- หน้าแรก
- อาจารย์คะ ดุเกินไปแล้ว
- บทที่ 8: เมื่อคืนผมก็นอนเฉยๆ
บทที่ 8: เมื่อคืนผมก็นอนเฉยๆ
บทที่ 8: เมื่อคืนผมก็นอนเฉยๆ
หลินซูเฟินกลับไปแล้ว
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะคำขู่ของหยุนชิงได้ผล หรือเพราะรังสีอำมหิตที่เขาแผ่ออกมามันรุนแรงเกินไป แต่ท่าทีตอนเดินจากไปของเธอดูรีบร้อนอยู่ไม่น้อย
ภายในห้องส่วนตัวเหลือเพียงหยุนชิงและลู่เหยา
หยุนชิงกลับมาทำตัวสบายๆ เหมือนเดิม เขาเอนหลังพิงพนักโซฟา แล้วบิดฝาขวดเครื่องดื่มขึ้นมาจิบอย่างไม่ทุกข์ร้อน
ลู่เหยาทิ้งตัวลงนั่งอีกครั้ง ยกมือขึ้นกอดอก “นายมาทำอะไรที่นี่?”
ตอนนี้ลู่เหยาเปลี่ยนชุดแล้ว
ไม่ใช่ชุดเดิมที่ใส่ตอนอยู่ในห้องเรียน
สูทสีดำ เชิ้ตขาว กระโปรงสั้นสีดำ และเรียวขายาวที่ถูกห่อหุ้มด้วยถุงน่องสีดำ สายตาของหยุนชิงหยุดอยู่ที่ถุงน่องสีดำครู่หนึ่ง
เขาจำได้ว่าเมื่อเช้าตอนเดินออกไป ลู่เหยาไม่ได้ใส่ถุงน่องนี่นา
คู่ที่ใส่เมื่อคืนทิ้งไปแล้วเหรอ?
หยุนชิงจิบน้ำพลางส่งยิ้ม “เจ๊ ไหนเราตกลงกันแล้วไงว่าจะเป็นคนแปลกหน้ากันตั้งแต่วันพรุ่งนี้?”
“ตอนนี้เพิ่งจะสี่ทุ่ม ยังเหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมงกว่าจะถึงพรุ่งนี้”
“ใครไปตกลงกับนาย?”
“ก็เจ๊ไง”
หยุนชิงวางขวดน้ำลงแล้วมองหน้าเธอ “ทำไม หรือว่าเจ๊เปลี่ยนใจไม่อยากเป็นคนแปลกหน้ากับผมแล้ว?”
ลู่เหยาไม่ตอบโต้ เธอเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ ไขว่ห้าง แล้วจ้องตากับเขาเงียบๆ
ทว่าใบหน้าของหยุนชิงยังคงเปื้อนยิ้ม
ตามปกติเด็กผู้ชายวัยนี้เวลาเจอเธอมักจะประหม่าจนทำตัวไม่ถูก แต่เขากลับดูเป็นธรรมชาติและใจเย็นมาก ทั้งเมื่อวานและตอนนี้
หรือจะเรียกว่า ‘หน้าด้าน’ ดีนะ?
“นายดูไม่เหมือนเด็กปีหนึ่งอายุสิบแปดเลยจริงๆ”
“หืม?”
หยุนชิงเลิกคิ้ว “เมื่อคืนเจ๊ไม่สัมผัสถึงพลังความหนุ่มแน่นของเด็กอายุสิบแปดบ้างเหรอครับ?”
“หุบปาก!!”
“โอเคครับ”
หยุนชิงทำหน้าจ๋อย
ลู่เหยานิ่งคิดครู่ใหญ่ก่อนพูดขึ้น “นายไม่ควรมาอยู่ที่นี่ และยิ่งไม่ควรพูดจาแบบนั้นกับเขา นายไปขู่เขาแบบนั้น มีแต่จะนำความเดือดร้อนมาใส่ตัว”
หยุนชิงมองหน้าเธอตาแป๋ว ไม่พูดอะไร
“เป็นใบ้หรือไง?”
“ก็เจ๊บอกให้ผมหุบปากไม่ใช่เหรอ?”
“พูด!”
“เจ๊ อย่าทำหน้ายักษ์ทั้งวันสิครับ เดี๋ยวตีนกาถามหานะ”
พอเห็นเธอทำท่าจะปรี๊ดแตกอีกรอบ หยุนชิงก็รีบปรับท่าทีจริงจัง “เวลาอยู่นอกบ้าน สถานะตัวตนมันอยู่ที่เราจะปั้นแต่ง เจ๊คิดว่าเขาจะไปสืบประวัติผมจริงๆ เหรอ? อีกอย่าง ผมก็แค่ช่วยแก้ปัญหาให้เจ๊ไม่ใช่เหรอ ดูท่าจะได้ผลดีซะด้วย”
เขาเว้นจังหวะนิดนึงก่อนเสริมว่า “ถ้าเจ๊ต้องการแฟนปลอมๆ อีก ผมรับจ้างนะ งานพาร์ทไทม์ถนัดเลย”
“ไม่จำเป็น!”
เธอละสายตาจากเขา หันไปมองขวดเหล้าขาวบนโต๊ะ แล้วรินใส่แก้ว พอเห็นหยุนชิงยังนั่งรากงอกอยู่บนโซฟา เธอก็ปรายตามองอย่างเย็นชา “ยังไม่ไปอีก? จะอยู่ทำซากอะไร?”
หยุนชิงเหลือบมองเหล้าขาวดีกรีเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์บนโต๊ะแล้วหนังตากระตุก
เจ๊นี่คอทองแดงของแท้
“ผมว่ามีบางเรื่องต้องเคลียร์กันหน่อย”
หยุนชิงเอ่ยขึ้น “เจ๊ดูจะเข้าใจอะไรผิดไปนะ เมื่อคืนเราแค่นอนบนเตียงเฉยๆ ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ผมไม่มีอารมณ์กับคนเมาไม่ได้สติหรอก ที่เมื่อเช้าไม่ได้อธิบายเพราะนึกว่าเจ๊รู้ตัวอยู่แล้ว ก็เจ๊เป็นคนในเหตุการณ์นี่นา แต่ดูเหมือนว่าเจ๊จะอายุยี่สิบแปดแต่อ่อนประสบการณ์เรื่องพวกนี้นะเนี่ย”
พอพูดจบ หยุนชิงก็เห็นลู่เหยาถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก แต่ก็ตวัดสายตาค้อนขวับด้วยความอับอายระคนโมโห
“ดูนายจะเชี่ยวชาญเหลือเกินนะ?”
“ผมแค่แม่นทฤษฎีครับ”
“หึ”
ลู่เหยาแค่นหัวเราะ ยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกทีเดียวหมดแก้ว เล่นเอาหยุนชิงหนังตากระตุกอีกรอบ
เจ๊ดุจริงๆ!
เขาพูดต่อ “เมื่อคืนผมอยากจะอธิบาย แต่เจ๊ไม่เปิดช่องให้พูดเลย ก็เลยช่างมัน แต่ที่บอกตอนนี้เพราะเห็นเจ๊อารมณ์ไม่ดี หวังว่ารู้ความจริงแล้วจะสบายใจขึ้นนะ”
“เจ๊ไม่ต้องยื่นเรื่องย้ายไปสอนคณะอื่นเพราะผมหรอก การย้ายแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจะทำให้คนอื่นสงสัยเปล่าๆ เราบริสุทธิ์ใจต่อกัน ไม่ได้มีอะไรเกินเลย ไม่เห็นต้องหลบหน้ากันเลยนี่”
“แต่ถ้าต้องการบริการแฟนเช่า ผมว่างตลอดนะ รับงานระยะยาวด้วย”
“ไม่จำเป็น!”
แม้ปากจะปฏิเสธ แต่คำพูดของหยุนชิงก็ได้ผล อย่างน้อยไหล่ที่เกร็งเขม็งตลอดเวลาก็ดูผ่อนคลายลง
เธอไม่ต่อปากต่อคำกับเขาอีก
ยกแก้วขึ้นดื่มต่อ
หยุนชิงพูดต่อ “เจ๊ เวลาแก้ปัญหาจริงๆ ไม่ต้องไปสุดโต่งขนาดนั้นก็ได้ อย่างเรื่องแม่เจ๊วันนี้ จริงๆ พูดจาดีๆ ให้เขาเลิกล้มความตั้งใจก็ได้”
“ถ้าอยากตัดขาดจากบ้านนั้นจริงๆ ก็ใช้วิธีที่นุ่มนวลกว่านี้ แบบที่เขาเอาไปด่าเจ๊ไม่ได้ว่าอกตัญญู การใช้อารมณ์แลกด้วยอารมณ์ มีแต่จะพาไปสู่จุดจบที่แย่ที่สุด”
เหมือนในชาติก่อน ที่สุดท้ายลู่เหยาเลือกแลกด้วยชีวิต
ในชาติที่แล้ว ลู่เหยาน่าจะเดินไปสู่จุดจบที่เลวร้ายที่สุดนั่น ไม่รู้ว่าสุดท้ายแม่ของเธอจะเสียใจบ้างไหม แต่สิ่งที่ทิ้งไว้มีเพียงความเสียดาย
ลู่เหยาพูดเสียงเย็น “นี่นายกำลังสอนฉัน?”
หยุนชิงตอบ “ผมแค่เสนอแนะเฉยๆ”
ลู่เหยาเงียบไป เหมือนกำลังทบทวนคำพูดเขา หรือหาคำมาเถียง
“ไอ้ที่นายพูดตอนพุ่งเข้ามาเมื่อกี้ ก็ดูสุดโต่งเหมือนกันนั่นแหละ”
“นั่นเพราะผมรู้ว่าป้าแกกำลังทำร้ายเจ๊ไง ถ้าผมไม่พูดแรงๆ แกก็คงรังควานเจ๊ไม่เลิก แล้วผมก็ไม่อยากเห็นภาพนั้น”
คำพูดคนเรามันบาดลึก ยิ่งมาจากคนใกล้ชิดยิ่งเจ็บ
ปกติหยุนชิงไม่ใช่คนชอบแส่เรื่องชาวบ้าน แต่กับลู่เหยา... เขามองเธอด้วยสายตาจริงจังปนหยอกเย้า “ยังไงซะ เราก็นอนด้วยกันแล้วนี่นา”
คำตอบที่ได้รับคือขวดน้ำแร่ที่ลอยละลิ่วมาหา
หยุนชิงตาไวมือไวรับไว้ได้ทัน
ไหนบอกบริสุทธิ์ใจ?
ปากบอกนอนด้วยกัน แต่อีกปากบอกไม่มีอะไร ลู่เหยาไม่เคยเจอนักศึกษาแบบนี้มาก่อน
มันไม่ใช่แค่หน้าด้านแล้ว นี่มันขั้นกว่าของหน้าด้าน!
ลู่เหยาเลิกสนใจเขา ยกแก้วขึ้นดื่มต่อ
แก้วแล้วแก้วเล่า
จนกระทั่งเหล้าขาวหมดไปหนึ่งขวดเต็มๆ
เธอหันมามอง พบว่าหยุนชิงยังนั่งเอกเขนกอยู่บนโซฟา กดมือถือยิกๆ
ลู่เหยาขมวดคิ้ว “ทำไมยังไม่ไปอีก?”
“อยู่เป็นเพื่อนเจ๊ไง”
คุยกับรูมเมทเสร็จ ดูเหมือนทางหงเซียวจะไปได้สวย หยุนชิงวางมือถือลงแล้วมองเธอ “บอกแล้วไงว่าเรานอนด้วยกันแล้ว ผมไม่อยากให้เจ๊เมาแล้วไปล้มทับอกผู้ชายคนอื่น ผมหวงแย่เลย”
“ฮึ!”
ตอนได้ยินคำว่า ‘นอนด้วยกัน’ ครั้งแรก ถึงจะอธิบายแล้วก็ยังฉุนอยู่
แต่พอได้ยินซ้ำอีกรอบ บวกกับเห็นหน้ากวนๆ ของหยุนชิง ความโกรธกลับลดลงไปเยอะ
เหลือแค่เสียงแค่นหัวเราะในลำคอ
เมื่อวานมันเป็นอุบัติเหตุ เธอขี้เกียจจะอธิบาย
ปกติเธอไม่ค่อยดื่มข้างนอก มักจะดื่มคนเดียวที่ห้อง ต่อให้ออกมาดื่มก็แทบไม่เคยเมา
เพราะใช้น้ำเมาดับทุกข์มาตลอด คอเธอเลยแข็งโป๊กชนิดที่คนอื่นนึกไม่ถึง ปกติคนอื่นร่วงไปหมดแล้วเธอยังตาใส
ที่เมาเละเทะเมื่อวานเพราะอารมณ์บัดซบจริงๆ
แน่นอนว่าอารมณ์วันนี้ก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน
แม้คำอธิบายของหยุนชิงจะช่วยให้โล่งใจขึ้นเปราะหนึ่ง แต่การอาละวาดของหลินซูเฟินก็ฉุดอารมณ์เธอดิ่งลงเหวไปอีก
ดังนั้น...
สภาพเลยจบลงที่เมาแอ๋เหมือนเดิม
หยุนชิงยืนมองกองขวดเหล้าขาวบนโต๊ะ หนังตากระตุกยิกๆ
ก่อนจะหันไปมองลู่เหยาที่ฟุบหลับกลางอากาศไปแล้วเรียบร้อย
“ขนาดกินน้ำเปล่า เขายังไม่กินดุขนาดนี้เลยมั้งเจ๊?”