เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 306 ลวดลายสีทองสามแถบ

บทที่ 306 ลวดลายสีทองสามแถบ

บทที่ 306 ลวดลายสีทองสามแถบ


บทที่ 306 ลวดลายสีทองสามแถบ

เวลาล่วงเลยไปวินาทีต่อวินาที เพียงชั่วพริบตาเดียวก็ผ่านไปมากกว่าครึ่งชั่วโมงแล้ว

ในเวลานี้ มู่หยางซึ่งกำลังดูดซับวงแหวนวิญญาณประทานเทพมีหยาดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก เส้นใยสีทองที่ปกคลุมร่างของเขาอย่างหนาแน่นได้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง

เส้นใยทองคำเหล่านั้นเริ่มควบแน่นเข้าหากันจนกลายเป็นวงแหวนแห่งแสงสีทอง

วงแหวนแสงเหล่านี้มีทั้งหมดเก้าวง พวกมันขยายตัวออกรอบกายของมู่หยาง ก่อนจะหดตัวกลับอย่างรวดเร็วและกระแทกเข้ากับร่างของเขาอย่างหนักหน่วง เป็นเช่นนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

การกระแทกของวงแหวนแสงสีทองแต่ละครั้งส่งผลให้ร่างกายของมู่หยางสั่นสะท้านอย่างไม่อาจควบคุม ภายใต้แรงกดดันมหาศาลนี้ ผิวหนังทั่วร่างของเขาก็เริ่มมีหยดเลือดสีแดงฉานซึมออกมา

ทว่า ทุกครั้งที่ร่างกายของมู่หยางได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง รัศมีสีน้ำเงินทองที่เปี่ยมไปด้วยพลังชีวิตก็จะแผ่ออกมาจากตัวเขา

ทันทีที่แสงสีน้ำเงินทองนั้นวูบผ่าน บาดแผลทั้งหมดของมู่หยางก็ฟื้นคืนสภาพดังเดิม หากไม่ใช่เพราะคราบเลือดที่ยังหลงเหลืออยู่บนผิวหนัง ก็คงไม่มีใครดูออกเลยว่าร่างกายของเขาเคยได้รับบาดเจ็บมาก่อน

รัศมีสีน้ำเงินทองนี้มิใช่อื่นใด แต่เป็นหนึ่งในสองทักษะกระดูกวิญญาณของกระดูกขาขวาจักรพรรดิหญ้าเงินครามแสนปี ‘ไฟป่าเผาผลาญไม่มอดไหม้ ลมวสันต์พัดพาคืนชีวา’

เมื่อเวลาผ่านไป ร่างกายของมู่หยางถูกทำลายครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ก็ได้รับการเยียวยาด้วยทักษะจากกระดูกวิญญาณแสนปีทุกครั้งไป

วัฏจักรแห่งการทำลายและฟื้นฟูหมุนเวียนไปนับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุด วงแหวนแสงสีทองทั้งเก้าที่กระแทกร่างของเขาอย่างต่อเนื่องก็ได้เปลี่ยนเป็นสีแดงฉานดุจโลหิต จากนั้นทั้งเก้าวงก็หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว กลายเป็นวงแหวนแสงสีเลือดขนาดมหึมาที่มีลวดลายสีทองพาดผ่าน ปรากฏขึ้นรอบกายของมู่หยาง

“ตูม—!”

เสียงระเบิดกึกก้องดังสนั่น ร่างของมู่หยางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง เสื้อผ้าของเขาฉีกขาดจนกลายเป็นเศษเล็กเศษน้อย แต่โชคดีที่ ‘เกราะเกล็ดผลึก’ ซึ่งเป็นกระดูกวิญญาณภายนอกได้ปรากฏออกมาปกคลุมร่างกายไว้ ทำให้มู่หยางไม่ต้องตกอยู่ในสภาพน่าอับอายจากเหตุการณ์เสื้อผ้าระเบิดในครั้งนี้

ทันใดนั้น พลังต้นกำเนิดแห่งฟ้าดินโดยรอบก็พุ่งทะยานเข้าหา ม้วนตัวกลายเป็นกลุ่มเมฆพลังงานขนาดเล็กเหนือศีรษะของมู่หยาง ก่อนจะไหลบ่าลงมายังวงแหวนแสงสีเลือดลายทองในลักษณะทรงกรวย

เนื่องจากวงแหวนวิญญาณประทานเทพที่มู่หยางควบแน่นขึ้นมานั้นมีอายุตบะสูงส่งเกินไป พลังงานเริ่มต้นในตัวมันจึงไม่เพียงพอ จำต้องอาศัยพลังงานจากภายนอกเข้ามาเติมเต็ม!

หาไม่แล้ว วงแหวนวิญญาณประทานเทพที่ก่อตัวขึ้นแม้จะมีอายุตบะที่ถูกต้อง แต่พลังงานที่บรรจุอยู่ภายในรวมถึงผลของทักษะวิญญาณก็จะไม่สอดคล้องกับวงแหวนวิญญาณที่มีอายุตบะสูงลิบเช่นนี้

ตะวันและจันทราหมุนเวียนสลับเปลี่ยนกันไป เพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเข้าสู่ช่วงวันที่สาม

ณ พื้นที่โล่งหน้าถนนนรกบนเขาเทพแห่งมิติเร้นลับ มู่หยางที่นั่งขัดสมาธิดูดซับวงแหวนวิญญาณประทานเทพเพื่อเลื่อนระดับอยู่นั้น พลันปลดปล่อยกลิ่นอายอันทรงพลังระเบิดออกมา

‘ตูม—’

กลิ่นอายอันแข็งแกร่งที่พุ่งทะยานขึ้นมานั้นทำให้สุ่ยปิงเอ๋อร์ซึ่งนั่งสมาธิบำเพ็ญเพียรอยู่ไม่ไกลต้องสะดุ้งตกใจ นางรีบลุกขึ้นและวิ่งไปข้างกายมู่หยางในทันที

‘เปรี้ยง ปรั้ง—’

เสียงกระดูกลั่นดังสะท้านออกมาจากภายในร่างกาย มู่หยางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาฉายประกายคมกล้าดุจกระบี่

“มู่หยาง วงแหวนวิญญาณที่แปดของท่านช่างประหลาดนัก ลวดลายสีทองสามแถบนี้มีความหมายอันใดหรือ?”

หลังจากตรวจสอบอย่างละเอียดและพบว่าร่างกายของมู่หยางอยู่ในสภาวะที่ดีเยี่ยมอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สุ่ยปิงเอ๋อร์ก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วเบนความสนใจไปยังวงแหวนวิญญาณที่แปดสีแดงฉานซึ่งมีลวดลายสีทองสามแถบพาดผ่าน

ก่อนที่มู่หยางจะได้ตอบคำถาม ‘ซาง’ ที่ปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบก็ได้เอ่ยอธิบายขึ้นว่า “วงแหวนวิญญาณแสนปีจะปรากฏเป็นสีแดง ส่วนวงแหวนที่มีอายุมากกว่าแสนปีจะปรากฏเป็นสีแดงที่มีลวดลายสีทอง

ลวดลายสีทองแต่ละแถบบนวงแหวนวิญญาณนั้น แทนค่าอายุตบะหนึ่งแสนปี

วงแหวนวิญญาณที่แปดของท่านประมุขน้อยมีลวดลายสีทองสามแถบ นั่นหมายความว่าวงแหวนวงนี้มีอายุตบะอย่างน้อยสามแสนปีขึ้นไป!”

“สามแสนปี?!”

เมื่อได้ยินดังนั้น ดวงตาของสุ่ยปิงเอ๋อร์ก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง

หากไม่นับปัจจัยอื่น เพียงแค่อายุตบะของวงแหวนวิญญาณวงเดียวนี้ ก็มีค่ามากกว่าอายุตบะรวมของวงแหวนวิญญาณทั้งเก้าวงของราชทินนามพรหมยุทธ์ระดับทั่วไปที่มีการจัดเรียงวงแหวนแบบยอดเยี่ยมเสียอีก

“มู่หยาง ตอนนี้ระดับพลังวิญญาณของท่านอยู่ที่เท่าไรแล้ว? วงแหวนสามแสนปีน่าจะช่วยเพิ่มระดับได้ไม่น้อยเลยใช่ไหม?”

สุ่ยปิงเอ๋อร์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

“ระดับ 83 วิญญาณพรหมยุทธ์ และพลังวิญญาณที่สะสมไว้ในระดับนี้ก็เกือบจะถึงครึ่งทางแล้ว”

แม้ว่าหลังจากเลื่อนระดับขึ้นสู่แปดวงแหวน พลังวิญญาณในร่างกายจะเพิ่มพูนขึ้นอย่างมหาศาลจนทำให้การควบคุมพลังวิญญาณทำได้ยากขึ้น แต่มู่หยางยังคงสามารถรับรู้ถึงระดับพลังวิญญาณที่แท้จริงของตนได้อย่างแม่นยำ

ที่เป็นเช่นนี้เพราะคุณภาพพลังวิญญาณของเขาสูงกว่าวิญญาณจารย์ทั่วไปในระดับเดียวกันมาก ทำให้การสะสมพลังเพื่อเลื่อนระดับแต่ละขั้นต้องใช้ความพยายามมากกว่าปกติ มิเช่นนั้นการดูดซับวงแหวนสามแสนปีเพียงวงเดียว ย่อมต้องเพิ่มระดับพลังวิญญาณได้มากกว่าสามระดับครึ่งอย่างแน่นอน

สุ่ยปิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยความตื่นเต้นทันที “ระดับ 83 เกินครึ่งทางแล้วหรือ? เช่นนั้นหากท่านดูดซับวงแหวนวิญญาณประทานเทพให้กับวิญญาณยุทธ์ที่สองอีกวง ระดับพลังวิญญาณของท่านมิเกือบจะถึงระดับ 87 เลยหรือ? และหากมีการทดสอบที่มอบวงแหวนประทานเทพให้ในภายหลัง ท่านก็อาจจะบรรลุระดับราชทินนามพรหมยุทธ์ได้เลยใช่ไหม?”

“เกรงว่าคงไม่ง่ายเช่นนั้น ข้ารู้สึกได้ว่าหากข้าดูดซับวงแหวนประทานเทพให้กับวิญญาณยุทธ์ที่สองในตอนนี้ อายุตบะของมันย่อมไม่มีทางไปถึงสามแสนปีได้แน่นอน”

มู่หยางส่ายหัวปฏิเสธ

“เพราะเหตุใดกัน?” สุ่ยปิงเอ๋อร์ถามด้วยความฉงน

มู่หยางถอนหายใจเบา ๆ “ปิงเอ๋อร์ เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าวิญญาณจารย์ที่มีวิญญาณยุทธ์คู่ในอดีตต้องจบชีวิตลงอย่างไร?”

ต้องเข้าใจก่อนว่าตอนนี้เขามีวงแหวนแสนปีอยู่สามวง และวงแหวนสามแสนปีอีกหนึ่งวง หากนับรวมวงแหวนระดับหมื่นปีวงอื่น ๆ เข้าไปด้วย อายุตบะรวมของวงแหวนวิญญาณทั้งหมดในตัวเขาได้ก้าวข้ามเจ็ดแสนห้าหมื่นปีไปแล้ว

อายุตบะรวมที่สูงล้ำเช่นนี้ได้สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับร่างกายของเขา

แม้แรงกดดันนี้จะไม่ปรากฏชัดแจ้งในยามปกติ แต่มันจะกลายเป็นอันตรายถึงชีวิตเมื่อต้องดูดซับวงแหวนวิญญาณที่มีอายุตบะสูงขึ้นในอนาคต

นี่คือสาเหตุที่วิญญาณจารย์วิญญาณยุทธ์คู่ส่วนใหญ่ในอดีตต้องร่างกายระเบิดออกในระหว่างกระบวนการดูดซับวงแหวนวิญญาณ

จริงอยู่ที่เขามีกระดูกวิญญาณระดับยอดเยี่ยมอยู่เต็มตัว และเขาก็ฝึกฝนวิชากายา แต่ทว่าอายุตบะรวมของวงแหวนวิญญาณของเขาก็มากกว่าวิญญาณจารย์ในระดับเดียวกันหลายเท่าตัวนัก หากในอนาคตเขาไม่หาวิธีพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกายให้ดียิ่งขึ้นไปอีก แล้วยังคงฝืนเสี่ยงอันตรายเพื่อไขว่คว้าวงแหวนวิญญาณระดับสูงสุดต่อไป ร่างกายของเขาอาจจะพังทลายลงได้

อาจกล่าวได้ว่า หากวงแหวนวิญญาณระดับสูงในภายหลังไม่ใช่การสังเวยด้วยความสมัครใจของสัตว์วิญญาณ มู่หยางก็ไม่กล้าที่จะเสี่ยงเล่นกับไฟเช่นนี้ในระยะสั้นแน่นอน

อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ระดับพลังวิญญาณของเขาได้ก้าวสู่ระดับแปดวงแหวน และคุณภาพของพลังวิญญาณก็ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงคุณภาพ ขีดจำกัดของการฝึกฝน ‘กายาสุริยา’ จึงพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ตราบใดที่เขาเพียรพยายามฝึกฝนในช่วงเวลาหนึ่ง ความแข็งแกร่งของร่างกายย่อมจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

และเมื่อเขาบรรลุถึงระดับ 90 ว่าที่ราชทินนามพรหมยุทธ์ในอนาคต หากวงแหวนที่ดูดซับยังคงเป็นวงแหวนประทานเทพ อายุตบะของมันย่อมต้องก้าวข้ามระดับสามแสนปีไปไกลโขแน่นอน

นอกจากนี้ ในบรรดาตำแหน่งกระดูกวิญญาณทั้งหก ตำแหน่งกระดูกวิญญาณส่วนลำตัวของเขายังคงว่างเปล่า หลังจากที่เขาได้ครอบครองและหลอมรวมกระดูกวิญญาณส่วนลำตัวซึ่งมีผลในการเสริมสร้างร่างกายให้แข็งแกร่งที่สุดแล้ว พละกำลังของเขาย่อมจะก้าวกระโดดขึ้นไปอีกขั้น

ยิ่งไปกว่านั้น หากเขาสามารถไขความลับของวิชาพิเศษเพื่อเพิ่มอายุตบะของกระดูกวิญญาณได้ ความแข็งแกร่งของร่างกายเขาก็จะพุ่งทะยานขึ้นอย่างไม่อาจหยุดยั้ง อนาคตที่สดใสรอเขาอยู่เบื้องหน้าแล้ว

จบบทที่ บทที่ 306 ลวดลายสีทองสามแถบ

คัดลอกลิงก์แล้ว