- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 24 หน้าแหกเร็วกว่าที่คิด
บทที่ 24 หน้าแหกเร็วกว่าที่คิด
บทที่ 24 หน้าแหกเร็วกว่าที่คิด
“หม่าหรงหรง?”
ท่ามกลางกลุ่มคน เฉาหยางจำหม่าหรงหรงได้ทันที พูดกันตามตรง เมื่อก่อนหม่าหรงหรงก็ถือว่าเป็นสาวสวยที่คนให้ความสนใจไม่น้อย
หม่าหรงหรงหันมามอง กวาดสายตาไปรอบๆ แม้จะจำหน้าเพื่อนเก่าไม่ค่อยได้ แต่สายตาของเธอกลับไปสะดุดอยู่ที่หลินตงไหล คิ้วเรียวขมวดมุ่นทันที
“ทำไมถึงเป็นนายอีกแล้ว! ฉันบอกแล้วไงว่าต่อให้มาคุกเข่าขอร้อง ฉันก็ไม่มีวันกลับไปคืนดีกับนาย! ทำไมนายถึงยังตามเป็นวิญญาณอาฆาตไม่เลิกราแบบนี้!”
เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ ต่างพากันอึ้ง
เฉาหยางกระตุกยิ้มชั่วร้าย แกล้งถามขึ้นเสียงดัง “อ้าว ตงไหล... นั่นหม่าหรงหรงเมียนายไม่ใช่เหรอ? ไหงไปเดินควงกับผู้ชายคนอื่นแบบนั้นล่ะ?”
สีหน้าของหลินตงไหลขรึมลง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้เอ่ยปาก หม่าหรงหรงก็รีบชิงปฏิเสธเสียงแข็งเพื่อตัดสัมพันธ์
“ใครเป็นเมียเขา! ฉันกับเขาหย่ากันไปตั้งนานแล้วย่ะ!”
“ใช่ครับ! ผมกับหรงหรงเราใจตรงกัน คบหาดูใจกันมาได้หลายเดือนแล้ว ผมเลยขอให้หรงหรงไปหย่ากับเขาให้เรียบร้อย” หม่าต้าเซียงรีบรับลูกทันที แถมประโยคนี้ยังแฝงนัยสำคัญไว้เพียบ
ทุกคนในที่นั้นเข้าใจความหมายทันที สายตาที่มองไปยังหลินตงไหลจึงเปลี่ยนเป็นความเวทนาสงสาร
โดนสวมเขามาตั้งนานแล้วสินะ... น่าสงสารจริงๆ
หม่าหรงหรงเองก็เริ่มรู้สึกกระอักกระอ่วนกับสายตาคนรอบข้าง จึงรีบดึงแขนหม่าต้าเซียงเดินหนีไป
เฉาหยางยิ้มกระหยิ่ม ภูมิใจในผลงานการปั่นหัวคนของตัวเอง “เฮ้อ... คนเราก็แบบนี้แหละ ไม่มีเงินแม้แต่เมียก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ ต้องปล่อยให้คนอื่นเอาไปเชยชม... พวกเราจำไว้เป็นบทเรียนนะ ต่อให้ไม่มีอะไร ก็ห้ามไม่มีเงินเด็ดขาด!”
ซ่งเถี่ยโกรธจนเลือดขึ้นหน้า ทำท่าจะพุ่งเข้าไปเอาเรื่อง แต่หลินตงไหลคว้าแขนรั้งไว้ แล้วพากันเดินเข้าไปในห้อง
“ตงไหล นายไม่เป็นไรนะ?” ซ่งเถี่ยถามเสียงเบาด้วยความเป็นห่วง
“ฉันไม่เป็นไร... นายต่างหาก ช่วงนี้เป็นยังไงบ้าง?” หลินตงไหลถามกลับด้วยน้ำเสียงห่วงใย ศักดิ์ศรีที่เสียไป เขาจะทวงคืนมาแน่นอน แต่ตอนนี้เขาเป็นห่วงเพื่อนมากกว่า
“ขาเป็นแบบนี้ จะไปทำอะไรได้...” ซ่งเถี่ยยิ้มขมขื่น แววตาฉายความเจ็บปวดและความลำบากที่ต้องเผชิญ
“ไม่เป็นไรนะ... เดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง” หลินตงไหลเห็นสภาพเพื่อนแล้วรู้สึกจุกในอก
“ดีขึ้น? จะเอาอะไรมาดีขึ้น? ด้วยขาเป๋ๆ นั่น หรือด้วยเขาเขียวๆ บนหัวนาย?”
เสียงเยาะเย้ยของเฉาหยางดังแทรกเข้ามาอีกครั้ง
“เฉาหยาง! นายจะมากเกินไปแล้วนะ!” โจวซินอี๋ทนไม่ไหว ลุกขึ้นตวาด
เฉาหยางยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ “โธ่... ซินอี๋ อย่าโทษผมสิ ผมก็แค่พูดความจริง ทุกคนว่าจริงไหมครับ?”
คนที่มางานนี้ส่วนใหญ่รู้ซึ้งถึงอิทธิพลของเฉาหยางดี และที่สำคัญ พวกเขาหลายคนเอาเงินไปลงกับบริษัทลงทุนตามคำแนะนำของเฉาหยางและได้กำไรกันถ้วนหน้า จึงไม่มีใครกล้าขัดใจ
“ใช่ๆ... ดาวคณะใจเย็นๆ พี่หยางก็แค่พูดตรงไปหน่อย แต่ก็เรื่องจริงทั้งนั้น โทษใครไม่ได้หรอก นอกจากโทษตัวเองที่ไม่เอาถ่าน”
“นั่นสิ ผู้ชายถ้าไม่มีปัญญาดูแลเมีย จะไปโทษใครได้”
“จริงด้วย ตงไหล... ไม่ใช่ว่าอยากจะซ้ำเติมนะ แต่นายปล่อยให้เมียหนีไปมีชู้ได้ยังไง แย่จริงๆ” ‘เซี่ยเจวี๋ย’ ลูกสมุนคนสนิทของเฉาหยางรีบผสมโรง
แววตาของหลินตงไหลเย็นยะเยือก เขาแค่นหัวเราะ “อย่างน้อยก็ยังดีกว่าคนบางคน ที่ติดหนี้กู้เงินนอกระบบหัวโต ต้องหนีเจ้าหนี้หัวซุกหัวซุนทุกวันล่ะมั้ง?”
เซี่ยเจวี๋ยสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสี “แก... แกอย่ามามั่ว! ฉันไปติดหนี้นอกระบบตอนไหน!”
“ติดหรือไม่ติด รู้อยู่แก่ใจ” หลินตงไหลตอบเรียบๆ ไม่น่าเชื่อว่าแม้แต่ลูกกระจ๊อกปลายแถวแบบนี้ พลังวิเศษก็ยังอุตส่าห์แจ้งเตือนมาให้ เปลืองทรัพยากรสมองจริงๆ
เซี่ยเจวี๋ยเริ่มลุกลี้ลุกลน เฉาหยางเห็นท่าไม่ดี รีบตวาด “หลินตงไหล! หุบปาก! เซี่ยเจวี๋ยเป็นลูกน้องฉัน ฉันรวยล้นฟ้าพร้อมจะใช้หนี้ให้มันทุกเมื่อ มันจะไปกู้เงินนอกระบบทำไม! แกนั่นแหละที่พวกเราเห็นกันเต็มตาว่าเมียทิ้งไปกับผู้ชายอื่น!”
เพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นๆ พากันพยักหน้าเห็นด้วย คิดว่าหลินตงไหลคงสติแตกเพราะความอับอายเลยพาลมั่วซั่ว
กัวเฉิงรีบไกล่เกลี่ย “เฉาหยาง พูดแรงไปหน่อยมั้ง ผัวเมียเลิกกันสมัยนี้เรื่องปกติ ตงไหลเขาไม่ถือสาหรอก”
“ใช่ กัวเฉิงพูดถูก ผู้หญิงบางคนเลิกไปได้ก็ดีแล้ว ถือว่าหมดเวรหมดกรรม” โจวซินอี๋ช่วยเสริม ปกป้องหลินตงไหลเต็มที่
“ซินอี๋... ดูพูดเข้าสิ เรื่องผัวเมีย...” เฉาหยางพยายามจะเถียงต่อ
แต่โจวซินอี๋ตัดบท “เลิกพูดเรื่องนี้เถอะ ฉันหิวแล้ว สั่งอาหารกันดีกว่า”
“นั่นสิๆ... โอ้โห! กุ้งมังกรออสเตรเลีย! เป๋าฮื้อยักษ์! มีแต่เมนูเด็ดๆ ทั้งนั้น งานนี้ต้องขอบคุณพี่หยางจริงๆ ถ้าไม่ใช่พี่หยางเลี้ยง พวกเราคงไม่มีบุญได้กินของดีแบบนี้” เพื่อนคนหนึ่งรีบเปลี่ยนเรื่อง ประจบเอาใจเฉาหยาง
“จริงด้วย มาๆ พวกเรา... ชูแก้วขึ้นมา ดื่มคารวะพี่หยางกันหน่อย!”
พอมีคนสรรเสริญเยินยอ เฉาหยางก็อารมณ์ดีขึ้นทันตา “ฮ่าๆ อาหารที่นี่แพงหูฉี่ก็จริง แต่สำหรับฉันแล้วเศษเงินแค่นี้จิ๊บจ๊อย! ทุกคนกินดื่มกันให้เต็มที่ ไม่ต้องเกรงใจ!”
“พี่หยางป๋าจริงๆ!”
“จริงสิ... ซ่งเถี่ย ได้ข่าวว่านายไม่มีวุฒิ แถมขายังเป๋แบบนี้ ต้องเกาะเมียกินไปวันๆ... เอาอย่างนี้ไหม ให้พี่หยางช่วยแนะนำงานให้ อย่างน้อยก็มีกินมีใช้ ไม่ต้องลำบากเมีย” เฉาหยางแสร้งทำเป็นหวังดี
ซ่งเถี่ยกำลังจะอ้าปากปฏิเสธ แต่เฉาหยางพูดต่อ “เรื่องเล็กน้อยน่า งานสบายเงินเดือนเจ็ดแปดพันหยวน... แต่คนเราน่ะ ต้องรู้จักสำนึกบุญคุณคนนะ”
ซ่งเถี่ยสีหน้าลำบากใจ เขาต้องการเงินจริงๆ ยิ่งเห็นภรรยาต้องลำบากทำงานหนักหาเลี้ยงเขา เขาก็ยิ่งเจ็บปวดใจ
การมาร่วมงานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้ ลึกๆ แล้วเขาก็หวังว่าจะมีช่องทางทำมาหากินบ้าง
“ซ่งเถี่ย! ได้ยินไหม? ยังไม่รีบขอบคุณพี่หยางอีก!” เซี่ยเจวี๋ยรีบเร่ง
“คนกันเองจะให้ขอร้องมันก็ดูห่างเหินไปหน่อย...” เฉาหยางยิ้มเหยียด “เอาเป็นว่า รองเท้าหนังของฉันมันเลอะนิดหน่อย ถ้านายยอมก้มลงมาเลียให้สะอาด... ฉันรับรองว่าพรุ่งนี้ได้เริ่มงานทันที!”
คำพูดดูถูกเหยียดหยามขั้นสุดนี้ทำเอาหลินตงไหลหน้ามืดด้วยความโกรธ เตรียมจะพุ่งเข้าไปซัดหน้ามันสักหมัด
แต่ซ่งเถี่ยคว้ามือเขาไว้แน่น ส่ายหน้ายิ้มขื่น “ช่างเถอะตงไหล!”
เขาโกรธจนตัวสั่น แต่เขาไม่อยากให้หลินตงไหลต้องมาเดือดร้อนเพราะเขา โดยเฉพาะเมื่ออีกฝ่ายคือเฉาหยางผู้ทรงอิทธิพล
พอเห็นซ่งเถี่ยไม่เล่นด้วย เซี่ยเจวี๋ยก็ส่ายหน้าเยาะเย้ย “น่าเสียดายโอกาส... ไม่ต้องพูดถึงเรื่องงานหรอก แค่เอาเงินไปลงกับโครงการลงทุนที่พี่หยางแนะนำ ก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว”
พอพูดถึงเรื่องนี้ เพื่อนคนหนึ่งก็ถามขึ้น “จริงสิพี่หยาง... เมื่อวานบ่ายผมลองถอนเงินจากแอปฯ ที่พี่แนะนำ แต่จนป่านนี้เงินยังไม่เข้าเลยครับ”
เฉาหยางชะงักไปนิดหนึ่ง ช่วงนี้เขายุ่งๆ เลยไม่ได้เข้าไปดู แต่ก็ตอบกลบเกลื่อน “จะรีบไปทำไม ระบบมันอาจจะรวนนิดหน่อยมั้ง”
“นั่นสิ บริษัทเขามีทรัพย์สินเป็นหมื่นล้าน ชื่อเสียงโด่งดังขนาดนั้น จะมาโกงเงินแค่เศษเงินของแกทำไม” เซี่ยเจวี๋ยเสริม
เพื่อนคนนั้นไม่กล้าถามต่อ คนอื่นๆ ที่ได้ยินก็ลองกดถอนดูบ้าง ปรากฏว่าถอนไม่ได้เหมือนกัน เริ่มมีเสียงกระซิบกระซาบ “เฮ้ย... บริษัทคงไม่เจ๊งแล้วเชิดเงินหนีหรอกนะ?”
ความจริงพวกเขาก็เริ่มหวั่นใจ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าขนาดเฉาหยางยังลงเงินไปตั้งยี่สิบล้าน คนเส้นใหญ่อย่างเขาคงไม่พลาดง่ายๆ หรอกมั้ง
“เป็นไปไม่ได้! พวกนายวางใจได้เลย เงินแค่ขี้ปะติ๋วแค่นั้น... ถ้ามันหายไปจริงๆ เดี๋ยวฉันชดใช้ให้เองทุกบาททุกสตางค์!”
เฉาหยางประกาศกร้าวด้วยความมั่นใจ
พอได้คำยืนยันจากปากเศรษฐี ทุกคนก็โล่งอก
หลินตงไหลปรบมือแปะๆ แล้วพูดเสียงดัง “ทุกคนจำคำพูดนี้ไว้ให้ดีนะ ถ้าเกิดมีปัญหาขึ้นมาจริงๆ อย่าลืมไปทวงเงินกับเฉาหยางล่ะ”
เฉาหยางหน้าตึง หันมาจ้องหน้าเขม็ง “ฮึ! ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ฉันไม่เบี้ยวหนี้หรอกเว้ย... แต่น่าเสียดาย ที่เรื่องแบบนั้นไม่มีวันเกิดขึ้น!”
อนิจจา... กรรมตามสนองเร็วยิ่งกว่าจรวด!
สิ้นเสียงเฉาหยางไม่ทันขาดคำ เพื่อนคนหนึ่งก็ตะโกนลั่นด้วยความตกใจ “เฮ้ย! ทุกคนรีบเปิดแอปฯ ดูเร็ว! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
ทุกคนสะดุ้ง รีบหยิบมือถือขึ้นมาเปิดดู หน้าจอแอปฯ ขึ้นประกาศตัวเบ้อเริ่มเทิ่มว่า ‘บริษัทถูกตรวจสอบฐานฉ้อโกงประชาชน ผู้บริหารหอบเงินหนีไปต่างประเทศแล้ว ตำรวจกำลังเร่งติดตามจับกุม’
พอเช็คข่าวในเน็ต ก็ยืนยันตรงกันเป๊ะ!
วินาทีนั้น ทุกสายตาในห้องหันขวับไปจ้องเฉาหยางเป็นตาเดียว ด้วยความตื่นตระหนกและโกรธแค้น!
จบบท