- หน้าแรก
- จากตัวซวยสู่มหาเศรษฐี วันที่ครอบครัวต้องเสียดาย
- ตอนพิเศษ: สรรพชีวิต ล้วนว่างเปล่า
ตอนพิเศษ: สรรพชีวิต ล้วนว่างเปล่า
ตอนพิเศษ: สรรพชีวิต ล้วนว่างเปล่า
ตอนพิเศษ: สรรพชีวิต ล้วนว่างเปล่า
ณ โรงพยาบาลประชาชนอันดับหนึ่งเมืองเจียงเฉิง
คุณย่าอู๋มองดูเซียวเฉินที่ไข้ขึ้นสูงไม่ยอมลดด้วยความปวดใจ
"คุณยายครับ ผลตรวจของหลานชายคุณยายออกมาแล้ว ไม่พบความผิดปกติใดๆ ครับ"
หมอถือใบผลตรวจไว้ในมือ สีหน้าดูลำบากใจ "เราเจาะไขสันหลังตรวจแล้ว ให้ผู้เชี่ยวชาญร่วมวินิจฉัยแล้ว แต่ก็ไม่พบสาเหตุครับ"
"คุณหมอคะ เฉินเฉินไข้ขึ้นสูงมาสามวันแล้ว ได้โปรดช่วยเขาด้วยเถอะค่ะ" คุณย่าอู๋ปาดน้ำตา มองหลานชายที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง
"ผมแนะนำให้ส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลในเครือมหาวิทยาลัยปักกิ่งครับ หมอที่นั่นอาจจะมีวิธี"
หมอพูดด้วยความลำบากใจ "แล้วพ่อแม่เด็กไปไหนครับ?"
"เดี๋ยว... เดี๋ยวฉันโทรหาเขาค่ะ" คุณย่าอู๋มือสั่นเทา หยิบโทรศัพท์ปุ่มกดรุ่นเก่าออกมา กดโทรหาพ่อของเซียวเฉิน
"มีอะไร?" ปลายสายตอบรับด้วยน้ำเสียงรำคาญ
"หยวนเหอ เฉินเฉินป่วยหนัก หมอแนะนำให้ส่งตัวไปรักษาต่อ ฉันจนปัญญาแล้วจริงๆ ถึงได้โทรหาแก" เสียงคุณย่าอู๋สั่นเครือ
"แกป่วยหนักเหรอ?" ปลายสาย เซียวหยวนเหอชะงักไปเล็กน้อย
"ใช่ ไข้สูงไม่ยอมลด หมอก็หาสาเหตุไม่เจอ หยวนเหอ ถึงยังไงเขาก็แซ่เซียว ปกติแกไม่สนใจไยดีเขาก็ช่างเถอะ"
"แต่ตอนนี้หลานกำลังจะตาย แกจะยืนดูอยู่เฉยๆ เหรอ?"
"เรื่องนี้..." เซียวหยวนเหอลังเล
"เซียวหยวนเหอ ใกล้วันเกิดหมิงหมิงแล้วนะ ไหนรับปากลูกว่าจะพาไปเที่ยวต่างประเทศไง จองเรือยอชต์หรือยัง? เตรียมของขวัญวันเกิดหรือยัง?"
เสียงแหลมปรี๊ดของฉินหยวนแทรกเข้ามาในสาย "เรามีหมิงหมิงเป็นลูกชายแค่คนเดียว คุณอย่าไปยุ่งเรื่องชาวบ้านให้มากความ"
"โอเคๆ..." เซียวหยวนเหอรับคำอย่างขอไปที แล้วตัดสายทิ้ง
"เฉินเฉิน รีบหายไวๆ นะลูก" คุณย่าอู๋จับมือเล็กๆ ของเซียวเฉินไว้อย่างหมดหนทาง ร้องไห้อย่างน่าเวทนา
หมอถอนหายใจ สั่งพยาบาลให้ทำเรื่องออกจากโรงพยาบาลให้เซียวเฉิน
คุณย่าอู๋อุ้มเซียวเฉินเดินออกจากประตูโรงพยาบาล
เซียวเฉินที่กำลังสะลึมสะลือเพราะพิษไข้ พยายามลืมตาขึ้น ยื่นมือเล็กๆ ไปจับมือคุณย่าอู๋
"คุณย่าครับ ผมรู้สึกดีขึ้นมากแล้ว ย่าอย่าร้องไห้เลยนะครับ"
คุณย่าอู๋กอดเซียวเฉินไว้ด้วยความรักใคร่ "เฉินเฉิน ย่าจะพาหนูไปหาหมอที่ปักกิ่งนะลูก ไม่ต้องกลัวนะ เดี๋ยวก็หาย"
"คุณย่าครับ ผมคิดถึงพ่อกับแม่" เซียวเฉินมองท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย "ผมไม่ได้เจอพวกเขามานานมากแล้ว"
คุณย่าอู๋พูดไม่ออก ได้แต่กอดเซียวเฉินแน่น กัดฟันมุ่งหน้าไปสถานีรถไฟ
"พี่สาว เด็กคนนี้ดูไม่เหมือนป่วยนะ" จังหวะนั้น ชายแก่เก็บของเก่าคนหนึ่งเดินผ่านมา เหลือบมองเซียวเฉินแวบหนึ่งแล้วทักขึ้น
"เด็กตัวร้อนจี๋ หาสาเหตุไม่ได้ จะไม่ป่วยได้ยังไง?" คุณย่าอู๋ชะงัก
"ไม่เหมือนหรอก ดูหน้าเด็กสิ คล้ำๆ หมองๆ" ชายแก่ชี้ไปที่หน้าเซียวเฉิน "หลานชายคนเล็กของผมก็เคยเป็นแบบนี้"
"ไม่แน่ว่าอาจจะไปเจอดีอะไรเข้า"
"ละ... แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?" ตอนนี้คุณย่าอู๋ทำอะไรไม่ถูกแล้ว
"เอางี้ ทางเหนือของเมืองมีวัดเต๋าชื่อ 'ชิงหนิว' (วัวเขียว) มีนักพรตท่านหนึ่งจำวัดอยู่ ลองพาเด็กไปหาท่านดู"
ชายแก่แนะนำ "นักพรตท่านนั้นเก่งมาก หลานชายผมตอนนั้นก็เป็นแบบนี้ พอไปหาท่านก็หายเป็นปลิดทิ้ง"
"จริงเหรอ? งั้น... งั้นฉันจะรีบพาเด็กไปหาท่านเดี๋ยวนี้" คุณย่าอู๋รีบแบกเซียวเฉินขึ้นหลัง
"รีบไปเถอะ เดินตามถนนเส้นนี้ขึ้นไปทางเหนือ ไกลหน่อยนะ" ชายแก่บอก
คุณย่าอู๋ขอบคุณชายแก่ แล้วแบกเซียวเฉินมุ่งหน้าสู่ทิศเหนือของเมือง
วัดชิงหนิว เป็นวัดเต๋าเล็กๆ แห่งหนึ่ง
กำแพงวัดเก่าคร่ำคร่าเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ กระถางธูปหน้าวิหารเต็มไปด้วยขี้ธูป
นักพรตรับตัวเซียวเฉินไป วางลงบนเบาะรองนั่งหน้าวิหาร
เมื่อจับแขนเสื้อเซียวเฉินขึ้น ก็เห็นรอยปานรูปสัญลักษณ์ประหลาดปรากฏขึ้นจางๆ
ท่านถอนหายใจเบาๆ ตักน้ำสะอาดมาหนึ่งชาม ใช้นิ้วจุ่มน้ำ
แล้วดีดน้ำมนต์ใส่เซียวเฉินเบาๆ
เพียงครู่เดียว เซียวเฉินก็ฟื้นคืนสติ
เขามองไปรอบๆ ด้วยแววตาว่างเปล่า
"เฉินเฉิน! ฟื้นแล้วเหรอลูก? โอ๊ะ ตัวไม่ร้อนแล้วนี่นา!" คุณย่าอู๋รีบกอดเซียวเฉินไว้ สัมผัสหน้าผากเขาด้วยความดีใจ
"เด็กคนนี้ชะตาอาภัพ แต่มีวาสนากับวิถีเต๋า ต่อไปให้เขามาเป็นศิษย์ของอาตมาเถอะ" นักพรตยิ้มตาหยี
ตลอดช่วงปิดเทอมฤดูร้อน เซียวเฉินอาศัยอยู่ที่วัดเต๋า
เขากับอาจารย์ตื่นมารับแสงอรุณ ฝึกเพลงมวยเชื่องช้า เมื่อแสงแดดแรกกระทบใบหน้า เพลงมวยชุดหนึ่งก็จบพอดี
"อาจารย์ครับ เราฝึกกังฟูอะไรกันเหรอครับ?" เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก เงยหน้าถาม
"นี่ไม่ใช่วิชาต่อสู้ กังฟูคือวิชาฆ่าคน แต่นี่คือวิชาบำรุงสุขภาพ เรียกว่า 'อวิ๋นจิ่น' (เมฆาไหม)"
"อ้อ" เซียวเฉินพยักหน้าอย่างครุ่นคิด ถามต่อ "อาจารย์ครับ ฝึกอันนี้แล้วดียังไงเหรอครับ?"
"เสริมสร้างร่างกายให้แข็งแรง ขจัดสิ่งชั่วร้ายทั้งปวง" นักพรตยิ้มบางๆ
"ผมรู้แล้ว ในตัวผมมีสิ่งชั่วร้าย ฝึกวิชานี้จะช่วยไล่มันไปไกลๆ สินะครับ"
นักพรตยิ้ม ลูบหัวเขา แล้วจูงมือเซียวเฉินเดินมุ่งหน้าไปทางแสงตะวัน
"อาจารย์ครับ อาจารย์มาจากไหนเหรอครับ?" เซียวเฉินถาม
"มาจากที่ที่มา ไปสู่ที่ที่ไป"
"เฝ้ามองตะวันขึ้นลง ดอกไม้บานแล้วโรยรา"
"พิชิตยอดเขาห้าขุนเขา ชมทะเลทั้งสี่ ท่องเที่ยวแม่น้ำสายสำคัญ"
"เสร็จกิจสะบัดชายเสื้อจากไป ไม่ทิ้งไว้ซึ่งลาภยศสรรเสริญ"
"สรรพชีวิต ล้วนว่างเปล่า"
"อาจารย์ครับ ผมไม่ค่อยเข้าใจ" ใบหน้าเล็กๆ ของเซียวเฉินเต็มไปด้วยความงุนงง
"สักวันหนึ่ง เธอจะเข้าใจเอง"
...
ตอนพิเศษ: อดทนไว้ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป
รถพยาบาลวิ่งฝ่าการจราจรด้วยความเร็วสูง เด็กสาวคนหนึ่งนอนจมกองเลือดอยู่บนรถ
ปีนั้นเซียวเฉินอายุสิบสามปี เขามองเด็กสาวบนเตียงด้วยความร้อนรน
เด็กสาวน่าจะอายุมากกว่าเขาหนึ่งปี เธอถูกรถชน แต่ไม่มีใครริมถนนยื่นมือเข้าช่วยเลย
เซียวเฉินที่เดินทางจากเจียงเฉิงมาบ้านตระกูลเซียวผ่านมาพอดี จึงรีบโทรเรียกรถพยาบาล
"ชื่อ อายุ กรุ๊ปเลือด ของผู้บาดเจ็บคืออะไร?" บนรถพยาบาล เจ้าหน้าที่กู้ชีพกำลังปฐมพยาบาลอย่างเร่งด่วน
"ผม... ผมไม่รู้ครับ ผมแค่ผ่านมาเจอ" เซียวเฉินหน้าตื่น
เขารีบคว้ากระเป๋าของเด็กสาวมาเปิดดู โชคดีที่มีบัตรประชาชน
"เธอชื่อซูมู่ยวี่..."
"ช่างเถอะ เด็กคนนี้ก็แค่พลเมืองดี รีบตรวจเลือด แจ้งคลังเลือดเตรียมเลือดกรุ๊ปที่ตรงกันด่วน" หมอคนหนึ่งสั่งการขณะปฐมพยาบาล
ณ โรงพยาบาล
หลังจากลงจากรถพยาบาล เซียวเฉินไม่ได้จากไปทันที เขายืนรอผลอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน
หมอคนหนึ่งวิ่งออกมา "ผู้บาดเจ็บเลือดกรุ๊ป AB ตอนนี้คลังเลือดขาดแคลนเลือดกรุ๊ป AB อย่างหนัก"
"ทำยังไงดี? เบิกจากคลังเลือดเมืองข้างเคียงไม่ทันแน่ แถมที่นั่นก็ขาดแคลนเลือดกรุ๊ป AB เหมือนกัน"
ชายท่าทางภูมิฐานที่เป็นระดับผู้บริหารโรงพยาบาลหน้าเปลี่ยนสี เขาพูดเสียงเครียด "นี่คือคุณหนูตระกูลซูนะ ไม่ว่าจะใช้วิธีไหน ต้องช่วยชีวิตเธอให้ได้"
"แต่... ไม่มีเลือดนะครับ"
"งั้นใช้ช่องทางฉุกเฉิน ติดต่อโรงพยาบาลที่ 3 ให้ส่งเฮลิคอปเตอร์เอาเลือดมา เดี๋ยวผมจะติดต่อคลังเลือดเอง..."
ผอ.โรงพยาบาลก็เครียดจัด เพราะเด็กสาวที่บาดเจ็บคือทายาทเศรษฐี ถ้าเป็นอะไรไปในโรงพยาบาลของเขา เขาคงรับผิดชอบไม่ไหว
"ขอโทษครับ คนเจ็บเลือดกรุ๊ป AB ใช่ไหมครับ?" เซียวเฉินที่ยืนอยู่ข้างๆ ถามเสียงสั่น
"ใช่ ทำไมเหรอ?" หมอหันมาถาม
"ผมเลือดกรุ๊ป AB ครับ ผมบริจาคเลือดได้" เซียวเฉินตอบ
"งั้นรีบตามผมมาเลย" หมอดึงตัวเซียวเฉินวิ่งเข้าห้องฉุกเฉินไป
หลังจากเจาะเลือดไปถึง 500 ซีซี ในที่สุดใบหน้าของเด็กสาวบนเตียงก็เริ่มมีสีเลือดฝาด
คลื่นหัวใจและความดันโลหิตกลับมาเป็นปกติ พ้นขีดอันตรายแล้ว
หน้าของเซียวเฉินซีดเผือด เขาเสียเลือดมากเกินไปหน่อย
แต่พอเห็นเด็กสาวในห้องฉุกเฉินปลอดภัย เขาก็รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูก
"เฉินเฉิน ถึงบ้านหรือยังลูก?" ตอนนั้นเอง คุณย่าอู๋ก็โทรมา
เธอบ่นด้วยความเป็นห่วง "หนูกลับบ้านคนเดียวครั้งแรก ย่าไม่วางใจเลย"
"คุณย่าครับ ใกล้ถึงแล้วครับ ย่าวางใจเถอะ ผมจำทางได้"
เซียวเฉินปลอบคุณย่า พอวางสายเขาก็ลุกขึ้นยืน
เขารู้สึกหน้ามืด ตาลาย หัวหนักอึ้ง เกือบจะล้มฟุบลงกับพื้น
รีบคว้าเก้าอี้ข้างๆ พยุงตัวไว้ พักอยู่ครู่ใหญ่ถึงจะยืนทรงตัวได้
เขามองเด็กสาวบนเตียง ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถอดเชือกถักนำโชค ออกจากข้อมือตัวเอง
แล้วสวมให้ที่ข้อมือของเด็กสาว
เขากระซิบเบาๆ "อดทนไว้นะ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป"
ซูมู่ยวี่ที่กึ่งหลับกึ่งตื่น ได้ยินเสียงนี้ ขนตาของเธอสั่นไหว พยายามจะลืมตาดู
แต่เปลือกตาหนักอึ้ง ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ลืมตาไม่ขึ้น
แม้จะอยู่ในภวังค์ แต่เธอก็รับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นรอบกาย
เด็กผู้ชายคนนี้ คือผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเธอ
เธออยากลืมตาดูหน้าผู้มีพระคุณ
แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน ก็ลืมตาไม่ได้
ในความสะลึมสะลือ เธอรู้สึกได้ว่าเซียวเฉินเดินจากไปแล้ว
แต่ประโยคที่ว่า "อดทนไว้ เดี๋ยวทุกอย่างก็ผ่านไป" ยังคงดังก้องอยู่ในหูของเธอ
เธอเผลอกำเชือกถักนำโชคในมือแน่น คิดในใจว่า ตื่นมาเมื่อไหร่ ฉันจะต้องตามหาเธอให้เจอ
[จบตอนพิเศษ]
ฝากนิยายเรื่องใหม่ด้วยจ้า : ข้ามโลกมาอยู่สำนักหญิงล้วน แต่ดันอ่านตำราเทพออกแค่คนเดียวซะงั้น