เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 ปีนข้ามกำแพง เด็ดดอกไม้ ล่าถอย

บทที่ 38 ปีนข้ามกำแพง เด็ดดอกไม้ ล่าถอย

บทที่ 38 ปีนข้ามกำแพง เด็ดดอกไม้ ล่าถอย


บทที่ 38

ปีนข้ามกำแพง เด็ดดอกไม้ ล่าถอย

อวี้ซีหยวนไม่เข้าใจท่าทางของเขา จ้านจึงเป็นฝ่ายอธิบายให้นางฟัง

“คุณหนูอวี้ ความสามารถของท่านอ๋องในด้านการสร้างค่ายกลเป็นที่เลื่องชื่อลือชาอย่างกว้างขวาง ภายในรัฐจื่ออวิ๋นแห่งนี้ อาจกล่าวว่าเขาเป็นอันดับหนึ่ง”

เมื่อมองเห็นท่าทางการนำเสนออย่างภาคภูมิใจของ   จ้านแล้ว หากไม่รู้มาก่อนคงคิดว่าเขากำลังยกย่องชื่นชมตนเอง!

อวี้ซีหยวนเหลือบมองลั่วจ้านชิงครั้งหนึ่ง ก่อนกล่าวอย่างดื้อรั้น “หรือพวกท่านจะไปด้วยกันกับข้า?”

ลั่วจ้านชิงยังคงส่งสายตามองอวี้ซีหยวนดังเดิม และ     อวี้ซีหยวนพอมองออกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่เห็นด้วย

ยังไม่ทันที่นางจะกล่าวอะไรต่อไป ลั่วจ้านชิงก็ลุกจากเก้าอี้ ตั้งท่าเตรียมเดินออกจากห้องไป

อวี้ซีหยวนรีบขยับเข้ามายืนขวางหน้าลั่วจ้านชิงไว้อย่างรวดเร็ว พร้อมกางแขนทั้งสองข้างออกจนสุด

“ปล่อยข้าไปเถอะ!”

ลั่วจ้านชิงมองไปยังหญิงสาวที่พยายามใช้ทุกส่วนของร่างกายขวางทางเขาไว้ มุมปากกระตุกเล็กน้อย

“ได้…”

“หากท่านไม่ยอมปล่อยให้ข้าไป บรรดาวัชพืชมากมายในสวนด้านหลัง และท่าน... เอ๊ะ? ท่าน... ท่านพูดว่าอะไรนะ?”

อวี้ซีหยวนคิดว่าตนหูฝาดไปหรือไม่

สิ่งที่ลั่วจ้านชิงเพิ่งกล่าวออกคือ... ได้ อย่างนั้นหรือ?

อย่างไรก็ตาม ลั่วจ้านชิงเพิกเฉยต่อคำถามของนาง และใช้โอกาสช่วงที่นางไม่ทันระวังตัวเดินเลี่ยงจากการขวางทางของนางไปอีกด้านหนึ่ง

อวี้ซีหยวนจึงรีบคว้ามือของลั่วจ้านชิงไว้พร้อมกล่าวกำชับ “เท่านี้แหละ! องค์ชายรัชทายาท ท่านไม่ได้รับอนุญาตให้ทิ้งข้าไว้เบื้องหลังเพียงลำพัง เช่นนั้นจะถือเป็นการทรยศ!”

หลังจากกล่าวเช่นนั้นแล้ว อวี้ซีหยวนจึงปล่อยมือจาก   ลั่วจ้านชิง แล้วเดินกลับเข้าไปในห้องตามเดิม

ขณะเดียวกัน ลั่วจ้านชิงซึ่งยืนอยู่ด้านหลัง หันกลับมามองอวี้ซีหยวนอีกครั้งพร้อมครุ่นคิดบางอย่างอยู่ครู่หนึ่ง ไม่มีใครล่วงรู้ว่าเขากำลังกล่าวพึมพำกับตนเองหรือเอ่ยถามจ้านกันแน่ เพียงเปล่งเสียงแผ่วเบาว่า “อวี้ซีหยวน เจ้าเป็นใครกัน...”

——

“พวกเราเดินเข้าประตูหลักไม่ได้ ฉะนั้น... ปีนข้ามกำแพงกันเถอะ!”

อวี้ซีหยวนและลั่วจ้านชิงมาถึงด้านหน้าของจวนท่านแม่ทัพแล้ว และกำลังกล่าวกับจ้านที่กำลังซ่อนเร้นกายอยู่

จ้านแสดงท่าทีว่าเห็นด้วย “ได้ ได้ เพียงแต่...”

เขาเลิกคิ้วขึ้นพร้อมทำปากบุ้ยใบ้ไปทางลั่วจ้านชิง         อวี้ซีหยวนมองตามแล้วจึงเข้าใจทันทีว่า ‘เพียงแต่’ ของเขาหมายถึงสิ่งใด

นางรีบเร่งกล่าวแผนการเดิมซ้ำอีกครั้งโดยไม่สนใจ        ลั่วจ้านชิง

“ปีนข้ามกำแพง เด็ดดอกไม้ ล่าถอย!”

ลั่วจ้านชิงและจ้านมองไปยังอวี้ซีหยวนพร้อมกะพริบตาปริบ แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความฉงน

“พวกเราต้องปีนข้ามกำแพง แล้วเดินตรงไปยังสวนหลังจวน เด็ดดอกไม้ป่าสีม่วงออกมา แล้วล่าถอยกลับออกมาด้วยวิธีการเดิมอย่างไรล่ะ!”

อวี้ซีหยวนอธิบายอย่างจนปัญญา

นางว่าตนเองกล่าวอย่างชัดเจนแล้ว

เหตุใดชายสองคนนี้ช่างโง่เขลานัก!

“แผนนี้เป็นอย่างไร?”

อวี้ซีหยวนถามความคิดเห็นของอีกฝ่าย ทว่าลั่วจ้านชิงกลับปฏิเสธโดยตรง

“ไม่ได้”

เขาโบกมือออกไปพลางกล่าว “ข้าไม่เคยกระทำเรื่องเหลวไหลเฉกเช่นการปีนข้ามกำแพง ในเมื่อเจ้าต้องการเข้าไป ก็ต้องเข้าไปอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา”

อวี้ซีหยวนขมวดคิ้วมุ่น

ชายผู้นี้เรื่องมากเสียจริงเชียว...

“ลืมเรื่องนั้นเสียเถอะ นี่ไม่ใช่เวลาเข้าตามตรอกออกตามประตู จ้าน พวกเราปีนข้ามกำแพงกันเถอะ”

จ้านเห็นด้วยเช่นกันที่จะปีนข้ามกำแพงเข้าไป ทว่าเขาเหลือบไปเห็นว่าลั่วจ้านชิงเอาแต่จ้องมองมาที่เขาด้วยสายตาที่เย็นชา อีกทั้งสีหน้าของเขายังคาดเดาถึงอารมณ์ไม่ได้

อวี้ซีหยวนไม่สนใจถามความคิดเห็นจากเขาอีกต่อไป ดังนั้นนางจึงลากแขนจ้านให้วิ่งออกไปพร้อมกัน

ตำแหน่งเดิมมีเพียงลั่วจ้านชิงผู้เดียวที่ยังยืนอยู่ ใบหน้าของเขาเย็นชา ก่อนจะพับทบแขนเสื้อขึ้นเตรียมเดินจากไป ครุ่นคิดวิธีจัดการกับจ้านไว้ในใจไปพลาง

“ฮัดชิ้ว...”

จ้านซึ่งเดินตามอวี้ซีหยวนในระยะไม่ไกลนักกำลังปีนข้ามกำแพง แต่เผลอจามโดยไม่ทันตั้งตัว

อวี้ซีหยวนตื่นตัวทันที เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดได้ยินเสียงจามของเขา จึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนมองค้อนขวับไปที่จ้านซึ่งอยู่ด้านข้างด้วยสายตาเย็นชา พลางกำชับเตือน “ลดเสียงลงหน่อย”

จ้านพยักหน้าเป็นเชิงขออภัย

“คุณหนูอวี้ ในเมื่อท่านกลัวการมาเยือนจวนท่านแม่ทัพ แล้วเหตุใดจึงคิดตามเรามาล่ะ?”

ปล่อยให้ท่านอ๋องมาที่นี่แล้วนำของที่ต้องการกลับพระตำหนักด้วยตนเองไม่ง่ายกว่าหรือ?

อวี้ซีหยวนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตามความจริง “ข้ามีลางสังหรณ์บางประการที่ไม่อาจอธิบายได้ บางทีอาจมีข้าเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถปลดล็อกกลไกของค่ายกลดังกล่าว”

จบบทที่ บทที่ 38 ปีนข้ามกำแพง เด็ดดอกไม้ ล่าถอย

คัดลอกลิงก์แล้ว