เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 263 สิบนาทีสุดท้าย สมกับที่เป็นปรมาจารย์ฮา โดยปกติแล้วต่อให้ไม่มีเหตุผลก็จะเถียงข้างๆ คูๆ จนชนะให้ได้ และในครั้งนี้เมื่อตนเองเป็นฝ่ายถูก มีหรือที่เขาจะยอมปล่อยผ่านไปง่ายๆ จั่วโหย่วยืนนิ่งยอมรับชะตากรรม ปล่อยให้อีกฝ่ายระดมวาจาโจมตีใส่อย่างเงียบๆ สาเหตุก็เพราะเมื่อครู่นี้เขาเผลอหลุดปากตอบไปว่า "ข้าเพิ่งลืมตา มันก็เลยเผลอซัดออกไปตามสัญชาตญาณน่ะ!" "สัญชาตญาณบ้านเอ็งสิ! ข้าว่าเอ็งวางแผนมานานแล้วมากกว่า เอ็งคงหมั่นไส้ข้ามานานแล้วใช่ไหม ถึงได้หาโอกาสซ้อมข้าเนี่ย!" ปรมาจารย์ฮาไม่เปิดช่องให้อีกฝ่ายได้โต้ตอบ เขายังคงรัวคำพูดใส่ไม่ยั้ง "ในที่แห่งนี้ นอกจากพวกเราสองคนแล้วจะยังมีใครอื่นอีก? ถ้าเอ็งใช้สมองอันน้อยนิดนั่นคิดสักวินาทีเดียว เอ็งคงไม่ทำแบบนี้หรอก!" "สำหรับข้าตอนนี้ บาดแผลทางกายน่ะเรื่องเล็ก แต่บาดแผลทางใจนี่สิ? ข้าอุตส่าห์คิดว่า..." จั่วโหย่วแอบชำเลืองมองปรมาจารย์ฮาที่บ่นไม่หยุด ก่อนจะก้มหน้าลงและเริ่มศึกษาความรู้จาก 'มรดก' ที่เพิ่งได้รับมาเพื่อตัดรำคาญ ปรมาจารย์ฮาพล่ามต่อไปจนเริ่มรู้สึกคอแห้ง ถึงได้ยอมหยุดพักเพื่อดื่มน้ำ เมื่อเห็นคนตรงหน้าก้มหน้าสำนึกผิดอย่างเจียมเนื้อเจียมตัว เขาก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ รู้สึกว่าตนเองบ่นไปมากพอสมควรแล้ว และในเมื่ออีกฝ่ายไม่เถียง เขาจึงคิดจะให้โอกาสคนผู้นี้ได้กลับตัวกลับใจอีกสักครั้ง เขาตีหน้าขรึมแล้วเอ่ยถาม "ไหนลองบอกมาซิ ว่าเอ็งผิดหรือเปล่า?" ถามจบก็ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ ปรมาจารย์ฮาจึงถามซ้ำด้วยความงุนงง จั่วโหย่วถึงได้สะดุ้งตื่นจากภวังค์แล้วรีบตอบกลับอย่างจริงใจที่สุด "ข้าผิด ข้าผิดมหันต์เลยล่ะ!" เมื่อเห็นท่าทีสำนึกผิดอย่างจริงใจของจั่วโหย่ว ปรมาจารย์ฮาก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจอย่างยิ่ง ก่อนจะมองเขาด้วยรอยยิ้ม "ไหนลองแจกแจงมาซิว่าผิดตรงไหน ถ้าพูดเข้าหู ข้าอาจจะยอมยกโทษให้!" ว่าจบ ปรมาจารย์ฮาก็กอดอกรอคอยคำตอบจากคนตรงหน้าอย่างคาดหวัง "ความผิดของข้าก็คือ ข้าไม่น่าช่วยไอ้หมาเวรอย่างเอ็งไว้ตั้งแต่แรกเลย!" เมื่อเห็นปรมาจารย์ฮาไล่ต้อนไม่เลิกแถมยังวางก้ามใหญ่โต จั่วโหย่วก็หมดความอดทน ตอกกลับไปอย่างเหลืออด "ข้าก็แค่เผลอต่อยเอ็งไปทีเดียว ถามจริงๆ เถอะ เอ็งจะบ่นหาพระแสงอะไรนักหนา!" "ข้าเห็นว่าตัวเองผิดก็เลยยอมทนฟังเงียบๆ แต่เอ็งกลับได้คืบจะเอาศอกไม่เลิก!" "ยังมีหน้ามาถามหาเหตุผลอีกเหรอ? หน้าเอ็งทำด้วยปูนซีเมนต์หรือไงถึงได้หนาเตอะขนาดนี้!" "ถ้าเอ็งไม่ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ข้าโดยไม่บอกไม่กล่าว เอ็งจะโดนต่อยไหม? รู้ไหมว่าความรู้สึกตอนลืมตามาแล้วเจอหน้าหมาแปะอยู่ตรงหน้ามันเป็นยังไง!" เมื่อเห็นคนตรงหน้าเริ่มแปลงร่างเป็นมนุษย์ป้าขี้บ่น ปรมาจารย์ฮาก็รีบหดคอด้วยความขยาดแล้วถอยฉากทันที "โธ่ ข้าก็แค่หยอกเล่นขำๆ เอง จะไปเอาเหตุผลจริงจังอะไรเล่า!" จั่วโหย่วหรี่ตามองปรมาจารย์ฮา เมื่อเห็นสีหน้าเจื่อนๆ ของอีกฝ่าย เขาก็ตัดสินใจไม่ต่อความยาวสาวความยืดในประเด็นเดิม ปรมาจารย์ฮานั้นเป็นสุนัขที่อ่านสถานการณ์เก่งเป็นเลิศ เมื่อเห็นสีหน้าของจั่วโหย่วก็รู้ว่าพายุอารมณ์สงบลงแล้ว เมื่อได้ระบายความอัดอั้นจนพอใจ เขาจึงเปลี่ยนเรื่องทันที "ว่าแต่พี่ใหญ่ พวกเราเข้าสู่ขั้นที่สี่กันแล้ว ทำไมยังอยู่ที่นี่อีกล่ะ? หรือว่าหลังจากขั้นสี่แล้วเราต้องอยู่ที่นี่ต่อ?" แม้การเปลี่ยนเรื่องจะดูแข็งทื่อไปบ้าง แต่จั่วโหย่วเองก็มีความสงสัยในเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย นี่มันต่างจากที่เขาคาดการณ์ไว้พอสมควร! จั่วโหย่วลูบคางพลางครุ่นคิด "มันไม่น่าจะเป็นแบบนี้นะ นี่มันผิดจากที่เราคิดไว้คนละเรื่องเลย หรือเราพลาดอะไรไป?" "แล้วเอ็งคิดว่าเราพลาดอะไรไปล่ะ?" ปรมาจารย์ฮาถามอย่างงุนงง จั่วโหย่วกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ "ถ้าข้ารู้ ข้าก็บอกไปนานแล้วสิ จะต้องรอให้เอ็งมาถามทำซากอะไร!" ปรมาจารย์ฮาเบ้ปาก แอบนินทาอีกฝ่ายในใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มใช้สมองคิดตามจั่วโหย่ว ทันใดนั้น ประกายความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัว จั่วโหย่วจำได้ว่าทุกครั้งที่มีเหตุการณ์พิเศษเกิดขึ้น 'เทมเพลตการทดสอบ' ของเขามักจะปรากฏขึ้นเพื่ออธิบายเสมอ เขาจึงตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่แล้วรีบเรียกหน้าต่างระบบออกมาทันที ปรมาจารย์ฮาสะดุ้งโหยงกับการกระทำปุบปับนั้น แต่โชคดีที่เขาตอบสนองไว จึงเข้าใจได้ทันทีว่าพี่ใหญ่ของตนคงนึกอะไรขึ้นได้ เขาจึงทำเพียงรอคอยอย่างอดทน ทันทีที่เทมเพลตการทดสอบปรากฏขึ้น จั่วโหย่วก็เห็นหน้าต่างข้อความตามที่คาดไว้จริงๆ 【อันดับแรก ขอแสดงความยินดีกับผู้เข้าร่วมการทดสอบ ด้วยความพยายามอย่างไม่ย่อท้อ ในที่สุดท่านก็ได้ก้าวเข้าสู่ขั้นที่สี่ ซึ่งถือเป็นการก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งการบำเพ็ญเพียรอย่างแท้จริง นับจากนี้ไป มหาสมุทรกว้างใหญ่ให้ปลาแหวกว่าย ท้องนภากว้างไกลให้นกโบยบิน】 【นี่จะเป็นการพบกันครั้งสุดท้าย หลังจากท่านเข้าสู่พื้นที่ถัดไป ท่านจะไม่มีเทมเพลตการทดสอบคอยช่วยเหลืออีก ทุกสิ่งล้วนต้องพึ่งพาความพยายามของท่านเอง】 【เมื่อท่านออกเดินทาง พื้นที่มิติหรือช่องเก็บของของท่านจะถูกเปลี่ยนเป็น 'อุปกรณ์มิติ' และสิ่งของทั้งหมดจะถูกจัดเก็บไว้ภายในนั้น】 【พื้นที่ส่วนตัวจะถูกเปลี่ยนเป็น 'แหวนมิติ' โดยมีขนาดพื้นที่ภายในเท่ากับขนาดเดิมของท่าน ส่วนช่องเก็บของจะถูกเปลี่ยนเป็น 'ถุงสมบัติ' โดยมีขนาดพื้นที่เท่ากับผลรวมของช่องเก็บของ (1 ช่องเท่ากับ 5x5x5)】 【ฟังก์ชันการแลกเปลี่ยนพิเศษได้เปิดให้ท่านใช้งานแล้ว: หินพลังงานขั้นสามทุกๆ 100 ก้อน สามารถแลกเปลี่ยนเป็น 'หินวิญญาณระดับต่ำ' ได้ 1 ก้อน】 【นอกจากนี้ ก่อนที่ท่านจะเข้าสู่อีกมิติหนึ่ง ระบบได้จัดเตรียมสารานุกรมไว้ให้ท่านเป็นพิเศษ ซึ่งบันทึกความรู้พื้นฐานที่จำเป็นของ 'โลกแห่งการบำเพ็ญเพียร' ไว้ หวังว่าผู้เข้าร่วมการทดสอบจะสามารถปรับตัวเข้ากับโลกใหม่ได้อย่างง่ายดาย】 【เนื่องจากผู้เข้าร่วมการทดสอบเป็นหนึ่งในสิบคนแรกที่ทะลวงเข้าสู่ขั้นที่สี่ ระบบขอมอบ 'บันทึกสมบัติล้ำค่า' ให้เป็นพิเศษ ภายในประกอบด้วยภาพและข้อมูลของหายากต่างๆ เพื่อให้ท่านไม่พลาดโอกาสวาสนาในการเดินทางสายบำเพ็ญเพียรในภายภาคหน้า】 【สุดท้ายนี้ พรสวรรค์การทดสอบที่คอยอยู่เคียงข้างท่านก็จะจากท่านไปเช่นกัน พรสวรรค์นี้เป็นกฎที่ตัวตนระดับสูงตั้งขึ้นเพื่อมอบโอกาสในการเติบโตให้แก่ผู้คนจากดวงดาวมรรตัย ดังนั้นหลังจากท่านออกจากโลกใบนี้ พรสวรรค์นี้จะไม่สามารถนำติดตัวไปได้ เว้นเสียแต่ว่าท่านจะครอบครองสิ่งที่เหนือล้ำกว่ากฎเกณฑ์เหล่านั้น】 【อีกสิบนาที ท่านจะถูกสุ่มเคลื่อนย้ายไปยังโลกถัดไป】 【สิบนาทีต่อจากนี้จะเป็นสิบนาทีสุดท้ายของท่านในโลกใบนี้ ในระหว่างนี้ ระบบจะทำการยกเลิกการผูกมัดเทมเพลตการทดสอบ และดำเนินการแปลงสภาพอุปกรณ์มิติรวมถึงหินวิญญาณให้แก่ท่าน หากท่านพบเจอผู้เข้าร่วมการทดสอบที่ยังไม่ถึงขั้นที่สี่ ห้ามมิให้เปิดเผยข้อมูลที่ระบบเพิ่งแจ้งไปเด็ดขาด มิฉะนั้นระบบจะทำการลงโทษ บทลงโทษสถานเบาคือการลบล้างพื้นที่มิติของท่าน โปรดระมัดระวังตัวด้วย】 หลังจากอ่านตัวอักษรตัวสุดท้ายจบ ข้อความทั้งหมดบนหน้าจอก็หายวับไป แทนที่ด้วยนาฬิกานับถอยหลังสิบนาที เมื่อเห็นดังนั้น จั่วโหย่วไม่มีเวลามานั่งคิดเรื่องอุปกรณ์มิติ เขาหันไปบอกปรมาจารย์ฮาสั้นๆ ว่า "อีกสิบนาทีจะวาร์ป" แล้วรีบหยิบคัมภีร์วิชาที่เหลือในมิติออกมาทันที จากนั้นจึงใช้หินสื่อสารติดต่อไปหาฉินเสวี่ยชิง ทันทีที่สัญญาณเชื่อมต่อ จั่วโหย่วก็พูดรัวเร็วด้วยความร้อนรน "ตั้งแต่นี้ไป ห้ามถามอะไรเกี่ยวกับสิ่งที่ข้าจะบอก ให้ทำตามที่ข้าสั่ง แล้วเดี๋ยวพวกเธอจะเข้าใจเองในอนาคต!" ฉินเสวี่ยชิงระงับความสงสัยและความตื่นเต้นในใจ ก่อนจะตอบรับเสียงเบา "อื้ม" "อีกเดี๋ยวข้าจะส่งคัมภีร์ลับกับยาเม็ดไปให้อีกชุด ยาพวกนี้ให้แบ่งกันสามคน ห้ามให้คนอื่นเด็ดขาด ส่วนคัมภีร์ลับพวกนั้น รวมไปถึงของที่พวกเธอจะยึดมาได้หลังจากนี้ ถ้าอันไหนไม่ได้ใช้ ให้เอาไปแลกเป็น 'หินพลังงานขั้นสาม' ให้หมด" "จำไว้ ต้องเป็นหินพลังงานขั้นสามเท่านั้น! อย่างอื่นคือขยะ!" "เอาล่ะ ข้ามีธุระต้องรีบจัดการ เวลามีน้อย ข้าไม่คุยแล้วนะ!" สั่งจบเขาก็ตัดสายหินสื่อสารทันที เมื่อหันไปเห็นปรมาจารย์ฮาที่กำลังมองมาด้วยความงุนงง เขาก็รีบพูดขึ้น "อย่าเพิ่งถามอะไร เดี๋ยวข้าเล่าให้ฟังทีหลัง รีบเอาหินพลังงานขั้นสามที่เก็บไว้กับหนังสือเล่มนั้นที่ยังไม่ได้เปิดออกมาเร็วเข้า ข้าต้องรีบวิวัฒนาการพวกมันเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะไม่ทันการณ์!" เมื่อได้ยินดังนั้น ปรมาจารย์ฮาก็ไม่ลังเล เขารีบส่งหินพลังงานทั้งหมดให้จั่วโหย่ว แล้วหยิบหนังสือเล่มที่ยังไม่ได้ใช้งานยัดใส่มืออีกฝ่ายทันที จั่วโหย่วรับหนังสือของตนเองและของปรมาจารย์ฮามาถือไว้ แล้วเริ่มทำการคัดเลือกอย่างรวดเร็ว โดยไม่เสียเวลาคิด เขาเลือกอันดับแรกที่ไม่ใช่หมวดการต่อสู้ขึ้นมาทันที เมื่อหนังสือปรากฏขึ้นเป็นรูปร่าง จั่วโหย่วก็ใช้ 'แสงปาฏิหาริย์' อาบไล้มันโดยไม่แม้แต่จะมองรายละเอียด ส่วนโควตาการวิวัฒนาการที่เหลือ เขาหยิบเคล็ดวิชาที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการจากในโลกใบเล็ก ออกมา แล้วจัดการวิวัฒนาการมันเสีย หลังจากเก็บหนังสือที่วิวัฒนาการเสร็จใหม่ๆ เข้าไปในโลกใบเล็ก เขาก็หยิบหนังสือสองเล่มในมือขึ้นมา แล้วเลือกใช้งานกับตนเองและปรมาจารย์ฮาทันที เมื่อใช้งานเสร็จ เขาก็กำชับเสียงเข้ม "ปรมาจารย์ฮา อย่าเพิ่งรีบดูดซับความรู้พวกนี้ เวลาไม่พอ ให้จดจำข้อมูลลงในห้วงทะเลจิตไว้ก่อน พอพวกเราปลอดภัยแล้วค่อยศึกษาพวกมันให้ละเอียด" ปรมาจารย์ฮาพยักหน้ารับคำอย่างจริงจัง "อื้ม เข้าใจแล้ว!"

ตอนนี้ต้องปลดล็อค

ราคา 1.5 เหรียญ

คัดลอกลิงก์แล้ว