เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 141 ผมยังไม่เคยใช้เงินผู้หญิงเลยนะ

บทที่ 141 ผมยังไม่เคยใช้เงินผู้หญิงเลยนะ

บทที่ 141 ผมยังไม่เคยใช้เงินผู้หญิงเลยนะ


เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้นเป็นจังหวะชัดเจน

ลู่เหยาเดินนำหน้า รูปร่างปราดเปรียวและอิสระเสรี ส่วนหยุนชิงเดินตามหลังไปที่ห้องพักครู เพื่อรับเอกสารประกอบการเรียนไปแจกเพื่อนๆ ในห้อง

มองแผ่นหลังของเธอ หยุนชิงอดคิดไม่ได้ว่า... พี่สาวกำลังเล่นละครอยู่หรือเปล่า?

ละครตบตาเขาโดยเฉพาะ

อื้ม

ใช่แหละ

ภาพลักษณ์พี่สาวในหัวผมตอนนี้ดูน่าเกรงขามสุดๆ ไปเลย!

น่าเกรงขามม๊ากมาก!

ในคาบเรียนเมื่อกี้ ศาสตราจารย์ลู่สอนแค่ครึ่งแรก ครึ่งหลังเธอใช้อธิบายข้อที่นักศึกษาทำผิดในข้อสอบ คำพูดของเธอมีอิทธิพลมาก พอเลิกคลาส หยุนชิงเห็นนักศึกษาหญิงคนหนึ่งแอบเช็ดน้ำตา

พวกผู้ชายแม้จะไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้าก็เปลี่ยนไป

พวกเขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมรุ่นพี่ถึงพูดถึงศาสตราจารย์ลู่แบบนั้น แม้จะบ่นแต่ไม่มีใครว่าร้ายเธอเลย เพราะสิ่งที่เธอพูดมีเหตุมีผล เป็นความจริง และกระแทกใจอย่างจัง

เธอไม่ได้เจาะจงว่าใคร เธอแค่พูดความจริง

ถ้าจะมีใครที่โดนเจาะจงเป็นพิเศษ...

ก็คงเป็นหยุนชิงนี่แหละ ที่ในฐานะหัวหน้าห้อง ต้องลุกขึ้นมายืนเป็นเพื่อนทุกคน

หยุนชิงเห็นด้วยกับคำพูดของศาสตราจารย์ลู่ เขาผ่านโลกมามากกว่าคนอื่น ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่เคยมีอยู่จริงในโลกนี้ ไม่เคยมี และจะไม่มีวันมี สังคมไม่ใช่สถานที่สำหรับความยุติธรรม

ถ้ามาจากครอบครัวธรรมดา และไม่อยากจมปลักกับเรื่องขี้หมูขี้หมาไปอีกหลายสิบปี ไม่อยากเดินซ้ำรอยพ่อแม่ ก็ต้องดิ้นรนแข่งขัน และต้องแข่งให้ดุเดือดยิ่งกว่าใคร

เว้นแต่จะละทิ้งกิเลสทางโลกแล้วนอนรอความตายอย่างสมบูรณ์ แต่คนส่วนใหญ่ยากที่จะทำแบบนั้นได้จริงๆ

พวกเขาเดินเข้ามาในห้องพักครูหมวดเคมี

ตอนนี้ไม่มีคนอื่นอยู่ในห้อง ศาสตราจารย์ลู่เดินไปที่โต๊ะ ค้นกองเอกสารปึกหนึ่งแล้วยัดใส่อ้อมอกหยุนชิง

ศาสตราจารย์ลู่ทำหน้านิ่ง น้ำเสียงยังคงจริงจังเหมือนตอนสอน: "สิ่งที่ฉันพูดในห้องก็หมายถึงนายด้วยเหมือนกัน เข้าใจไหม?"

พี่สาวครับ เล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์จริงๆ นะครับเนี่ย

หยุนชิงพยักหน้า: "ครับ"

"เดี๋ยวฉันมีสอนต่ออีกสองคาบ คงไม่ได้กลับบ้าน นายกลับไปหาอะไรกินเองเลย ไม่ต้องรอ"

"ได้ครับ"

"อย่าลืมทำข้อสอบที่ให้ไปด้วยล่ะ!"

นึกขึ้นได้ ศาสตราจารย์ลู่หันกลับไปดึงกระดาษข้อสอบสองแผ่นออกมาจากแฟ้ม: "ข้อสอบสองชุด กลับบ้านไปฉันจะตรวจ ถ้ายังทำไม่เสร็จ นายตายแน่ อ้อ... เอาโทรศัพท์มา"

หยุนชิงหยิบโทรศัพท์ยื่นให้เธอ

แล้วเขาก็เห็นศาสตราจารย์ลู่ล็อกโทรศัพท์เขาอีกครั้ง เธอก้มมองรหัสผ่าน ปุ่มกดเป็นตำแหน่งเดิมเหมือนคราวที่แล้ว

จังหวะที่กำลังจะยื่นคืน ศาสตราจารย์ลู่ชะงัก ปลดล็อกหน้าจอ แล้วกดเข้าวีแชท

และก็ตามคาด... หยุนชิงแอบเปลี่ยนชื่อเธออีกแล้ว

"ศาสตราจารย์ลู่สุดโหด"

ศาสตราจารย์ลู่ตวัดสายตาพิฆาตใส่เขา กดแก้ไขชื่อ ลบคำข้างหน้าออก เหลือแค่ "ศาสตราจารย์ลู่"

"ถ้าฉันจับได้ว่านายแอบเปลี่ยนชื่อฉันอีก ฮึ่ม ฮึ่ม..."

คำขู่นั้นชัดเจนมาก

หยุนชิงเลิกคิ้ว พี่สาวกำลังวางมาดอีกแล้ว นี่เธอกำลังโชว์พาว เกาะกระแสความน่าเกรงขามจากในห้องเรียนเมื่อกี้อยู่สินะ

น่ารักชะมัด

เธอยื่นโทรศัพท์คืนให้ หยุนชิงรับมา คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า "แต่พี่สาวล็อกโทรศัพท์ผมแบบนี้ เดี๋ยวผมต้องไปจ่ายค่ากับข้าวนะครับ"

ได้ยินแบบนั้น ศาสตราจารย์ลู่เตรียมตัวมาดี เธอหันไปหยิบกระเป๋าถือ ดึงธนบัตรใบละร้อยหยวนออกมาหนึ่งใบ ยื่นให้เขา: "ใช้เงินสดจ่ายไป"

"เอาล่ะ ออกไปได้แล้ว"

"ครับ"

รับเงินและเอกสารมา หยุนชิงหันหลังเดินออกจากห้อง

ก่อนปิดประตู เขาหันมาเตือน

"พี่สาวครับ คืนนี้รีบกลับบ้านเร็วๆ นะครับ"

ศาสตราจารย์ลู่ไม่ตอบ

จนกระทั่งมั่นใจว่าหยุนชิงไปแล้ว เธอถึงนั่งลงที่โต๊ะ หยิบตำราสำหรับสองคาบถัดไปซึ่งเป็นของปีสามขึ้นมาทบทวนเนื้อหา

คลาสต่อไปเริ่มห้าโมงเย็น

ปกติเวลานี้เธอจะไปกินข้าวที่โรงอาหาร แต่ช่วงนี้... ศาสตราจารย์ลู่กินอาหารโรงอาหารไม่ลงแล้ว เธอกะว่าจะอดทนรอไปกินที่บ้านทีเดียว เดี๋ยวหยุนชิงคงเก็บกับข้าวไว้ให้

นึกถึงหยุนชิง ภาพท่าทางหงอๆ ของเขาก็ผุดขึ้นมาในหัว

มุมปากเธอยกยิ้มขึ้น

"หึ"

ศาสตราจารย์ลู่พึมพำ "ไอ้เด็กแสบ รู้จักกลัวซะบ้างก็ดี จะได้รู้ว่าใครใหญ่ที่สุดในบ้าน อย่ามาเหิมเกริมกับฉันให้มากนัก"

เธอกลับมาจดจ่อกับตำราตรงหน้า

ชั้นล่าง

หยุนชิงหอบเอกสารลงมา หลิวซือหยวนยืนรออยู่แล้ว เขาเดินไปโยนเอกสารให้หลิวซือหยวน บอกให้เอาไปแจกเพื่อนๆ

หลิวซือหยวนเปรยขึ้นมา: "พี่หยุน ผมว่าที่ศาสตราจารย์ลู่พูดเมื่อกี้มีเหตุผลนะ"

"ถ้ามีเหตุผล งั้นกลับไปถึงหอ สิ่งแรกที่แกทำต้องไม่ใช่เปิดคอมเล่นเกมนะ"

"ห๊ะ?"

หลิวซือหยวนส่ายหน้า "ไม่ได้พี่ เมื่อวานนัดดวลกับหอข้างๆ ไว้แล้ว คืนนี้ศึกแห่งศักดิ์ศรี เบี้ยวไม่ได้"

"งั้นแกจะพูดทำซากอะไร?"

"ผมแค่คิดว่าเราควรแบ่งเวลาอ่านหนังสือบ้างทุกวัน"

ทั้งคู่เดินคุยกันออกมา

หลิวซือหยวนเหลือบมองมือหยุนชิง แล้วถามด้วยความสงสัย: "พี่หยุน ผมอยากถามมาตั้งนานละ ทำไมสีข้อสอบพี่ไม่เหมือนพวกผมวะ? ศาสตราจารย์ลู่ให้พี่ทำข้อสอบเพิ่มเป็นพิเศษเหรอ?"

"ยิ่งพลังมาก ความรับผิดชอบก็ยิ่งใหญ่"

หยุนชิงตอบกำกวม: "ฉันเป็นหัวหน้าห้อง ข้อสอบย่อมไม่เหมือนพวกนายอยู่แล้ว นายไม่เข้าใจหรอก ไว้เป็นหัวหน้าห้องเดี๋ยวก็รู้เอง เฮ้อ... ข้อสอบนี่ยากชะมัด เห็นแล้วจะหนาว"

หลิวซือหยวนครุ่นคิด: "แล้วสิ่งที่ผมทำอยู่ตอนนี้ไม่ใช่หน้าที่หัวหน้าห้องเหรอวะ?" (แจกเอกสาร)

"..."

"สิ่งที่นายทำอยู่คือหน้าที่ของผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ต่างหาก!"

หลังจากแยกกับหลิวซือหยวน

หยุนชิงขี่สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้ากลับไปทาง Science and Technology City

เขาไม่ได้ตรงกลับบ้าน ปกติเวลานี้เขาต้องแวะตลาดซื้อกับข้าวสำหรับมื้อเย็น เขาขี่วนไปที่ตลาดสดใกล้ๆ อย่างชำนาญทาง

จอดรถเสร็จ เดินไปเจอแผงขายผักที่ดูสดมากพอดี

หยุนชิงเลือกผักมาหนึ่งกำ

หยิบโทรศัพท์ออกมา ปลดล็อกหน้าจอ เตรียมจะสแกนจ่ายเงิน แต่คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาเก็บโทรศัพท์ แล้วล้วงแบงก์ร้อยที่ศาสตราจารย์ลู่ให้มาออกจากกระเป๋า

เขามองมันอย่างพิจารณา รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปาก

"พ่อหนุ่ม ป้าไม่มีทอนนะแบงก์ร้อยเนี่ย"

แม่ค้าขายผักทำท่าลำบากใจ

หยุนชิงเก็บเงินกลับเข้ากระเป๋า: "คู่หมั้นผมให้มาน่ะครับ ผมไม่กล้าใช้ เดี๋ยวผมสแกนจ่ายดีกว่า ไม่ต้องทอนครับ"

"แหม พ่อหนุ่ม ยังหนุ่มยังแน่นมีคู่หมั้นแล้วเหรอ?"

"ใช่ครับ เธอสวยมากด้วยนะ"

หยุนชิงสแกนโค้ด ได้ยินเสียงติ๊ด กดตัวเลข แล้วพูดว่า: "รออายุถึงเกณฑ์เมื่อไหร่ ผมจะจูงมือเธอไปจดทะเบียนสมรส แล้วแต่งงานกันทันทีเลย"

"ยินดีล่วงหน้าด้วยนะจ๊ะ"

"ขอบคุณครับ"

นอกจากผัก หยุนชิงก็ซื้อเนื้อสัตว์มาบ้าง ยังมีน้ำซุปเหลืออยู่ พระกระโดดกำแพงเมื่อคืนก็ยังกินไม่หมด คืนนี้ทำแค่ผัดเนื้อกับผัดผักอย่างละจานก็พอ

ซื้อของครบ หยุนชิงเดินกลับไปที่รถ

มือหนึ่งถือถุงกับข้าว อีกมือล้วงกระเป๋าหยิบแบงก์ร้อยใบนั้นออกมาดูอีกครั้ง รอยยิ้มของหยุนชิงกว้างขึ้นกว่าเดิม: "ชีวิตนี้ นอกจากพี่เซียวแล้ว ผมไม่เคยใช้เงินผู้หญิงคนไหนเลยนะ แม้แต่ชาติก่อนก็ไม่เคย"

"เงินของศาสตราจารย์ลู่ ผมต้องเก็บไว้ให้เธอ แม้แต่ร้อยเดียวก็ห้ามใช้"

เขาถอดเคสโทรศัพท์ พับแบงก์ร้อยสอดไว้ข้างหลัง

เขาจะเก็บเงินร้อยหยวนนี้ไว้นานแสนนาน แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เก็บไว้เฉยๆ หยุนชิงจะเอาเงินร้อยหยวนของตัวเองมาสับเปลี่ยน แล้วเอาเงินร้อยหยวนของศาสตราจารย์ลู่ไปทำอย่างอื่น

เช่น... ช่วยศาสตราจารย์ลู่เล่นหุ้น

แม้มันจะเป็นกระบวนการที่ยาวนาน จากร้อยเป็นหมื่นอาจต้องใช้เวลา แต่สักวันเมื่อเธอต้องการ เขาจะหยิบเงินก้อนนี้ออกมา และถึงตอนนั้น มันอาจจะมีเลขศูนย์ต่อท้ายเพิ่มขึ้นอีกหลายตัว

ที่สำคัญที่สุดคือ... เขาจะมีเหตุผลอันชอบธรรมในการมอบเงินให้เธอ

ถ้าให้เฉยๆ เธอไม่รับแน่ และต่อให้เป็นแฟนกันแล้วเธอก็คงไม่รับ

เขาต้องกางบัญชีให้ดูว่าเงินร้อยหยวนนี้มันงอกเงยมายังไง อย่างละเอียด เพื่อให้ศาสตราจารย์ลู่รู้ว่า เงินร้อยหยวนนี้เป็นของเธอ และเงินที่งอกเงยมาทั้งหมดก็เป็นของเธอเช่นกัน

คิดได้ดังนั้น หยุนชิงหิ้วถุงกับข้าวขี่รถกลับบ้าน

ศาสตราจารย์ลู่คงไม่กลับเร็วมาก น่าจะถึงบ้านราวๆ ทุ่มนึง เขาไม่รีบทำกับข้าว เลยแวะเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำก่อน

เมื่อวานศาสตราจารย์ลู่บ่นว่าผมตัวเหม็น?

งั้นอาบสองรอบเลยแล้วกัน

จบบทที่ บทที่ 141 ผมยังไม่เคยใช้เงินผู้หญิงเลยนะ

คัดลอกลิงก์แล้ว