เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก

บทที่ 1 อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก

บทที่ 1 อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก


"เซ็นซะ แล้วอย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!"

ทันทีที่เจียงหว่านลืมตาตื่นขึ้นมาในชีวิตใหม่ ใบหย่าแผ่นหนึ่งก็ถูกปาใส่หน้าเธออย่างจัง

ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกว่า 190 เซนติเมตรที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าคือ 'จ้านเย่' ผู้ชายที่เธอเคยตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นในชาติที่แล้ว

ในชาติก่อน เธอหลงใหลในรูปโฉมของ 'ไอ้หมาจ้าน' จนโงหัวไม่ขึ้น แม้จะถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าคบชู้สู่ชายในวันแต่งงาน เธอก็ยังดันทุรังที่จะอยู่ในตระกูลจ้านต่อไปเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง

แต่ใครจะคาดคิดว่าตัวร้ายที่ใส่ร้ายเธอเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงของพวกมันคือการโค่นล้มตระกูลจ้านให้พินาศ

เธอพยายามอธิบายซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กลับไม่มีใครเชื่อ

ท้ายที่สุด การตายอย่างน่าเวทนาของจ้านเย่ก็พลอยทำให้เธอติดร่างแหไปด้วย เธอต้องจบชีวิตลงอย่างอยุติธรรมในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ ความหนาวเหน็บของน้ำทะเลที่ทะลักเข้าสู่ร่างกายอันบอบบาง และความโดดเดี่ยวอ้างว้างก่อนลมหายใจสุดท้าย ยังคงชัดเจนราวกับกรงเล็บปีศาจที่บีบรัดลำคอ

"พอที... พอกันที คำพูดดีๆ คงฉุดผีที่จะไปลงนรกไม่ได้! ในเมื่อจ้านเย่ไม่ได้รักฉัน ฉันก็จะไม่ดันทุรังอยู่ทรมานกันไปมาอีก"

เจียงหว่านตัวสั่นเทา ก่อนจะตัดสินใจหยิบปากกาบนโต๊ะขึ้นมาอย่างเด็ดขาด

ท่าทีที่ให้ความร่วมมืออย่างผิดปกติของเธอทำให้จ้านเย่ถึงกับชะงัก เขาคาดการณ์ไว้ว่าคงต้องเปลืองแรงมากกว่านี้

ทว่า ในขณะที่ริมฝีปากแดงระเรื่อของเธอยังคงปิดสนิท สุ้มเสียงแห่งความโล่งใจกลับดังลอดเข้ามาในโสตประสาทของเขา—

'หย่าตอนนี้อย่างน้อยก็ได้เงินชดเชยก้อนโตไปเสวยสุข แต่ไอ้หมาจ้านนี่สิต้องซวยหนัก!'

'เดือนหน้าตระกูลจ้านจะล้มละลาย ถึงตอนที่ต้องไปนอนข้างถนน เขาคงไม่มีเงินซื้อแม้แต่กางเกงในด้วยซ้ำ'

'อ้อ จริงสิ พูดถึงกางเกงใน เขาคงไม่รู้หรอกว่าคนที่ใส่ร้ายฉันคือเฉียวหรูไห่ ยัยนั่นเป็นพวกโรคจิตชอบขโมยกางเกงในเขาไม่ใช่เหรอ?'

'ถ้าฉันไม่บังเอิญไปเห็นยัยนั่นแอบซุกกองกางเกงในของจ้านเย่เอาไว้ ฉันคงไม่ถูกใส่ร้ายว่าคบชู้จนหมดหนทางแก้ตัวแบบนี้'

'เฮ้อ... สุดท้ายก็เป็นความผิดของไอ้หมาจ้านทั้งนั้นแหละ!'

เจียงหว่านจรดปลายปากกาเซ็นชื่อจนเสร็จ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองจ้านเย่ด้วยสายตาเคียดแค้น

เธอคิดว่าชายหนุ่มคงจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่กลับเห็นเขายืนจ้องเธอด้วยใบหน้าซีดเผือด

"เป็นอะไรไป? ฉันไม่ได้นอกใจก็คือไม่ได้นอกใจ ต่อให้คุณจ้องฉันจนตาทะลุก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้หรอก!"

เจียงหว่านจ้องตอบอย่างไม่ลดละ

เธอคิดในใจว่าจ้านเย่มีอคติกับเธอ ต่อให้อธิบายไปมากแค่ไหนก็ไร้ประโยชน์

ดังนั้น... "แต่ในเมื่อคุณอยากหย่า ฉันก็จะไม่รั้งคุณไว้! นี่... ฉันเซ็นข้อตกลงให้แล้ว คุณเองก็รีบโอนค่าชดเชยเข้าบัญชีฉันให้ไวด้วยล่ะ!"

"เครือจ้านหลางกำลังจะแย่ ถ้าฉันไม่รีบกอบโกยตอนนี้ เดี๋ยวจะไม่เหลือสักแดงเดียว"

มือของจ้านเย่ที่กำลังรับเอกสารชะงักกึก "..."

กำลังจะแย่?

ตลกสิ้นดี!

เครือจ้านหลางมีการบริหารจัดการที่เข้มงวด และผลประกอบการก็พุ่งทะยานขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่เขาเข้ามารับช่วงต่อ จะล้มละลายได้อย่างไร?

ส่วนผู้หญิงตายซากคนนี้ ขนาดกำลังจะหย่ากันยังแช่งชักหักกระดูกเขา จิตใจช่างอำมหิตนัก!

จ้านเย่คว้าปากกาขึ้นมาด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เตรียมจะยุติการแต่งงานอันไร้สาระนี้เสียที

แต่แล้ว จังหวะที่ปลายปากกากำลังจะแตะลงบนกระดาษ สายตาของเขากลับเหลือบไปเห็น 'เฉียวหรูไห่' ที่ยืนกำหมัดแน่นอยู่ข้างๆ อย่างไม่ตั้งใจ

คำพูดของเจียงหว่านเรื่องขโมยรากชั้นในผุดขึ้นมาในหัวของเขาอีกครั้ง

ส่งผลให้มือของเขาหยุดชะงัก และปลายปากกาก็ทำหมึกหยดใส่กระดาษจนเลอะเทอะ

"ไปพิมพ์มาใหม่"

เขาโยนข้อตกลงลงถังขยะ พลางตวัดสายตาไปทางเฉียวหรูไห่

เขาสังเกตเห็นแววตาเสียดายวูบหนึ่งในดวงตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของหล่อน ก่อนที่มันจะกลับกลายเป็นความสงบนิ่งแบบมืออาชีพในฐานะแม่บ้าน "รับทราบค่ะ!"

'ชิ ทำตัวเหมือนคนปกติ ใครจะไปคิดว่ายัยนี่จะเป็นคนบ้าที่แอบนอนดมกองกางเกงในของไอ้หมาจ้านกลางดึกกันล่ะ?'

มุมปากของจ้านเย่กระตุกอย่างรุนแรง "..."

สายตาที่เขามองไปยังเจียงหว่านทวีความเย็นชายิ่งขึ้น

"เจียงหว่าน คุณบอกว่าคุณถูกใส่ร้าย?"

"ใช่!"

"ใครใส่ร้ายคุณ แล้วหลักฐานอยู่ที่ไหน?"

เจียงหว่าน: "..."

"ฉันก็บอกไปแล้วไม่ใช่หรือไง?"

'ฉันพูดจนปากจะฉีกถึงรูหู ก็ไม่มีใครเชื่อฉันสักคน!'

*'สองพ่อลูกตระกูลเฉียวหยั่งรากลึกในตระกูลจ้านมานาน ไอ้หมาจ้านเชื่อสนิทใจว่าลุงเฉียวที่มองเขาเติบโตมาไม่มีทางเลี้ยงลูกสาวให้กลายเป็นพวกโรคจิตแน่ๆ ดังนั้นต่อให้ฉันอธิบายแค่ไหน สุดท้ายก็จะกลายเป็นว่าฉันโมโหกลบเกลื่อนที่โดนจับได้ว่าคบชู้ แล้วพาลไปใส่ร้ายเฉียวหรูไห่...' *

"เฮ้อ!"

เจียงหว่านถอนหายใจยาว มองจ้านเย่ที่นั่งอยู่บนโซฟาด้วยแววตาซับซ้อน

ผู้ชายคนนี้มีใบหน้าที่ราวกับพระเจ้าบรรจงปั้นแต่ง แม้แต่ดาราชั้นนำในวงการบันเทิงยังต้องเอ่ยปากชมว่า "พี่ชาย หล่อวัวตายควายล้ม!"

'แต่นั่นมันแลกมาด้วยความฉลาดที่หายไป!!'

เจียงหว่านบ่นกระปอดกระแปดในใจ ความคับแค้นที่ไม่อาจแก้ตัวได้ในชาติที่แล้วยังคงอัดแน่นอยู่ในอก

แต่ท้ายที่สุด ในฐานะที่เคยเป็นสามีภรรยากัน เธอก็ยังใจอ่อน

เธอจึงย้ำคำแก้ต่างเดิมอีกครั้ง

"ตอนที่ฉันกำลังปลูกสมุนไพรในสวน เฉียวหรูไห่เดินมาบอกฉันว่าคุณลืมเอกสารสำคัญไว้ และกำชับให้ฉันเอาไปส่งที่โรงแรมคาดิซ ใครจะไปรู้ว่าพอไปถึง ฉันกลับไม่เจอคุณ แต่เจอฟู่เหยียนโจวในชุดคลุมอาบน้ำแทน?"

'ฟู่เหยียนโจวเป็นศัตรูคู่อาฆาตของไอ้หมาจ้าน เป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปขอให้เขาช่วยยืนยันความบริสุทธิ์'

'ในสวนก็เป็นจุดอับสายตาของกล้องวงจรปิด พอเฉียวหรูไห่ปฏิเสธ ฉันก็หมดหนทางพิสูจน์!'

'แต่ว่า มันมีเบาะแสเรื่องที่เฉียวหรูไห่ขโมยกางเกงในอยู่นะ! ทางเดินจากห้องซักลีดไปห้องยัยนั่นมีกล้องวงจรปิดไม่ใช่เหรอ? มันต้องถ่ายติดตอนยัยนั่นทำเรื่องงามหน้าแน่!'

'น่าเสียดาย ที่ไอ้หมาจ้านคงไม่ยอมตรวจสอบหรอก'

จ้านเย่: "..."

ใครบอกว่าเขาจะไม่ตรวจสอบ?

ปกติเจียงหว่านเป็นพวกชอบเถียงข้างๆ คูๆ ไม่ใช่หรือ?

ทำไมวันนี้เธอถึงเอาแต่ทึกทักไปเองว่าเขาจะเข้าข้างเฉียวหรูไห่?

อย่างไรก็ตาม ประโยคหนึ่งของเธอก็ช่วยเตือนสติเขา... การตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อดูว่าเฉียวหรูไห่เป็นพวกตีสองหน้าจริงหรือไม่ ก็เท่ากับเป็นการพิสูจน์ทางอ้อมว่าคำพูดของเจียงหว่านเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการคบชู้ของภรรยา หรือเรื่องที่ตระกูลจ้านจะล้มละลาย ล้วนเป็นสิ่งที่จ้านเย่ให้ความสำคัญ

ดังนั้น เมื่อเห็นเฉียวหรูไห่กลับมาพร้อมกับใบหย่าฉบับใหม่ เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

เขากดโทรหาผู้ช่วย "ไปเช็กกล้องวงจรปิดที่โรงแรมเดี๋ยวนี้"

สิ้นเสียงคำสั่ง เจียงหว่านและเฉียวหรูไห่ต่างเบิกตากว้างขึ้นพร้อมกัน

เจียงหว่านประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าจ้านเย่จะสั่งให้ผู้ช่วยตรวจสอบจริงๆ

เขาอยากหย่าจนตัวสั่นไม่ใช่เหรอ?

ตอนนี้พอมีข้ออ้างแล้ว ถ้าเกิดความจริงเปิดเผยว่าเธอถูกใส่ร้าย แล้วจะหย่ากันได้ยังไง?

ส่วนความตื่นตระหนกของเฉียวหรูไห่นั้นมาจากความหวาดกลัว

เธอชำเลืองมองเจียงหว่านอย่างไม่สบายใจ และในจังหวะที่กำลังจะเอ่ยปากพูด เธอก็เห็นจ้านเย่เลื่อนหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง

ไม่รู้ว่าเขาเปิดดูหน้าต่างอะไร แต่ใบหน้าของเขาค่อยๆ ซีดเผือดลง

เฉียวหรูไห่: 'ดี... ดีมาก ดูจากสีหน้าของคุณชายรองแล้ว นังเจียงหว่านต้องไม่รอดแน่!'

'หึ บังอาจมาแย่งผู้ชายของฉัน แล้วยังมาข่มขู่ฉันอีก? แกจะไม่ได้เงินค่าชดเชยแม้แต่สตางค์เดียว!'

"บอสครับ!"

สายจากผู้ช่วยโทรกลับมาอย่างรวดเร็ว รายงานว่าไฟล์กล้องวงจรปิดของโรงแรมถูกกู้คืนและส่งเข้าเครื่องของจ้านเย่เรียบร้อยแล้ว

จ้านเย่กดเปิดดู—

ภาพที่ปรากฏคือเจียงหว่านในชุดโค้ทตัวยาวสีเหลืองนวล เดินอย่างสง่างามเข้ามาที่หน้าประตูโรงแรมระดับเจ็ดดาวที่ตกแต่งอย่างหรูหรา

ในมือของเธอถือซองเอกสาร และเมื่อเดินไปถึงเคาน์เตอร์ต้อนรับ เธอก็เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานใสว่า "ขอโทษนะคะ คุณจ้านเย่พักอยู่ห้อง 3901 ใช่ไหมคะ?"

สรุปว่า... เธอไปตามหาเขาจริงๆ!

"แม่บ้านเฉียว?"

สายตาของจ้านเย่ตวัดมองไปที่เฉียวหรูไห่อย่างเย็นชา ทำเอาหญิงสาวสะดุ้งจนตัวสั่น เธอนึกในใจว่าจ้านเย่เชื่อใจเธอมาตลอด ทำไมจู่ๆ ถึงมองเธอด้วยสายตาน่ากลัวแบบนี้?

"คะ... คุณชายรอง ภาพวงจรปิดนี้พิสูจน์อะไรไม่ได้หรอกค่ะ!"

เธอพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก "คุณผู้หญิงรองบุ่มบ่ามไปที่โรงแรม แน่นอนว่าต้องถืออะไรติดไม้ติดมือไปบังหน้า ขืนเดินตัวเปล่าเข้าไปโต้งๆ มันจะดูมีพิรุธเกินไปจริงไหมคะ?"

"อย่างนั้นหรือ? ถ้างั้นนี่ล่ะ คืออะไร?"

จบบทที่ บทที่ 1 อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก

คัดลอกลิงก์แล้ว