- หน้าแรก
- จากตัวซวยสู่มหาเศรษฐี วันที่ครอบครัวต้องเสียดาย
- บทที่ 19 เลิกมายุ่งกับชีวิตผมสักที
บทที่ 19 เลิกมายุ่งกับชีวิตผมสักที
บทที่ 19 เลิกมายุ่งกับชีวิตผมสักที
บทที่ 19 เลิกมายุ่งกับชีวิตผมสักที
"ทุกคนไม่ต้องแย่งกัน วันนี้คุณย่าทำมาเยอะมาก รับรองว่าได้กินกันทุกคนแน่นอน" เซียวเฉินเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
นับตั้งแต่รู้ว่าพวกเด็กๆ ชอบรสมือของท่าน คุณย่าอู๋ก็ตั้งใจทำอาหารมาเผื่อแผ่เพื่อนหลานชายทุกวันเป็นพิเศษ
ดอกฮว๋ายที่เก็บมาสดๆ นำมาคลุกแป้งนึ่งจนสุกหอม จิ้มกับน้ำจิ้มกระเทียมปรุงรสด้วยซีอิ๊วสูตรเด็ด
"ไช่หม่าง" หรือเปาะเปี๊ยะผักนึ่ง แป้งบางเหนียวนุ่ม ห่อไส้กุยช่ายใส่ไข่ที่ปรุงรสด้วยเกลือเพียงเล็กน้อย แล้วนำไปนึ่งจนสุก
รสชาติที่เรียบง่ายแต่กลมกล่อมแบบบ้านนา เป็นสิ่งที่เด็กในเมืองไม่เคยลิ้มลองมาก่อน พวกเขาจึงเจริญอาหารกันเป็นพิเศษ กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
"ยังมีเหลืออีกไหม?"
เมื่อเซียวเฉินกลับมาที่โต๊ะ ก็พบกับสายตาอ้อนวอนตาละห้อยของซ่งจื่อเหยียน
"มีสิ เก็บไว้ให้เธอโดยเฉพาะเลย" เซียวเฉินหยิบไช่หม่างชิ้นโตออกมาส่งให้
"ขอบใจนะ" ซ่งจื่อเหยียนตาเป็นประกาย ก่อนจะดันกล่องข้าวหรูของตัวเองไปตรงหน้าเขา "ส่วนอันนี้... ฝากนายจัดการทีนะ"
เมนูวันนี้ยังคงจัดเต็มแบบสามกับข้าวหนึ่งน้ำซุป แถมข้าวสวยพูนจาน
เนื้อวากิวตุ๋นมันฝรั่ง (เนื้อนำเข้าเกรดพรีเมียม), กุ้งมังกรออสเตรเลียนึ่งไซซ์ยักษ์ครึ่งตัว, หอยนางรมสดนึ่งตัวเท่าฝ่ามือ และซุปนกพิราบตุ๋นยาจีน
แค่วัตถุดิบในกล่องนี้ ราคาประเมินคร่าวๆ คงปาเข้าไปหลักพันหยวน
"ช่วงนี้ฉันโดนเธอขุนจนจะกลิ้งได้อยู่แล้วนะเนี่ย" เซียวเฉินหัวเราะแห้งๆ พลางคีบอาหารเข้าปาก
"ก็นายผอมแห้งจะตายไป กินของดีๆ บำรุงหน่อยเถอะ" ซ่งจื่อเหยียนหัวเราะคิกคัก
"คุณซ่ง ที่บ้านทำธุรกิจอะไรเนี่ย?" เซียวเฉินอดถามไม่ได้
แม้เธอจะไม่เคยเปิดเผยฐานะคุณหนูตระกูลซ่ง และพยายามแต่งตัวให้ดูเรียบง่าย
แต่เมนูอาหารแต่ละวันที่แม่เธอจัดมาให้ วัตถุดิบระดับภัตตาคารห้าดาวทั้งนั้น ลิ้นของเขาบอกได้ว่ามันไม่ธรรมดา
"ก็แค่... ธุรกิจปล่อยสินเชื่อน่ะ" ซ่งจื่อเหยียนกลอกตาไปมา "ครอบครัวธรรมดาๆ นี่แหละ"
เซียวเฉินพยักหน้า ก้มหน้าก้มตากินต่อ
เขาหารู้ไม่ว่า "ธุรกิจปล่อยสินเชื่อ" ที่เธอว่า คือ "ธนาคารฮวาเย่" ที่มีมูลค่าตลาดกว่าห้าหมื่นล้านหยวน
เขารู้สึกแค่ว่าซ่งจื่อเหยียนมีอะไรพิเศษกว่าคนทั่วไป แต่ก็บอกไม่ถูกว่าคืออะไร
"เซียวเฉินเรียนห้องนี้หรือเปล่า?"
ทันใดนั้น ใบหน้าดุดันของชายหนุ่มร่างกำยำก็ชะโงกเข้ามาในห้อง ผมทรงสกินเฮด สวมแว่นกันแดด กลิ่นบุหรี่หึ่ง ท่อนแขนมีรอยสัก แม้จะเป็นนักเรียนแต่รังสีความเป็นนักเลงแผ่ซ่าน
เขาคือ "จ้าวอวี้" จากห้อง 3 ขาใหญ่ประจำโรงเรียน ผลการเรียนรั้งท้าย แต่เรื่องชกต่อยไม่เป็นรองใคร และมักขลุกอยู่กับแก๊งนักเลงข้างนอก
"ฉันเอง มีธุระอะไร?" เซียวเฉินลุกขึ้นยืนด้วยความสงสัย
เขารู้จักกิตติศัพท์ของจ้าวอวี้ดี คนหนึ่งเป็นอันดับหนึ่งเรื่องเรียน อีกคนเป็นอันดับหนึ่งเรื่องนักเลง แม้จะดังทั้งคู่แต่ก็เหมือนเส้นขนานที่ไม่เคยบรรจบกัน
"ออกมาคุยกันหน่อย" จ้าวอวี้กวักมือเรียก
"จะทำอะไรเพื่อนข้า?" สวี่ต้าฉุยพุ่งตัวมาขวาง มือยังกำเปาะเปี๊ยะไว้แน่น แผ่รังสีปกป้องเพื่อนเต็มที่
เจ้าอ้วนคนนี้รักเพื่อนมาก นึกว่าจ้าวอวี้จะมาหาเรื่องเซียวเฉิน
"ไม่ต้องกลัว แค่มีคนอยากเจอเขา" จ้าวอวี้ปรายตามองเจ้าอ้วน
"ไม่เป็นไรต้าฉุย เดี๋ยวฉันมา" เซียวเฉินตบไหล่เพื่อน
"เซียวเฉิน ฉันไปด้วย" ซ่งจื่อเหยียนลุกพรวดด้วยความเป็นห่วง
"ไม่ต้องหรอก ถ้ามีอะไรฉันจะรีบติดต่อมา" เซียวเฉินยิ้มให้เธอสบายใจ
จ้าวอวี้เดินนำเซียวเฉินออกมาที่หน้าโรงเรียน ไกลออกไปมีกลุ่มคนยืนรออยู่
"พี่เชา ผมพาคนมาแล้วครับ" จ้าวอวี้โค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"เฉินเชา" ทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น ขยี้ดับแล้วเดินเข้ามาหา "เซียวเฉิน"
"พี่เชา มีธุระอะไรกับผมเหรอครับ?" เซียวเฉินถามอย่างแปลกใจ
ตั้งแต่วันที่ขายเห็ดหลินจือ เขาก็ไม่ได้ติดต่อกับเฉินเชาอีกเลย
"ไม่ต้องเกร็ง วันนี้ฉันตั้งใจมาขอบคุณ" เฉินเชายิ้ม "แม่ฉันอาการดีขึ้นมาก แล้วก็... ขอบใจเรื่องคำเตือนในคืนนั้นด้วย"
"อ๋อ เรื่องนั้นเอง ไม่ต้องเกรงใจครับพี่เชา" เซียวเฉินถอนหายใจโล่งอก
ในชาติก่อนเขาไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับวงการสีเทา พอโดนเรียกตัวมาแบบนี้ก็อดประหม่าไม่ได้
"จ้าวอวี้ เย็นนี้พาเซียวเฉินไปกินเลี้ยง ฉันเป็นเจ้ามือเอง" เฉินเชาตบไหล่เซียวเฉินเบาๆ
"แล้วก็ฝากดูแลเขาในโรงเรียนด้วย มีปัญหาอะไรที่แก้ไม่ได้ ให้บอกฉัน"
"รับทราบครับพี่เชา! วางใจได้เลย" จ้าวอวี้รับคำอย่างกระตือรือร้น
สำหรับเขา เฉินเชาคือไอดอลและผู้มีอิทธิพล การที่ได้ใกล้ชิดเฉินเชาผ่านทางเซียวเฉินถือเป็นโอกาสทอง เขาต้องผูกมิตรกับเซียวเฉินไว้ให้แน่นแฟ้น
"ไอ้ลูกเนรคุณ! กล้าไปสมาคมกับพวกนักเลงข้างถนนเหรอ?"
จู่ๆ เสียงตวาดดั่งฟ้าผ่าก็ดังขึ้น พ่อของเซียวเฉินพุ่งเข้ามาจากด้านข้างด้วยความเร็วสูง
เขาง้างฝ่ามือขึ้น แล้วฟาดเข้าที่ใบหน้าของเซียวเฉินเต็มแรงโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
เพียะ!
ร่างของเซียวเฉินล้มคว่ำลงกับพื้น เลือดสดๆ ไหลทะลักออกจากปาก
"ไอ้สารเลว! ทำขายขี้หน้าตระกูลเซียวจริงๆ ฉันจะตีให้ตาย!"
ความโกรธของพ่อยังไม่มอดลง เขาถลันเข้าไปหมายจะลงไม้ลงมือซ้ำ
"หยุดเดี๋ยวนี้!" เฉินเชาขมวดคิ้ว ลูกน้องสองคนด้านหลังพุ่งเข้าไปล็อกตัวพ่อของเซียวเฉินไว้ทันที
"ปล่อยนะโว้ย! ฉันจะสั่งสอนลูกชายฉัน มันเกี่ยวอะไรกับพวกแก?"
พ่อดิ้นพล่าน เส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธ ตะโกนด่าทอไม่หยุด
"พ่อเหรอ?" เฉินเชาชี้ไปที่ชายวัยกลางคนพลางเลิกคิ้วถาม
"พี่เชาครับ เรื่องส่วนตัวของผม ผมขอจัดการเอง" เซียวเฉินพยุงร่างลุกขึ้นอย่างยากลำบาก
เขาปาดเลือดที่มุมปาก แววตาที่มองไปยังผู้ให้กำเนิดนั้นเย็นชาและว่างเปล่า
เฉินเชาพยักหน้า สั่งลูกน้องให้ถอยออกมา ยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ
"แกมีอะไรจะแก้ตัวไหม? วันนี้ถ้าแกไม่คุกเข่ากราบขอโทษฉัน ฉันจะตัดขาดความเป็นพ่อลูกกับแกจริงๆ" พ่อยังคงเดือดดาลไม่หาย
เขาเป็นคนหัวโบราณเคร่งครัด ถือดีในศักดิ์ศรี ยอมรับไม่ได้เด็ดขาดที่ลูกชายไปเกลือกกลั้วกับพวกนักเลงหัวไม้
"ขอโทษ? ขอโทษเรื่องอะไร?" เซียวเฉินสวนกลับน้ำเสียงเย็นยะเยือก
"ดูสภาพแกตอนนี้สิ เหมือนนักเรียนที่ไหน? ฉันส่งเสียให้มาเรียน ไม่ใช่ให้มามั่วสุมกับพวกกุ๊ย!"
"ปากดีนักนะตาแก่!" ลูกน้องเฉินเชาทำท่าจะเอาเรื่อง แต่เฉินเชาโบกมือห้าม เขาอยากดูว่าเด็กคนนี้จะจัดการยังไง
"ผมจะเป็นยังไง แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ?" เซียวเฉินแค่นยิ้มหยัน
"ให้กำเนิดแต่ไม่เลี้ยงดู... คุณเอาความกล้าที่ไหนมาเรียกตัวเองว่าพ่อ?"
"สังคมกุ๊ยที่คุณดูถูก? พี่เชาคนนี้เขาทุ่มเทหาทางรักษามารดา กตัญญูรู้คุณ"
"ผิดกับคุณ... ทิ้งแม่บังเกิดเกล้าวัยเจ็ดสิบไว้ที่บ้านนอกอย่างไม่ไยดี จิตใจของคุณมันต่ำตมยิ่งกว่าคนที่คุณด่าว่ากุ๊ยเสียอีก!"
"คนเป็นพ่อ คุณก็สอบตก คนเป็นลูก คุณก็สอบตก!"
ถ้อยคำของเซียวเฉินเหมือนมีดกรีดแทงใจดำ พ่อหน้าซีดเผือดสลับเขียวคล้ำด้วยความอับอายและโกรธจัด
"ไอ้ชาติชั่ว! ฉันจะฆ่าแก!"
เขาเงื้อฝ่ามือขึ้นสุดแรง ฟาดลงมาหมายจะตบหน้าลูกชายอีกครั้ง
หมับ!
แต่คราวนี้ ฝ่ามือนั้นชะงักค้างกลางอากาศ ข้อมือของเขาถูกมือของเซียวเฉินบีบไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก
ฝ่ามือนี้... ไม่มีวันได้สัมผัสใบหน้าเขาอีกแล้ว
"แก... กล้าสู้ฉันเหรอ?" พ่อเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง ไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง