- หน้าแรก
- จากตัวซวยสู่มหาเศรษฐี วันที่ครอบครัวต้องเสียดาย
- บทที่ 35 หนี้สินจบสิ้น บุญคุณขาดสะบั้น
บทที่ 35 หนี้สินจบสิ้น บุญคุณขาดสะบั้น
บทที่ 35 หนี้สินจบสิ้น บุญคุณขาดสะบั้น
บทที่ 35 หนี้สินจบสิ้น บุญคุณขาดสะบั้น
"จำใส่หัวไว้นะเซียวเฉิน ฉันอุ้มท้องแกมาตั้งสิบเดือน"
แม่ชี้หน้าเซียวเฉิน พยายามสะกดกลั้นความโกรธที่ปะทุอยู่ในอก "ตอนนี้ฉันจะให้โอกาสแกอีกครั้ง"
"แค่แกยอมก้มหัวขอโทษทุกคนอย่างจริงใจ เราจะพิจารณารับแกกลับเข้าบ้าน"
เซียวเฉินมองแม่ผู้มีชาติตระกูลสูงส่งที่ยังคงวางท่าหยิ่งยโสไม่เปลี่ยนแปลง
เขาแสยะยิ้มมุมปาก "ขอโทษเหรอ? ถ้าพวกคุณมาขอโทษผม ผมอาจจะพิจารณาให้อภัยพวกคุณก็ได้"
"แก... แกพูดว่าอะไรนะ? แกจะให้อภัยพวกเรา?" แม่เบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
แม้จะรู้ดีว่าเซียวเฉินเปลี่ยนไป แต่พอได้ยินประโยคนี้เต็มสองหู เธอก็ยังรับไม่ได้อยู่ดี
ไอ้ลูกชายที่เคยคอยตามใจ เอาอกเอาใจทุกคนในบ้านด้วยท่าทีนอบน้อม... ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มันกล้าแข็งข้อได้ขนาดนี้?
"ถูกต้อง ผมจะให้อภัยพวกคุณ" เซียวเฉินเชิดหน้าขึ้น
"ถ้าพวกคุณยอมขอโทษผม วันหน้าถ้าตระกูลเซียวตกอับ ผมอาจจะเห็นแก่สายเลือดอันน้อยนิดที่ยังเหลืออยู่ ยื่นมือเข้าไปช่วยพวกคุณบ้างก็ได้"
"หุบปากเดี๋ยวนี้!" แม่โกรธจนตัวสั่นเทิ้ม "ฉันไม่น่าใจอ่อนกับแกเลยจริงๆ"
"รู้งี้ฉันไม่น่ารับแกกลับมาจากบ้านนอก บ้านเราคงไม่ต้องมาเจอเรื่องวุ่นวายบ้าบอพวกนี้!"
"เซียวเฉิน ขอโทษแม่เดี๋ยวนี้!" พ่อสั่งเสียงเข้ม
"มุกเดิมอีกแล้วเหรอ?" เซียวเฉินส่ายหน้าอย่างเอือมระอา "เงินผมก็คืนให้หมดแล้ว"
"หนังสือตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูก คุณก็เซ็นชื่อไปแล้ว"
"ดังนั้นผมไม่อยากจะมาเสียเวลากับพวกคุณอีก ลาก่อน"
พูดจบเซียวเฉินก็หันหลังจะเดินหนี แต่แม่กลับก้าวเข้ามาขวางทาง ตวาดเสียงแหลม "เซียวเฉิน! หยุดเดี๋ยวนี้!"
"ยังจะเอาอะไรอีก?" เซียวเฉินปรายตามองอย่างเบื่อหน่าย
"ขอโทษพวกเราซะ!" แม่ตะคอก "อย่าคิดว่าแค่ฟลุ๊คหาเงินได้นิดหน่อย แล้วจะมาทำตัวปีนเกลียวไม่เห็นหัวพวกเราได้นะ"
"ยังไงพวกเราก็เป็นพ่อแม่บังเกิดเกล้า เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ของแก!"
"ให้กำเนิดแต่ไม่เลี้ยงดู... พวกคุณยังมีหน้ามาทวงบุญคุณความเป็นผู้ใหญ่อีกเหรอ?" เซียวเฉินรู้สึกขำจนแทบจะหัวเราะออกมา
จะมาอ้างสายเลือดอะไรตอนนี้? สองผัวเมียนี่ก็แค่เสียหน้า เลยพยายามจะกู้ศักดิ์ศรีจอมปลอมในฐานะพ่อแม่คืนมาก็แค่นั้น
"เซียวเฉิน อย่าให้มันมากเกินไปนัก อย่าคิดว่าแค่ช่วยเราครั้งเดียวแล้วแกจะมาทำกำแหงได้"
พ่อเริ่มเทศนา "เรื่องที่แกทำแจกันแตก แล้วก็ขโมยกำไลพี่รองแก เรายังไม่ได้คิดบัญชีเลยนะ"
"งั้นก็ไปแจ้งตำรวจสิครับ" เซียวเฉินหัวเราะเยาะ "มั่นใจว่าเป็นฝีมือผมขนาดนั้น ทำไมไม่แจ้งตำรวจมาจับผมเข้าคุกไปเลยล่ะ?"
"ไม่ต้องมาอ้างว่ารักษาหน้าผม หรืออ้างว่าเห็นแก่ที่ผมเป็นลูก เพราะพวกคุณไม่เคยเห็นหัวผมอยู่แล้ว"
"พ่อคะ เรื่องแจกันไม่ใช่ความผิดของเซียวเฉินหรอกค่ะ" เซียวเหยียนทนไม่ไหวต้องเอ่ยปากขัดขึ้นมา
เธอมีคลิปวิดีโอเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของเขา
"อ้าว... พี่ครับ มาแล้วทำไมไม่เข้ามาข้างในล่ะครับ?" ทันใดนั้น เซียวหมิงก็โผล่หน้าออกมาทักทาย
เซียวเหยียนรีบกลืนคำพูดลงคอทันที เธอต้องรักษาหน้าเซียวหมิงไว้ก่อน
เธอไม่อยากเชื่อว่าน้องชายที่แสนดีและว่าง่ายอย่างเซียวหมิง จะเป็นคนจิตใจอำมหิตขนาดนั้น
เธอตั้งใจจะหาจังหวะอธิบายให้พ่อแม่และเซียวหมิงเข้าใจทีหลัง เพราะเซียวหมิงเป็นคนจิตใจอ่อนไหว ถ้าโดนแฉต่อหน้าคนอื่นคงรับไม่ได้แน่ๆ
เซียวเฉินมองดูละครฉากนี้ด้วยสายตาเย็นชา... ไอ้จอมตอแหลโผล่มาปั่นอีกแล้ว
"พ่อครับ แม่ครับ ผมให้อภัยในสิ่งที่พี่เคยทำผิดไปหมดแล้วนะครับ"
"ยังไงพี่เขาก็เป็นครอบครัวเดียวกับเรา ให้เขากลับมาอยู่บ้านเถอะนะครับ ดีไหม?"
"หมิงหมิงลูกรัก ดูสิว่ามันทำกิริยายังไงกับเรา ลูกยังจะไปเข้าข้างมันอีกเหรอ?" แม่ยังคงเดือดดาลไม่หาย
เธอปรายตามองเซียวเฉินด้วยสายตาเหยียดหยาม "ถ้าแกรู้ความได้สักครึ่งของน้องชายแก ความสัมพันธ์ในครอบครัวคงไม่เละเทะแบบนี้"
"ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว เมื่อเทียบกับน้องชายแก แกมันก็แค่ขยะเปียก!"
"ใช่สิครับ คุณคงคาดไม่ถึงสินะ ว่าอุ้มท้องมาตั้งสิบเดือน ดันเบ่งออกมาเป็นขยะ" เซียวเฉินหัวเราะร่าด้วยความโกรธจัด
"ไม่ว่าคุณจะยอมรับหรือไม่ ไอ้ขยะชิ้นนี้มันก็มุดออกมาจากรูของคุณนั่นแหละ"
"เซียวเฉิน! แก... หุบปากเดี๋ยวนี้!" แม่กระทืบเท้าเร่าๆ หน้าเขียวปั๊ด
คำพูดหยาบคายต่ำตมขนาดนี้ กล้าพูดต่อหน้าเซียวหมิงลูกรักของเธอได้ยังไง?
แกจะเป็นขยะก็เป็นไปคนเดียว แต่อย่ามาชักจูงให้เซียวหมิงเสียคนไปด้วยสิ!
"พี่ครับ... ทำไมพี่ต้องอคติกับผมขนาดนี้? ผมทำอะไรผิดบอกมาสิครับ ผมจะปรับปรุงตัว"
เซียวหมิงบีบน้ำตา ตีหน้าเศร้าสุดชีวิต "พี่อย่าทำให้พ่อกับแม่โกรธเลยนะครับ"
"หมิงหมิง รีบเข้าบ้านเถอะลูก อย่าไปเสวนากับมันเลย" แม่รีบดึงตัวเซียวหมิงเข้าไปกอด "คนพรรค์นี้มันคุยไม่รู้เรื่องหรอก ไปกันเถอะ"
"ใช่ ใกล้สอบจำลองแล้ว ลูกต้องทำคะแนนให้ติดท็อปสามสิบของเมืองนะ อย่าให้เรื่องไร้สาระพวกนี้มากวนใจ"
พ่อถลึงตาใส่เซียวเฉินอย่างอาฆาตมาดร้าย ก่อนจะพาเมียและลูกรักเดินเข้าบ้านไป
เซียวเฉินคร้านจะใส่ใจครอบครัวประสาทแดกพวกนี้ เขาหันหลังเดินจากไปทันที
"เซียวเฉิน!" เซียวเหยียนเรียกชื่อเขาไว้
"มีอะไรอีก?" เซียวเฉินถามเสียงห้วน
"ขอ... ขอโทษนะ" เซียวเหยียนเอ่ยคำขอโทษแผ่วเบา
"ขอโทษเรื่องอะไร?" เซียวเฉินงง
"จริงๆ แล้วเรื่องแจกันแตก... พี่สืบจนรู้ความจริงแล้วว่ามันไม่เกี่ยวกับเธอ" เซียวเหยียนก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ
"อ๋อ... ไม่เกี่ยวกับผม? แล้วแจกันมันระเบิดตัวเองหรือไง?" เซียวเฉินแค่นหัวเราะ "พูดปากเปล่าแบบนี้ ใครจะไปเชื่อ?"
"พี่มีหลักฐาน พี่กู้ไฟล์จากกล้องวงจรปิดได้แล้ว... เซียวหมิงเป็นคนทำแตก" เซียวเหยียนรีบอธิบาย
พูดจบเธอก็เพิ่งนึกได้ว่าไม่ควรพูดเรื่องนี้ต่อหน้าเซียวเฉิน
เพราะเธอยังหาจังหวะเหมาะๆ ไม่ได้ และเธอก็รู้เต็มอกว่าเซียวเฉินเป็นแพะรับบาป
"หมายความว่าคุณรู้ความจริงแล้ว? แถมมีคลิปด้วย?" เซียวเฉินหันกลับมาประจันหน้า
ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมลง "แล้วเมื่อกี้... ต่อหน้าพ่อแม่คุณกับน้องชายสุดที่รัก ทำไมคุณไม่พูดออกมา?"
"เซียวเฉิน... พี่ขอโทษ" เซียวเหยียนรู้ตัวว่าผิดเต็มประตู
"พี่คิดว่าเซียวหมิงคงมีเหตุผลจำเป็นบางอย่าง เขาไม่ใช่คนเลวร้ายแบบนั้น"
"ถ้าพี่พูดออกไปต่อหน้าทุกคน เขาคงเสียหน้าแย่ พี่เลย..."
"เหอะ! สรุปคือผมสมควรโดนใส่ร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อรักษาหน้ามันงั้นสิ?"
แววตาของเซียวเฉินลุกโชนด้วยโทสะ
แม้จะผ่านชีวิตมาสองชาติ และชินชากับความลำเอียงของคนบ้านนี้มาจนด้านชา
แต่พอได้ยินเหตุผลของเซียวเหยียน เขาก็อดไม่ได้ที่จะระเบิดอารมณ์ออกมา
"มันต้องการหน้าตา แล้วผมล่ะ? ผมไม่ต้องการศักดิ์ศรีเหรอ?"
"ไอ้เซียวหมิงคือคนในครอบครัว แล้วผมเซียวเฉินคือลูกเมียน้อยหรือไง?"
"มะ... ไม่ใช่นะเซียวเฉิน ฟังพี่อธิบายก่อน" เซียวเหยียนร้อนรน
แต่อ้าปากแล้วก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง
ใช่... สุดท้ายเธอก็ลำเอียงเข้าข้างเซียวหมิงอยู่ดี
พอรู้ว่าเซียวหมิงทำผิด เธอก็รีบหาเหตุผลมาแก้ต่างให้เขาทันที
แต่กับเซียวเฉินล่ะ? เธอเคยคิดแทนเขาบ้างไหม? เขาก็เพิ่งจะสิบแปดปีเหมือนกัน
เขาก็ต้องการความเข้าใจและความรักจากครอบครัวเหมือนกัน เธอไม่เคยลองมายืนในจุดของเซียวเฉินเลยสักนิด
โดนใส่ร้ายป้ายสี โดนพ่อแม่ด่าทอ... เขาจะเจ็บปวดและเสียใจแค่ไหน?
เธอไม่เคยคิดถึงจุดนั้น เธอคิดแต่จะรักษาหน้าเซียวหมิง โดยลืมไปว่าทั้งหมดนี้คือแผนการร้ายของเซียวหมิงเอง
น้องชายที่ดูใสซื่อบอบบาง แท้จริงแล้วคือจอมมารยาที่ในหัวมีแต่แผนการณ์ร้าย
เซียวเฉินจ้องหน้าเธอ รอฟังคำแก้ตัว
แต่ปากของเซียวเหยียนขยับไปมา สุดท้ายก็เปล่งออกมาได้แค่สามคำอย่างแผ่วเบา... "พี่ขอโทษ"
"หึ... คนที่ควรจะพูดคำว่าขอโทษ คือตัวผมเองต่างหาก"
เซียวเฉินยิ้ม... ยิ้มที่แฝงไปด้วยความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ
พี่สาวที่เขาเคยคิดว่ามีสติและมีเหตุผลที่สุดในบ้าน... สุดท้ายก็ไม่ได้ต่างอะไรกับคนพวกนั้นเลย
เขาผิดเองที่ยังแอบหวังลึกๆ
ครั้งนี้... เขาตัดใจได้โดยสมบูรณ์แล้ว
ผ่านชีวิตมาสองชาติ เขาควรจะตาสว่างได้ตั้งนานแล้ว
เขาควรจะหนีไปให้ไกลจากตระกูลเซียว ยืนมองดูพวกมันเดินลงนรกไปทีละก้าวอย่างช้าๆ
"ผมไม่ควรจะคาดหวังอะไรจากใครอีก... ผมผิดเอง" เซียวเฉินยิ้มทั้งน้ำตาที่คลอหน่วย