- หน้าแรก
- หนึ่งคนหนึ่งตูบ บำเพ็ญเซียน ณ โลกเกาะ
- บทที่ 17 - รองเท้าผ้า
บทที่ 17 - รองเท้าผ้า
บทที่ 17 - รองเท้าผ้า
บทที่ 17 - รองเท้าผ้า
เจ้าพวกหน้าใหม่นี่มันหน้าไม่อายจริงๆ
อย่างน้อยพวกแกะเขาเขียวก็ยังรวมกลุ่มกันแค่สี่ห้าตัว แต่เจ้าพวกนี้เอะอะก็รวมตัวกันสี่ห้าสิบตัว ถ้าจะมีตัวไหนหลงฝูงออกมาบ้าง ก็ดันเดินออกไปไม่ไกลจากกลุ่มใหญ่เสียอีก
แบบนี้มันทำให้เขาเริ่มไม่ถูกเลยจริงๆ
หลังจากนั้น จั๋วโหย่วผู้ไม่ยอมแพ้พยายามเดินค้นหาอยู่นานสองนาน แต่ก็ยังหากลุ่มเล็กๆ ที่เหมาะจะเอามาลองดาบไม่ได้
เมื่อไม่มีทางเลือก เขาจึงต้องยอมจำนนและถอยกลับมาอย่างว่านอนสอนง่าย
เขายืนอยู่บนผืนหญ้า มองไปยังเขตแดนของสุนัขเขี้ยวใบมีดที่อยู่ไม่ไกล แล้วพึมพำว่า "ฉันจัดการพวกสุนัขเขี้ยวใบมีดกลุ่มเล็กๆ ไปเกือบเกลี้ยงแล้ว ถึงจะมีเกิดใหม่ แต่เสียเวลาเดินทางไปกลับมันไม่คุ้ม!"
จากนั้นเขาก็หันกลับมามองพื้นที่ที่เพิ่งถอยออกมา แล้วสบถอย่างดุเดือด "ไอ้พวกพันธุ์ใหม่นี่มันขี้ขลาดตาขาวจริงๆ เกาะกลุ่มกันทีสี่ห้าสิบตัว สมควรแล้วที่โดนพวกหมาเขี้ยวใบมีดมันข่มเหง!"
กว่าความหงุดหงิดในใจจะสงบลง เขาก็กัดฟันกรอด เตรียมตัวกลับไปที่เขตของแกะเขาเขียว
"ช่างมันเถอะ กลับไปรังแกพวกแกะเขาเขียวเหมือนเดิมก็ได้ ขอแค่ฆ่าให้เยอะพอ ทรัพยากรที่ได้ก็คงไม่น้อยไปกว่าการล่าหมาเขี้ยวใบมีดหรอก!"
แม้จะมีแผนการแล้ว แต่ในใจลึกๆ ก็ยังรู้สึกไม่ยินยอมพร้อมใจนัก "เฮ้อ~ โทษใครไม่ได้นอกจากตัวเองที่อ่อนแอ! ถ้าฉันเก่งพอ จะต้องมานั่งคิดเล็กคิดน้อยแบบนี้ทำไม? ถ้าไม่ชอบหน้าพวกแก ฉันก็คงเดินดุ่มๆ เข้าไปตบกบาลเรียงตัวแล้ว!"
หลังจากปลุกใจตัวเองเสร็จ เขาก็หันหลังกลับมุ่งหน้าไปยังเขตแกะเขาเขียวที่เคยเจอเมื่อวาน
เรื่องเชือดแกะนี่ เขาช่ำชองนักเชียว!
จั๋วโหย่วเริ่มเปิดฉากสังหารอย่างดุเดือดในเขตแกะเขาเขียว โดยตั้งปณิธานว่าจะไม่เดินเตร็ดเตร่ไปทั่วในตอนนี้
เหตุการณ์นี้ทำให้เขาตระหนักว่าความแข็งแกร่งในปัจจุบันยังไม่เพียงพอ การดันทุรังเดินสำรวจมีแต่จะเสียเวลาเปล่า แค่วันนี้วันเดียวเขาต้องหนีหางจุกตูดมาถึงสองรอบแล้ว
เมื่อรู้จุดอ่อน จั๋วโหย่วก็ยิ่งบ้าคลั่งกว่าเดิม เขาต่อสู้พัวพันอยู่ในถิ่นของแกะเขาเขียวจนถึงหกโมงเย็น ก่อนจะถอยกลับมาที่เกาะ
เนื่องจากยังมีหินพลังงานสำรองอยู่ จั๋วโหย่วจึงตัดสินใจเน้นไปที่การเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองก่อน
เขายืนอยู่บนเกาะ มองออกไปยั่งท้องทะเลกว้างใหญ่ แล้วกระซิบกับตัวเอง "ดูเหมือนฉันจะไปโฟกัสผิดจุด... มัวแต่วันๆ ฝึกวิชาตัวเบา ศึกษากระบวนท่า แต่กลับละเลยการเพิ่มพละกำลังพื้นฐาน 'สี่ตำลึงปาดพันชั่ง' อาจจะดูเท่ แต่ถ้าตัวฉันหนักหมื่นชั่งล่ะ? 'ใช้กำลังสยบกระบวนท่า' ก็ดูจะเป็นวิถีทางที่ไม่เลวเหมือนกัน... แน่นอนว่าถ้าทำได้ทั้งสองอย่าง..."
หลังจากบ่นพึมพำอยู่นาน ในที่สุดเขาก็เก็บดาบเหล็กเย็น เดินไปที่ลานฝึก หยิบหินพลังงานออกมา และเริ่มบำเพ็ญเพียร
เมื่อรู้เป้าหมายที่ต้องทำ เขาก็มุ่งมั่นฝึกฝนพร้อมกับดูดซับหินพลังงานในมืออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เขาหยุดพักก็ต่อเมื่อหินพลังงานในมือหมดลงอีกครั้ง ซึ่งก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าแล้ว
เมื่อมองดูค่าความคืบหน้าการวิวัฒนาการที่พุ่งไปแตะ 6.4 บนแผงหน้าจอ เขาก็ต้องตกตะลึงกับอานุภาพของ 'วิชาชำระกล้ามเนื้อขัดเกลากระดูก' อีกครั้ง
หลังจากหายตกใจ เขาเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ จึงรีบเปิดแชทส่วนตัวและแผงการซื้อขาย
เขากดปุ่ม 'รับทั้งหมด' เพื่อเก็บรวบรวมทรัพยากร และพบว่ามีห่อผ้าเล็กๆ หลายห่อถูกเพิ่มเข้ามาในช่องเก็บของ
เมื่อหยิบออกมาเปิดดู กองทรัพยากรพื้นฐานจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า
จั๋วโหย่วจ้องมองสิ่งของเหล่านั้นด้วยแววตาว่างเปล่า เขารู้ดีว่านี่คือ 'มรดก' ของผู้ทำพันธสัญญาบางคนที่จากไป
"ก็นะ ไม่ใช่ทุกคนที่จะรอดไปได้!"
เขาถอนหายใจ ปรับอารมณ์ให้เข้าที่ แล้วหันไปเตรียมอาหารเย็นสำหรับวันนี้
อาจเป็นเพราะได้รับผลกระทบจากห่อคอมรดกพวกนั้น จั๋วโหย่วจึงดูเหม่อลอยเล็กน้อยทั้งตอนทำอาหารและตอนกิน
หลังมื้อเย็น เขานั่งลงบนเก้าอี้และพยายามปลอบใจตัวเองซ้ำๆ
"จะคิดมากไปทำไม? พรุ่งนี้ฉันอาจจะตามรอยพวกเขาไปก็ได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องมีชีวิตอยู่กับปัจจุบันให้ดี และทำทุกวันให้ไม่มีคำว่าเสียใจ..."
ในฐานะเด็กกำพร้า นี่คือสิ่งที่เขาทำเพื่อตัวเองบ่อยๆ... หากไม่มีใครรัก ก็จงรักตัวเอง
เมื่อจัดการกับอารมณ์ได้แล้ว จั๋วโหย่วก็เทหีบสมบัติของแกะเขาเขียวทั้งหมดออกมาเปิด
จากหีบ 206 ใบ เขาได้รับชิ้นส่วน 286 ชิ้น, แบบแปลน 42 ใบ, ตำราเพลงเตะพื้นฐาน 1 เล่ม และกองทรัพยากรพื้นฐานอีกเพียบ
หลังจากจัดหมวดหมู่ทรัพยากรพื้นฐาน แยกชิ้นส่วน แบบแปลน และคัมภีร์ลับไว้ต่างหาก เขาก็หยิบหีบสมบัติของสุนัขเขี้ยวใบมีดออกมา
จากหีบ 167 ใบ เขาได้ชิ้นส่วน 555 ชิ้น, แบบแปลน 50 ใบ และวิชาตัวเบาพื้นฐาน 1 เล่ม
หลังจากสังเคราะห์ชิ้นส่วนทั้งหมดให้เป็นหินพลังงาน เมื่อเห็นเศษชิ้นส่วนหนึ่งชิ้นที่เหลือโดดเดี่ยว เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา
เขาเบะปาก หยิบเศษหินพลังงานนั้นขึ้นมาแล้วโยนมันทิ้งลงไปในกระถางเพาะปลูกอย่างไม่แยแส
เมื่อเปิดช่องเก็บของเพื่อเช็คสต็อกหินพลังงาน ตัวเลขที่พุ่งสูงถึง 178 ก้อนทำให้ ใครบางคน อดไม่ได้ที่จะตาหยีด้วยความปลาบปลื้ม
"พรุ่งนี้เป็นวันสุดท้ายของการพรีออเดอร์รอบแรก! พอพวกเขาคืนหินพลังงานที่ติดไว้ บวกกับที่ฉันหามาได้เอง ยอดรวมต้องทะลุ 200 แน่นอน"
"ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันก็ไม่ต้องกังวลเรื่องหินพลังงานไปได้อีกพักใหญ่!"
ขณะพูด คิ้วของเขากระตุกเบาๆ แววตาฉายประกายความตื่นเต้น ความรู้สึกเร่งรีบที่เคยกดดันก่อนหน้านี้มลายหายไปจนหมดสิ้น
ช่วยไม่ได้จริงๆ 'โรคกลัวพลังทำลายล้างไม่เพียงพอ' ที่ฝังลึกในกระดูกดำ มันไม่ได้รักษาให้หายได้ในวันสองวันนี่นา!
หลังจากตรวจนับหินพลังงาน เขาใช้สิทธิ์ 'แสงแห่งปาฏิหาริย์' สองครั้งที่เหลือของวันกับตำราสองเล่มตรงหน้า
ประสบการณ์การใช้เพลงเตะ และ ย่างก้าวเหยียบความว่างเปล่า
แค่เห็นชื่อตำรา จั๋วโหย่วก็รู้ทันทีว่ารอบนี้เขาแจ็คพ็อตแตกกับวิชาตัวเบาเข้าให้แล้ว
เขาหยิบตำรา ประสบการณ์การใช้เพลงเตะ ขึ้นมาเรียนรู้ก่อน รอจนความรู้ถูกซึมซับเข้าไปจนหมด จากนั้นจึงหยิบ ย่างก้าวเหยียบความว่างเปล่า ที่วางไว้ข้างๆ ขึ้นมาเรียนรู้ต่อ
เป็นไปตามคาด ย่างก้าวเหยียบความว่างเปล่า เป็นวรยุทธ์สายกำลังภายใน มันไม่ได้บันทึกแค่เคล็ดวิชาตัวเบาอันล้ำเลิศ แต่ยังแฝงวิชาโจมตีอันทรงพลังไว้อีกด้วย
แต่เนื่องจากต้องใช้กำลังภายในในการขับเคลื่อน ตอนนี้เขาจึงทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความชื่นชมไปก่อน
เมื่อย่อยตำราที่คาดหวังที่สุดเสร็จสิ้น เขาเปิดดูแผงควบคุม เช็คเวลาเห็นว่าห้าทุ่มกว่าแล้ว จึงรีบสลับหน้าจอไปที่ [ช่องสนทนาพื้นที่]
เขาเคยสัญญากับเพื่อนๆ ไว้ว่าจะเอาของมาขายคืนนี้
พอเปิดเข้าไปดู ก็เห็นว่ามี 'วงพนัน' เกิดขึ้นในช่องแชทแล้ว ทุกคนกำลังวางเดิมพันกันว่าคืนนี้เขาจะมาขายของหรือไม่
เขาจึงร่างข้อความและกดส่งออกไป
กุ้งน้อยไม่กะพริบตา: เตรียมตัวให้พร้อมทุกคน เดี๋ยวผมจะลงขายแบบแปลนก่อน ส่วนอาวุธรอแป๊บ
ทันใดนั้น ข้อความในช่องแชทก็ไหลรัวเป็นน้ำป่า
ขี่เต่าท่องเที่ยว: คุณพระช่วย! ลูกพี่กุ้งมาแล้ว! ผมจะไปรอที่ช่องซื้อขายเดี๋ยวนี้แหละ!
ม้าหลังไม่มีปืนใหญ่: ขอบคุณลูกพี่ที่ยังจำพวกเราได้! ผมไปรอเดี๋ยวนี้เลย!
ปฏิเสธการพนันและยาเสพติด: เฮ้ย! ไอ้เต่า อย่าเพิ่งหนี! เอ็งแพ้พนันแล้ว จ่ายมาก่อนสิวะ
"..."
หลังจากกวาดสายตาดูข้อความในช่องแชท เขาเปลี่ยนไปที่แผงการซื้อขายทันที และลงขายแบบแปลนอาวุธ 40 ใบอย่างไม่รีบร้อน
ไม่ใช่ว่าเขามีแค่ 40 ใบ แต่เขาลงขายทีละเยอะๆ ไม่ได้ ไม่อย่างนั้นกลัวว่าคนพวกนี้จะซื้อไม่ทัน แล้วของจะโดนพวกพ่อค้าคนกลางชุบมือเปิบไปแทน
ต่อจากนั้น เขาก็สร้างดาบเหล็ก 50 เล่มสำหรับการพรีออเดอร์ ดาบเหล็กสำเร็จรูปพวกนี้มักจะขายหมดเกลี้ยงทันทีที่วางแผง
หลังจากลงขายดาบเหล็ก เขาเช็คยอดขายเสื้อผ้า พบว่าเสื้อผ้าผู้หญิงขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ยอดขายเสื้อผ้าผู้ชายกลับต่ำเตี้ยเรี่ยดิน
สงสัยเพราะผู้ชายส่วนใหญ่อยู่ตัวคนเดียว เลยตัดสินใจเปลื้องผ้าโชว์ธรรมชาติกันหมดกระมัง
หลังจากเติมสต็อกเสื้อผ้าผู้หญิง เขาเช็คเวลาและพบว่าเลยเที่ยงคืนมาแล้ว
เมื่อ 'แสงแห่งปาฏิหาริย์' รีเฟรช เขาจึงตัดสินใจหยิบปึกแบบแปลนข้างตัวขึ้นมาเปิดดูทันที
ไม่นานเขาก็เจอของดี
[แบบแปลนรองเท้าผ้าใบสีดำ]
[วัสดุที่ต้องการ: ผ้า5, หนังสัตว์1]
เขากำแบบแปลนไว้แน่น หลับตาปี๋ ปากพึมพำไม่หยุด "ขอร้องล่ะ อย่าให้เป็นรองเท้าข้างเดียว อย่าให้เป็นแค่รองเท้า..."
ในจังหวะหนึ่ง เขาลืมตาโพลงแล้วตะโกนลั่น "ฤกษ์งามยามดี ฟ้าเปิดทาง คนเป็นใจ ครบองค์ประกอบ! เวลานี้แหละ!"
"วิวัฒนาการเลย อากูมอน!"
สิ้นแสงแห่งปาฏิหาริย์วาบผ่าน เมื่อเห็นว่าแบบแปลนในมือไม่ได้กลายเป็นรองเท้า จั๋วโหย่วก็กระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ
เขาส่ายเอวเต้นท่าประหลาดพลางตะโกน "ฉันรู้แล้วว่าแฟนเก่ายังรักฉันอยู่! หล่อนต้องหลงใหลในความหล่อของฉันแน่ๆ... วะฮ่าฮ่าฮ่า..."
[แบบแปลนรองเท้าผ้าใบสีดำ (เรียนรู้ได้)]
เมื่อเห็นชื่อไอเทม จั๋วโหย่วก็ยกมือไหว้ขอบคุณแฟนเก่าอีกครั้งทันที
หลังจากเรียนรู้แบบแปลน เขารีบสร้างรองเท้าให้ตัวเองหนึ่งคู่เป็นอันดับแรก
เท้าของเขาต้องทนทุกข์ทรมานอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมา
ตอนมาถึงที่นี่ใหม่ๆ เขามีรองเท้าผ้าใบติดตัวมาคู่หนึ่ง แต่ตั้งแต่เขาบ้าฝึกวิชาตัวเบา รองเท้าคู่นั้นก็ต้องรับภาระหนักเกินอายุขัย
จนกระทั่งวันหนึ่ง รองเท้าผ้าใบไม่อาจทนรับการทารุณกรรมจากเขาได้ไหว และเลือกที่จะลาโลกนี้ไปพร้อมกับความอาลัยอาวรณ์เฮือกสุดท้าย
เมื่อสวมรองเท้าคู่ใหม่ จั๋วโหย่วก็อดไม่ได้ที่จะกระโดดโลดเต้นไปรอบเกาะ ทั้งวิ่ง กระโดด และตีลังกากลับหลังได้อย่างคล่องแคล่ว
หลังจากลองของใหม่จนพอใจ เขาพยักหน้าด้วยความปลาบปลื้ม รองเท้าคู่นี้ใส่สบายเท้าสุดๆ
แม้ประสบการณ์การใช้งานจะสมบูรณ์แบบ แต่ ใครบางคน ก็ยังบ่นอุบ หาเรื่องติจนได้: "ไม่มีให้เลือกไซส์เนี่ยนะ หักคะแนน! ไอ้ระบบปรับขนาดอัตโนมัตินี่ก็ดีอยู่หรอก แต่แบบนี้ฉันจะหาข้ออ้างขอดูเท้าสาวน้อยได้ยังไงกันเล่า!"
บ่นไปอย่างนั้นเอง การได้รองเท้าใหม่ทำให้เขาคันปากอยากอวดใครสักคนแทบแย่
เขาเปิดแชทส่วนตัว ไล่ดูรายชื่อจากบนลงล่าง ลังเลอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายก็ถอดใจ
"ช่างเถอะ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยอวด! ดึกป่านนี้แล้ว พวกนั้นคงหลับกันหมดแล้วมั้ง"
พอกลับมาล้มตัวลงนอน จั๋วโหย่วกลับพบว่าอาการนอนไม่หลับกำเริบอีกแล้ว
เขาจำใจลุกขึ้นนั่งบนเตียง คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกไปขนกองหนังสัตว์และผ้าที่วางกองอยู่ใกล้ๆ มา
หลังจากง่วนอยู่กับการผลิตพักใหญ่ รองเท้าคู่ใหม่เอี่ยมจำนวน 54 คู่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า