- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 55 ผมดูดวงเป็นนะ
บทที่ 55 ผมดูดวงเป็นนะ
บทที่ 55 ผมดูดวงเป็นนะ
หลินตงไหลยักไหล่อย่างจนปัญญา กล่าวว่า: “ท่านประธานซู คราวที่แล้วผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ไม่เห็นต้องแช่งกันให้ตายขนาดนี้เลย”
“ใครพูดถึงเรื่องคราวที่แล้วยะ! ต่อไปห้ามพูดถึงเรื่องนั้นอีกนะ!” ใบหน้าของซูหยาขึ้นสีระเรื่อ ถลึงตาใส่หลินตงไหลอย่างดุเดือด
“โอเคๆ ไม่พูดก็ไม่พูด!”
หลินตงไหลทำท่าสงบเสงี่ยมลง: “งั้นท่านประธานซูเรียกผมออกมาวันนี้ มีธุระสำคัญอะไรเหรอครับ?”
“แน่นอนว่าสำคัญมาก เพราะมันเกี่ยวกับความเป็นความตายของคุณ บอกตามตรงนะ พ่อบุญธรรมของฉัน... ติงย่าว เขาต้องการชีวิตคุณ” ซูหยาเอ่ยเสียงเครียด
หลินตงไหลชะงักไปเล็กน้อย เลิกคิ้วถามด้วยความแปลกใจ: “คุณนัดผมออกมาเพื่อจะบอกเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ?”
“แล้วจะให้มีเรื่องอะไรอีกล่ะ หรือคุณหลงตัวเองคิดว่าฉันจะพิศวาสคุณ?” ซูหยาแค่นเสียงเย็น
“ฮ่าๆ ผมยังไม่ได้พูดสักคำ” หลินตงไหลหัวเราะร่า: “แต่คุณพูดแบบนี้ก็น่าแปลกนะ ในเมื่อคุณไม่ได้พิศวาสผม แล้วคุณจะถ่อมาเตือนผมทำไม?”
“ฉัน... คุณจะยุ่งอะไรนักหนา!” ซูหยาตวาดแก้เขิน: “เอาเป็นว่าจำคำฉันไว้ให้ดี ต่อไปให้ระวังตัวให้มาก ทางที่ดีควรพกบอดี้การ์ดติดตัวไว้ตลอดเวลา”
“ดูท่าทางคุณจะเป็นห่วงผมมากจริงๆ นะเนี่ย” หลินตงไหลยิ้มกริ่ม ดูเหมือนว่าลึกๆ แล้วในใจของซูหยาก็มีเขาอยู่ไม่น้อย
ซูหยาเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของหลินตงไหลก็แทบจะระเบิดอารมณ์ ไอ้บ้านี่ทำไมถึงจับประเด็นไม่ถูกสักที ประเด็นคือตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในอันตรายต่างหากเล่า!
“เอาล่ะๆ ไม่ต้องโกรธ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณที่มาเตือน” หลินตงไหลเปลี่ยนน้ำเสียงเป็นจริงจังขึ้น: “แต่ว่า... เรื่องที่ติงย่าวจะเล่นงานผม ผมรู้อยู่แล้ว”
“คุณรู้อยู่แล้ว?” ซูหยาเบิกตากว้าง ขนาดเธอเองยังเพิ่งได้รับข่าวมาเมื่อกี้นี้เอง
“ใช่ แถมเขายังเริ่มลงมือแล้วด้วย”
“อะไรนะ! ลงมือแล้วเหรอ?!” ซูหยาอุทานด้วยความตกใจ
“ตื่นเต้นขนาดนี้... เป็นห่วงความปลอดภัยของผมล่ะสิ?”
“เชอะ! ใครจะเป็นห่วงคนเลวๆ อย่างนาย” ซูหยาเชิดหน้าปฏิเสธ: “ฉันแค่คาดไม่ถึงต่างหาก”
“อย่างนั้นเหรอครับ?” หลินตงไหลย้อนถามด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายแฝง
ซูหยาเห็นสายตานั้น ใบหน้าก็ยิ่งร้อนผ่าวด้วยความเขินอาย: “ก็ใช่น่ะสิ! ช่างเถอะ ขี้เกียจคุยกับคุณแล้ว ฉันกลับล่ะ!”
หลินตงไหลคาดไม่ถึงว่าเธอจะบทจะไปก็ไปดื้อๆ จึงรีบลุกขึ้นคว้ามือเธอไว้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาออกแรงมากไป หรือซูหยาเองก็ไม่อยากไปกันแน่
ร่างระหงจึงเซถลาเข้ามาสู่อ้อมกอดของเขา ความหอมละมุนและสัมผัสนุ่มนิ่มปะทะเข้ากับอกแกร่งเต็มรัก
ซูหยารู้สึกวิงเวียนคล้ายจะเป็นลม รู้สึกเหมือนถูกโอบล้อมด้วยอ้อมกอดที่อบอุ่นและคุ้นเคย ร่างกายพลันอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรง
หลินตงไหลเมื่อได้สัมผัสความนุ่มนิ่มและกลิ่นกายหอมกรุ่น ก็เผลอไผลโอบกอดเธอไว้แน่นโดยสัญชาตญาณ
ซูหยาได้สติ คอแดงระเรื่อไปหมด รีบผลักอกหลินตงไหลออกแล้วด่าว่า: “ไอ้คนฉวยโอกาส! คุณคิดจะทำอะไรอีก!”
“เปล่าครับ คุณเข้าใจผิดแล้ว” หลินตงไหลยิ้มขื่น: “ผมแค่มีเรื่องจะเตือนคุณ!”
“เหอะ! ผีสิถึงจะเชื่อคุณ” ซูหยาทำเสียงขึ้นจมูก “งั้นว่ามา เรื่องอะไร?”
“ระวังติงย่าวไว้!” หลินตงไหลพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม เขาสัมผัสได้ว่าทัศนคติของซูหยาที่มีต่อเขาเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
เมื่อก่อนคือความเย็นชาแบบนักธุรกิจคุยกัน แต่ตอนนี้ดูมีความเป็นมนุษย์ มีความรู้สึกเหมือนเพื่อน... หรือมากกว่านั้น ทั้งที่หลังจากเกิดเรื่องคืนนั้น เธอควรจะเกลียดเขาเข้าไส้ แต่กลับกลายเป็นห่วงเป็นใยเขาซะอย่างนั้น
“คุณพูดบ้าอะไร ให้ฉันระวังติงย่าวเนี่ยนะ รู้ไหมว่าเขาเป็นใคร?” ซูหยาพูดไม่ออก
ถ้าไม่มีติงย่าวชุบเลี้ยง เธอคงตายไปนานแล้ว นี่เขาคงแค่อยากหาข้อแก้ตัวที่ฉวยโอกาสกอดเธอเมื่อกี้แน่ๆ แต่ข้ออ้างนี้มันฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด
“ผมรู้... พ่อบุญธรรมของคุณไง แต่คุณต้องระวังเขาไว้ให้ดี ระวังแค่ในใจ ห้ามไปพูดให้ใครฟังเด็ดขาด โดยเฉพาะคนในตระกูลติง” หลินตงไหลกำชับซ้ำ
“ไม่รู้เรื่องเลยว่าคุณพูดถึงอะไร” ซูหยาส่ายหน้า แต่ก็ไม่ได้ปัดตกคำพูดของเขาไปซะทีเดียว เพราะคำเตือนของเขาครั้งก่อน... มันเกิดขึ้นจริง
“วันหน้าคุณจะเข้าใจเอง” หลินตงไหลยืนยันหนักแน่น
ความจริงจังของหลินตงไหลอาจจะส่งไปถึงใจเธอ ซูหยาพยักหน้าอย่างจนใจ: “ก็ได้ ฉันจะจำใส่ใจไว้ ฉันต้องไปแล้ว!”
“โอเคครับ”
หลินตงไหลเดินไปส่งเธอ
ขณะขับรถกลับ คำพูดทุกคำของหลินตงไหลวนเวียนอยู่ในหัวของซูหยา ท่าทางเขาดูจริงใจมาก... เขาหวังดีกับเธอจริงๆ หรือแค่ต้องการเสี้ยมให้เธอกับพ่อบุญธรรมแตกคอกัน?
หวังว่าเขาจะหวังดีจริงๆ นะ... แต่จากการได้สัมผัสในช่วงเวลาสั้นๆ ผู้ชายคนนี้เก่งกาจและลึกลับเกินไป เธอเดาใจเขาไม่ออกเลยจริงๆ
.....
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น
โทรศัพท์ของหลินตงไหลดังขึ้น เป็นอู๋ฟู่กุ้ยที่โทรมาถามความคืบหน้าเรื่องสัญญา พูดง่ายๆ คือกลัวเขาเบี้ยวสัญญาแล้วเปลี่ยนใจนั่นแหละ
แม้เรื่อง ‘หญ้าตี้เย่’ จะหาได้ยากจนถือเป็นอุบัติเหตุเหนือความคาดหมาย แต่หลินตงไหลก็ไม่ได้มีความคิดจะยกเลิกข้อตกลงเมื่อวาน เขาสั่งให้คนเตรียมเอกสารสัญญาและตราประทับให้พร้อมสรรพ
ขณะที่กำลังจะออกจากบ้าน โจวซินอี๋ก็โทรเข้ามา บอกว่าอยากเจอเขา มีเรื่องอยากคุยด้วย
หลินตงไหลช่วงนี้คิวทอง ธุระรัดตัว วันนี้ก็มีนัดสำคัญ จึงตอบไปว่า: “วันนี้ผมมีธุระ คงไม่สะดวกครับ”
คำตอบนี้ทำเอาโจวซินอี๋ห่อเหี่ยวไปเลย เธอเริ่มสงสัยในเสน่ห์ของตัวเอง ไม่อย่างนั้นทำไมคราวก่อนถึงขั้นนั้นแล้ว หลินตงไหลยังไม่ยอมทำอะไรเธอ
แถมปกติก็ทำท่าทีไม่สนใจไยดี ถามคำตอบคำ
เมียก็ไม่มีสักหน่อย ทำเป็นเล่นตัวไปได้! หรือว่าฉันยังสวยไม่พอให้คุณสนใจฮะ?
ฮึ! หลงตัวเองชะมัด!
คอยดูเถอะ ถ้าไม่รีบคว้าฉันไว้ ระวังจะหาเมียดีๆ แบบฉันไม่ได้อีก!
“ซินอี๋?” หลินตงไหลเห็นปลายสายเงียบไป จึงเอ่ยเรียก
“เรียกทำไมคะ ในเมื่อคุณไม่มีเวลาว่างให้ฉัน?” เสียงงอนตุ๊บป่องลอยมาตามสาย
“วันนี้ผมมีธุระจริงๆ ครับ” หลินตงไหลยิ้มขื่น
“ก็ได้ค่ะ... จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ช่วงนี้มีเรื่องกลุ้มใจนิดหน่อย อยากจะหาคนคุยด้วย”
“เรื่องกลุ้มใจอะไรครับ คุยในโทรศัพท์ไม่สะดวกเหรอ?” หลินตงไหลถามพลางเดินออกจากห้อง
“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะ เรื่องงานน่ะ คือบริษัทที่ฉันทำอยู่มันกำลังจะถูกยุบน่ะสิ คงต้องไปหางานใหม่ เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่อีกแล้ว เฮ้อ...” โจวซินอี๋บ่นอุบ
“เดี๋ยวนะ... คุณทำงานที่ไหนเหรอ?” หลินตงไหลถามด้วยความแปลกใจ เขาแค่รู้ว่าบ้านเธอฐานะดี แต่ไม่รู้ว่าเธอทำงานที่ไหน
“บริษัทเครื่องสำอางโยวเหม่ยไงคะ ทำไมเหรอ คุณรู้จักเหรอ?”
“เปล่าครับ แค่ถามดูเฉยๆ” หลินตงไหลยิ้มมุมปาก “จริงๆ แล้วผมว่า... คุณลองนอนหลับสักตื่น พรุ่งนี้บริษัทอาจจะสถานการณ์ดีขึ้นก็ได้นะ”
“จะเป็นไปได้ยังไงคะ เถ้าแก่อู๋บอกเองว่าบริษัทจะยุบแล้ว ตอนนี้แกกำลังวิ่งเต้นหาเงินมาจ่ายเงินเดือนพวกเราอยู่ จริงๆ ฉันไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินหรอก แต่ผูกพันกับเพื่อนร่วมงานน่ะสิ”
“อะไรก็ไม่แน่หรอก... คุณลืมไปแล้วเหรอว่าผมดูดวงเป็นนะ” หลินตงไหลแกล้งเย้า
“แหม... ไปไกลๆ เลยค่ะ ฉันรู้นะว่าคุณน่ะหมอดูคู่หมอเดา หลอกลวงทั้งเพ” โจวซินอี๋หัวเราะคิกคัก “แต่ฟังคุณพูดแบบนี้แล้วก็สบายใจขึ้นหน่อย”
เห็นได้ชัดว่าเธอไม่เชื่อคำพูดของหลินตงไหลเลยสักนิด และไม่มีทางรู้เลยว่าบริษัทที่เธอกำลังกังวลว่าจะเจ๊งนั้น จะเป็นไปตามปากวาจาสิทธิ์ของเขาจริงๆ... มันจะไม่เจ๊ง หนำซ้ำยังจะรุ่งโรจน์จนกลายเป็นอาณาจักรธุรกิจที่น่าสะพรึงกลัวในอนาคตอันใกล้นี้!
จบบท