- หน้าแรก
- วิถีตัวแม่สายเปย์
- บทที่ 7 ชนะใจเย่จื่อห่าว
บทที่ 7 ชนะใจเย่จื่อห่าว
บทที่ 7 ชนะใจเย่จื่อห่าว
บทที่ 7 ชนะใจเย่จื่อห่าว
ทว่าแววตาของอีกฝ่ายดูจริงใจเหลือเกิน เขาจึงไม่อาจปฏิเสธได้ลงคอ ชายหนุ่มพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะลากเก้าอี้มานั่งลงข้างกายเธอ
"คุณโอวมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ?" เย่จื่อห่าวเอ่ยถาม
โอวอี้หานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกล่าวว่า
"เดี๋ยวพอเถ้าแก่ของคุณมาถึง คุณช่วยเซ็นสัญญาซื้อขายร้านแทนฉันหน่อยได้ไหมคะ? แต่ไม่ต้องห่วงนะ เรื่องเงินฉันจะเป็นคนจ่ายเอง"
เย่จื่อห่าวมองหน้าเธอด้วยความงุนงงหนักกว่าเดิม
เรื่องเงินหนึ่งแสนหยวนเมื่อครู่นี้ยังพอจะหาเหตุผลมาอธิบายได้
เพราะถึงยังไงเธอก็ตั้งใจจะซื้อร้านนี้อยู่แล้ว เงินแสนหยวนที่ฝากไว้ในชื่อเขาสุดท้ายก็ต้องกลับเข้ากระเป๋าเธออยู่ดี
แต่ตอนนี้ เธอกลับจะให้เขาเป็นคนเซ็นสัญญาซื้อร้านให้... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
"ทำไมล่ะครับ? คุณจ่ายเงินตั้งสิบล้านเพื่อซื้อร้าน แล้วทำไมถึงจะให้ผมเป็นคนเซ็นสัญญาล่ะ?"
ขนาดคู่สามีภรรยายังทะเลาะกันแทบเป็นแทบตายเรื่องจะใส่ชื่อใครในโฉนดบ้านหรือรถ
แต่นี่เขากับเธอเป็นแค่คนแปลกหน้าที่เพิ่งเจอกันโดยบังเอิญ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย
ทว่าเธอกลับจะให้เขาเซ็นสัญญาเป็นเจ้าของร้านที่มีพื้นที่กว่าร้อยตารางเมตรแทนเธอเนี่ยนะ
มันเป็นเรื่องที่ไร้สาระสิ้นดี
เขาไม่เข้าใจกระบวนการคิดของเธอเลยจริงๆ!
ดังนั้น เย่จื่อห่าวจึงถามออกไปด้วยความสับสนงุนงงอย่างที่สุด
โอวอี้หานคิดในใจ:
ก็เพราะนายเป็นหนุ่มหล่อคนแรกที่ฉันเจอน่ะสิ! ฉันต้องใช้ชื่อนายเปย์เพื่อปั๊มยอดเงินเอามาใช้!
แต่ความคิดพวกนี้ทำได้แค่เก็บไว้ในใจ ขืนพูดออกไปใครเขาจะเชื่อ? แล้วถึงเชื่อไปก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับเธอ ดีไม่ดีอาจจะนำพาหายนะมาสู่ตัวด้วยซ้ำ
เพราะฉะนั้น เธอต้องหาเหตุผลที่ฟังดูสมเหตุสมผลและน่าเชื่อถือมาอ้าง
"เพราะว่าฉันยังเป็นผู้เยาว์ค่ะ อายุแค่ 16 ปีเอง เซ็นสัญญาไปก็ไม่มีผลทางกฎหมาย" โอวอี้หานปั้นหน้าโกหกตาใส
ถึงยังไงรูปร่างหน้าตาเธอก็ดูเด็กอยู่แล้ว คนส่วนใหญ่แยกไม่ออกหรอกว่าเธออายุ 16 หรือ 18 เหตุผลนี้น่าจะฟังขึ้นแหละมั้ง?
คราวนี้ถึงตาเย่จื่อห่าวเป็นฝ่ายตะลึงบ้าง
เขาพิจารณาเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง แล้วก็พบว่าหน้าตาเธอดูอ่อนเยาว์มากจริงๆ
พอคิดว่าเธอยังเป็นแค่ผู้เยาว์ แต่กลับกล้าพูดเรื่องใช้เงินสิบล้านซื้อร้านเสริมสวยอย่างหน้าตาเฉย เย่จื่อห่าวก็รู้สึกโมโหขึ้นมาตงิดๆ... โมโหที่เธอใช้เงินมือเติบตั้งแต่อายุน้อยขนาดนี้ และโมโหแทนครอบครัวของเธอที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่
"คุณยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่กล้าออกมาซื้อร้านทำผมคนเดียวเนี่ยนะ? ไม่กลัวพ่อแม่รู้แล้วจะดุด่าเอาหรือไง?" น้ำเสียงของเย่จื่อห่าวเจือแววตำหนิและตักเตือน ราวกับกำลังดุเด็กดื้อ
"พ่อแม่ฉันเสียหมดแล้วค่ะ ตอนนี้ฉันเป็นเด็กกำพร้า" โอวอี้หานพูดเสียงเครือ ดวงตาคู่สวยรื้นไปด้วยหยาดน้ำตาขึ้นมาทันที เธอมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อระคนเศร้าสร้อย ดูน่าสงสารจับใจ
ปกติแล้ว 'ระบบ' มักจะวางตัวเย็นชาและไม่ค่อยพูดจาถ้าไม่จำเป็น
แต่พอได้ยินโอวอี้หานพูดแบบนี้ มันถึงกับอดรนทนไม่ไหว ต้องเอ่ยปากขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรอบปี:
[โฮสต์ ผมแนะนำให้คุณลองไปหารายได้เสริมดูนะ... ลองไปแคสต์งานแสดงที่เหิงเตี้ยนดูไหม]
โอวอี้หานทำหูทวนลม เมินเจ้าบะบบ แล้วสวมบทบาทสาวน้อยผู้อ่อนแอและน่าสงสารต่อไปอย่างแนบเนียน
ค่าความประทับใจของเย่จื่อห่าว +5
ค่าความประทับใจของเย่จื่อห่าว +5
[ติ๊ง! ตรวจพบค่าความประทับใจของเย่จื่อห่าวเพิ่มขึ้น 10 แต้ม ระบบทำการแปลงเป็นแต้มเสริมแกร่ง 1 แต้มโดยอัตโนมัติ แต้มเสริมแกร่งคงเหลือของโฮสต์ปัจจุบัน: 1]
เมื่อได้ยินเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ริมฝีปากของโอวอี้หานก็กระตุกยิ้มเล็กน้อยในมุมที่เย่จื่อห่าวไม่ทันสังเกต
ให้ตายสิ!
ไม่ว่าจะต้องแอ๊บแบ๊ว แกล้งทำเป็นใสซื่อบริสุทธิ์ หรือบีบน้ำตาน่าสงสาร... ขอแค่หนุ่มหล่อหลงเชื่อ เธอก็ยอมทำได้ทุกอย่างนั่นแหละ
"ขอโทษที... ผมไม่ได้ตั้งใจจะไปสะกิดแผลใจคุณ" น้ำเสียงของเย่จื่อห่าวอ่อนลง เจือไปด้วยความรู้สึกผิด
โอวอี้หานสูดจมูกฟุดฟิด ฝืนยิ้มแล้วส่ายหน้า แสร้งทำเป็นเข้มแข็ง:
"ไม่เป็นไรค่ะ ถึงพ่อแม่จะไม่อยู่แล้ว แต่ความรักของพวกท่านยังอยู่ ท่านทิ้งมรดกไว้ให้ฉันเยอะมาก แล้วก็สั่งเสียไว้ว่าให้ฉันหัดลงทุน ให้กลายเป็นคนที่เก่งกว่าพวกท่าน มีคำอวยพรของพ่อกับแม่คอยคุ้มครอง ฉันไม่ได้ตัวคนเดียวหรอกค่ะ"
เย่จื่อห่าวพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงอยากซื้อร้านทำผมแห่งนี้
เธอคงคิดว่านี่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
แต่ว่าร้านนี้น่ะ...
"น้องสาว พี่จะบอกความจริงให้นะ... ร้านนี้มูลค่ามันไม่ถึงสิบล้านหรอก อย่าให้เขาหลอกเอาได้นะ" เย่จื่อห่าวอดเตือนไม่ได้จริงๆ เขามองซ้ายมองขวา พอเห็นว่าไม่มีใครสนใจ ก็รีบโน้มตัวเข้ามากระซิบข้างหูโอวอี้หาน
โอวอี้หานไม่ได้โง่
แน่นอนว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าร้านนี้ราคาไม่ถึงสิบล้านหยวน
แต่มันสำคัญตรงไหนล่ะ?
ในเมื่อเงินที่จ่ายไปไม่ใช่เงินของเธอสักหน่อย
กลับกัน ยิ่งจ่ายเยอะ เธอก็ยิ่งได้เงินเข้ากระเป๋าตัวเองเยอะขึ้น
ถ้าทำได้ เธออยากจะอัปราคาซื้อร้านนี้เป็นหนึ่งร้อยล้านด้วยซ้ำ!
แน่นอนว่าทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับว่าเย่จื่อห่าวจะยอมเซ็นสัญญาแทนเธอหรือไม่
แต่ในเมื่อเขาเตือนมาแบบนี้ เธอจะแสดงออกชัดเจนเกินไปไม่ได้ ดังนั้นเธอจึงแสร้งทำเป็นไร้เดียงสา กะพริบตาปริบๆ แล้วถามว่า:
"จริงเหรอคะ? ฉันนึกว่าทำเลตรงนี้ดี คนเดินผ่านเยอะซะอีก"
เย่จื่อห่าวพยักหน้า แล้วโน้มตัวลงมากระซิบอีกครั้ง:
"คนเยอะก็จริง แต่ยังไงก็ไม่ถึงสิบล้าน อย่างมากที่สุดก็แค่ห้าล้านเท่านั้นแหละ"
จังหวะนั้นเอง เถ้าแก่ร้านทำผม 'เฉาสยงกัง' ร่างท้วมก็เดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารในมือ