เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 ชายเจ้าอารมณ์

บทที่ 35 ชายเจ้าอารมณ์

บทที่ 35 ชายเจ้าอารมณ์


บทที่ 35

ชายเจ้าอารมณ์

“เปล่า ไปหาอวี้ซีหยวนต่างหาก”

เป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าใจในครั้งเดียว ทำให้อี้ยิ่งสับสนมากขึ้น

ถึงกระนั้นเขาก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรมากไปกว่านี้ ทำได้เพียงปรับเปลี่ยนทิศทางรถม้าเสียใหม่ แล้วมุ่งตรงไปยังเรือนจำ

——

ลั่วจ้านชิงจับจ้องไปยังอวี้ซีหยวน แล้วเอ่ยถาม “เม็ดยาเจินเหยียนมีประสิทธิภาพดีหรือไม่?”

อวี้ซีหยวนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าคิดจะตรวจสอบผลลัพธ์ของเม็ดยาเจินเหยียน?”

“คาดเดา”

อวี้ซีหยวน “...” นางไม่สามารถคาดหวังอะไรในตัว        ลั่วจ้านชิงได้เลย

“ท่านไม่เห็นหรือ ออกฤทธิ์ดีเยี่ยมทีเดียวเชียว!”

“ข้าจะมองเห็นได้อย่างไร”

“ท่านเป็นเสด็จอาของนาง ควรรู้อุปนิสัยของนางดีที่สุดมิใช่หรอกหรือ? ข้าได้ยินมาว่าฟางจื่อเซวียนเป็นที่นิยมชมชอบอย่างยิ่งในอดีต แต่หลังจากนางกลืนกินเม็ดยาเจินเหยียนเข้าไป กลับกลายเป็นทำตัวน่ารำคาญผิดหูผิดตา เห็นได้ชัดเจนว่านางเสแสร้งมาโดยตลอด”

คิดเปลี่ยนดำให้กลายเป็นขาว โต้เถียงด้วยถ้อยคำชวนเชื่อ นางคงรู้สึกอับอายขายหน้าที่ต้องคุกเข่าต่อหน้าฟางอวี้ จึงคิดบิดเบือนความจริงว่าตนมาที่นี่เพื่อทักทายแขกแปลกหน้าเท่านั้น

ทักทายอย่างไรกันจึงทำให้อวี้ซินหรานเกือบตาย? หึ นางหญิงอสรพิษ!

“ข้าไม่รู้”

คำกล่าวของลั่วจ้านชิงขัดจังหวะความคิดของอวี้ซีหยวน นางเหลือบมองฝ่ามือของตนเองที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนตามผิวหนัง ก่อนจะขมวดคิ้วพลางถอนหายใจ ราวกับความคิดสับสนภายในตีกันยุ่งเหยิง

ความโกรธอาจเป็นบ่อนทำลายสภาพจิตใจ และไม่ใช่เรื่องที่ดีนัก!

อวี้ซีหยวนครุ่นคิดในใจ ดูเหมือนว่านางต้องหาตัวยาเพื่อใช้ในการขับล้างพิษให้เร็วขึ้น เพราะหากนางยังคงอยู่ในสภาพเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าตัวนางอาจระเบิดจนตายตกไปก่อนที่จะกลับคืนสู่ดินแดนเทพได้สำเร็จ... เป็นเช่นนั้นแล้วอาจน่าโมโหยิ่งกว่า

“ข้าไม่รู้”

ลั่วจ้านชิงมองดูท่าทางสับสนเหม่อลอยของอวี้ซีหยวนแล้วกล่าวซ้ำอีกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นกว่าหนแรกเล็กน้อย

“ไม่รู้งั้นหรือ จะเป็นไปได้อย่างไร ท่านเป็นเสด็จอาของนาง กล่าวถึงเรื่องนี้ หากไม่ใช่เพราะท่าน ข้าและซินหรานคงไม่ต้องมาตกอยู่ในสภาพเช่นนี้”

ทุกคน ณ ที่นั้นอาจมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่า            ฟางจื่อเซวียนคลั่งไคล้ในฐานะและเกียรติยศของลั่วจ้านชิงเพียงใด  หากไม่ใช่เพราะพวกนางอาศัยอยู่ร่วมชายคาพระตำหนักเดียวกันกับองค์ชายรัชทายาท อวี้ซีหยวนคงไม่ถูกนางกลั่นแกล้งราวสุนัขบ้าเช่นนี้เป็นแน่

“ข้าไม่สนิทสนมคุ้นเคยกับนาง”

ขณะนั้นเอง ฉางอี้หยุดรถม้า ก่อนจะเอ่ยอธิบาย          “คุณหนูอวี้ มีสตรีมากหน้าหลายตาที่ผูกใจชื่นชมท่านอ๋อง ทว่าท่านอ๋องทรงมีจิตใจและอุปนิสัยที่เย็นชา ไม่คิดใส่ใจสตรีเหล่านั้น แม้แต่เครือพระญาติ ยกเว้นจักรพรรดิเพียงพระองค์เดียว นอกเหนือจากนั้นท่านอ๋องก็ไม่ค่อยสนิทสนมคุ้นเคยกับพวกเขามากนัก”

อวี้ซีหยวนพยักหน้า “ท่านอ๋องของเจ้าไม่เรียกว่าเย็นชาเพียงอย่างเดียว เรียกว่าเจ้าอารมณ์เสียมากกว่า!”

ฉางอี้กลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ลอบสังเกตท่าทีของลั่วจ้านชิงอย่างระมัดระวัง อวี้ซีหยวนผู้นี้ช่างสรรหากระตุ้นความเกลียดชังเข้าตัวเสียจริง หากท่านอ๋องเกิดความไม่พอใจ อาจทำสิ่งใดที่ไม่อาจคาดเดา โชคดีที่ท่านอ๋องเลือกที่จะเมินเฉยเสีย

ทันทีที่เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก กลับได้ยิน         ลั่วจ้านชิงเอ่ยว่า “ฉางอี้ ข้ามีจดหมายต้องส่งยังชายแดน” ว่าแล้วเขาก็ก้าวลงจากรถม้าไปก่อนใคร

ฉางอี้ “...” ไม่ได้เลือกที่จะเพิกเฉยหรอกหรือนี่?

อวี้ซีหยวนหันมองเขาด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ เอื้อมมือไปตบบ่าเขา แล้วอุ้มอวี้ซินหรานลงมาจากรถม้า

ลั่วจ้านชิงมีคำสั่งถอนกำลังบรรดาองครักษ์เงาที่เคยเฝ้าติดตามอวี้ซีหยวนไปทั้งหมดจนเหลืออยู่เพียงคนเดียว อวี้ซีหยวนได้ยินเช่นนั้น สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนเป็นคล้ำเข้ม ก่อนจะหันไปถามจ้านซึ่งยืนอยู่ด้านข้าง ขณะที่ลั่วจ้านชิงพาคนกลุ่มหนึ่งให้ติดตามเขาออกไป

“ข้าจะบอกความจริงกับท่าน คุณหนูอวี้โปรดอย่าทุบตีข้าก็แล้วกัน”

อวี้ซีหยวนเลิกคิ้วพลางชำเลืองมองเขา จ้านมีรูปลักษณ์ภายนอกที่หล่อเหลา สวมชุดคลุมสีน้ำเงินเข้ม หากไม่ทราบตัวตนของเขา  อาจคิดว่าเป็นคุณชายแห่งจวนใดจวนหนึ่งอย่างแน่นอน ทว่าพลังวิญญาณลึกล้ำซึ่งอยู่ในจุดตันเถียนนั้นไม่ควรประมาทแต่อย่างใด

ระดับกลางของขอบเขตปฐมสวรรค์ อายุยังหนุ่มแน่น รอบกายของลั่วจ้านชิงรายล้อมไปด้วยเสือหมอบและมังกรซ่อนคมเขี้ยว

เพียงแต่…

“ต่อให้ข้าต้องการต่อสู้ แต่เกรงว่าข้าคงไม่อาจเอาชนะได้!”

ว่าแล้วจ้านก็ยกมือขึ้นลูบบริเวณท้ายทอยตนเอง

ความจริงแล้วอวี้ซีหยวนมีชื่อเสียงว่าเป็นบุคคลไร้ค่า แต่ถึงอย่างไร... นางก็ขึ้นชื่อว่าเป็นคนที่กล้าต่อสู้กับท่านอ๋อง จ้านไม่มีทางดูถูกความสามารถของนางอย่างเด็ดขาด

ไม่แน่ว่าในอนาคต ทั้งสองอาจพัฒนาความสัมพันธ์ไปอีกระดับหนึ่ง จึงยิ่งเป็นไปไม่ได้สำหรับจ้านที่จะกระทำการบุ่มบ่ามกับอวี้ซีหยวน

จบบทที่ บทที่ 35 ชายเจ้าอารมณ์

คัดลอกลิงก์แล้ว