เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 30 ตัดสินเรื่องนี้แทนลูก

บทที่ 30 ตัดสินเรื่องนี้แทนลูก

บทที่ 30 ตัดสินเรื่องนี้แทนลูก


บทที่ 30

ตัดสินเรื่องนี้แทนลูก

ฟางอวี้ตกตะลึง “ว่าอย่างไรนะ?!”

“จริงขอรับ! นางหญิงบ้าผู้นั้นหน้าตาน่าเกลียดมาก อีกทั้ง... อีกทั้ง...”

ฟางเหินหัวไม่อาจกล่าวประโยคถัดไปได้อีก ทำได้เพียงมองไปยังลั่วจ้านชิงด้วยดวงตาที่หรี่เล็กราวเมล็ดถั่วเขียว

“อีกทั้งอะไร เจ้า... แค่กๆๆ เจ้าเร่งกล่าวมาโดยเร็ว!”

ฟางเหินหัวกำลังจะอ้าปากตอบกลับ ทว่าลั่วจ้านชิงกลับโพล่งขึ้นเสียก่อน “อีกทั้งหญิงวิกลจริตคนนั้นยังอ้างว่าตนถูกพาเข้ามาที่นี่โดยข้า ใช่หรือไม่?”

องค์ชายเจ็ดได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้ารัวด้วยสีหน้าจริงจัง

ถูกต้อง องครักษ์เงาขององค์ชายรัชทายาทเป็นผู้ออกหน้าปกป้องหญิงวิกลจริตผู้นั้น และหญิงวิกลจริตผู้นั้นก็ถูกพามาที่นี่โดยองค์ชายรัชทายาท

ลั่วจ้านชิงพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาทันที ครุ่นคิดกับตนเองว่า ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เขารู้ว่าหญิงสาวผู้นี้ไม่อยู่อย่างสงบเสงี่ยมเพื่อรักษาหน้าของเขาเป็นแน่

ฟางอวี้เหลือบมองไปที่ลั่วจ้านชิงด้วยความประหลาดใจ ก่อนเอ่ยถาม “จ้านชิง เกิดอะไรขึ้น? หรือหญิงวิกลจริตที่ว่าผู้นั้นคือ...”

ลั่วจ้านชิงโค้งกายทำความเคารพเล็กน้อย ก่อนกล่าวว่า “ทูลฝ่าบาท หญิงผู้นั้นคือคนที่กระหม่อมพามาที่นี่ด้วยไม่ผิดแน่ แต่เราค่อยกล่าวถึงเรื่องนี้เมื่อไปถึงที่นั่น”

เขาเชื่อสิ่งที่ฟางเหินหัวกล่าว แต่เขาไม่อยากเชื่ออย่างสนิทใจนักว่าอวี้ซีหยวนจะเป็นฝ่ายริเริ่มสร้างปัญหา

ฟางอวี้พยักหน้า เดินผ่านองค์ชายเจ็ดมุ่งตรงไปข้างหน้าทันที

เมื่อพวกเขามาถึง อวี้ซีหยวนยอมวางร่างอ่อนปวกเปียกของซานหูลงแล้ว นางกำนัลที่หอบหายใจรวยรินมองไปทาง     องค์หญิงของตนอย่างอ่อนแรง สายตาเต็มไปด้วยแววแห่งการอ้อนวอน

นางคาดหวังว่าฟางจื่อเซวียนอาจช่วยเหลือตนได้บ้าง เพราะเวลานี้นางรู้สึกเจ็บปวดไปทั่วทั้งร่าง...

ตรงกันข้าม ฟางจื่อเซวียนยังคงตะลึงเพริด ขณะที่          อวี้ซีหยวนยอมวางร่าง ‘ไร้เรี่ยวแรง’ ของซานหูลง นางได้แต่ก้าวถอยหลังไปหลายก้าว กระทั่งแผ่นหลังของนางชนเข้ากับเสาหนึ่งของศาลา ได้แต่เหยียบย่ำพื้นดินด้วยความโกรธอยู่อย่างนั้น

เมื่อมองไปยังใบหน้าของอวี้ซีหยวน นางรู้สึกเหมือนอีกฝ่ายเป็นเทพเจ้าผู้ชั่วร้ายที่ผุดออกมาจากนรก และชีวิตของนางอาจได้รับการกำจัดทิ้งภายในชั่วพริบตา

“ชะ... ช่วยด้วย... เร็วเข้า ใครก็ได้ช่วยข้าที...”

ฟางจื่อเซวียนร้องตะโกนด้วยความสยดสยอง เครื่องสำอางที่แต่งแต้มบนใบหน้าเลือนหายไปจนหมดสิ้น ตอนนี้นางไม่หลงเหลือท่าทีดุร้ายอีกต่อไป

อวี้ซีหยวนทำเสียงจึกจักในริมฝีปากขณะเอ่ยประชดประชัน “มนุษย์ต่อสู้กับสุนัข!”

“เจ้าคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน?!”

“แล้วองค์หญิงเล่า? ยิ่งใหญ่เพียงใดกัน?”

ดวงตาอวี้ซีหยวนแปรเปลี่ยนเป็นแดงก่ำอย่างน่ากลัว

“หากท่านกล้าทำร้ายข้าที่เป็นถึงผู้พลิกชะตากรรมแห่งแว่นแคว้น ก็ควรเตรียมพร้อมกับราคาที่ต้องชดใช้ไว้ด้วย”

“หยุด!”

เสียงแผ่วเบาทว่าทรงพลังดังขึ้นจากด้านหลังของ          อวี้ซีหยวน อวี้ซีหยวนหยุดชะงักฝีเท้าที่ต้องการเดินเข้าหาฟางจื่อเซวียนแล้วหันขวับกลับไปมอง พบว่าลั่วจ้านชิงกลับมาแล้ว

ดวงตาของอวี้ซีหยวนยังคงเย็นชา นางเผยอริมฝีปากแดงเรื่อเพื่อกล่าวออกเพียงสี่คำ “ข้าเปล่าสร้างปัญหา”

ใช่

นางเปล่าสร้างปัญหา ไม่แม้แต่จะคิดก่อความวุ่นวายใด ๆ ด้วยซ้ำ ทว่าผู้หญิงคนนี้กลับเดินเข้ามาแล้วก่อปัญหากับนางเอง

ลั่วจ้านชิงเหลือบมองนางเพียงหางตา ไม่ได้เอื้อนเอ่ยอะไรออกมาสักคำ ไม่แม้แต่จะถามไถ่จากฉางอี้ว่าสถานการณ์ที่แท้จริงเป็นอย่างไร เพียงยืนเคียงข้างฟางอวี้อย่างสงบ

“นี่คือแม่นางอวี้ใช่หรือไม่... แค่กๆๆ...”

ฟางอวี้ใช้สายตาสำรวจมองอวี้ซีหยวนเช่นกัน ถึงแม้เขาจะพยายามควบคุมอย่างยิ่ง แต่เมื่อกล่าวยังไม่ทันจบประโยคก็เบือนหน้าหนี ก่อนจะกระแอมไอออกมาสองหน

ทันใดนั้นอวี้ซีหยวนก็สังเกตเห็นว่าข้างกายของลั่วจ้านชิงยังมีผู้อื่นอยู่ด้วย

เจ้าหมูสามชั้นคนเดิม?

ส่วนอีกหนึ่งคน...

สวมเสื้อคลุมมังกรงั้นรึ?

อวี้ซีหยวนคาดเดาได้อย่างไม่ยากเย็นว่าบุคคลผู้นี้ อาจเป็นองค์จักรพรรดิแห่งรัฐจื่ออวิ๋น!

แต่ถึงแม้นางจะคาดเดาได้เช่นนั้น นางกลับทำเพียงเหลือบมองอยู่ห่าง ๆ ไม่ต้องการแม้แต่จะโค้งคำนับ

ฝ่ายฟางจื่อเซวียนซึ่งก่อนหน้านี้ทรุดกายลงกองอยู่กับพื้นด้วยความตื่นตระหนก เมื่อนางเห็นการปรากฏตัวของ     ฟางอวี้ ราวกับว่านางพบพานผู้ที่สามารถช่วยให้รอดแล้ว จึงรีบคลานไปหมอบอยู่แทบเท้าของฟางอวี้ สองมือคว้าชายเสื้อคลุมมังกรของเขาไว้และเริ่มร้องไห้คร่ำครวญ “เสด็จพ่อ... เสด็จพ่อต้องช่วยลูกด้วยนะเพคะ ฮือๆๆ...”

“จื่อเซวียน เจ้ากำลังทำอะไรน่ะ?!”

ฟางอวี้มองไปยังการแสดงออกอันน่าอับอายของฟางจื่อเซวียน พยายามเอื้อมมือออกไปช่วยประคองนางให้ลุกขึ้น ทว่ากลับต้องหยุดชะงักการกระทำเสียก่อน

“เสด็จพ่อ ลูกหญิงไม่ได้สร้างปัญหาใด ๆ เลย ลูกเพียงเดินมาพักผ่อนหย่อนใจที่อุทยานหลวงเท่านั้น ครั้นเห็นเด็กหญิงแปลกหน้าจึงหวังเข้าไปทักทาย ไม่คาดคิดว่าผู้หญิงคนนี้จะพุ่งเข้ามาทำร้ายร่างกายนางกำนัลของลูกจนมีสภาพเช่นนี้ เสด็จพ่อ ลูกหญิงได้รับความคับข้องใจ ท่านต้องตัดสินเรื่องนี้แทนลูกนะเพคะ!”

จบบทที่ บทที่ 30 ตัดสินเรื่องนี้แทนลูก

คัดลอกลิงก์แล้ว