เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - เพลิงวิญญาณหลอมทอง

บทที่ 35 - เพลิงวิญญาณหลอมทอง

บทที่ 35 - เพลิงวิญญาณหลอมทอง


บทที่ 35 - เพลิงวิญญาณหลอมทอง

ยามเช้าตรู่ ลานหลังร้านยันต์อบอวลไปด้วยไอร้อนระอุ ทันทีที่เฉินอี้ก้าวเข้ามาในโรงงาน ก็เห็นงูยักษ์สีแดงชาดความยาวสามวาล่ามโซ่ตรวนอยู่บนแท่นหิน

เกล็ดงูมีประกายไฟประทุออกมาเป็นระยะ แม้จะตายไปนานแล้ว แต่ไอปีศาจที่ตกค้างยังทำให้อากาศบิดเบี้ยวเล็กน้อย

"เฉินอี้! มาเร็ว!" หลิวเฉิงกังกวักมือเรียกอย่างตื่นเต้น "ทีมล่าสัตว์ของตระกูลตงเพิ่งส่งงูเพลิงลึกลับมา เป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ระดับหนึ่งขั้นปลาย!"

เฉินอี้ลอบโคจร 'เคล็ดลมหายใจเต่าวารีพฤกษา' กดระดับพลังจากขั้นที่ห้าเหลือแค่ขั้นที่สี่ แล้วแสร้งทำเป็นเดินเข้าไปอย่างยากลำบาก เด็กฝึกงานคนอื่นยืนอยู่ไกลลิบ เห็นได้ชัดว่าทนความร้อนจากซากงูไม่ไหว

"ต้องลอกหนังงูออกมาให้สมบูรณ์ โดยเฉพาะส่วนสันหลังตรงนี้" หลิวเฉิงกังชี้ไปที่ส่วนที่มีลวดลายสีแดงเข้มหนาแน่นที่สุดบนตัวงู "ไอ้เดรัจฉานนี่ก่อนตายมันรวมพิษไฟไว้ตรงนี้ ถ้าทำเป็นยันต์คุณภาพเยี่ยมได้ อย่างน้อยก็ขายได้เป็นร้อยหินวิญญาณ"

เมื่อปลายนิ้วเฉินอี้แตะโดนเกล็ด ระบบแจ้งเตือนก็ดังขึ้นในหัวทันที [ตรวจพบพลังวิญญาณธาตุไฟกลายพันธุ์ สามารถกลืนกิน...]

เขาใจเต้นแรง แต่สีหน้ากลับแสดงความลำบากใจ "ท่านอาวุโสหลิว หนังงูนี้ไอไฟแรงเกินไป..."

"ตอนนี้เจ้าเป็นระดับกลั่นลมปราณขั้นกลางแล้ว ถือโอกาสฝึกเคล็ดต้านไฟไปในตัว" หลิวเฉิงกังหยิบยันต์สีฟ้าใสใบหนึ่งยื่นให้เฉินอี้ "ยันต์เหมันต์ ถ้าทนไม่ไหวค่อยใช้ มันจะช่วยเจ้าได้สี่ชั่วยาม"

เฉินอี้เก็บยันต์เหมันต์ไว้อย่างแนบเนียน ยันต์ระดับกลางใบนี้ราคาห้าหินวิญญาณ เท่ากับเงินเดือนทั้งเดือนของเขาก่อนหน้านี้เลย

เขาคว้ามีดลอกหนัง ทันทีที่คมมีดแทรกเข้าไประหว่างร่องเกล็ด ระบบก็ทำงานเงียบเชียบ

[กำลังกลืนกิน... อัตราการแปลงพลังวิญญาณธาตุไฟ 15%... 18%...] ตามการแจ้งเตือนของระบบ ประกายทองคำที่หลับใหลอยู่ในกายเฉินอี้พลันตื่นตัวขึ้นมา

เพลิงวิญญาณหลอมทอง ครั้งนี้พลังวิญญาณธาตุไฟที่กลืนกินมา ถูกประกายทองคำในร่างกายดูดซับไปทั้งหมด

เมื่อระบบแจ้งเตือนว่าการกลืนกินถึง 20% เฉินอี้สัมผัสได้ว่าการดูดซับประกายทองคำในวันนี้ถึงขีดจำกัดแล้ว เขาจึงหยุดมืออย่างรู้จังหวะ

น้ำซึมบ่อทราย พลังวิญญาณในหนังงูเก็บไว้ใช้พรุ่งนี้ต่อ

หนังงูที่ลอกออกมาได้ในที่สุดกางออกได้ขนาดเท่าฟูกนอน ลวดลายสีแดงเข้มดูจางลงกว่าตอนแรกเล็กน้อยแต่แทบสังเกตไม่เห็น

การสูญเสียพลังวิญญาณนั้นต่างจากการสูญเสียพลังเวท หากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้บำเพ็ญเพียรชั้นสูง ดูไม่ออกแน่นอน

ยามบ่าย เฉินอี้จัดการหนังงูในห้องแยกส่วนตัว

เขาจงใจชะลอขั้นตอนการฟอกหนัง เปลี่ยนงานที่ทำวันเดียวเสร็จให้ยืดเยื้อเป็นห้าวัน เพื่อจะได้กลืนกินพลังวิญญาณได้มากที่สุด

ระหว่างที่อู้งานอยู่นั้น

เขาใช้พลังวิญญาณธาตุไฟที่กลืนกินมาวันนี้ไปหลอมรวมกับประกายทองคำ

พอตกเย็น พลังวิญญาณก็ถูกใช้จนหมด

เฉินอี้สัมผัสได้ว่าคุณภาพของประกายทองคำในร่างกายเพิ่มขึ้นประมาณ 2%

ดูเหมือนน้อย แต่นี่แค่การพัฒนาในวันเดียว และเป็นแค่สองส่วนของพลังวิญญาณจากหนังงู ถ้าดูดซับจนหมดทั้งผืนก็จะได้ถึงสิบเปอร์เซ็นต์

ถ้ามีงูไฟกลายพันธุ์แบบนี้สักสิบตัวให้กลืนกิน คุณภาพประกายทองคำของเขาจะเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว

สำหรับเขาที่ต้องใช้สิ่งนี้เป็นพื้นฐานในการฝึกกายาเป็นประจำ นี่คือผลลัพธ์ของการเก็บเล็กผสมน้อยอย่างแท้จริง

วันนั้น เฉินอี้ผลิตหนังยันต์คุณภาพเยี่ยมออกมาได้หนึ่งผืน บนผืนหนังมีคลื่นพลังเวทธาตุไฟที่เข้มข้นและเสถียรไหลเวียนอยู่

"เยี่ยม!" หลิวเฉิงกังที่รีบมาตรวจของตอนเย็นปรบมือหัวเราะร่า "คุณภาพขนาดนี้เอาไปทำยันต์ธาตุไฟระดับสูงได้สบาย!"

แล้วหันไปอบรมพวกเด็กฝึกงานที่ยืนอ้าปากค้าง "ดูไว้เป็นเยี่ยงอย่าง! ฝีมือการจัดการสัตว์ปีศาจกลายพันธุ์ของเฉินอี้ พวกเจ้าจะไปเทียบอะไรได้"

"เฉินอี้ นับแต่วันนี้ เจ้าเป็นช่างทำหนังหลักของร้านยันต์เราอย่างเป็นทางการ หนังยันต์เกรดพรีเมียมทั้งหมดมอบให้เจ้าดูแล

อีกอย่าง วัตถุดิบส่วนอื่นๆ ของงูตัวนี้ ข้าตัดสินใจไม่รับคืน ยกให้เจ้าจัดการเองทั้งหมด ถือเป็นรางวัลของเจ้า"

เฉินอี้ยิ้มรับอย่างนอบน้อม

เด็กฝึกงานคนอื่นมองตาละห้อย ต่อให้ไม่นับหนังงู แค่เนื้อกับดีงูพวกนี้ ก็ราคาหลายสิบหินวิญญาณแล้ว

แต่เวลานี้กลับไม่มีใครอิจฉา

หนึ่งคือเฉินอี้มีระดับพลังกลั่นลมปราณขั้นกลาง ถือเป็นตัวท็อปในหมู่เด็กฝึกงาน ในโลกเซียนที่วัดกันด้วยความแข็งแกร่ง เด็กฝึกงานระดับต้นไม่มีสิทธิ์มาตั้งคำถามกับความสามารถของเฉินอี้ในตอนนี้

สองคือฝีมือการทำหนังยันต์เกรดพรีเมียมของเฉินอี้เป็นเอกลักษณ์ คนอื่นเลียนแบบไม่ได้ หากใครอยากก้าวหน้าเรื่องการทำยันต์ เผลอๆ อาจต้องมาขอร้องให้เฉินอี้ช่วยทำหนังยันต์คุณสมบัติพิเศษให้ด้วยซ้ำ

สามคือเฉินอี้วางตัวดี ไม่ไปแย่งงานกับเด็กฝึกงานระดับกลางอีกสองคน ทำให้คนไม่หมั่นไส้

คืนนั้น เฉินอี้ตั้งหม้อทองแดงในห้อง เนื้องูเพลิงลึกลับเดือดพล่านในน้ำร้อน ทุกชิ้นมีเส้นใยสีทองแทรกอยู่ถี่ยิบ

เขาคีบเนื้อส่วนท้องขึ้นมากิน ระบบปรากฏขึ้นมากลืนกินไอปีศาจคาวคลุ้งจนเกลี้ยง เหลือเพียงพลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ไหลลงคอ

กระแสความอบอุ่นระเบิดออกในกระเพาะ พลังเลือดเนื้อบริสุทธิ์ถูกญาณหยั่งรู้ชักนำเปลี่ยนเป็นประกายทองคำ

แถมประสิทธิภาพยังเร็วกว่าปกติหลายเท่าตัว

"มิน่าเล่าผู้ฝึกกายาถึงต้องกินสัตว์ปีศาจระดับสูง" เฉินอี้สัมผัสได้ถึงความลิงโลดของเส้นใยกล้ามเนื้อ

ในกระจกทองแดง เฉินอี้ปลดเสื้อออก ผิวพรรณที่เคยเป็นสีทองแดงยามฝึกฝน บัดนี้กลับมีประกายสีทองเข้มส่องทะลุออกมาจางๆ เขาดีดนิ้วใส่แขนตัวเอง เกิดเสียงดังกังวานเหมือนโลหะกระทบกัน

"ด้วยความเร็วระดับนี้" เฉินอี้คำนวณความเร็วในการเปลี่ยนคุณภาพของประกายทองคำในร่าง "ถ้าได้จัดการสัตว์ปีศาจกลายพันธุ์แบบนี้ทุกเดือน เวลาที่จะบรรลุขั้นฝึกกระดูกจะลดลงเหลือไม่ถึงสิบปี!"

เฉินอี้อารมณ์ดีได้ไม่นาน

คืนนั้นยามจื่อ อุณหภูมิในห้องลดฮวบ กลิ่นอายเย็นยะเยือกแผ่ซ่านเข้ามาอย่างเงียบเชียบ

เฉินอี้ใจหายวาบ เงยหน้าขึ้นมอง เห็นฉินเฉิงเฉิงในชุดกระโปรงเรียบง่ายยืนตระหง่านอยู่ในห้อง แสงจันทร์ส่องผ่านหน้าต่างลงมากระทบร่าง ขับผิวพรรณให้ขาวดุจหิมะ คิ้วคางงดงามดั่งภาพวาด แต่แฝงไว้ด้วยความเย็นชา

นางหรี่ตาลง สายตาดุจมีดน้ำแข็งทิ่มแทงเฉินอี้ น้ำเสียงเย็นเยียบ

"ข้าให้เจ้าตั้งใจศึกษาค่ายกลไม่ใช่หรือ ทำไมกลับไปเลื่อนขั้นพลังเวท แถมยังมามัวทำหนังสัตว์อยู่อีก เห็นเรื่องของข้าเป็นเรื่องเล่นๆ หรือไง"

เฉินอี้ลอบถอนหายใจ ยายตัวแสบมาอีกแล้วหรือเนี่ย

เขาลุกขึ้นต้อนรับ สีหน้าเคารพนบนอบแต่ไม่ต่ำต้อย "แม่นางเข้าใจผิดแล้ว วิถีแห่งค่ายกล ข้าบรรลุขั้นพื้นฐานแล้ว"

"โห?" ฉินเฉิงเฉิงเลิกคิ้ว แววตาฉายแววประหลาดใจ "เวลาสั้นๆ แค่ครึ่งเดือน เจ้ากล้าบอกว่าบรรลุขั้นพื้นฐานแล้วรึ"

เฉินอี้ไม่รีบร้อน ปลายนิ้วขยับวาด พลังเวทสายหนึ่งก่อตัวขึ้นตรงหน้า พริบตาเดียวก็กลายเป็นโครงสร้างคร่าวๆ ของ 'ค่ายกลรวบรวมวิญญาณ' แม้จะยังไม่ได้วางค่ายกลจริง แต่วิถีการไหลเวียนของพลังกลับไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่น้อย

ฉินเฉิงเฉิงสายตาไหววูบ ยิ่งประหลาดใจหนักเข้าไปอีก

นางเองก็เชี่ยวชาญค่ายกล มองปราดเดียวก็รู้ว่าฝีมือของเฉินอี้เมื่อครู่ ไม่ใช่สิ่งที่มือใหม่จะทำได้ง่ายๆ ระดับฝีมือแตะขอบเขตนักค่ายกลระดับหนึ่งแล้ว

"นับว่ามีพรสวรรค์อยู่บ้าง" น้ำเสียงนางอ่อนลงเล็กน้อย แต่แล้วก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง

"แต่ในเมื่อเจ้าเรียนรู้แล้ว ทำไมไม่ไปหาข้า กลับมาเสียเวลาอยู่ที่นี่ ห้าปีมันแค่กำหนดเส้นตาย แน่นอนว่ายิ่งแก้ได้เร็วยิ่งดี!"

เฉินอี้ยิ้มขื่น "แม่นาง หากข้าบุ่มบ่ามไปหาท่านที่หอสดับเสียง เกรงว่าพรุ่งนี้ทั้งตลาดคงลือกันให้แซ่ดว่า 'เด็กฝึกงานร้านยันต์มีซัมติงกับเซียนหญิงฉิน'

ด้วยร่างกายเล็กจ้อยของผู้น้อย คงรับมือความเกลียดชังจากบรรดาผู้ติดตามของท่านไม่ไหวหรอกขอรับ"

ฉินเฉิงเฉิงแค่นเสียง แต่ก็เข้าใจว่าเฉินอี้พูดจริง

สถานะของนางพิเศษ ทุกการกระทำเป็นที่จับตามอง หากติดต่อกับเด็กฝึกงานร้านยันต์ระดับกลั่นลมปราณขั้นกลางบ่อยๆ ย่อมไม่เหมาะสมจริงๆ

"แล้วเจ้าจะเอายังไง"

"แม่นางแค่ส่งตำราค่ายกลระดับหนึ่งขั้นกลางและขั้นสูงมาให้ข้า แล้วเตรียมชุดอุปกรณ์วางค่ายกลแบบง่ายๆ ให้ข้าฝึกฝนและอนุมานก็พอ"

เฉินอี้เว้นจังหวะ แล้วกล่าวต่อ "นอกจากนี้ ค่ายกลสะกดวิญญาณของท่านอยู่อย่างน้อยระดับสองขั้นสูงสุด ต่อให้มีวิธีแก้ ข้าก็ต้องมีพื้นฐานค่ายกลระดับสองและญาณหยั่งรู้ที่แข็งแกร่งพอถึงจะลองแก้ได้"

"ดังนั้น ข้ายังต้องการของวิเศษหรือยาที่ช่วยเพิ่มพลังญาณหยั่งรู้ด้วย"

ฉินเฉิงเฉิงสายตาเย็นเฉียบ "เจ้ากล้าเรียกราคาดีนี่"

เฉินอี้สีหน้าเปิดเผย "สิ่งที่แม่นางต้องการ เกี่ยวพันถึงชีวิต ข้าย่อมไม่กล้าละเลย แต่หากขาดปัจจัยที่เพียงพอ แล้วฝืนแก้ไป รังแต่จะเกิดผลร้าย"

ฉินเฉิงเฉิงเงียบไปครู่หนึ่ง สุดท้ายก็กล่าวเสียงเย็น "รอไปก่อน"

สิ้นเสียง ภาพตรงหน้าเฉินอี้ก็พร่ามัว ร่างของนางหายวับไป เหลือเพียงกลิ่นหอมจางๆ อบอวลอยู่ในห้อง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 35 - เพลิงวิญญาณหลอมทอง

คัดลอกลิงก์แล้ว