- หน้าแรก
- ระบบคลั่ง คนพลังเทพ
- บทที่ 15 เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้จะตื่นตูมไปทำไม
บทที่ 15 เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้จะตื่นตูมไปทำไม
บทที่ 15 เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้จะตื่นตูมไปทำไม
หลินตงไหลหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก ได้แต่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน พยักหน้าทักทายสองสาวพอเป็นพิธีแล้วเดินผ่านไป
ทว่าท่าทางเขินอายหน้าแดงก่ำของหลินเข่อเหรินที่ดูบริสุทธิ์ราวกับนางฟ้านั้น ช่างเย้ายวนใจจนน่าหลงใหลจริงๆ
หลินเข่อเหรินมองตามแผ่นหลังของชายหนุ่มไป ในใจรู้สึกน้อยใจเล็กๆ ที่เขาดูเหมือนไม่อยากจะมองหน้าเธอเลยสักนิด ทั้งที่เธออายแทบตาย
...
เมื่อกลับมาถึงห้องพักฟื้น เห็นอาการของพ่อดีขึ้นวันต่อวัน สีหน้าของแม่ก็สดใสขึ้นมาก หลินตงไหลก็อารมณ์ดีขึ้นเป็นกอง
คุยสัพเพเหระกันได้ไม่นาน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็เดินเข้ามาพร้อมกับหลินเข่อเหริน ที่แท้ผู้อำนวยการรอจังหวะที่หลินตงไหลมาถึง แล้วรีบพาหลินเข่อเหรินเข้ามาทักทายทันที
“ท่านผู้อำนวยการ! มาเยี่ยมหรือคะ?” แม่หลินรีบลุกขึ้นต้อนรับ
“นั่งเถอะครับๆ ไม่ต้องลำบากลุกขึ้นมา ผมแค่แวะมาดูอาการเฉยๆ” ผู้อำนวยการยิ้มแย้มอย่างเป็นกันเอง
หลินเข่อเหรินมีท่าทีเกร็งๆ เล็กน้อย เอ่ยทักทายอย่างสุภาพ “สวัสดีค่ะคุณหลิน!”
“เรียกคุณหลงคุณหลินอะไรกัน ดูห่างเหินเปล่าๆ เรียกชื่อไปเลยลูก” แม่หลินรีบชงลูกชายเต็มที่ หันไปถาม “จริงไหมตงไหล?”
“ครับๆ แม่พูดถูกครับ”
“งั้น... เรียกว่าพี่หลินแล้วกันค่ะ” หลินเข่อเหรินรวบรวมความกล้าเอ่ยปาก
“ได้สิ” หลินตงไหลยิ้ม “เข่อเหริน ช่วงที่ผ่านมาต้องขอบคุณเธอมากนะที่ช่วยดูแลพ่อแม่ฉัน”
“ไม่หรอกค่ะ ฉันต่างหากที่ต้องขอบคุณพี่! ถ้าไม่ได้พี่ช่วยไว้ ป่านนี้ฉันจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ คงไม่ได้เลื่อนขั้นเป็นหัวหน้าพยาบาลหรอกค่ะ” หลินเข่อเหรินพูดไปตามความรู้สึก
แต่คนฟังอย่างผู้อำนวยการกลับรู้สึกหน้าชานิดๆ รีบแทรกขึ้นมาว่า “คุณหลินครับ วันนี้ที่ผมมาก็ตั้งใจจะมาขอโทษเรื่องนี้ด้วยครับ เป็นความผิดพลาดในการบริหารจัดการของทางโรงพยาบาลเองที่ทำให้คุณและคุณเข่อเหรินต้องเดือดร้อน”
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ติดใจอะไร ขอแค่เข่อเหรินไม่เป็นไรก็พอ”
“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันไม่เป็นไรแล้วจริงๆ” หลินเข่อเหรินรีบตอบ ก็ผู้อำนวยการเล่นจัดการไล่ยัยป้าหัวหน้าเก่าออกไปแล้ว แถมยังเลื่อนตำแหน่งให้เธออีก จะมีปัญหาได้ยังไง
“งั้นก็ดีครับ... ว่าแต่ท่านผู้อำนวยการมีธุระอะไรอีกไหมครับ?” หลินตงไหลเห็นผู้อำนวยการยังยืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่ ไม่ยอมกลับสักที จึงเอ่ยปากถามเชิงไล่กลายๆ
คำถามนี้ทำเอาผู้อำนวยการสะอึกในใจ ด้วยฐานะอย่างเขา ปกติไปไหนมาไหนมีแต่คนพินอบพิเทาเอาใจ แต่นี่ไอ้หนุ่มนี่กลับกล้าไล่เขาทางอ้อม ช่างอวดดีเหลือเกิน
“พี่หลิน!”
ทันใดนั้น หวังยงก็โผล่หน้าเข้ามา พร้อมหิ้วของฝากพะรุงพะรัง ใบหน้าประดับรอยยิ้มประจบเอาใจ
“มาทำไม?” หลินตงไหลถามห้วนๆ
“อ้าว... ก็ตั้งใจมาเยี่ยมคุณลุงไงครับ อาการคุณลุงดีขึ้นมากแล้วใช่ไหมครับ?” หวังยงกุลีกุจอวางของ ดูนอบน้อมกับหลินตงไหลสุดๆ
ในทางกลับกัน หลินตงไหลกลับมีท่าทีนิ่งเฉย ราวกับกำลังคุยกับลูกสมุนปลายแถว
ภาพเหตุการณ์นี้ทำเอาผู้อำนวยการโรงพยาบาลถึงกับกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อกี้ตูคิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย! โชคดีที่ยังไม่ทันได้แสดงอาการไม่พอใจออกไป
ตอนแรกเขาคิดว่าหวังชินแค่เกรงใจหลินตงไหลที่ช่วยชีวิตไว้ แต่ดูจากท่าทางเคารพยำเกรงราวกับบ่าวไพร่ของหวังยงแล้ว... นี่มันไม่ใช่แค่การตอบแทนบุญคุณธรรมดา แต่มันคือการยอมสยบต่อบารมี!
คนที่สามารถกดหัวทายาทตระกูลเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองได้ขนาดนี้... ต้องเป็นบุคคลระดับไหนกัน? เขาจะไปกล้าหือได้ยังไง!
ผู้อำนวยการรู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนเกิน จึงรีบหาข้ออ้างขอตัวกลับไปอย่างรวดเร็ว
หลินเข่อเหรินเองก็จะขอตัวไปทำงานต่อ แต่ก่อนไปเธอก็รวบรวมความกล้าถามขึ้นว่า “พี่หลินคะ เย็นนี้ว่างไหมคะ? ฉันอยากจะขอเลี้ยงข้าวพี่สักมื้อ เป็นการขอบคุณที่พี่ช่วยฉันไว้”
หลินตงไหลกำลังจะบอกว่าไม่ว่าง แต่แม่ของเขาชิงตอบสวนขึ้นมาทันที “ว่างจ้ะ! แน่นอนว่าต้องว่าง! ไอ้ลูกชายตัวดีของแม่ตอนเย็นไม่มีธุระอะไรหรอก... จริงไหมตงไหล?”
“ครับ... ว่างครับ” หลินตงไหลได้แต่รับคำอย่างจำยอม
“งั้นตอนเย็นเจอกันนะคะ” หลินเข่อเหรินยิ้มหวานเดินจากไป หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรงด้วยความดีใจ
หวังยงมาที่นี่จุดประสงค์หลักคือกระชับความสัมพันธ์ และอีกเรื่องคือต้องการเตือนเรื่องเหลียงปั๋วเหวิน
แต่พอบอกว่าเหลียงปั๋วเหวินอาจจะหาเรื่อง หลินตงไหลกลับแค่นเสียง “มันลงมือไปแล้ว!”
“อะไรนะ!”
หวังยงตกใจ แม้จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไร แต่ก็อดโมโหไม่ได้ “มันจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว พี่หลินครับ ให้ผมบอกลุงให้จัดการสั่งสอนมันหน่อยไหมครับ?”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาไม่มีทางพูดแบบนี้ แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น เขาเป็นคนพาเหลียงปั๋วเหวินมาแนะนำให้รู้จักกับหลินตงไหลเอง ถือว่าเขามีส่วนนำความเดือดร้อนมาให้
“ไม่ต้อง ปล่อยให้มันทำไป ยิ่งมันดิ้นรนหาที่ตายมากเท่าไหร่ จุดจบมันก็จะยิ่งน่าสมเพชมากเท่านั้น” หลินตงไหลตอบอย่างไม่ยี่หระ “เอาเป็นว่าเรื่องนี้แกไม่ต้องเข้ามายุ่ง”
“รับทราบครับ!”
หวังยงพยักหน้า นั่งคุยต่ออีกสักพักก็ขอตัวกลับ พอคิดถึงเหลียงปั๋วเหวิน เขาก็ได้แต่ส่ายหน้าเสียดายอนาคตของเพื่อน เดิมทีมีอนาคตไกลแท้ๆ ดันรนหาที่ตายเอง
เพราะหลินตงไหลกำชับไว้ เขาจึงไม่อยากยุ่ง แต่พอนึกถึงมิตรภาพเก่าๆ เขาก็อดไม่ได้ที่จะโทรเตือนสติเพื่อนเป็นครั้งสุดท้าย
“คุณชายเหลียง... นายไปทำอะไรพี่หลินหรือเปล่า?” หวังยงถามตรงๆ
“ทำอะไร? ฉันจะไปทำอะไรมันได้?” เหลียงปั๋วเหวินปฏิเสธเสียงสูง
“หวังว่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แต่ฉันขอเตือนนายด้วยความหวังดี... พี่หลินเขาโกรธแล้ว และผลที่ตามมามันร้ายแรงมาก” หวังยงเตือนด้วยความจริงใจ
“เหอะ! มันเป็นใครวะ ฉันเป็นถึงลูกชายเลขาธิการพรรคประจำเมือง จะต้องไปกลัวมันทำไม!”
เหลียงปั๋วเหวินตัดสายทิ้งทันที จากนั้นก็โทรหา ‘ผู้จัดการเฉา’ สั่งให้เร่งมือปลุกระดมการประท้วง โดยเน้นให้ไปปิดถนนในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนตอนเย็นให้ได้
ฟังจากน้ำเสียง หวังยงก็รู้แล้วว่าเพื่อนตัวดีลงมือทำอะไรโง่ๆ ไปแล้วแน่ๆ ได้แต่ถอนหายใจ เหลียงปั๋วเหวิน... นายจบเห่แน่แล้ว
แม้เขาจะไม่รู้ว่าหลินตงไหลจะใช้วิธีไหนจัดการ แต่ดูจากความมั่นใจที่รู้แจ้งเห็นจริงทุกอย่าง ในขณะที่เหลียงปั๋วเหวินไม่รู้อะไรเลย... ผลแพ้ชนะมันเห็นกันอยู่ทนโท่
...
เวลาล่วงเลยไปจนเกือบหกโมงเย็น หลินเข่อเหรินโทรบอกแม่ว่าจะไม่กลับไปกินข้าวเย็นที่บ้าน แต่เธอกลับได้ยินเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากปลายสาย
พอถามดูถึงได้รู้ว่า แม่ของเธอกำลังไปร่วมม็อบเรียกร้องขอคืนเงินค่าจองบ้าน เพราะโครงการที่ซื้อไว้ทำเลแย่มาก ทางโครงการเคยสัญญาว่าจะย้ายบ่อขยะออกไป แต่จนป่านนี้ก็ยังอยู่ที่เดิม
แต่การรวมตัวประท้วงเรียกร้องสิทธิ์คงไม่น่ามีอันตรายร้ายแรงอะไร เธอจึงแค่กำชับแม่ให้ระวังตัว แล้วเตรียมตัวเลิกงานไปหาหลินตงไหล
ทางด้านหลินตงไหลที่กำลังนั่งรออยู่ในห้องผู้ป่วย จู่ๆ โทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เขาลุกออกไปรับสาย
“ท่านประธานหลิน! แย่แล้วครับ! เกิดเรื่องใหญ่แล้ว!”
น้ำเสียงของผู้จัดการใหญ่เชี่ยเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก เขาอุตส่าห์พยายามประคับประคองสถานการณ์ไว้แท้ๆ
แต่ไม่รู้ทำไม จู่ๆ บรรดาเจ้าของห้องชุดถึงได้ข่าวลือว่าบริษัทกำลังจะเจ๊ง เจ้าของคนเก่าหนีหนี้ เจ้าของคนใหม่เป็นแค่แพะรับบาป ทำให้เกิดการรวมตัวกันประท้วงปิดล้อมโครงการ เรียกร้องขอคืนเงินกันจ้าละหวั่น
ตอนนี้บริษัทถังแตกสุดๆ เงินก้อนสุดท้ายก็เอามาจ่ายเงินเดือนพนักงานที่ลาออกไปหมดแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปคืนลูกค้า
“เกิดอะไรขึ้น ค่อยๆ พูด” หลินตงไหลถามเสียงเรียบ ไม่มีความตื่นเต้นแม้แต่น้อย
“ลูกบ้านโครงการ ‘ลวี่เฉิง’ ไม่รู้ไปฟังข่าวลือมาจากไหน บอกว่าบริษัทเราจะล้มละลาย เถ้าแก่เก่าหนีหนี้ ตอนนี้เลยมาปิดล้อมโครงการเรียกร้องให้คืนเงินกันหมดแล้วครับ!”
พอฟังจบ หลินตงไหลก็รู้ทันทีว่ามีคนบงการอยู่เบื้องหลัง เขาตอบกลับไปนิ่งๆ
“เรื่องขี้ปะติ๋วแค่นี้จะตื่นตูมไปทำไม!”
ผู้จัดการใหญ่เชี่ยอ้าปากค้าง นี่นะเรื่องขี้ปะติ๋ว?
คนแห่มาปิดล้อมโครงการจนการจราจรเป็นอัมพาต อีกเดี๋ยวตำรวจและเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องแห่กันมา ถ้าเกิดเหตุรุนแรงขึ้นมา บริษัทอาจจะโดนสั่งปิดหรือยึดทรัพย์ได้เลยนะ!
ท่านประธานหลินคงจะยังหนุ่มแน่นเกินไปจริงๆ ถึงไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันคอขาดบาดตายขนาดไหน
จบบท