้จังหวะการหายใจของเธอปั่นป่วน
เห็นทีวีปลายเตียง รีบเปิดทันที เสียงรายการทีวีกลบเสียงน้ำ ช่วยให้เธอรู้สึกดีขึ้นหน่อย
แต่ทว่า... แกร๊ก
ประตูห้องน้ำเปิดออก
ลู่เหยาหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณ เห็นหยุนชิงถือผ้าขนหนูเช็ดผม ท่อนล่างใส่กางเกงกีฬาขาสั้น แต่ท่อนบน... เปลือยเปล่า! ลู่เหยาเห็นลอนกล้ามท้องชัดเจน
"นะ... นาย! ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้า!"
เธอรีบดึงผ้าห่มคลุมโปง หัวใจเต้นรัว ลมหายใจติดขัด
หยุนชิงพูดเสียงเนือยๆ "เห็นนิดหน่อยไม่เป็นไรหรอกครับ ผมไม่ถือ"
"เป็น!"
ลู่เหยาเน้นเสียง "ฉันถือ!"
"ผมกะว่าจะให้พี่สาวช่วยดูหน่อยว่าช่วงนี้ซ้อมแล้วหุ่นเป็นไงบ้าง"
"ใครอยากดูนายมิทราบ!"
เสียงอู้อี้ดังมาจากใต้ผ้าห่ม "รีบไปใส่เสื้อเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่ใส่... ถ้าไม่ใส่ฉันจะถีบนายออกไปนอนข้างนอก!"
"คร้าบๆ"
เสียงกุกกักดังอยู่ข้างๆ
สักพัก มั่นใจว่าหยุนชิงใส่เสื้อแล้ว ลู่เหยาค่อยๆ ลดผ้าห่มลง แอบเหล่มองก่อน พอเห็นเขาใส่เสื้อเรียบร้อยถึงยอมวางใจ แต่ลมหายใจยังหอบนิดๆ
หันหน้าหนีมองทีวี "คราวหน้าอยู่ในห้อง ห้ามถอดเสื้อเดินไปเดินมานะ!"
"ผมเสียเปรียบแท้ๆ พี่ได้กำไรเห็นของดีฟรีๆ ยังจะบ่นอีก"
"ฉันไม่อยากให้นายเสียเปรียบย่ะ"
ลู่เหยาทำหน้าจริงจัง "และฉันก็ไม่อยากได้กำไรจากนายด้วย ไปฟิตหุ่นให้ดีแล้วไปโชว์สาวแก่แม่ม่ายของนายโน่น ฉันไม่อยากดู"
"ว้า... อุตส่าห์อยากให้พี่สาวช่วยคอมเมนต์ติชมสักหน่อย"
"คอมเมนต์กะผีสิ! ฉันไม่มีคำแนะนำอะไรทั้งนั้น!"