- หน้าแรก
- บลีช การสอนทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น
- บทที่ 271 อานุภาพของปืนใหญ่คิโด
บทที่ 271 อานุภาพของปืนใหญ่คิโด
บทที่ 271 อานุภาพของปืนใหญ่คิโด
บทที่ 271 อานุภาพของปืนใหญ่คิโด
ที่ทางเข้าทิศใต้ อาชิโดยืนเผชิญหน้ากับเมนอส กรันเดระดับสูงสามตน
ทิรุตติกางปีกออกและยิงระเบิดแสงเซโร่ออกมาหลายลูก
ตูม ตูม ตูม! อาชิโดพุ่งทะลุกลุ่มควันออกมา เหวี่ยงดาบทำลายหนวดสีขาวที่พุ่งเข้ามาจนแตกกระจาย
“ยมทูตคนนี้ตื๊อไม่เลิกจริง ๆ...”
ทิรุตติขมวดคิ้วแน่น...เธอเริ่มหมดใจที่จะสู้แล้ว
ฝั่งยมทูตมีตัวเป้งอยู่ด้วย ฮอลโลว์หนวดแดง ‘โอคิ’ แข็งแกร่งกว่าเธอมาก แต่ตอนนี้เธอกลับสัมผัส ‘แรงดันวิญญาณ’ ของเขาไม่ได้แล้ว
ไม่ใช่แค่นั้น...เธอสัมผัสแรงดันวิญญาณของเมนอสตนอื่น ๆ ที่ไปพร้อมกับโอคิไม่ได้เช่นกัน
ไม่ต้องสงสัยเลย...พวกนั้นถูกยมทูตเก็บไปหมดแล้ว
ความคิดที่จะถอยหนีเริ่มก่อตัวขึ้นในใจของทิรุตติ
ทันใดนั้น เธอก็สัมผัสได้ว่าแรงดันวิญญาณของบารากันกำลังจางหายไปอย่างรวดเร็ว
“รุดบอร์น, โลลี่! แรงดันวิญญาณของฝ่าบาทบารากันหายไปแล้ว!”
ทิรุตติตะโกนลั่นด้วยความตกใจ
รุดบอร์น ฮอลโลว์กระดูกกระทิงหยุดการเคลื่อนไหวและลองสัมผัสแรงดันวิญญาณดูด้วยตัวเอง
และเขาก็ต้องประหลาดใจ เพราะแรงดันวิญญาณของบารากันหายไปแล้วจริง ๆ!
“หึ... สรุปว่าบารากันถูกยมทูตฆ่าตางั้นรึ? ฝีมือแค่นั้นยังกล้าเรียกตัวเองว่าราชาแห่งฮูเอโคมุนโดอีกนะ”
โลลี่แค่นเสียงอย่างดูแคลน
เดิมทีมันเป็นแค่ฮอลโลว์ที่อาศัยอยู่ในป่าเมนอส และเข้าร่วมกับลาส โนเชสหลังจากถูกกองกำลังสำรวจขับไล่ออกมาเท่านั้น
และตอนนี้ ไอ้คนที่เรียกตัวเองว่าราชาแห่งฮูเอโคมุนโดกลับถูกยมทูตฆ่าตายเสียแล้ว
“หนี!”
ทิรุตติล้มเลิกความฝันที่จะขับไล่กองกำลังสำรวจและทวงคืนดินแดน เธอรีบบินขึ้นฟ้าและหนีไปทางระเบียงทรายแห่งฮูเอโคมุนโดทันที
รุดบอร์นลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตามไป
เมื่อเห็นเพื่อนหนีไปทั้งสองคน โลลี่ก็ไม่กล้าเผชิญหน้ากับอาชิโดเพียงลำพัง จึงรีบหนีตามไปอย่างรวดเร็ว
แฮ่ก... อาชิโดเลือกที่จะไม่ไล่ตาม เขาเสียพลังงานไปมากกับการรับมือเมนอสระดับสูงสามตนพร้อมกัน ต่อให้ตามไปก็คงจัดการพวกมันไม่ลง
“บารากันถูกคาโทริคุงจัดการแล้วสินะ... มิน่าล่ะพวกมันถึงถอย”
อาชิโดกวาดตามองไปทั่วสนามรบ
“นึกไม่ถึงเลยว่าคาโทริคุงจะเอาชนะราชาแห่งฮูเอโคมุนโดผู้เลื่องลือได้!”
ในขณะนั้น เขาเห็นเสาแสงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากทิศทางของค่าย
ยมทูตทุกคนที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ต่างก็เห็นภาพเดียวกัน
“ปืนใหญ่คิโดยิงออกมาแล้ว”
สูงขึ้นไปเหนือสนามรบ นานะสึกิมองออกไปในระยะไกล
ลูกบอลแสงที่มีพลังทำลายล้างน่าสะพรึงกลัวพุ่งออกมาจากยอดเสาแสง ตรงดิ่งเข้าใส่ใจกลางกองทัพฮอลโลว์
การโจมตีด้วยคิโดที่ก่อตัวขึ้นจาก ‘แรงดันวิญญาณ’ ของยมทูตนับร้อย ระเบิดออกท่ามกลางฝูงฮอลโลว์
ตูมมมม...!!!
แม้แต่เมนอสระดับกิลเลียนก็ไม่อาจต้านทานได้แม้แต่วินาทีเดียว
ฮอลโลว์ เมนอส...ทั้งหมดถูกป่นทำลายกลายเป็นอณูวิญญาณ สลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย
“ความแข็งแกร่งอยู่ที่จำนวนสินะ...”
นานะสึกิถอนหายใจ พลังของการโจมตีนี้มหาศาลมาก...แม้แต่ ‘ดันคู’ ก็คงกันไม่อยู่
หลังแรงระเบิดจางหาย เหลือเพียงฮอลโลว์และเมนอสไม่กี่ตัวที่อยู่รอบนอกและรอดมาได้อย่างหวุดหวิด
แต่อิชชิน กองกำลังสำรวจ และยมทูตหน่วยที่ 6 ได้ล้อมพวกมันไว้แล้ว พวกเขารีบกวาดล้างศัตรูที่เหลืออย่างรวดเร็ว
ยกเว้นเมนอสระดับสูงไม่กี่ตัวที่ไหวตัวทันและหนีไปได้ กองทัพฮอลโลว์ที่บุกโจมตีค่ายกองกำลังสำรวจแทบจะถูกกวาดล้างจนสิ้นซาก
แม้แต่ผู้ที่เรียกตัวเองว่าราชาแห่งฮูเอโคมุนโด อย่างบารากัน ก็ยังพ่ายแพ้แก่ คาโทริ นานะสึกิ
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์การรบที่นี่สงบลงแล้ว นานะสึกิก็รีบกลับไปที่ค่ายทันที
เขาจำได้ว่า คุจิกิ โซจุน ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเขาไม่แน่ใจว่าหน่วยแพทย์ของค่ายจะรับมือไหวหรือไม่
“อาจารย์คาโทริ ท่านเอาชนะราชาแห่งฮูเอโคมุนโดได้แล้ว!!!”
“ขนาดบารากันยังไม่ใช่คู่มือของอาจารย์คาโทริ!”
ทันทีที่นานะสึกิก้าวเท้าเข้าค่าย เขาก็ถูกเหล่ายมทูตห้อมล้อม
พวกเขาสัมผัสได้จากความผันผวนของ ‘แรงดันวิญญาณ’ ว่าบารากันได้พ่ายแพ้แก่ คาโทริ นานะสึกิ ไปแล้ว
“อาชิโด ทางคุณก็จบแล้วเหรอ?”
นานะสึกิเห็นอาชิโดอยู่ในค่าย
“เส้นทางสายใต้มันอยู่ใกล้ค่ายน่ะ พอสู้เสร็จฉันเลยรีบกลับมา” อาชิโดกล่าว “คาโทริคุงฆ่าบารากันได้ ศัตรูสามตัวที่ฉันสู้ด้วยก็เลยหนีไปหมด”
“ขนาดบารากันยังต้านทานเธอไม่ได้... ความแข็งแกร่งของเธอนี่ไร้ขีดจำกัดจริง ๆ”
อาชิโดอยู่ฮูเอโคมุนโดมานาน แม้ไม่เคยสู้กับบารากัน แต่ก็ได้ยินกิตติศัพท์ความน่ากลัวมานานแล้ว
เดิมทีเขาคิดว่าถ้าบารากันโผล่มา เขา นานะสึกิ และคุจิกิ โซจุน ช่วยกันรุมก็น่าจะพอกดดันมันได้
แต่อาชิโดกลับติดพันกับเมนอสระดับสูงสามตัวจนปลีกตัวไม่ได้
โซจุนเองก็ยื้อได้ไม่นานและพ่ายแพ้แก่บารากัน
ขนาดมีนักสู้ลำดับจากหน่วยที่ 6 ช่วยหนุนหลายคน ก็ยังต้านไว้ไม่อยู่
ความพ่ายแพ้อันรวดเร็วของพวกเขาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ความแข็งแกร่งของบารากันนั้นเหนือกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
แต่บารากันที่แข็งแกร่งขนาดนั้น กลับถูกนานะสึกิสังหารได้ด้วยตัวคนเดียว
“ความสามารถของผมแค่ชนะทางเขาพอดีน่ะครับ” นานะสึกิยิ้มอย่างใจเย็น
ทันใดนั้น ยมทูตสองนายก็วิ่งพรวดพราดออกมาจากสถานพยาบาล
พวกเขาคือนักสู้ลำดับหน่วยที่ 6...คนที่พาร่าง คุจิกิ โซจุน กลับมา
“ท่านคาโทริ ได้โปรดช่วยท่านรองหัวหน้าด้วยครับ!”
“อาการของโซจุนเป็นยังไงบ้าง?”
“อวัยวะภายในเสียหายหนักมาก... หน่วยแพทย์บอกว่า... พวกเขารักษาไม่ได้!”
สีหน้าของนักสู้ลำดับทั้งสองเคร่งเครียดถึงขีดสุด
ทั้งคู่เป็นขุนนางจากตระกูลสาขาภายใต้ตระกูลคุจิกิ ชะตากรรมของพวกเขาผูกติดอยู่กับความรุ่งโรจน์และตกต่ำของตระกูลหลัก
หากโซจุนตาย ตระกูลคุจิกิจะไร้ผู้สืบทอด และจะต้องตกต่ำลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในอีกร้อยหรือสองร้อยปีข้างหน้า
และในช่วงเวลานั้น ตระกูลของพวกเขาเองก็คงอยู่ยากลำบากเช่นกัน
“พาผมไปดูอาการโซจุนที”
นานะสึกิตามนักสู้ลำดับทั้งสองไปยังห้องพยาบาล
ตลอดหลายปีมานี้ หน่วยที่ 4 ได้ส่งยมทูตสายรักษามาประจำการที่ค่ายกองกำลังสำรวจบ้าง
หน่วยแพทย์ทุกคนจำ คาโทริ นานะสึกิ ได้
เมื่อเห็นเขา พวกเขาทุกคนต่างลุกขึ้นทำความเคารพ
“อาจารย์คาโทริ!”
“รองหัวหน้าคาโทริ ท่านมาแล้ว!”
บางคนยังคงเรียกเขาด้วยตำแหน่งสมัยที่เขายังเป็นรองหัวหน้าหน่วยที่ 4
“ทุกคนทำงานต่อเถอะครับ อย่าให้การรักษาขาดช่วง”
“ครับผม!”
ทีมแพทย์ขานรับอย่างพร้อมเพรียง
อาชิโดที่เดินตามหลังมาถึงกับตะลึงในบารมีของนานะสึกิในหมู่แพทย์
มันไม่ด้อยไปกว่าบารมีของเขาในกองกำลังสำรวจเลย!
อาชิโดและนักสู้ลำดับหน่วยที่ 6 สองนายถูกกันไว้นอกห้องรักษา นานะสึกิเข้าไปเพียงลำพัง
คุจิกิ โซจุน หมดสติไปแล้ว
แพทย์หลายคนกำลังวุ่นวอยู่รอบตัวเขา
ช่องท้องของเขาถูกเปิดออก...อวัยวะภายในที่เสียหายถูกเปิดเผยให้เห็น
ปอดและตับเสียหายอย่างหนัก แม้แต่หัวใจก็ได้รับบาดเจ็บ
ถ้าไม่ใช่เพราะการประคองอาการด้วย ‘แรงดันวิญญาณ’ และ ‘ไคโด’ โซจุนคงตายไปแล้ว
แพทย์สามคนกำลังร่าย ‘ไคโด’ พร้อมกันเพื่อพยุงการทำงานของหัวใจ ปอด และตับ
สภาพแวดล้อมในค่ายนั้นย่ำแย่ ทีมแพทย์ทำได้เพียงใช้วิธีหยาบ ๆ แบบนี้ในการผ่าตัดฉุกเฉิน
นานะสึกิกวาดตามองแวบเดียวก็รู้ทันทีว่าสถานการณ์วิกฤตแค่ไหน
โซจุนกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างความเป็นและความตาย
“อาจารย์คาโทริ!!!”
หัวหน้าแพทย์มองมาที่นานะสึกิราวกับเห็นพระมาโปรด
“ผมจัดการต่อเอง”
นานะสึกิสวมถุงมือและหยิบมีดผ่าตัดขึ้นมา